|
 |
5. เมื่อไปถึงฝั่งลาว
ให้ไปเขียนใบแบบนี้ครับ เขาเรียกว่า
ใบ Immigration
เสร็จแล้วเอาไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่
เขาก็จะประทับตาให้เรา ก็เป็นอันจบ ไปลาวไม่ต้องใช้วีซ่า
ก็สามารถอยู่ในลาวได้ 30 วัน
หากเข้าที่ด่านห้วยทรายของ
ลาว ซึ่งขึ้นกับแขวงบ่อแก้ว ก็สามารถนั่งรถไปเที่ยวต่อ
ยังแขวงอื่นๆของลาว เช่น หลวงน้ำทา หลวงพระบาง หรือ
อาจต่อไปยังยูนนาน เวียดนาม ก็ง่ายสะดวกถึงกันหมด
*** ถึงห้วยทรายแล้ว
เรามาเที่ยวกันได้แล้วครับ *** |
เมื่อขึ้นที่ท่าเรือตรงห้วยทราย ตรงนี้ชาวลาวจะเรียกว่าท่าข้าม
จะเห็นโรงแรมเยอะหลายแห่งไม่ต้องห่วงเรื่องที่พัก ราคาอยู่ที่คืนละ
250 บาท
หากเป็นห้องแอร์ก็เพิ่มอีกนิดหน่อย ไปหน้าร้อนคงต้องนอนห้องแอร์หากต้องการอยู่ที่ห้องตอนกลางวัน
เพราะกลางวันหน้าร้อนจะร้อนเหมือนทางเชียงใหม่เชียงราย แต่หากไปหน้าอื่นๆ
ไม่ต้องนอนห้องแอร์ก็ได้ครับ
ห้วยทรายเป็นเมืองเล็กของแขวงบ่อแก้ว
ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวจริงๆของแขวงบ่อแก้วที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ(ไม่รวมไทย)
รู้จักกัรคือ การโหนสลิงในป่า ซึ่งต้องเดินทางไปจากห้วยทรายไปทางหลวงน้ำทาอีก
70 กิโลเมตร และจะต้องเดินเข้าไปอีกนิดหน่อยเพื่อเข้าไปถึงยังจุดนี้
แต่ว่าหากต้องการไปจริงๆบริเวณท่าข้ามก็มีบริการทัวร์ให้ท่านได้เลือกใช้บริการอยู่ครับ
สำหรับตัวเมืองท่าทรายนั้นไม่ค่อยใหญ่นัก จะว่าไปก็เป็นจังหวัดชายแดนสุดๆของลาว
แต่เนื่องจากอยู่ติดกับไทยทำให้เจริญเพราะชาวบ้านลาวก็ไปซื้อหาของฝั่งไทยกันประจำ
คนไทยเองก็มาลงทุนทำร้านอินเตอร์เน็ต ร้านขายเบียร์ลาว
และโรงแรมที่ห้วยทรายหลายที่
ห้วยทรายมีร้านอาหารส่วนใหญ่จะเป็นร้านนักท่องเที่ฝรั่งมานั่งดินเนอร์
ราคาก็ราคาฝรั่งก็ไม่ถูกนักครับ ส่วนร้านที่ขายพวกอาหารตามสั่ง
ผัดกระเพราผัดซีอิ้วก็หากินได้ที่นี่ไม่ยากมีอยู่สองสามร้าน
ส่วนร้านที่ชาวห้วยทราย ชาวลาว นิยมกินกันประจำก็เป็นร้านเฝอ
คนลาวที่ห้วยทรายที่เป็นข้าราชการ ทำงานรัฐวิสาหกิจ
ก็จะกินเฝอเป็นอาหารหลักมื้อเช้าและมื้อกลางวัน
ส่วนมือเย็นส่วนใหญ่จะทำกินกันที่บ้าน หรือไม่ก็ซื้ออาหารถุงตักขายถุงละ 20 บาท
มีอยู่สามสี่ร้านแถวๆริมโขง
ห้วยทรายมีร้านอินเตอร์เน็ตให้บริการอยู่หลายร้าน
อินเตอร์เน็ตที่นี่ราคาชั่วโมงละ 60 บาท ส่วนร้ากาแฟแบบสตาบัค หรือวาวี
อะไรแบบนี้ไม่มีครับ มีแต่ร้านชาวบ้านขายกาแฟชงธรรมดา
เนื่องจากที่นี่อากาศเย็นสบายตลาดปี
จึงไม่มีร้านอาหารหรือร้านกาแฟที่เป็นห้องแอร์ให้เห็น
ชาวห้วยทรายริมแม่น้ำโขงก็ยังคงจับปลาจากแม่น้ำโขงมาอากินกันอยู่ถึงแม้จะมีนักท่องเที่ยวเริ่มผ่านมากแล้ว
วิถีเดิมๆของชาวบ้านส่วนหนึ่งก็ไม่ได้เปลี่ยนไป
เมื่อมาถึงรุ่นลูกร้านสมัยนี้ก็ทำงานราชการ
งานบริษัทที่เกี่ยวกับธุรกิจท่องเที่ยว ทั้งที่ห้วยทรายหรือเมืองอื่นๆ
พ่อแม่ก็อยู่ที่ห้วยทราย ก็เหมือนๆกับประเทศไทยเราครับ ที่บ้านชนบทมีแต่คนแก่ๆ
ลูกหลานไปทำงานในเมือง
แต่ของห้วยทรายไม่ได้ถึงขนาดบ้านเราเพราะทรัพยากรของเขายังมีอีกมาก
อยู่กับบ้านทำมาหากินก็ยังพอได้
คนวัยทำงานที่ห้วยทรายนิยมออกกำลังกายโดยการตีแบ็ตกันตอนเย็นๆ
การเฉลิมฉลองนั่งดื่มเบียร์คุยเล่นสนุกสนามเป็นภาพที่เห็นได้ทั่วไปของหนุ่มสาวชาวห้วยทราย
หากไปนั่งจิบเบียร์ลาวที่ร้าน ขอบใจเด้ย ซึ่งเป็นบาร์เบียร์ลาว
อยู่กลางเมืองพอดี จะเห็นหนุ่มสาววัยทำงานขับมือเตอร์ไซต์ผ่านไปมา
เห็นนักท่องเที่ยว และก็มีวัวเดินผ่านบ้างบางครั้ง
ห้วยทรายมีวัดอยู่บนภูเขาชื่อ วัดจอมเขามณีรัตน์
ชาวห้วยทรายจะไปทำบุณตักบาตรกันทุกวันพระ ผมเองก็มีโอกาสไปทำบุญกับเขาด้วย
เมื่อเช้านี้เขาประกาศว่าจะมีงานเวียนเทียนคืนนี้
ผมเองจะต้องเดินทางไปหลวงน้ำทาต่อ คิดว่าจะไปเวียนเทียนที่หลวงน้ำทาแทน
ห้วยทรายเป็นเมืองหนึ่งที่มีเสนย์
จากการที่ผมได้มานอนที่นี่สองคืน ได้พูดคุยกับชาวบ้าน คุยกับคุณทวี
คนไทยที่มาเปิดร้านขายเบียร์ลาวที่นี่ ทำให้รู้ว่าเมืองนี้สงบ ปลอดภัย 100%
สำหรับนักท่องเที่ยว และชาวห้วยทรายเขาก็ยิ้มแย้มแจ่มใสใจดีกับนักท่องเที่ยว
ผมเองไปทำบุณที่วัด ไปเจอแม่จันน์แก้วเขาก็ชวนผมตักร์บาตรข้าวเหนียวด้วย
และก็ยังชวนไปไหวศาลาเทวดา และชวนเที่ยวบ้านเขาอีกด้วย ผมชอบห้วยทรายครับ
โอกาสหน้าผมจะมาเที่ยวอีก
ร้านอาหารที่ผมขอแนะนำมี 3 ร้าน ร้านแรกคือเฝอ
ชื่อร้านคือ "เฝอร้านมิ๊ก"
ตามด้วยร้านปิ้งเป็ด ชื่อ "ร้านปิ้งเป็ดห้วยทราย"
แต่ป้ายร้านคือร้านโค้งแว๊บ สองร้านนี้ผมจะลงให้อีกรอบนึงเพราะมีทั้งรูปและวีดีโออยู่แล้วครับ
ส่วนช่วงกลางคืนต้องร้านนี้เลยครับ "ร้านขอบใจเด้อ"
ร้านนี้บรรยากาศดีมาก อยู่กลางเมืองห้วยทราย
เหมาะสำหรับไปนั่งกินเบียร์ลาวสักขวดสองขวด นั่งดูวัวผ่านไปมา ดูชาวบ้าน
ดูนักท่องเที่ยว นั่งสบายๆ อากาศดีๆ สามสี่ทุ่มถึงไปนอนครับ เจ้าของชื่อทวี
ไปถามหากันได้
การเดินทางของผมที่ห้วยทรายนี้ ผมได้ไปเที่ยวตลาดเช้า ตลาดเย็น
ไปตักบาตรข้าวเหนียวที่ วัดจอมเขามณีรัตน์ หากเป็นวันพระชาวบ้านเขาจะไปวัดกัน
(ชาวหลวงพระบางส่วนใหญ่ตักบาตรข้าวเหนี่ยวช่วงเช้า
ไม่ได้ไปวัด เฉพาะในเมืองหลวงนะ ไกลๆออกไปจะเหมือนกับที่ห้วยทรายครับ)
ซึ่งผมไปตรงวัดพระพอดี และก็ได้ไปชิมอาหารอร่อยๆด้วย
รอติดตามกันต่อไปครับ ทริปนี้เที่ยวไปเรื่อยๆ จนถึงเวียดนามเลยครับ
....เมษายน 2553
(Mr.Hotsia)

ห้วยทราย |

ห้วยทราย |

ห้วยทราย |