|
เช็คราคาและห้องว่าง
รับประกันถูกที่สุด
|

เที่ยวสดแบบสะใจทุกวัน

คลิป Mr.Hotsia
เที่ยวสะใจ
|
|
หนังสบายดีหลวงพระบางสองที่พึ่งฉายไปตอน
"ไม่มีคำตอบจากปากเซ"
ทำให้ปากเซดังขึ้นไปอีกก่อนหน้านี้ก็ดังอยู่แล้ว เพราะปากเซมีน้ำตกหลี่ผีกะคอนพะเพ็งที่ชื่อเสียงโด่งดังใครๆก็รู้จักครับ
ปากเซอยู่ในแขวงจำปาสัก
เป็นบริเวณที่แม่น้ำเซไหลลงมารวมกับแม่น้ำโขง
ส่วนแม่น้ำโขงนั้นไหลเข้ามาในลาวแถวๆโขงเจียมจังหวัดอุบลราชธานี
แล้วก็ไหลมาผ่านที่ปากเซก่อนไหลลงไปทางใต้ของประเทศ ไปเกิดเป็นหลี่ผีที่ยิ่งใหญ่ทางตอนใต้
ก่อนไหนเข้าไปในกัมพูชา
หากมาเที่ยวกะทัวร์ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้อยู่ที่นี่นานนักอาจพลาดอะไรเด็ดๆที่น่าเที่ยวได้
วันนี้เป็นวันที่ 3 แล้วครับที่ผมอยู่ที่ปากเซ ทั้งเดินเล่น
ทั้งคุยกับชาวบ้านทำให้รู้จักปากเซมากขึ้น
ปากเซเป็นเมืองที่มีคนเวียดนามอยู่มากจริงๆครับ
ตามร้านค้าที่ขายของ โรงแรมก็เป็นของคนเวียดนามหลายร้าน
แต่ที่บอกว่าคนเวียด พูดเวียดเนี่ยก็คือคนสัญชาติลาวเพราะเกิดเมืองลาวแล้ว
แต่ก็ยังพูดเวียดกันอยู่เพราะพ่อแม่พี่น้องก็พูดเวียดกันหมด
หากเคยไปอุบลก็จะเชื่อมโยงได้อุบลก็มีคนเวียดนามแถวๆตลาดใหญ่เยอะครับ
คนไทยไม่ค่อยรู้มักเรียกคนเวียดนามว่าคนญวน
จริงๆก็ไม่ผิดอะไรแต่จะให้สุภาพก็เรียกชาวเวียดจะดูดีกว่า
นี่เป็นมารพิณคนบอกผมมาอีกทีนึงครับ มาคุยเรื่องปากเซต่อครับ
คนเวียดนามที่ปากเซจะอยู่แถวๆโพนบก
หากเดินเล่นไปแถวนั้นก็ไม่มีใครพูดลาวแล้วเหมือนไปอยู่ที่ประเทศเวียดนามเลย
ทั้งอาหารการกินและภาษา ปากเซเนี่ยเป็นเมืองจะว่าใหม่ก็ได้
เพราะชาวลาวเดิมอยู่กันที่จำปาสักแล้วฝรั่งเศสมาสร้างเมืองใหม่ตรงปากเซนี้
ทำให้บ้านเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างดูแล้วเข้าใจได้ว่าเป็นฝรั่งเศสเคยทำไว้
Mr.Hotsia แนะนำครับหากมาเที่ยวปากเซให้เดินเล่นมากๆหน่อย
เดินเลียบไปทางแม่น้ำเซที่ไหลลงโขง
แล้วเลียบโขงไปทางใต้ไปทางสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่มาจากอุบล
หรือจะเดินเลี้ยวซ้ายก่อนเพื่อเที่ยวที่โพนบกก็ได้
จะได้เข้าถึงชาวปากเซ รู้จักชาวปากเซมากขึ้น
ชาวปากเซน่ารักครับผมไปนั่งเล่นนั่งคุยมาหลายร้าน
หรือตามบ้านก็เข้าไปคุยด้วยมา
เที่ยวแบบผมดูแล้วการท่องเที่ยวที่ปากเซของคุณก็จะสนุกขึ้น
ปากเซมีตลาดเช้าที่ใหญ่มากคือ ตลาดดาวเรือง
มีกาแฟที่เข้าข้นที่สุดที่ผมเคยกินมาเป็น กาแฟดำปากเซ
ส่วนการเดินทางมาปากเซจากอุบลนั้นคลิกที่นี่
การเดินทางจากอุบลมาปากเซ อีกอย่างเรื่องอินเตอร์เน็ต wifi
เที่ยวเมืองไทยผมมักจะหาที่พักที่มี wifi เสมอ
แต่ที่ลาวไม่ต้องแล้ว เพราะสามารถใช้ 3G ได้เป็นส่วนใหญ่
อ่านเรื่อง 3G ลาวเพิ่มเติม
การเดินทางมาปากเซนอกจากทางรถยนต์จากอุบลแล้วสามารถนั่งเครื่องบินมาลงที่ปาดเซได้เลย
ที่นี่เขามีสนามบินครับ ที่ลาวเกือบทุกแขวงจะมีสนามบิน
เรื่องโรงแรมในปากเซมีให้เลือกหลายที่ราคาเริ่มต้นที่ 200
บาทต่อคืน เป็นห้องพัดลม ห้องแอร์ราคาเริ่ม 350 บาทต่อคืน
หากเป็นโรงแรมอยู่ข้างถนนใหญ่ราคาคืนละ 450 ขึ้นไป
หากเป็นโรงแรมแบบดีๆหน่อยใหญ่ก็คืนละ 700 บาทครับ
เรื่องอาหารการกินในปากเซหากเป็นร้านริมถนนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่แถวๆหน้าโรงแรมแสงอรุณราคาอยู่ที่จานละ
10 พันกีบ หากเป็นถนนเส้นหลักราคาก็แพงขึ้นเป็นจานละ 20 พันกีบครับ
ข้าวผัดกระเพราหากินไม่ยากที่ปากเซหลายร้านทำเป็นดังนั้นไม่ต้องกลัวอดครับ
Mr.Hotsia 2554 ปลายปี
*** ติดต่อรถตู้เที่ยวปราสาทวัดภู
ปากเซ จำปาสัก ได้ที่ +856 20 22 06 215
(กดจากมือถือได้เลย)
***
เแขวงจำปาสัก
///แขวงจำปาสักในอดีตมีนามว่าเขตแคว้นของนครกาละจำบากนาคะบูริสี
(จำปาศักดิ์) เป็นหนึ่งในจำนวนศูนย์กลางการรวบรวมศิลปะวัฒนะธรรม
การเมืองและเศรษฐกิจของลาวใต้แล้วในอดีตหลายๆ ร้อยปีที่ผ่านมา
เคยเป็นแคว้นลือชื่อทางโบราณของสมัยขอมมาแล้ว และเป็นดินแดนของอาณาจักร์ล้านช้างที่เต็มไปด้วยศิลปวัฒนธรรม
ที่เก่าแก่ อุดมสมบูรณ์ไม่น้อยหน้าแขวงอื่นๆ
ไม่ว่าในอดีตจนถึงปัจจุบันก็ยังรักษาอารยธรรมอันงดงามที่เป็นเอกลักษณ์ไว้อย่างสมบูรณ์และมั่งมีแขวงจำปาสักมีเนื้อที่
15,415 ตาราง-กิโลเมตร มีพลเมือง 465,000 คน ประกอบด้วย 10 เมือง คือ
เมืองปากเซ, เมืองชนะสมบูรณ์,เมืองบาเจียงเจริญสุข, เมืองปากช่อง,
เมืองปทุมพร,เมืองโพนทอง, เมืองจำปาสัก, เมืองสุขุมา,เมืองมูลละปาโมก,
เมืองโขงมีดินแดนติดกับแขวงสาละวัน.แขวงอัดตะปือและประเทศไทย
แผนที่แขวงจำปาสัก
แขวงจำปาสัก : "อดีตราชธานีแห่งลาวใต้"
|
สถานที่ตั้ง :
อยู่ติดกับจังหวัดอุบลราชธานี
เมืองหลวง :
เมืองปากเซ
ในบรรดาแขวงต่างๆ ของลาวตอนใต้ต้องยกให้แขวงจำปาสัก
เป็นแขวงที่รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
เพราะภูมิศาสตร์ของแขวงนี้มีสภาพที่หลากหลาย
ทั้งป่าใหญ่บนที่สูง และที่ราบลุ่มริมน้ำโขง
เป็นแขวงที่มีแม่น้ำโขงไหลผ่านกลางแขวง
อยู่ติดกับพรมแดนไทยที่ช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี
สามารถนำรถเข้าไปเที่ยวได้สะดวกหรือจะใช้บริการแพ็กเก็จทัวร์ก็ได้
เมืองของแขวงจำปาสักคือ ปากเซ
อยู่ห่างจากช่องเม็กเพียง 42 กิโลเมตร
แขวงจำปาสัก
มีอาณาเขตทางทิศตะวันตกติดกับชายแดนประเทศไทยทางด่านช่องเม็ก
อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี
ทิศใต้ติดต่อกับเขตจังหวัดกัมปงทมของประเทศกัมพูชา
มีพื้นที่ประมาณ 15,415 ตารางกิโลเมตร
ประกอบด้วยเมืองต่างๆ คือ เมืองปากเซ ชนะสมบูรณ์
ปากช่อง ประทุมพร สุขุมา จำปาสัก โพนทอง เมืองโขง มุลละปาโมก
ในอดีตแขวงจำปาสักมีชื่อเรียกว่า
เขตแคว้นของนครกาละจำบากนาคะบูริสี
เป็นศูนย์รวมของศิลปวัฒนธรรม การเมือง
เศรษฐกิจของประเทศลาวตอนใต้
แต่ภายหลังที่ฝรั่งเศสเจ้าอาณานิคมตั้งเมืองปากเซขึ้นเป็นเมืองหลวงในปี
พ.ศ. 2448
เมืองจำปาสักซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของแขวงจำปาสักจึงถูกลดระดับความสำคัญลงไป
แขวงจำปาสัก ปรากฏชื่อในพงศาวดารเขมรว่า สะมะพูปุระ
เมื่ออาณาจักรฟูนันเสื่มอำนาจ
คนลาวได้ย้ายถิ่นเข้ามาสร้างบ้านเรือนกลายเป็นเมืองใหม่นามว่า
จำปานะคะบุลีสีหรือจำปานคร
ถึงรัชสมัยพระเจ้าฟ้างุ้มได้ทรงรวบรวมเมืองต่างๆของลาวเข้ามาเป็นอาณาจักรเดียวกันชื่อว่าล้านช้าง
เป็นอาณาจักรที่รุ่งเรืองในทุกด้าน
มีเมืองหลวงอยู่ที่หลวงพระบาง
แต่เมื่อพระเจ้าฟ้างุ้มสิ้นพระชนม์
อาณาจักรล้านช้างเริ่มตกต่ำลงเพราะสงครามแย่งชิงอำนาจและการก่อกบฏต่างๆนานนับร้อยปี
จนถึง พ.ศ. 2063 พระเจ้าโพธิสารราชเจ้าขึ้นครองราชย์และรวบรวมแผ่นดินขึ้นใหม่
และได้ย้ายเมืองหลวงของอาณาจักรล้านช้าง
มาอยู่ที่เวียงจันทน์เพื่อให้ไกลจากการรุกรานของสยาม
อาณาจักรล้านช้างเจริญมาได้ 200 ปีเศษก็เริ่มอ่อนแอ
แตกออกเป็น 3 ฝ่าย คือ อาณาจักรหลวงพระบาง
อาณาจักรเวียงจันทน์ และอาณาจักรจำปาสัก
ซึ่งตรงกับสมัยกรุงธนบุรี
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชระแวงว่าลาวจะร่วมมือกับพม่ายกทัพมาตีไทย
จึงโปรดให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (รัชกาลที่ 1)
ยกทัพไปตีลาวทั้ง 3 อาณาจักร ตกเป็นของไทยนาน 114
ปีจนถึงปี พ.ศ. 2436 ไทยต้องยกลาวให้กับฝรั่งเศส
แต่ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝรั่งเศสเริ่มอ่อนแอ
ญี่ปุ่นได้เข้ามาปกครองแทน
แต่ภายหลังสิ้นสงครามโลกญี่ปุ่นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
ฝรั่งเศสได้กลับมาปกครองลาวอีกครั้งหนึ่ง จนถึงปี พ.ศ.
2497 ฝรั่งเศสแพ้สงครามโลกที่เดียนเบียนฟู
ลาวได้รับเอกราชอย่างสมบูรณ์
แต่กลับถูกสหรัฐอเมริกาเข้าแทรกแซงทางการเมืองและการทหาร
กลุ่มลาวรักชาติจึงได้ร่วมกันต่อสู้จนสหรัฐอเมริกาล่าถอย
ลาวได้เปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์
ยกเลิกสถาบันเจ้าชีวิตหรือสถาบันกษัตริย์
โดยเจ้าชีวิตองค์สุดท้ายแห่งราชอาณาจักรจำปาสักคือเจ้าบุญอุ้ม
แหล่งท่องเที่ยว
กิจกรรมท่องเที่ยวแขวงจำปาสักมีหลากหลายและน่าสนใจ
หากชอบประวัติศาสตร์ก็ไปที่ปราสาทหินวัดพู
มรดกโลกที่เมืองจำปาสัก
ถ้าชอบธรรมชาติก็ไปดูความยิ่งใหญ่ของน้ำตกหลี่ผี
น้ำตกคอนพะเพ็งซึ่งอยู่ทางตอนใต้ หรือน้ำตกตาดฟาน
น้ำตกตาดเยือง น้ำตกตาดผาส้วม ซึ่งอยู่ที่ปากช่อง
สถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองปากเซ
วังเจ้าบุญอุ้ม :
ตั้งอยู่ห่างจากเมืองปากเซไปทางทิศตะวันออกบนทางหลวงหมายเลข
13 ระยะทางประมาณ 500 เมตร
ในอดีตวังเจ้าบุญอุ้มเคยใช้เป็นที่ประทับของเจ้าบุญอุ้ม
ณ จำปาสัก
เจ้าผู้ครองนครองค์สุดท้ายก่อนที่จะเกิดการปลดปล่อยหรือเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศเป็นระบอบสังคมนิยมในปี
พ.ศ. 2518
ทำให้พระราชวังแห่งนี้ตกอยู่ในการดูแลของรัฐบาลลาว
เจ้าบุญอุ้มเคยเป็นนายกรัฐมนตรีของลาวในปี พ.ศ. 2503
2505
ต่อมาภายหลังต้องเสด็จลี้ภัยทางการเมืองไปประทับที่ฝรั่งเศสในปี
พ.ศ. 2517 และสิ้นพระชนม์ที่กรุงปารีสในปี พ.ศ. 2521
พระราชวังเริ่มสร้างในปี พ.ศ. 2511
แต่สร้างเสร็จหลังการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี
พ.ศ. 2518
ทำให้เจ้าบุญอุ้มไม่มีโอกาสได้ครองพระราชวังหลังใหม่
ซึ่งถูกสร้างขึ้นอย่างงดงามเหนือลำน้ำเซโดน
ตั้งอยู่เนินสูงใจกลางเมืองปากเซ
ตัวพระราชวังเป็นตึกก่ออิฐถือปูนขนาดใหญ่สูง 6 ชั้น
ได้รับอิทธิพลจากประเทศฝรั่งเศส
สร้างโดยไม่มีการตอกเสาเข็ม
แต่ใช้เสาจำนวนมากในการรับน้ำหนัก
ภายในพระราชวังมีประตูหน้าต่างรวมกันกว่า 1,900 บาน
ประตูหน้าต่างเหล่านี้ก่อสร้างและตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม
จนได้รับการขนานนามว่า ศาลาพันห้อง
ตัวพระราชวังหันหน้าไปทางแม่น้ำโขง
ด้านหลังอยู่ติดแม่น้ำเซโดน
พระราชวังแห่งนี้
ทางรัฐบาลลาวใช้เป็นที่จัดประชุมพรรคและเป็นที่พำนักของแขกบ้านแขกเมืองมาจนถึง
พ.ศ. 2538
ปัจจุบันพระราชวังได้รับการตกแต่งใหม่และเปิดเป็นโรงแรมที่ดีที่สุดในเมืองปากเซ
ชื่อว่า โรงแรมจำปาสัก พาเลซ โดย ดร.ปองศักดิ์
ว่องพาณิชเจริญ ชาวจังหวัดศรีสะเกษ
เป็นผู้บูรณะปรับปรุงใหม่ แผนของโรงแรมเป็นรูปตัว E
ห้องล็อบบี้กรุด้วยไม้และแกะสลัก
ห้องประชุมตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นรูปลาวลุ่มกับชาวเขาเผ่าต่างๆ
สำหรับชั้นที่ 6
เป็นชั้นบนสุดที่มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบเมืองปากเซ
สะพานมิตรภาพลาว ญี่ปุ่น ทอดตัวยาวข้ามแม่น้ำโขง
ตลอดจำสะพานเหล็กข้ามแม่น้ำเซโดนที่อยู่ติดด้านหลังของโรงแรมจำปาสัก
พาเลซ
และนับเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยงามที่สุดในเมืองปากเซ
วัดถ้ำไฟ :
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเซโดน ห่างจากโรงแรมจำปาสัก พาเลซ
มาทางทิศตะวันออกประมาณ 100 เมตร
วัดถ้ำไฟ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าวัดพระพุทธบาท
เนื่องจากภายในพระอุโบสถมีรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่
ถัดมาทางซ้ายเป็นหอแจก ลักษณะเป็นตัวอาคารทรงโรม
หลังคาลาดต่ำ
ชาวบ้านใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมในวันสำคัญทางศาสนา
จุดเด่นอยู่ตรงที่สิมตรงกลางหลังคารูปช้างสามเศียร
ซึ่งหมายถึงอาณาจักรทั้ง 3 ของลาว ได้แก่ หลวงพระบาง
เวียงจันทน์ และจำปาสัก
ตลาดเก่า :
ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง
ตรงข้ามศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเมืองปากเซ
แม้ว่าปัจจุบันจะมีการเปิดตลาดใหม่ขึ้นก่อนถึงสะพานมิตรภาพลาว
ญี่ปุ่น
แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ยังมานิยมจับจ่ายใช้สอยที่ตลาดเก่า
เพราะตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ชาวบ้านจะนำสินค้าพวกผ้าทอพื้นเมือง เครื่องอุปโภค
บริโภค ตลอดจนผักผลไม้มาวางขาย
ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้ามาจากไทย
นอกจากนี้บริเวณตลาดเก่ายังมีคิวรถโดยสาร VIP จากปากเซ
เวียงจันทน์ ให้บริการอีกด้วย ซึ่งจะออกเวลาประมาณ 2
ทุ่ม และจะมาถึงเวียงจันทน์ 6 โมงเช้า
วัดหลวง :
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเซโดน ทางทิศเหนือของตลาดเก่า
วัดหลวงสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2478
เป็นวัดเก่าแก่และมีความสำคัญในเมืองปากเซ
เพราะเป็นสถานที่เก็บอัฐิของราชวงศ์สายจำปาสักหลายพระองค์
รวมทั้งอัฐิของท่านกระต่าย โดนสะโสลิด
อดีตนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลฝ่ายอนุรักษ์นิยม
มีลักษณะเป็นสถูปเจดีย์เรียงรายโดยรอบวัด
จุดเด่นน่าชมอยู่ที่บานประตูและหน้าต่างของพระอุโบสถ
แกะสลักด้วยไม้ลวดลายสวยงาม
ถัดมาทางขวาของพระอุโบสถเป็นอาคารเก่าแก่
ซึ่งใช้เป็นหอสมุดและสำนักงานของครู
ส่วนด้านหลังเป็นอาคารไม้ 2 ชั้น
อยู่ติดกับแม่น้ำเซโดนใช้เป็นโรงเรียนสอนพุทธศาสนาสำหรับพระสงฆ์
สถานที่ท่องเที่ยวนอกเมืองปากเซ
เมืองจำปาสัก :
อยู่ถัดจากเมืองปากเซลงมาทางใต้ตามเส้นทางหลวงหมายเลข
13 ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร มาถึงท่าแพบ้านม่วง
เพื่อต่อแพขนานยนต์ข้ามฝั่งมายังเมืองจำปาสัก
ในอดีตเมืองจำปาสักแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นศูนย์กลางการปกครองของแขวงเป็นที่ประทับของพระราชวงศ์ในสมัยก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ปัจจุบันเหลือเพียงพระตำหนัก 2 หลัง
ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมือง คือ วังของเจ้าราชดนัย
(บิดาของเจ้าบุญอุ้ม)
เป็นตึกเก่าแก่สมัยอาณานิคมอยู่ตรงข้ามกับเรือนพักสุจิตรา
ส่วนวังเจ้าบุญอ้อม (น้องชายของเจ้าบุญอุ้ม)
เป็นตึกสีขาว 2 ชั้น
แต่เมืองฝรั่งเศสตั้งเมืองหลวงใหญ่อยู่ที่ปากเซ
จำปาสักจึงกลายเป็นเมืองริมน้ำโขงที่เงียบสงบ
มีที่ทำการฯ
เป็นศูนย์กลางตั้งอยู่บนถนนลาดยางสายเดียวในเมือง
ส่วนถนนสายอื่นๆโดยมาเป็นทางลูกรัง
สองข้างทางของถนนร่มรื่นไปด้วยทิวไม้น้อยใหญ่
ในเมืองจำปาสักมีวัดสำคัญประจำเมือง คือ วัดทุ่ง
เป็นวัดประจำราชวงศ์และใช้เป็นที่ฝังศพของเจ้านายหลายพระองค์
มีเกสต์เฮาส์ที่ดัดแปลงจากบ้านเรือนและร้านอาหารริมน้ำโขงบรรยากาศดีเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว
การเดินทาง
ถ้าต้องการเดินทางไปยังเมืองปากเซ แขวงจำปาสัก
ต้องเริ่มต้นที่ด่านพรมแดนช่องเม็ก อำเภอสิรินธร
จังหวัดอุบลราชธานี
อยู่ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีประมาณ 90 กิโลเมตร
ซึ่งเป็นประตูสู่เมืองปากเซแขวงจำปาสัก
จากนั้นมาตามทางหลวงหมายเลข 10 เป็นถนนลาดยาง
ระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร
จะถึงสะพานมิตรภาพลาว-ญี่ปุ่น
ข้ามแม่น้ำโขงมาเมืองปากเซ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1
ชั่วโมง
สำหรับการเดินทางจากพรมแดนช่องเม็กเข้าไปเมืองปากเซ
สามารถใช้บริการของสถานีขนส่งลาว
ที่อยู่ห่างจากด่านตรวจคนเข้าเมืองลาวระยะทาง 300 เมตร
มีทั้งรถโดยสารประจำทาง รถสองแถว วันละหลายเที่ยว
แต่ถ้ามีประมาณ 3-4 คน แนะนำให้ใช้บริการรถยนต์รับจ้าง
จะสะดวกและเร็วกว่า
จากชายแดนช่องเม็กในอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี
ผ่านด่านวังเต่า
ชายแดนลางที่ชาวบ้านจะนำสินค้ามาวางขาย
นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมแวะซื้อได้ตามสะดวก
จากนั้นมาตามทางหลวงหมายเลข 10
ซึ่งเป็นถนนลาดยางอย่างดี ระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร
ก็จะถึงสะพานมิตรภาพลาว ญี่ปุ่น มีความยาว 1,380
เมตร ข้ามแม่น้ำโขงมาถึงเมืองปากเซ
เมืองหลวงของแขวงจำปาสักซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3
ของลาว
สมัยนั้นฝรั่งเศสตั้งเมืองจำปาสักขึ้นมาเพื่อคานอำนาจเมืองจำปาสัก
(บ้านวัดทุ่ง)
ซึ่งมีประวัติความเป็นมาเก่าแก่ย้อนไปถึงยุคก่อนเข้ามาตั้งรกรากของขอมโบราณ
เมืองปากเซไม่มีอารยธรรมเก่าแก่เหมือนกับเมืองจำปาสัก
แต่กลับมีความหลากหลายของเชื้อชาติ ประเพณีและวัฒนธรรม
มีจำนวนประชากรประมาณ 70,000 คน
นอกจากชาวลาวแล้วยังมีชาวจีนและเวียดนามเข้ามาตั้งรกรากเป็นจำนวนมาก
บรรยากาศทั่วไปเมืองปากเซเงียบสงบเป็นธรรมชาติ
ชาวบ้านมีวิถีชีวิตเรียบง่าย
|
|
***
ขอขอบคุณข้อมูลส่วนหนึ่งจาก
www.oceansmile.com
(ส่วนหนึ่งผมเขียนเอง)
จำเป็นต้องขอทางเจ้าของก่อนนำไปใช้นะครับ
***
|
โรงแรมในปากเซ
ประเทศลาว 
|
|
โรงแรมในChampasak
ประเทศลาว 
|
|
|