|
ผมตื่นมาตอนเช้าด้วยความตื่นเต้นอยากจะเห็นพงสาลีว่าหน้าตาเป็นอย่างไร
หลังจากที่ฝนตกเมื่อคืนนี้เช้าน่าจะเป็นวันที่อากาศปรอดโปร่ง
ผมลุกขึ้นจากที่นอนชะโงกหน้าผ่านหน้าต่างไปดูหน้าที่พัก
พึ่งเข้าใจว่าที่พักผมก็อยู่บนเนินสูง มองเห็นบ้านชาวบ้านในหุบเขาด้านล่าง
เมืองพงสาลีเป็นหุบเขาที่ราบมีไม่กี่หลังคาเรือน
ภาพที่ท่านเห็นข้างบนนี้คือภาพที่ผมถ่ายจากทางเดินขึ้นพระธาตุภูฟ้า
จะเห็นว่าเป็นหุบเขาไม่กว้าง รอบรอบด้วยเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน
หากนึกภาพแผนที่อยู่ เมืองพงสาลีก็คือแหลมของประเทศลาว
ที่ยื่นเข้าไปในประเทศจีน ในแคว้นยูนานนั่นเอง
ผมจัดการเรื่องส่วนตัว
หยิบกล้องคู่ใจลงไปเดินเล่นด้านล่างทันที
เมืองพงสาลีเป็นเมืองเงียบกว่าที่ผมคิด ทีแรกเลยผมคิดว่าน่าจะคล้ายๆกับปาย
หรือแม่ฮ่องสอน พอมาเจอจริงๆ เมืองนี้เงียบกว่านั้นเยอะ
ไม่ค่อยมีรถยนต์วิ่งไปมา มีแต่ชาวเขาเดินมาตลาดบ้างแต่ไม่มาก
ขนาดที่พักผมอยู่ตรงคิวรถเล็กยังไม่ค่อยมีคนเลยครับ
ที่พักผมอยู่บนเนินเขาผมจึงเดินไปข้างล่าง
ชาวบ้านก็เริ่มออกไปทำสวนกันบ้างแล้ว แต่โดยรวมสงบ
ผมเดินสำรวจระยะหนึ่งพอจะได้ข้อมูลมาบ้างดังนี้
พงสาลีมีร้านกาแฟ 2
ร้าน ในบนถนนเส้นหลักก่อนถึงที่พักผม 1
ร้าน ร้านนี้ขายเฝอและกาแฟ อีกร้านอยู่แถวๆบริเวณบ้านเก่า
พงสาลีไม่มีร้านอาหารตามสั่งแบบบ้านเรา
ร้านที่พอจะมีข้าวให้กินคือร้านอาหารจีน มีสองร้าน
ถามชาวบ้านที่นั่นก็รู้หมดว่าอยู่ตรงไหน
เจ้าของร้านอาหารจีนสามารถพูดลาวได้ ราคาอาหารจัดว่าถูกกว่าอุดมไชย
และหลวงน้ำทา แน่นอนถูกกว่าหลวงพระบางมากครับ
พงสาลีมีตลาดสดเปิดตั้งแต่เช้า
ตลาดไม่ค่อยคึกคักนัก เพราะที่ลาวเวียดนามหากเป็นเมืองในหุบเขาแบบนี้
เขาจะมีการนัดกันว่าเดือนหนึ่งจะมีตลาดนัดกันวันไหน
และชาวเขาเผ่าต่างๆก็จะมาเดินซื้อของที่จำเป็นในวันนั้น
เพราะการลงจากเขาสูงๆต้องใช้เวลาเป็นวันๆ ไม่ได้ไปมาได้สะดวกเหมือนพื้นราบ
ยกตัวอย่างตลาดบักห่าของเวียดนามก็มีเดือนละสองครั้งเท่านั้น
ผมเริ่มด้วยการจิบกาแฟลาว
และก็ไปเดินเล่นตลาดสดยามเช้า ตลาดตลาดนี้มีผักและไก่หมูขาย
ในส่วนกลางแจ้งที่ชาวบ้านเอาของมาขาย ก็เห็นตุ่นตัวโตๆผูกไว้ขาย
มีกบตัวเขียวๆหน้าตาแปลก ที่ตลาดจะมีร้านขายเฝออยู่สามร้าน เฝอจะมีสองแบบคือเฝอเนื้อสดกับเฝอเนื้อต้ม
ที่เขานิยมกันคือเฝอเนื้อสด อย่างเฝอร้านมิกห้วยทรายที่ผมกินก็เฝอเนื้อสดครับ
หลังจากเดินตลาดยามเช้าเสร็จก็พักไปกินเฝอ
คุยกับชาวลาวที่มากินเฝอเช่นกัน
หลังจากนั้นผมก็ไปเดินหาซื้อหมวกใหม่ที่ตลาดด้านบนที่พักที่ผมพัก
จะเป็นตลาดเสื้อผ้าของใช้ ผมได้หมวกถูกใจมาใบหนึ่ง
เป็นหมวกของทหารลาวเขาใช้กัน ราคาใบละ 80
บาท
เอาไว้ใส่ไปขึ้นพระธาตุภูฟ้าวันนี้
ที่พงสาลีมีคนอยู่หลายชนเผ่า
ที่ตัวเมืองมีคนจีนฮ่ออยู่หลายหลังคาเรือน ที่พงสาลีนี้ยังมี
"ฮ่อตีนน้อย"
ที่เขาจะมีเท้าเล็กๆ เพราะเป็นประเพณีของเขาในอดีต
ซึ่งปัจจุบันเหลือไม่กี่คนแล้วในโลกนี้
หากจะไปดูต้องเช่ารถออกไปอีกหลายสิบกิโล ผมไม่ได้ไปดูในทริปนี้ แต่ตั้งใจทริปหน้าจะไปให้ได้
ผมได้ดูจากแผนที่ถึงตำแหน่งที่ตั้งของเมืองพงสาลี
พบว่าเมืองพงสาลีนี้ตั้งอยู่ในแนวเส้นรุ้ง(ละติจูด)
เดี่ยวกับฮ่องกง ถือว่าอยู่สูงกว่าหลายเมืองของประเทศจีน
ประกอบกับเมืองพงสาลีโอบล้อมด้วบขุนขาและป่าไม้ที่ยังคงไม่อยู่มาก
ทำให้พงสาลีอากาศเย็นสบายทั้งปี ผมได้คุยกับชาวบ้านที่นั่นเขาบอกว่า
ขนาดในช่วงปีใหม่ของเขา(วันสงกรานต์เทศกาลน้ำกลางเดือนเมษายน)
อากาศยังเย็นสบายถึงต้องใส่เสื้อแจ๊คเกตเลยครับ
การมาเที่ยงพงสาลีหรือหลายๆโดยรูปแบบการเที่ยวแบบอิสระแบบผมนี้
ไม่จำเป็นต้องจองที่พักเกสต์เฮ้าท์หรือโรงแรมที่พัก เราสามารถ
walk in
เข้าไปได้เลย ที่พักเพียงพอกับนักท่องเที่ยว
เวลาหาที่พักให้สำรวจดูมากกว่าหนึ่งที่เปรียบเทียบราคากัน
ที่พงสาลีมีที่พักนับสิบแห่งไม่ต้องกลัวไม่มีที่พัก Confirm
ครับ เว้นแต่ว่าต้องการพักโรงแรมที่ค่อนข้างสบายสวยๆ
อย่างในหลวงพระบางหรือเวียงจันทน์
ก็สามารถจองโรงแรมราคาถูกที่ผมมีบริการให้ด้านบนของเมนูครับ
หลังจากกินกาแฟแล้วเดินตลาดเช้า กินเฝอ
ผมก็เริ่มเดินเล่นไปตามบ้านคนที่อยู่ในเมือง
ผมเดินไปเจอบ้านหนึ่งเป็นผัวเมียอายุประมาณ
5-60 ปี
กำลังนั่งกินข้าวเช้ากันอยู่ เขายิ้มให้ผมและชวนกินข้าว
ซึ่งถือเป็นมิตรไมตรีพื้นฐานที่คนลาวหรือคนไทยก็ทำเหมือนกัน
ผมจึงเข้าไปนั่งคุยกับเขา คุยไปคุยมาถึงรูปว่า ชายคนนี้คือพ่อเฒ่าภูฟ้า
เขาผู้นี้จะเดินขึ้นเดินลงภูฟ้าทุกวันเพื่อไปดูแลภูฟ้า
และแล้วเขาก็ตักข้าวให้ผมลองชิมอาหารพงสาลีดูบ้าง อิอิ
ผมก็ลองชิมดู อร่อยอีกแล้วเลยนัดเขาว่าเย็นนี้ผมจะมาทานข้าวด้วย
จะซื้ออาหารมาทำให้เขากินบ้างครับ
ภูฟ้าคืออะไร พระธาตุภูฟ้าเป้นอย่างไร
ทำไมนักท่องเที่ยวที่มาพงสาลีต้องขึ้นภูฟ้ากันทุกคน
คนลาวเองที่อยู่ที่นี่ก็ขึ้นกันทั้งนั้น ทริปหน้าผมจะพาเที่ยวภูฟ้า
ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,626
เมตรมีอะไรดีๆรออยู่แน่นอน ครับ ...Mr.Hotsia พ.ค.2553
ข้อมูลจำเพาะของพงสาลี
สถานที่ตั้ง :
อยู่ติดชายแดนจีน+เวียดนามเหนือ
อยู่เหนือสุดของประเทศลาว
เมืองหลวง :
เมืองพงสาลี
พงสาลี :
หากมองในแผนที่
พงสาลีเป็นดินแดนของลาวที่ติดกับพรมแดนของประเทศจีนและเวียดนาม
ทำให้กลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีการเข้ามายึดครองจากหัวเมืองใหญ่ทั้งหลายในอดีต
ในปัจจุบันพงสาลีเป็นเมืองหลวงของแขวง มีประชากร
167,181 คน ตัวเมืองตั้งอยู่บนภูเขาสูง 1,400 เมตร
ในเขตเขาภูฟ้า ทำให้อากาศเย็นสบายตลอดปี
และเนื่องจากตั้งอยู่ในชัยภูมิอันเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ
คืออยู่ตรงกึ่งกลางระหว่างจีนกับเวียดนาม
ฝรั่งเศสจึงให้ความสำคัญกับพื้นที่แถบนี้มากถึงขนาดสั่งการให้ตั้งค่ายกองทหารรักษาการณ์ขึ้น
ดังมีร่องรอยของสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสปรากฎให้เห็นตามซอยต่างๆ
แม้จะถูกอาคารพาณิชย์ของจีนที่เน้นประโยชน์ใช้สอยบดบังไปส่วนใหญ่
ตามบันทึกกล่าวไว้ว่าในอดีตพงสาลีมีฐานะเป็นหนึ่งในเมืองของพวกไทลื้อในแคว้นสิบสองปันนาของจีน
แต่ฝรั่งเศสได้แย่งมาจากจีนในสนธิสัญญาที่ทำขึ้นเมื่อ
พ.ศ. 2438 ต่อมาเมื่อตกมาเป็นของลาว
จึงกลายเป็นแขวงที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติมาที่สุดแขวงหนึ่ง
มีทั้งม้ง อาข่า เย้า ชาวไท เผ่าต่างๆ
รวมถึงชาวต่างด้าวเวียดนามกับจีน
เนื่องจากรัฐบาลลาวมีนโยบายที่จะสร้าง
เอกภาพในความหลากหลาย จึงได้รวมชนกลุ่มน้อยถึง 23 เผ่า
เข้าด้วยกัน
สถานที่ท่องเที่ยว
พิพิธภัณฑ์ชนเผ่า :
ภายในจัดแสดงเครื่องแต่งกาย เครื่องใช้
และเครื่องประดับ ของชนเผ่าต่างๆไว้ให้ชม
ตลาดเช้า :
จะมีสินค้าและของกินพื้นเมืองให้ชิมกันมากมาย
ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส
ส่วนใหญ่จะเป็นชาวพูน้อยและจีนเป็นหลัก
ยอดภูฟ้า :
ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระธาตุภูฟ้า ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ
40 นาที เป็นจุดที่สามารถมองเห็นเมืองพงสาลีได้รอบ
ถ้ามาช่วงฤดูหนาวจะเห็นสายหมอกที่ปกคลุมเมืองพงสาลีได้อย่างสวยงาม
ปัจจุบันนักท่องเที่ยวยังมาเที่ยวที่เมืองพงสาลีไม่มากนัก
มีที่พักและร้านอาหารให้พอเลือกได้ ทั้งแบบเกสต์เฮาท์และโรงแรม
ราคาไม่แพงมาก |






|