X




www.hotsia.com > ประเทศลาว> แขวงเชียงขวาง


เมืองระเบิดเชียงขวาง

หลายๆบทความเรื่องเกี่ยวกับการทิ้งระเบิดของอเมริกาในประเทศลาวช่วงสงครามอินโดจีน บรรยายได้รันทดใจผู้อ่านยิ่งนักอ่านแล้วน้ำตาซึมกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ระเบิดนับล้านๆตัน มรดกตกทอดสู่คนลาวทั้งประเทศคนลาวแต่ละคนจะได้รับเป็นระเบิดหนักคนละหนึ่งตันหรือพันกิโลกรัม เรื่องราวของสงครามในลาวและเรื่องราวของการทำงานกู้ระเบิดของ UXO ผมได้นำมาลงให้ไว้ด้านล่างนี้แล้ว ต้องขอขอบคุณผู้เขียนคือคุณทรงฤทธิ์ โพนเงิน จากเนชั่นมา ณ. ที่นี้

สำหรับ Hotsia.com เราจะนำเสนอไม่ให้ท่านเครียดเรื่องระเบิดเกินไปนัก เพราะเรื่องมันก็ผ่านมานานพอสมควรแล้วลาวเองก็เปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวหลายปี เรามามองในมุมของนักท่องเที่ยว เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ดีๆจากเมืองเชียงขวางกันดีกว่า

เมืองเชียงขวางเป็นเมืองทางเหนือของลาวติดกับเวียดนาม ด้านบนติดกับซำเหนือ ที่ซำเหนือมีเมืองเวียงไชย ซึ่งเป็นที่มั่นของผู้นำกองทัพลาว ทำให้แขวงเชียงขวางเป็นแขวงหนึ่งที่โดนทิ้งระเบิดแบบปูพรมแทบทุกตารางเมตร ระเบิดจำนวน 3 ล้านตันถูกทิ้งลงจากฟ้าทุกๆ 5 นาที ประเทศไทยเองก็ถูกใช้เป็นฐานของเครื่องบินอเมริกาที่นำระเบิดไปทิ้งที่ลาวและเวียดนามด้วย

เมืองระเบิดเชียงขวาง
เมืองระเบิดเชียงขวาง

เมืองระเบิดเชียงขวาง
โชว์ระเบิดในที่พัก

ระเบิดที่ไม่ระเบิดก็ยังมีอยู่จำนวนมาก ตามป่าเขาหรือท้องนาก็ยังพบกันทุกวัน มีหน่วยงานสากลที่ทำหน้าที่ตรงนี้เรียกชื่อกันว่า UXO ผมเองได้มีโอกาสไปคุยกับชาวบ้านที่ทำงานให้กับ UXO เขาได้เงินเดือนๆละ 4,000 บาท ในแต่ละวันเขาจะออกไปตรวจหาระเบิดและก็จะได้ทุกวัน หาระเบิดในลาวนี่ง่ายกว่าหาปลากินเสียอีก เรื่องการหาระเบิดผมจะยกไปเขียนอีกเรื่องนึงว่าเขาทำกันอย่างไร

เป็นที่รู้กันดีกว่าใครมาที่เชียงขวางนั้นห้ามเดินเข้าเขตที่ UXO เขายังไม่ได้กำหนดให้เป็นเขตปลอดระเบิดเป็นอันขาด เพราะท่านอาจเหยียบเข้ากับระเบิดได้ง่ายๆ ท่านที่เคยไปทุ่งไหหินคงจะนึกภาพออกว่า UXO เขามีป้ายประกาศว่าสถานที่บริเวณทุ่งไหหินนั้นปลอดจากระเบิดแล้ว ส่วนบริเวณอื่นๆที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยนั้นยังอันตรายอยู่ ใครไปเที่ยวเชียงขวางอย่าได้เดินนอกเส้นทางเด็ดขาด

ก่อนหน้าที่หน่วยงาน UXO จะเข้ามานั้นชาวบ้านก็พบเจอกับระเบิดและก็ด้วยความไม่รู้เอาเลื่อยไปเลื่อย หรือไปเผาทำลาย บาดเจ็บล้มตายแขนขาขาดกันไปหลายคน ส่วนที่รอดมาได้ก็จะได้มรดกตกทอดที่เป็นระเบิดมาตกแต่งบ้าน ร้านอาหารที่พักอาศัย มีการนำซากระเบิดไปทำเสาบ้านพัก ทำโรงวัว ประดับตกแต่งเพื่อความสวยงาม หรือเก็บเข้าตู้โชว์ก็เยอะ หรือแม้แต่เอาไปทำเป็นเรือก็เหมาะ (ดูเรือระเบิด)เพราะซากระเบิดเหล่านี้ทนทานกว่าไม้และเหล็กธรรมดาๆ

หากพูดถึงจิตใจคนลาวช่วงที่เขาถูกทิ้งระเบิดแล้วช่างรันทดใจ ชาวบ้านต้องโกหกลูกไปว่า "เขาทิ้งระเบิดเพื่อฆ่ากวาง ฆ่าสัตว์จะได้มีมาให้กินในแต่ละวัน" เด็กๆจะรู้ว่าเป็นเรื่องปกติต้องมีเสียงระเบิด ถ้าไม่มีสิแปลก ไม่มีเสียงระเบิดแล้วจะกินอะไรกัน? แม่ต้องโกหกลูกไปวันๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสงครามจบแต่ซากระเบิดมันยังคงอยู่ทำให้เตือนความจำคนลาวตรงนี้ทุกครั้งที่เห็นซากระเบิด

สำหรับคนไทยนั้นชาวลาวรู้อยู่เต็มอกว่าประเทศไทยเองก็เป็นสถานที่ที่อเมริกาใช้เป็นฐานบินทิ้งระเบิดแต่ด้วยความเป็นบ้านพี่เมืองน้อง ก็หาได้โกรธแค้นคนไทยไม่ ชาวลาวส่วนหนึ่งจะรู้สึกไม่ดีนักกับชาติที่ทำกับเขา(อเมริกา) เพื่อนชาวลาวบางคนบอกกับผมว่าเขาไม่คุยด้วยกับชาวอเมริกาเลย แถมยังไม่มองและไม่สนใจด้วย นักท่องเที่ยวชาวอเมริกาในลาวเองก็ไม่ค่อยมีนักถึงมีก็บอกว่ามาจากยุโรป นักท่องเที่ยวอเมริกาเองก็รู้และไม่ค่อยไปเที่ยวลาวและเวียดนามกัน เราคนไทยต้องรู้ตรงนี้ไว้สักนิด เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันเวลาไปเที่ยวจะได้เขาใจเขาเข้าใจเรา ไม่ไปพูดอะไรที่สะกิดใจกัน โดยเฉพาะแขวงที่ติดกับเวียดนามเหนือและเวียดนามเหนือ หากไปเที่ยวต้องเข้าใจตรงนี้ดีๆ (เวียดนามเหนืออยู่ฝ่ายจีน-โซเวียต เวียดนามใต้อยู่ฝ่ายอเมริกา)

เอาล่ะครับหมดเรื่องเครียดกันเสียทีมาดูเชียงขวางวันนี้กันดีกว่า เมื่อผมเดินทางมาถึงเชียงขวาง ก็มีรถของที่พักไปติดต่อและรับมาพักด้วยที่พักที่นี่ราคาไม่กี่ร้อยบาทถือว่าถูก เมืองเชียงขวางมีอินเตอร์เน็ตให้ใช้ มีไฟฟ้า ประปา แต่น้ำประปาบางโรงแรมที่พักอาจไหลอ่อยๆช่วงกลางคืนทางที่ดีอาบน้ำตอนเย็นๆ เซฟกว่า เมืองเชียงขวางมีร้านขายอาหารตามสั่งไม่กี่ร้าน ที่ผมเห็นนักท่องเที่ยวไปนั่งกินกันก็แค่ร้านเดียวราคาอาหารที่นี่ไม่แพงเท่าหลวงพระบาง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะซื้อทัวร์มาจากหลวงพระบาง นอนเชียงขวางหนึ่งคืน ไปทุ่งไหหินแล้วกลับ

เชียงขวางเป็นชื่อแขวง เมืองที่คนไปพักกันเรียกว่าเมืองแปก ส่วนโพนสวรรค์เป็นชื่อเมืองเก่าอีกเมืองก่อนที่จะมาอยู่ที่เมืองแปก หากถามท่ารถที่หลวงพระบางจะมาทุ่งไหหินเชียงขวางต้องถามว่ารถไปโพนสวรรค์มีไหม? เมื่อมาถึงโพนสวรรค์จริงๆก็คือเมืองแปก(ต้นสน) แขวงเชียงขวาง จะมีทัวร์ขายไปเที่ยวทุ่งไหหินราคาคนละประมาณ 500 บาท แบบแชร์กันไปเป็นกลุ่มๆละ 7 คน

เมืองแปกหรือเชียงขวาง ตามร้านอาหาร ที่พัก บ้านคนจะถูกประดับด้วยลูกระเบิดดูสวยงามแปลกตามาก โรงแรมที่ผมไปพักอยู่ตรงข้ามคิวรถเล็ก โรงแรมนี้ผมว่ามีระเบิดมากกว่าโรงแรมอื่นๆ ตั้งแต่หน้าโรงแรม ด้านใน ตู้โชว์ ด้านบน ระเบียง นอกจากระเบิดยังมีปืนกล กระสุนปืน และของที่ใช้ในสงครามหลายชนิด

ระเบิดที่เห็นในรูปจะเป็นเปลือกของระเบิด หรือเรียกว่ารางระเบิด ด้านในจะมีลูกระเบิดกลมเล็กอีกหลายลูก ช่วงที่เดินทางไปทุ่งไหหิน ไกด์พาเที่ยวได้พาไปบ้านชาวบ้านที่เอารางระเบิดมาทำเสาบ้าน เสาโรงวัว นอกจากเที่ยวชมเมืองระเบิดแล้วยังได้ไปชมซากรถถังอีกด้วย รถถังคันนี้จอดตากแดดตากฝนอยู่ข้างถนนไม่มีใครไปสนใจ แต่ได้ทราบมาว่าเขากำลังจะสร้างเป็น พิพิธภัณฑ์สงคราม เพื่อนำของเกี่ยวกับสงครามทั้งหมดไปรักษาไว้ที่นั่น

มาเชียงขวางมาชมเมืองระเบิด แค่ได้มาเดินเล่นชมลูกระเบิดตามท้องถนนก็คุ้มแล้ว เพราะหาดูที่ไหนไม่ได้ง่ายๆ หากจะรอให้เกิดสงครามอีกครั้งไม่ว่าที่ไหนก็จะไม่เห็นซากมรดกระเบิดแบบนี้อีกแน่นอน เพราะเทคโนโลยีเรื่องระเบิดและสงครามไปไกลมากนัก มาเชียงขวางนอกจากเที่ยวชมระเบิดยังได้เที่ยวทุ่งไหหินอีกด้วย ....Mr.Hotsia พ.ค. 53

หากจะพักและเที่ยวทุ่งไหหิน mr.hotsia แนะนำโรงแรมครับ
 


ระเบิดชุดนี้อยู่หน้าที่พักของผมเองเป็นชุดใหญ่หลายลูก

ข้อมูลเรื่องสงครามที่เกิดในอินโดจีนจากวิกิ

สงครามอินโดจีนครั้งที่ 2 (ฝั่งตะวันตกเรียกว่าสงครามเวียดนาม ในเวียดนามเรียกว่าสงครามอเมริกา) ที่เริ่มขึ้นเมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลเวียดนามใต้ที่สนับสนุนโดยสหรัฐกับฝ่ายเหนือ ทั้งกองกำลังของเวียดกงและกองทัพเวียดนามเหนือปัจจุบันกลายเป็นกองทัพประชาชนเวียดนาม มันเริ่มขึ้นในปลายทศวรรษที่ 1950 และจบลงในปี ค.ศ. 1975 สหรัฐที่สนับสนุนฝรั่งเศสในสงครามครั้งแรกได้เข้าสนับสนุนรัฐบาลเวียดนามใต้เพื่อต่อกรกับเวียดกงและเวียดนามเหนือที่เป็นคอมมิวนิสต์ ฝ่ายเหนือได้รับการสนับสนุนทางทหารและเงินจากจีนและสหภาพโซเวียต การต่อสู้ยังเกิดขึ้นในกัมพูชาระหว่างกองทัพที่สหรัฐสนับสนุนกับฝ่ายเขมรแดงที่เป็นคอมมิวนิสต์ (รู้จักกันในชื่อสงครามกลางเมืองกัมพูชา) และในลาวก็มีการต่อสู้ระหว่างรัฐบาลที่สหรัฐสนับสนุน กองทัพประชาชนเวียดนาม และขบวนการปะเทดลาวที่เป็นคอมมิวนิสต์ (รู้จักกันในชื่อสงครามกลางเมืองลาว)

สงครามอินโดจีนครั้งที่ 2 หรือรู้จักกันในชื่อสงครามเวียดนาม เป็นความสำเร็จของกองทัพประชาชนเวียดนามที่เป็นคอมมิวนิสต์และเวียดกงในการต่อสู้กับทหารของสหรัฐและกองทัพสาธารณรัฐเวียดนามที่สนับสนุนโดยสหรัฐ เนื่องมาจากว่ามันไม่มีการประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ จึงมีการไม่เห็นด้วยอย่างมากเมื่อสงครามเริ่มขึ้น แต่สองเหตุการณ์ที่ัมักอ้างอิงถึงคือการมาถึงครั้งแรกของที่ปรึกษาสหรัฐในเวียดนามใต้เมื่อปี 1955 และทำการประกาศการมีส่วนเกี่ยวข้องของสหรัฐในปี 1964 ในสงครามชาวเวียดนามเหนือขนส่งเสบียงของพวกเขาผ่านทางทางรถไฟโฮ จิ มินห์ ซึ่งวิ่งผ่านลาวและกัมพูชา ผลที่ตามมาคือบริเวณพื่นที่เหล่านี้ที่ติดกับชายแดนเวียดนามจะมีการต่อสู้กันอย่างหนัก

สำหรับสหรัฐเป้าหมายทางการเมืองและการรบนั้นเป็นสิ่งที่ยังไม่ชัดเจน ความสำเร็จและการนำเนินการนั้นแย่และการที่ได้รับความสูญเสียอย่างมากทำให้ประชาชนในอเมริกาไม่พอใจกับสงครามครั้งนี้นัก ข่าวของสหรัฐรายงานแนวโจมตีเท็ท (Tet offensive) ในปี 1968 โดยเฉพาะจากซีบีเอส มันถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีนักในการจบสงคราม แม้ว่าแนวโจมตีเท็ทปี 1968 นั้นจะส่งผลให้เกิดชัยชนะของเวียดนามใต้และสหรัฐ พร้อมกับการทำลายความสามารถในการต่อสู้ของกองกำลังเวียดกงอย่างมาก มันกลับเป็นการที่ผู้ออกเสียงในอเมริกันหันไปอยู่ฝ่ายตรงกันข้ามกับพวกที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์

สหรัฐเริ่มถอนทหารออกจากเวียดนามในปี 1970 โดยมีทหารกลุ่มสุดท้ายออกจากประเทศเมื่อเดือนมกราคม ค.ศ. 1973 ฝรั่งเศสทำการหยุดยิงและห้ามไม่ให้เวียดนามเหนือสงทหารเข้ามาในเวียดนามใต้อีก แม้ว่าเวียดนามเหนือจะได้รับอนุญาตให้ครอบครองเมืองของเวียดนามใต้ที่อยู่ตรมแนวโจมตีตะวันออกได้

ฝ่
ายเวียดนามใต้ไม่เคยมีแนวโน้มที่จะทำตามข้อตกลง การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปตั้งแต่ค.ศ. 1973-1974 ในขณะที่เวียดนามเหนือวางแผนที่จะเข้าโจมตีครั้งใหญ่โดยจะเริ่มในค.ศ. 1976 กองทัพเวียดนามเหนือในเวียดนามใต้ได้รับความเสียหายในการโจมตีทางฝั่งตะวันออกเมื่อค.ศ. 1973 และมันแสดงให้เห็นว่าพวกเขายังต้องคำนวนแผนใหม่จนถึงค.ศ. 1976

การถอนกำลังออกส่งผลให้เกิดหายนะต่อกองทัพเวียดนามใต้ ไม่นานหลังจากการสั่งหยุดยิงของฝรั่งเศส สภาคองเกรสของสหรัฐได้ตัดทุนการช่วยเหลือทางทหารต่อเวียดนามใต้ กองทัพเวียดนามใต้ที่ได้รับการฝึกให้ใช้ยุทธวิธีแบบอเมริกันพ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะยังคงมีการต่อสู้ประปรายตลอดปี 1973-1974 ในที่สุดก็เกิดการต่อสู้ขั้นแตกหักในเดือนมกราคม ค.ศ. 1975 เวียดนามเหนือได้เข้าโจมตีอย่างรวดเร็วเข้าใส่ฝ่ายใต้ที่อ่อนแอ

ไซ่ง่อน เมืองหลวงของเวียดนามใต้ถูกยึดโดยกองทัพเวียดนามเหนือในวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1975 และสงครามเวียดนามครั้งที่ 2 ก็สิ้นสุดลง

การต่อสู้ที่เกิดขึ้นระหว่างฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ตามมาด้วยการถอนกำลังของสหรัฐบางครั้งก็ถูกเรียกว่าสงครามอินโดจีน โดยปกติแล้วจะหมายถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นหลังค.ศ. 1979
 

 


กระสุนปืนต่อสู่อากาศบายและเครื่องจุดชนวนระเบิดในตู้โชว์ของเกรสเฮาส์ที่ผมพัก

ขอขอบคุณข้อมูลเรื่อง UXO: ซากระเบิดแสนล้านในลาว ของคุณทรงฤทธิ์ โพนเงิน จาก เนชั่น

นับเป็นระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษแล้ว ที่สงครามอินโดจีนอันโหดร้ายได้สิ้นสุดลงไปด้วยชัยชนะของฝ่ายนิยมลัทธิคอมมิวนิสต์ทั้งในเวียดนาม ลาวและกัมพูชา ซึ่งถ้าหากจะกล่าวเฉพาะลาวแล้ว ก็คือชัยชนะของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวนั่นเอง

 

อย่างไรก็ตาม ชัยชนะของพรรคฯลาวที่มีต่อฝ่ายนิยมสหรัฐอเมริกานั้นก็หาได้ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนลาวส่วนใหญ่ของประเทศดีขึ้นแต่อย่างใด หากแต่ใน ช่วง 10 ปีแรก (1975-1985) ของการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ซึ่งพรรคฯลาวได้มุ่งนำพาประเทศชาติไปสู่สังคมนิยมเหมือนกับในสหภาพโซเวียตนั้นกลับยิ่งทำให้สภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนลาวย่ำแย่ลงไปอีก

 

ครั้นเมื่อพรรคฯลาวได้ปรับเปลี่ยนแนวนโยบายการบริหารงานทางเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่ากลไกเศรษฐกิจใหม่ (New Economic Mechanism) ด้วยการเปิดประเทศเพื่อรองรับการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ปี 1986 เป็นต้นมา ก็ดูเหมือน ว่าจะส่งผลทำให้สภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนลาวดีขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก

 

ดังจะเห็นได้จากมูลค่าผลผลิตรวมภายในประเทศ (GDP) สามารถถัวเฉลี่ยเป็นรายได้ของประชาชนลาวได้ถึง 665 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนในปัจจุบันนี้ โดยเพิ่มขึ้นจากปี 1976 มากถึง 4.5 เท่าตัวเลยทีเดียว

 

แต่ถึงกระนั้นจากการสำรวจสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่เป็นจริงของประชาชนลาวในปัจจุบันนี้ ก็พบว่ายังคงมีประชาชนลาวคิดเป็นสัดส่วนถึง 29%ของจำนวนประชากรลาวทั้งหมดเกือบ 6 ล้านคนนั้น ยังมีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ต่ำกว่าระดับมาตรฐานของ ความยากจน กล่าวคือมีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 1ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อวัน

 

 ยิ่งไปกว่านั้น เกษตรกรลาวที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติและคิดเป็นสัดส่วนมาก กว่า 80% ของจำนวนประชากรลาวทั้งหมดนั้นยังต้องทำการบุกเบิกที่ดินทำกินด้วยการที่จะต้องเสี่ยงภัยจากระเบิดสังหารที่เรียกว่า Unexploded Ordnance (UXO) ซึ่งยังคงตกค้างอยู่ในแผ่นดินลาวเป็นจำนวนมากนับตั้งแต่ช่วงสงครามอินโดจีนเป็นต้นมาจนถึงทุกวันนี้อีกด้วย

 

โดยที่ต้องเรียกว่า UXO นั้นก็เพราะว่าเป็นระเบิดที่ถูกทิ้งจากอากาศยานลงมาสู่พื้นดินแล้วไม่เกิดการระเบิดและได้ตกค้างอย่างกระจัดกระจายไปทั่วแผ่นดินลาว แต่มันก็พร้อมที่จะเกิดการระเบิดขึ้นได้ตลอดเวลาถ้าหากมีใครหรือสิ่งใดไปสัมผัสมันเข้า

 

ทั้งนี้โดยองค์การเก็บกู้ระเบิดแห่งชาติลาว (Lao UXO) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1996 ที่ผ่านมาด้วยความช่วยเหลือจากต่างประเทศทั้ง 100% เต็มนั้น ได้รายงานผลการสำรวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ ในช่วงปี 1964-1973 ว่าเฉพาะการระดมทิ้งระเบิดในลาวนั้นมีปริมาณรวมกันเกือบ 3 ล้านตันจากการปฏิบัติภารกิจของนัก บินแห่งกองทัพสหรัฐฯมากกว่า 5 แสนเที่ยว

 

พร้อมกันนี้ การสำรวจฯก็พบด้วยว่ามีระเบิด UXO คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 30% ของปริมาณระเบิดทั้งหมดที่ถูกทิ้งลงสู่ผืนแผ่นดินลาวนั้นเป็นระเบิดที่ยังไม่ทำงาน ทั้งยังตกค้างอยู่อย่างกระจัดกระจายเป็นจำนวนมากกว่า 270 ล้านชิ้นในอาณาบริเวณที่กว้าง กว่า 87,200 ตารางกิโลเมตรในพื้นที่ 15แขวงจากทั้งหมด 17 แขวงของประเทศลาว ซึ่งมีพื้นที่รวมกันทั้งหมด 236,800 ตารางกิโลเมตร

 

แน่นอนว่าการที่มีระเบิด UXO ตกค้างอยู่เป็นจำนวนมากและกระจัดกระจายกันอยู่อย่างไร้ทิศไร้ทางจนยากที่จะค้นหาเพื่อทำการเก็บกู้ให้หมดไปได้เช่นนี้ ย่อมจะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนลาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน

 

ทั้งนี้เพราะจากการสำรวจฯ นับตั้งแต่ปี 1992 เป็นต้นมานั้นพบว่าประชาชนลาวในพื้นที่มากกว่า 2,500 หมู่บ้าน หรือกว่า 25% ของจำนวนหมู่บ้านทั้งหมดในลาวนั้นยังมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะได้รับภยันตรายจากระเบิด UXO ที่ตกค้างอยู่อย่างหนาแน่น โดยในช่วงกว่า 30 ปีมานี้มีประชาชนลาวมากกว่า 13,000 คนแล้วที่ต้องรับเคราะห์จาก ระเบิด UXO เหล่านี้

 

อย่างไรก็ตาม การเก็บกู้ระเบิด UXO ที่ตกค้างอยู่ในผืนแผ่นดินลาวนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเพราะระเบิด UXO ไม่เหมือนกับการวางทุ่นระเบิดฝังดิน (Land Mines) ซึ่งโดยทั่ว ไปแล้วผู้ที่วางทุ่นระเบิดฝังดินนั้นย่อมจะจัดทำแผนผังไว้เพื่อความปลอดภัยของพวกตน อยู่แล้ว จึงทำให้การเก็บกู้ทุ่นระเบิดฝังดินดังกล่าวนี้ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปนักถ้าหากมีงบ ประมาณสำหรับดำเนินการเก็บกู้อย่างเพียงพอ

 

แต่สำหรับ UXO นั้น เนื่องจากว่าเป็นวัตถุระเบิดขนาดเล็กหรือ Bombie จำนวนมากที่ถูกบรรจุไว้ในลูกระเบิดขนาดใหญ่หรือ Cluster ที่ถูกทิ้งลงมาจากอากาศยานแล้วแตกกระจัดกระจายออกไปเป็นบริเวณกว้างโดยไร้ทิศไร้ทางและไม่มีแผนผังที่จะบอกให้รู้ได้เลยว่าระเบิด UXO เหล่านั้นได้ตกไปอยู่ที่ใดบ้างด้วยแล้ว จึงนับเป็นภารกิจที่ยากยิ่งในอันที่จะเก็บกู้ระเบิด UXO ให้หมดไปจากผืนแผ่นดินลาวได้ในอนาคตอันใกล้นี้

 

เพราะนับตั้งแต่รัฐบาลลาวได้ก่อตั้งองค์การเก็บกู้ระเบิดแห่งชาติ (Lao UXO) ในปี 1996 เป็นต้นมาจนถึงทุกวันนี้ก็สามารถเก็บกู้ระเบิด UXOออกไปจากที่ดินทำกินของประชาชนลาวได้เพียง 63,300 กว่าไร่ ซึ่งไม่ถึง 1% ของพื้นที่ที่มีระเบิด UXO ตกค้างอยู่ ในลาวและได้ทำลายระเบิด UXO ไปเพียง 7 แสนกว่าลูกเท่านั้นในขณะที่มีระเบิด UXO ตกค้างอยู่ในลาวมากกว่า 270 ล้านลูก

 

 ทั้งนี้โดย บุนปอน ไซยะเสน ผู้อำนวยการโครงการเก็บกู้ระเบิดของ Lao UXO ได้ให้การชี้แจงว่าในช่วงปี 1997-2007 ที่ผ่านมาการเก็บกู้ระเบิด UXO ในลาวได้ใช้งบประ มาณไปแล้วมากกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐและเป็นงบประมาณที่ได้รับความช่วยเหลือ จากต่างประเทศทั้งสิ้น

 

 อย่างไรก็ตาม บุนปอน ก็ไม่สามารถที่จะประมาณการได้เลยว่าจะต้องใช้งบประ มาณที่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากต่างประเทศอีกมากแค่ไหน จึงจะสามารถเก็บกู้ระ เบิด UXO ให้หมดไปจากผืนแผ่นดินลาวได้แต่ถ้าหากพิจารณาจากระดับความสามารถในการเก็บกู้ระเบิดของ Lao UXO ในช่วง10 ปีที่ผ่านมาดังกล่าว ก็ได้รับการยืนยันจาก บุนปอน โดยไม่ต้องคิดคำนวณให้เสียเวลาเลยว่า

 

 “...การเก็บกู้ระเบิด UXO ให้หมดสิ้นไปจากผืนแผ่นดินลาวจริงๆนั้นอีก 100 ปีก็ยังไม่หมด เนื่องจาก Lao UXO ได้รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศโดยเฉลี่ยเพียงในมูลค่ารวมไม่เกิน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีเท่านั้น และความช่วยเหลือที่ได้รับนั้นก็ขาด ความต่อเนื่อง เพราะบรรดาประเทศผู้บริจาคจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ทางการลาวแบบปีต่อปี...”

 

ภายใต้สภาพการณ์เช่นนี้ จึงทำให้ทางการลาวไม่สามารถที่จะวางแผนการเก็บกู้ระเบิด UXO ได้อย่างต่อเนื่อง หากแต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้นก็สามารถทำได้เพียงการวางแผนการเก็บกู้ระเบิด UXO เป็นแบบปีต่อปีเท่านั้น

 

ทั้งนี้โดยถึงแม้ว่า Lao UXO จะได้ริเริ่มการจัดทำแผนการเก็บกู้ระเบิด UXO เป็นระยะเวลา 10 ปีนับตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมาแล้วโดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มความสามารถในการเก็บกู้ระเบิด UXO ขึ้นจากเดิมเป็นสองเท่า กล่าวก็คือการเก็บกู้ระเบิด UXO ออก ไปจากที่ดินทำกินของประชาชนลาวให้ได้ในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 12,500 ไร่ต่อปี ซึ่งก็ทำให้ต้องได้รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศไม่น้อยกว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

 

แต่ก็ดูเหมือนว่าบรรดาประเทศผู้บริจาค (Donor Countries) จะไม่ได้ตอบสนองต่อแผนการฯดังกล่าวนี้ของทางการลาวเลย หากยังคงใช้หลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้ ความช่วยเหลือเป็นแบบปีต่อปีเช่นเดิม

 

โดยสาเหตุที่ทำให้บรรดาประเทศผู้บริจาคไม่ได้ให้การตอบสนองดังกล่าวนี้ก็ยัง คงไม่มีความแน่ชัด เพราะบางกระแสก็บอกว่าเป็นเพราะประเทศลาวยังไม่ยอมเข้าร่วมเป็นสมาชิกในสนธิสัญญา OTTAWA ว่าด้วยการต่อต้านทุ่นระเบิดสังหารของโลก จึงทำให้นานาชาติต้องการกดดันให้ลาวเข้าร่วมเป็นภาคีในสนธิสัญญาฯ ด้วยการจำกัดระดับ ความช่วยเหลือที่จะให้แก่ Lao UXO นั่นเอง

 

ซึ่งต่อกรณีดังกล่าวนี้ ทางการลาวก็ได้ให้การอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้ลาวยังคงไม่สามารถที่จะเข้าร่วมเป็นภาคีในสนธิสัญญา OTTAWA ได้ว่าเป็นเพราะในลาวยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ทุ่นระเบิด (Land Mine) ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ จึงไม่สามารถที่จะทำลายทุ่นระเบิดให้หมดไปจากประเทศได้

 

นอกจากนี้ สภาพปัญหาเกี่ยวกับวัตถุระเบิดภายในลาวนั้นก็ไม่ใช่ทุ่นระเบิดหาก แต่เป็นระเบิด UXO ที่ตกค้างมาจากสงครามอินโดจีน จึงทำให้ทางการลาวมองว่าสนธิสัญญา OTTAWA ไม่สอดคล้องกับสภาพที่เป็นจริงภายในของลาวซึ่งทำให้ทางการลาวยังไม่เห็นความสำคัญที่จะต้องเข้าร่วมเป็นภาคีในสนธิสัญญาฯดังกล่าวในขณะนี้

 

 แต่ในบางกระแสนั้นก็บอกว่าเป็นเพราะบรรดาประเทศผู้บริจาคไม่เชื่อมั่นในการใช้จ่ายงบประมาณของทางการลาว เนื่องจากมองว่าการบริหารการใช้จ่ายงบประมาณของทางการลาวนั้นยังไม่โปร่งใสพอ ซึ่งถ้าหากได้ให้ความช่วยเหลือไปเป็นก้อนใหญ่ในคราวเดียวก็อาจจะทำให้เกิดการรั่วไหลขึ้นได้ จึงต้องอุดช่องว่างด้วยการทยอยให้ความช่วยเหลือเป็นแบบปีต่อปีดังกล่าว

 

ภายใต้สภาพการณ์เช่นนี้ ย่อมหมายความว่าการเก็บกู้ระเบิด UXO ที่ตกค้างในลาวนั้นก็จะยังคงดำเนินไปเหมือนกับในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งก็คืออีก 100 ปีข้างหน้าก็ยังจะคงเก็บกู้ระเบิด UXO ไม่หมดไปจากผืนแผ่นดินลาว เว้นเสียแต่ว่าบรรดาประเทศผู้ บริจาคจะให้ความช่วยเหลือแก่ Lao UXOอย่างเพียงพอเท่านั้น

 

ทั้งนี้โดยหลักเกณฑ์ในการคิดคำนวณก็คือระเบิด Bombie ลูกเล็กๆที่มีต้นทุนในการผลิต 3 ดอลลาร์สหรัฐต่อลูกนั้น จะต้องใช้งบประมาณถึง300 ดอลลาร์สหรัฐในการเก็บกู้แต่ละลูก

 

เพราะฉะนั้นก็ลองคิดดูอย่างคร่าวๆก็แล้วกันว่าระเบิดกว่า 270 ล้านลูกที่ตกค้างอยู่ในลาวนั้นจะต้องใช้งบประมาณอีกเท่าใด จึงจะเก็บกู้ให้หมดไปจากแผ่นดินลาว!!!

 

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอ้างอิงมีดังนี้
1. UXO โดย คุณทรงฤทธิ์ โพนเงิน http://www.oknation.net/blog/print.php?id=85566
2. เรือระเบิดโดยคุณสุเจน
http://www.sarakadee.com/blog/sujane/?p=150
3. เว็บไซต์ของ UXO http://www.uxolao.org


www.hotsia.com บริจาคเงินช่วยกำจัดระเบิดในลาว 10 USD


 


ตามหน้าโรงแรมนิยมเอาระเบิดไปวางโชว์แบบนี้ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพักโรงแรมระเบิดของเขา

 


ชาวบ้านใช้ชีวิตปกติเดินผ่านไปมาแบบไม่สนใจเหมือนไม่มีระเบิดวางอยู่เพราะชินเสียแล้ว

 


ลูกนี้วางหน้าแบบหน้าตาเฉยไม่กลัวหายหรืองัยแพงนะเนี่ย


หน้าโรงแรมที่พักดูเด็กๆไปเลยเมื่อบ้านนี้เอาไปทำเสาวัวทั้งแข็งโรงทนทานวัวชนอย่างไรก็ไม่หักง่ายๆ


รางระเบิดชุดนี้อยู่หน้าที่พักผมตอนเช้าๆแค่ชะโงกหน้ามาก็เจอแล้ว

 


ซากรถถึงวางตากแดดตากฝนใครผ่านไปมาก็เล่นได้ผมยังไม่ยืนทำเท่ส์บนนี้เลย


ภาพเด็กเล่นระเบิดของ UXO ที่ www.Hotsia.com ไปบริจาคเงินช่วยมาเห็นแล้วบรรยายไม่ถูก

 

 
เมืองระเบิดเชียงขวาง

 
เล่นรถถังที่เชียงขวาง

 
เสาโรงวัวทำจากระเบิด

 
บ้านระเบิดหลังนี้หลายๆอย่างทำจากระเบิด

 


แผนที่การเดินทางจากหลวงพระบางไปเมืองแปก เชียงขวาง ซำเหนือ
 

                 
                         
                              
     
         
                                
         
         

ตามตามผมต่อไปว่าจะเดินทางไปถึงไหนตอนนี้กำลังออกจากหลวงพระบางแล้วครับ

 

เมืองระเบิดเชียงขวาง
โรงแรมที่ดีที่สุดในเชียงขวางชาวเวียดนามมาลงทุน

เมืองระเบิดเชียงขวาง
โครงสร้างการบริจาคเงินช่วย UXO กำจัดระเบิด

 

 

เมืองระเบิดเชียงขวาง
แผนที่ระเบิดที่ยังเหลือที่เชียงขวาง

เมืองระเบิดเชียงขวาง
750 LB BOMB

 

เมืองระเบิดเชียงขวาง
เมืองระเบิดเชียงขวาง

เมืองระเบิดเชียงขวาง
หน้าต่างเปิดไม่ออกติดปืนต่อสู้อากาศยานนี่เอง

 

เมืองระเบิดเชียงขวาง
กระถางต้นไม้ทำจากระเบิด

เมืองระเบิดเชียงขวาง
กระถางระเบิดที่เมืองระเบิดเชียงขวาง

 

เมืองระเบิดเชียงขวาง
เชียงขวางเมืองระเบิด

เมืองระเบิดเชียงขวาง
ระเบิดหน้าที่พักที่ผมพัก

 

เมืองระเบิดเชียงขวาง
หางระเบิด

เมืองระเบิดเชียงขวาง
ระเบิดริมถนนหน้าที่พัก

 

เมืองระเบิดเชียงขวาง
ระเบิดเมืองเชียงขวาง

เมืองระเบิดเชียงขวาง
ระเบิดเมืองเชียงขวาง

 

เมืองระเบิดเชียงขวาง
รถยนต์จอดเกือบชนระเบิดที่หน้าโรงแรม

เมืองระเบิดเชียงขวาง
เมืองระเบิดเชียงขวาง

 

เมืองระเบิดเชียงขวาง
เมืองระเบิดเชียงขวาง

เมืองระเบิดเชียงขวาง
เมืองระเบิดเชียงขวาง

 

เมืองระเบิดเชียงขวาง
ระเบิดหน้าบ้าน

เมืองระเบิดเชียงขวาง
ระเบิดหน้าบ้าน

 

เมืองระเบิดเชียงขวาง
นี่ก็ระเบิด

เมืองระเบิดเชียงขวาง
เมืองระเบิดเชียงขวาง

 

เมืองระเบิดเชียงขวาง
เมืองระเบิดเชียงขวาง

เมืองระเบิดเชียงขวาง
ระเบิดในที่พัก

 

เมืองระเบิดเชียงขวาง
ระเบิดเมืองเชียงขวาง

เมืองระเบิดเชียงขวาง
ระเบิดบนระเบียงที่พัก

 

เมืองระเบิดเชียงขวาง
ระเบียงระเบิด

เมืองระเบิดเชียงขวาง
ป้ายเตือนชาวบ้านเผาระเบิด

 

เมืองระเบิดเชียงขวาง
เครื่องจุดชนวนระเบิด

เมืองระเบิดเชียงขวาง
ระเบิด

 

เมืองระเบิดเชียงขวาง
บ้านระเบิดเชียงขวาง

เมืองระเบิดเชียงขวาง
บ้านตกแต่งระเบิด

 

เมืองระเบิดเชียงขวาง
รถถังเมืองเชียงขวาง

เมืองระเบิดเชียงขวาง
รถถังเมืองเชียงขวาง

 

เมืองระเบิดเชียงขวาง
เสาบ้านทำระเบิด

เมืองระเบิดเชียงขวาง
เสาระเบิด

 

เมืองระเบิดเชียงขวาง
ถังน้ำทำจากซากเครื่องบินที่ตก

เมืองระเบิดเชียงขวาง
แม่เฒ่าเจ้าของบ้านระเบิด

 

หากจะพักและเที่ยวทุ่งไหหิน mr.hotsia แนะนำโรงแรมครับ


 

 
ค้นหาข้อมูลจากในไซต์นี้โดย
Google

 

 

เที่ยวสะใจเอเซีย
ไทย
ลาว
พม่า
จีน
เวียดนาม
มาเลเซีย
สิงคโปร์
อินโดนีเซีย
กัมพูชา
ฮ่องกง
ฟิลิปปินส์

 
มาเก๊า
บรูไน  
 
เที่ยวลาวด้วยตัวเอง โรงแรมในลาว
เวียงจันทน์
จำปาสัก
เชียงขวาง
ไชยะบุรี
บริคำไชย
บ่อแก้ว
 
พงสาลี
อุดมไชย
คำม่วน
สะหวันนะเขต
สาละวัน
วังเวียง
หลวงน้ำทา
หลวงพระบาง
หัวพัน
เซกอง
อัตตะปือ
ข้อมูลที่จำเป็นในการเที่ยวลาวด้วยตัวเอง
การเดินทางไปเที่ยวลาว
จุดผ่านแดนไทย-ลาว-เวียดนาม
แผนที่ประเทศลาวแบบชัดมาก
การโทรศัพท์ไทยลาว ลาวไทย
แผนที่ลาวเหนือ
ใช้อินเตอร์เน็ต 3G ในลาว
เบียร์ลาว
เตรียมตัวเที่ยวแบบอิสระ การจัดกระเป๋า
 
จองที่พัก
ที่พักกรุงเทพ
ที่พักเขาใหญ่
ที่พักสิงคโปร์
ที่พักพัทยา
ที่พักเชียงใหม่
ที่พักมาเลเซีย
ที่พักหัวหิน
ที่พักฮ่องกง
ที่พักในญี่ปุ่น

ท่องเที่ยวยอดนิยม
mr.Hotsia BLOG เดินทางระหว่างจังหวัด
รวมคลิปเที่ยวสะใจ รีวิวโรงแรมไทย
นักท่องเที่ยวควรรู้ รีวิวโรงแรมลาว
 
โรงแรมยอดนิยมในเชียงขวาง
อะนัวแลค เคนห์ เลา โฮเต็ล อะนัวแลคเคนห์เลา โฮเต็ล
โรงแรมวันสนา เพลน ออฟ จาร์ โรงแรมวันสนาเพลน ออฟจาร์
มาลี่ โฮเต็ล มาลี่โฮเต็ล
ไนซ์ เกสท์เฮ้าส์ ไนซ์เกสท์เฮ้าส์
เซียง เคาอัง โฮเต็ล เซียงเคาอังโฮเต็ล
โรงแรมในเชียงขวาง
โรงแรมแนะนำเมืองสำคัญในลาว

เวียงจันทน์

171 โรงแรม

หลวงพระบาง

231 โรงแรม
 

วังเวียง

95 โรงแรม

ปากเซ

35 โรงแรม
 

สุวรรณเขต

31 โรงแรม

ปากแบ่ง

5 โรงแรม
 

ดอนโขง

15 โรงแรม

เชียงขวาง

24 โรงแรม
 

ท่าแขก

9 โรงแรม

หลวงน้ำทา

7 โรงแรม

 
 






By ฮ๊อตเชีย เที่ยวสะใจ
(mrHotsia)

www.hotsia.com  Hot Destinations ASIA
เว็บท่องเที่ยว จองที่พัก จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ ข้อมูลท่องเที่ยว ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม แผนที่ การเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร
"mrhotsia เดินทางท่องเที่ยวเองและเขียนเรื่องลงเว็บ มีข้อมูลเชิงลึกแบบท่าน search pantip.com"


ห้ามคัดลอก