พระมงคลมิ่งเมือง แหล่งรุ่งเรืองเจ็ดลุ่มน้ำ
งามล้ำถ้ำศักดิ์สิทธิ์ เทพนิมิตพระเหลา เกาะแก่งเขาแสนสวย
เลอค่าด้วยผ้าไหม ราษฎร์เลื่อมใสใฝ่ธรรม
จังหวัดอำนาจเจริญ
ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีพื้นที่ประมาณ
3,161.248 ตารางกิโลเมตร เริ่มตั้งเป็นเมืองในสมัยรัชกาลที่ 3
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยขึ้นอยู่กับนครเขมราฐ
ต่อมาจึงได้ย้ายมาขึ้นต่อเมืองอุบลราชธานี
จนกระทั่งได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นจังหวัดอำนาจเจริญ
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2536 อำนาจเจริญแม้จะเป็นเมืองเล็กๆ
ที่เงียบสงบแต่ก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าชมทั้งวัดวาอาราม
ธรรมชาติที่สวยงามและหัตถกรรมฝีมือชาวบ้านที่น่าซื้อเป็นของใช้
ของฝาก จังหวัดอำเภอต่างๆในจังหวัดอำนาจเจริญ
เมืองอำนาจเจริญ
ชานุมาน
ปทุมราชวงศา
พนา
เสนางคนิคม
หัวตะพาน
ลืออำนาจ
อาณาเขต
ทิศเหนือ
ติดต่อกับอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธรและอำเภอดอนตาล
จังหวัดมุกดาหาร
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเมืองอุบลราชธานี และอำเภอม่วงสามสิบ
จังหวัดอุบลราชธานี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
และติดต่อกับอำเภอเขมราฐ อำเภอกุดข้าวปุ้น และอำเภอตระการพืชผล
จังหวัดอุบลราชธานี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเลิงนกทา อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร
หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. 0 4551 1396
โรงพยาบาลอำนาจเจริญ โทร. 0 4551 1940-8
สำนักงานจังหวัด โทร. 0 4551 1909
สถานีขนส่งอำนาจเจริญ โทร. 0 4545 2511
สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง โทร. 0 4551 2007
Link ที่น่าสนใจ
สำนักงานจังหวัดอำนาจเจริญ
http://www.amnatcharoen.go.th
ข้อมูลการเดินทางของ
จ. อำนาจเจริญ
รถยนต์
จากกรุงเทพฯใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน
ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ ถึงนครราชสีมา
จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 226 นครราชสีมา-สุรินทร์
และใช้ทางหลวงหมายเลข 214 สุรินทร์-อำเภอสุวรรณภูมิ
แล้วแยกขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 202 ผ่านจังหวัดยโสธร
และอำเภอป่าติ้ว ถึงจังหวัดอำนาจเจริญ รวมระยะทางประมาณ
585 กิโลเมตร หรือสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 1 และหมายเลข 2
จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 226 นครราชสีมา-อุบลราชธานี
ถึงจังหวัดอุบลราชธานี แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 212
อุบลราชธานี-อำนาจเจริญ รวมเป็นระยะทางประมาณ 704 กิโลเมตร
รถไฟหรือเครื่องบิน
สำหรับผู้ที่ใช้บริการทางเครื่องบิน
และรถไฟจะต้องลงที่จังหวัดอุบลราชธานีแล้วต่อรถโดยสารมาที่จังหวัดอำนาจ
เจริญอีกประมาณ 75 กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทาง
มีทั้งรถธรรมดา และรถปรับอากาศ สายกรุงเทพฯ-อำนาจเจริญ
ออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ ถนนกำแพงเพชร
หมอชิต 2 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0 2936
1880, 0 2936 0657, 0 2936 2852-66
www.transport.co.th
สถานที่น่าสนใจ
อำเภอเมืองอำนาจเจริญ
พุทธอุทยาน และพระมงคลมิ่งเมือง ตั้งอยู่ที่เขาดานพระบาท ตำบลบุ่ง
ริมทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๓ กิโลเมตร
บริเวณวัดเป็นหินดานธรรมชาติร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด
ซึ่งได้รับการปรับแต่งให้เป็น พุทธอุทยาน
ส่วนพระมงคลมิ่งเมือง หรือพระใหญ่
เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๑๑ เมตร
ความสูงจากระดับพื้นดินถึงยอดเปลวรัศมี ๒๐ เมตร
ได้รับอิทธิพลศิลปะแบบปาละของอินเดียเหนือ ที่แผ่มายังภาคอีสานเมื่อพันปีเศษ เมื่อ
พ.ศ. ๒๕๐๘ จิตร
บัวบุศย์ได้ออกแบบสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กครอบองค์พระพุทธรูปปูนปั้นเดิม
แล้วแต่งองค์พระด้านนอกด้วยกระเบื้องโมเสคสีทอง
เป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ทางด้านหลังของพระมงคลมิ่งเมืองมีพระพุทธรูปลักษณะแปลกอีก ๒ องค์ ห่มจีวรเหลือง
มีนามว่า พระละฮาย หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า พระขี่ล่าย
หมายถึง
ไม่สวย ไม่งาม โดยเรียกตามรูปลักษณ์ขององค์พระพุทธรูปโบราณ พบในหนองน้ำ เมื่อ พ.ศ.
๒๕๐๕
ครั้งที่มีการปรับปรุงบริเวณโดยรอบเพื่อทำฝายกั้นน้ำ
เชื่อกันว่าเป็นพระที่ให้โชคลาภ ประชาชนมักเดินทางมาขอพรอยู่เสมอ
ศาลหลักเมือง ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะ
สวนมิ่งเมืองเฉลิมพระเกียรติ ถนนชยางกูร สร้างจากไม้มงคลคือต้นคูณ หรือราชพฤกษ์
ซึ่งไม่มีตำหนิใด ๆ ทั้งสิ้น ได้มาจากสวนตะโกทอง อำเภอเมืองนครราชสีมา
หลักเมืองเป็นเทพปกปักรักษาบ้านเมือง
และปัดเป่าภัยพิบัติอันตรายทั้งหลายแก่ประชาชน และเป็นศูนย์รวมใจของชาวอำนาจเจริญ
อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน อยู่ฝั่งตรงข้ามกับพระมงคลมิ่งเมือง
เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญทางด้านเกษตร และประมง พร้อมทั้งยังเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ
มีลมพัดเย็นสบาย ริมอ่างเก็บน้ำเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทหลายแห่ง
สวนเกษตรชิตสกนธ์ ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับชิตสกนธ์รีสอร์ท บนเนื้อที่ ๘๐
ไร่ เป็นสวนเกษตรไม้ดอก ไม้ประดับ ได้แก่ สวนดอกดาวเรือง แปลงปลูกข้าว
เปิดให้นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมแปลงสวนเกษตรได้ โทร. ๐ ๔๕๕๑ ๑๕๐๐ www.chitsakonresort.com
วัดถ้ำแสงเพชร พื้นที่วัดมีบริเวณกว้างขวาง ประกอบด้วย วิหาร เจดีย์
และพระนอนที่ก่อสร้างอย่างสวยงาม ทางด้านทิศเหนือของวิหารมีถ้ำขนาดใหญ่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงาม
เหตุที่ได้ชื่อว่าถ้ำแสงเพชรเนื่องมาจากประกายของเกล็ดหินยามเมื่อต้องกับแสงตะวันจะวาววับคล้ายกับแสงเพชร
วัดถ้ำแสงเพชร เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสายพระอาจารย์ชา สุภัทโท สาขาที่ ๕
ของวัดหนองป่าพง การเดินทาง ใช้ถนนสายอำนาจเจริญ-เขมราฐ
ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๘ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตามทางขึ้นเขาอีกประมาณ ๒
กิโลเมตร
อ่างเก็บน้ำห้วยสีโท เป็นอ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตร
ห่างจากตัวเมือง ๑๕ กิโลเมตร เป็นอ่างเก็บน้ำที่เกิดจากเทือกเขา ๒ ลูก
จนกลายเป็นแอ่งกะทะ บรรยากาศสวยงามทั้งเช้าและเย็น
เป็นสถานที่พักผ่อนของชาวอำนาจเจริญ การเดินทาง ใช้ถนนสายอำนาจเจริญ-เขมราฐ
ทางเข้าเส้นทางเดียวกับวัดถ้ำแสงเพชร ห่างจากวัดถ้ำแสงเพชรประมาณ ๒ กิโลเมตร
วนอุทยานภูสิงห์-ภูผาผึ้ง
หมู่ ๗ บ้านบ๋าเจริญ
ตำบลสร้างนกทา พื้นที่เป็นภูเขาหินอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงหัวกองดงบังอี่
เขตอำเภอเมืองอำนาจเจริญ และอำเภอปทุมราชวงศา มีเนื้อที่ประมาณ ๘,๐๐๐ ไร่
การเดินทาง ใช้เส้นทางอำเภอเมืองอำนาจเจริญ-อำเภอปทุมราชวงศา
๒๐ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าบ้านบ๋าเจริญ ๔ กิโลเมตร ถึงที่ทำการฯ
สถานที่น่าสนใจ
ลานตู้ควาย เป็นปฎิมากรรมหินทรายจากธรรมชาติแปลกตาบนลานหินขนาดใหญ่
เนื้อหินเกิดจากการกัดเซาะของแสงแดด ลมและสายน้ำ
ตะพาบหิน เป็นลานหินกว้างประมาณ
๑๐ เมตร รูปร่างคล้ายตะพาบน้ำตั้งอยู่บนลานหิน
อำเภอลืออำนาจ
วัดโพธิ์ศิลา บ้านเปือยหัวดง ตำบลเปือย สิ่งที่น่าสนใจในวัดคือใบเสมา
สมัยทวาราวดีขนาดใหญ่ สร้างจากหินทรายขาว อายุประมาณ ๑,๐๐๐ ปี
ราว พ.ศ.๑๒๐๐-๑๓๐๐ เป็นศิลปะขอม แบบไพรกเมง มีลักษณะเรียว
ปลายแหลม คล้ายใบหอกป้าน ด้านล่างคอด ส่วนฐานสลักลายดอกบัวบาน
ใบเสมาเหนือแนวกลีบบัวสลักแนวแกนเสมาคล้ายรูปสถูปจำลอง หรือปลียอดสถูป
ด้านล่างเป็นรูปหม้อน้ำตั้งซ้อนอยู่บนองค์ระฆังคว่ำ ถัดไปเป็นปล้อง
มีแนวลวดลายบัวคั่นตรงกึ่งกลาง แกนเสมาสลักลายใบไม้ ๓ แฉก
หงายขึ้นรับลายดอกไม้ครึ่งดอก ในขอบวงโค้ง ๓ วงเรียงต่อกัน
ส่วนยอดเป็นพุ่มปลายแหลมเหมือนยอดธงมีอุบะห้อย ลวดลายกลีบบัว บนฐานเสมาได้รับอิทธิพลมาจากลายกลีบบัวฐานพระพุทธรูป
หรือธรรมจักรศิลปะทวาราวดีทางภาคกลางของประเทศไทย ส่วนลายดอกไม้ครึ่งดอกในวงโค้ง ๓
วงที่เรียงต่อกันเป็นวงเดียวกันนั้นคล้ายคลึงกับลายดอกไม้ครึ่งดอกในวงโค้งที่ปรากฏอยู่บนฐานเทวดาซึ่งย่อตัวพนมมือหันเข้าหาจุดกึ่งกลางของทับหลัง
ซึ่งขุดพบที่บริเวณประตูด้านทิศตะวันออกของปรางค์ทิศเหนือของปราสาทเขาน้อยสีชมพู
อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว
อำเภอหัวตะพาน
ศูนย์วิสาหกิจชุมชนบ้านคำพระ เลขที่ ๑๐๖ หมู่ ๓ บ้านคำพระ ตำบลคำพระ ริมทางหลวงสายอำเภอหัวตะพาน-อำนาจเจริญ อยู่ตรงข้ามโรงเรียนชุมชนคำพระ
ห่างจากที่ว่าการอำเภอหัวตะพานประมาณ ๕ กิโลเมตร
เป็นศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์หัตถกรรมของกลุ่มแม่บ้าน มีสินค้าหลากหลายชนิด
โดยเฉพาะผ้าขิต และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าขิต รายละเอียดสอบถามโทร.
๐๘
๗๘๗๖ ๔๘๕๑
ศูนย์แสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน หมู่
๗ ตำบลรัตนวารี ถนนหัวตะพาน-บ้านขมิ้น ข้างศาลเจ้าพ่อผาแดง
อยู่ติดกับสำนักงานเทศบาลตำบลหัวตะพาน เป็นศูนย์กลางการแสดงและจำหน่ายสินค้า
รวมทั้งถ่ายทอดความรู้งานอาชีพฝีมือแก่กลุ่มแม่บ้านในเขตชุมชนเทสบาลตำบลหัวตะพาน
ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย เช่น ผ้าพันคอ ผ้าขิต หมอนขิตรูปทรงต่าง ๆ เปิดทุกวันเวลา
๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น. รายละเอียดสอบถาม โทร. ๐๘
๑๘๗๔ ๑๑๕๘
ศูนย์ศิลปาชีพบ้านสร้างถ่อ ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ ๕ กิโลเมตร
เป็นศูนย์ผลิตและฝึกอบรมงานหัตถกรรมพื้นบ้านหลายประเภท เช่น การทอผ้า
และการเจียระไนพลอย เป็นต้น นักท่องเที่ยวสามารถชมวิธีการผลิต
และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้ด้วย
สวนสัตว์เปิดเฉลิมพระเกียรติ บ้านป่าดงใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่
๓๒ ไร่ อยู่ในพื้นที่ป่าชุมชนตำบลสร้างถ่อน้อย
เป็นป่าชุมชนผืนเดียวที่ยังคงรักษาความเป็นป่าได้อย่างสมบูรณ์ถือได้ว่าเป็นมรดกของชาติที่อยู่คู่อำเภอหัวตะพานมาโดยตลอด
สวนสัตว์อยู่ภายใต้การบริหารขององค์การบริหารส่วนตำบลสร้างถ่อน้อย มีสัตว์มากมาย
เช่น นกยูง กระต่าย กวาง วัวขางอ ควาย ๓ ขา ลิง แพะ หมูป่า ตะกวดฯ เปิดทุกวันเวลา
๐๘.๓๐-๑๗.๐๐ น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ ๑๐ บาท เด็ก ๕ บาท
ภายในสวนสัตว์ยังมีหอคอยชมวิว สูงเท่าตึก ๕ ชั้น เป็นจุดชมทิวทัศน์ธรรมชาติบริเวณป่าดงใหญ่โดยรอบ
อำเภอพนา
วัดพระเหลาเทพนิมิตร ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข
๒๑๓๔ ห่างจากตัวอำเภอพนาประมาณ ๒ กิโลเมตร เดิมชื่อวัดศรีโพธิ์ชยารามคามวดี
พระอุโบสถของวัดมีรูปทรงสถาปัตยกรรมแบบล้านนา มีพระประธานคือ พระเหลาเทพนิมิตร
เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง
ประดิษฐานในพระอุโบสถ องค์พระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย
หน้าตักกว้าง ๒.๘๕ เมตร สูง ๒.๗๐ เมตรลงรักปิดทองงดงาม สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.
๒๒๖๓
กล่าวกันว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดในภาคอีสาน
ศิลปะลาวสกุลช่างเวียงจันทน์ ที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะล้านนา ระหว่างพุทธศตวรรษที่
๒๑-๒๒ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นหลังจากระยะเวลาดังกล่าวไปเล็กน้อย
เนื่องจากมีอิทธิพลของฝีมือช่างท้องถิ่นปรากฏอยู่มากเป็นต้นว่าเค้าพระพักตร์
เปลวรัศมีที่ยืดสูงขึ้น สัดส่วนของพระเพลาและพระบาทซึ่งคล้ายคลึงกับพุทธศิลป์ที่ปรากฏอยู่ในกลุ่มพระพุทธรูปไม้และสำริด
ที่สร้างขึ้นระหว่างปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๓ ถึงพุทธศตวรรษที่ ๒๔
วัดไชยาติการาม บ้านโพนเมือง ตำบลไม้กลอน วัดนี้มีพระพุทธรูปสำริด
ประทับนั่งขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย สูง ๕๕ เซนติเมตร จัดอยู่ในกลุ่มพระพุทธรูปศิลปะลาวสกุลช่างเวียงจันทน์
เปรียบเทียบได้กับพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่ระเบียงหอพระแก้วเมืองเวียงจันทน์
และพระพุทธรูปที่วัดวิชุล เมืองหลวงพระบาง ซึ่งมีอายุอยู่ในราวปลายพุทธศตวรรษที่
๒๒ ถึงพุทธศตวรรษที่ ๒๓
อุทยานดงลิงดอนเจ้าปู่ พื้นที่เป็นป่าเบญจพรรณ ๒๖๐ ไร่ มีสัตว์หลายชนิดอาศัยอยู่โดยเฉพาะลิงแสมจำนวนมาก
เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประชาชนท้องถิ่นให้ความเคารพศรัทธา
เนื่องด้วยมีศาลปู่ตาที่สิงสถิตของเจ้าปู่ (พรานที พรานทอง) พระพุทธรูปปางประสูติ
ปางตรัสรู้ ปางปฐมเทศนา และปางปรินิพพานอยู่ในอุทยานดงลิงดอนเจ้าปู่ การเดินทาง อยู่ห่างจากบ้านพนาไปทางทิศใต้
ผ่านหน้าตลาดเทศบาลแล้วเลี้ยวขวาไปประมาณ ๑ กิโลเมตร
อุทยานดงลิงดอนเจ้าปู่อยู่ด้านซ้ายมือ ห่างจากตัวจังหวัด ๔๐ กิโลเมตร
อำเภอเสนางคนิคม
ภูสระดอกบัว อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว
เป็นภูเขาที่มีความสูงประมาณ ๔๒๓ เมตร บนรอยต่อเขต ๓ จังหวัด คือ อำเภอเสนางคนิคม
อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ อำเภอนิคมคำสร้อย อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร
อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ที่ยอดภูสระดอกบัวมีแอ่งหินขนาดกว้างประมาณ ๒-๓ เมตร
จำนวน ๑๑ แอ่ง มีน้ำขังตลอดปี มีบัวพันธุ์ต่าง ๆ ขนาดเล็ก ขึ้นอยู่เต็มสระเมื่อออกดอกจะดูสวยงามมาก
ชาวบ้านเล่ากันว่ามีบัวขึ้นอยู่อย่างนี้มานานแล้วและเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
จึงได้ชื่อว่า ภูสระดอกบัว นักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าไปเที่ยวชมควรติดต่อสอบถามข้อมูลก่อนล่วงหน้าได้ที่
ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว จังหวัดมุกดาหาร โทร. ๐ ๔๒๖๑
๙๐๗๗ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ HYPERLINK "http://www.dnp.go.th" www.dnp.go.th หรือสำนักงานป่าไม้ จังหวัดมุกดาหาร โทร.
๐ ๔๒๖๑ ๑๗๕๗
อำเภอชานุมาน
จุดชมทิวทัศน์ริมโขง อำเภอชานุมานมีพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขงเป็นระยะทางประมาณ
๓๘ กิโลเมตร ทำให้มีลักษณะทางธรรมชาติ
และทัศนียภาพของบรรยากาศสองฟากฝั่งโขงที่งดงามน่าประทับใจ
โดยเฉพาะบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอชานุมาน
มีทางเดินเลียบริมฝั่งโขงเป็นระยะทางยาวเหมาะแก่การเดินชมทัศนียภาพ
สามารถมองเห็นดอนชะโนดซึ่งเป็นเกาะขนาดใหญ่กลางลำน้ำโขงและในช่วงฤดูแล้งเดือนกุมภาพันธ์พฤษภาคม
มองเห็นแก่งกลางแม่น้ำโขง
แก่งต่างหล่าง บ้านศรีสมบูรณ์
ตำบลชานุมาน อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๘๐ กิโลเมตร และห่างจากอำเภอชานุมาน ๑
กิโลเมตร ลักษณะของแก่งต่างหล่างคล้ายชามหรืออ่าง เป็นโขดหินศิลาแลงขรุขระอยู่ริมแม่น้ำโขง
ในฤดูฝนน้ำแม่น้ำโขงมีระดับน้ำสูงจึงท่วมแก่ง หน้าแล้งแก่งสวยงามมาก
เหมาะเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ คำว่า ต่างหล่าง
เป็นภาษาถิ่น
บอกถึงลักษณะของภาชนะที่มีลักษณะกว้างและตื้น
แก่งหินขัน บ้านหินขัน
เป็นแก่งหินตั้งอยู่กลางแม่น้ำโขง ติดชายแดนไทย-ลาว
ห่างจากตัวอำเภอไปทางใต้ประมาณ ๑๓ กิโลเมตร
ลักษณะเป็นร่องหินเกิดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำเป็นเวลาหลายพันปี
ซึ่งมีลักษณะเหมือนพานหรือขัน
ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศนิยมไปชมความสวยงามของแก่งนี้เป็นจำนวนมาก
และเป็นแหล่งซื้อขายปลาแม่น้ำโขงซึ่งสร้างรายได้แก่ชาวอำเภอชานุมานเป็นอย่างมาก
ฮีตสิบสอง คลองสิบสี่
เทศกาลงานประเพณี
ชาวอำนาจเจริญมีวิถีชีวิตอยู่บนพื้นฐานของประเพณี
อันเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวอีสานทั่วไป คือมี ฮีตสิบสอง คลองสิบสี่ หมายถึงประเพณีสิบสองเดือนที่ยึดถือปฏิบัติกันมาจนถึงปัจจุบัน
คำว่า ฮีต มาจากคำว่า จารีต ส่วนมากมักจะเป็นงานบุญที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาเป็นหลัก
เช่น งานบุญกฐิน งานบุญบั้งไฟ งานบุญข้าวจี่ งานบุญเดือนสิบสอง (ลอยกระทง)
งานบุญสรงน้ำ
(สงกรานต์) เป็นต้น ส่วน คลองสิบสี่
หมายถึง ครรลองคลองธรรม
หรือแบบแผนในการประพฤติปฏิบัติ ๑๔ ประการ เช่น ล้างเท้าก่อนขึ้นบ้าน
ตื่นแต่เช้ามาใส่บาตร ห้ามเดินเหยียบเงาพระสงฆ์ กราบไหว้บิดามารดา
เก็บดอกไม้ธูปเทียนบูชาพระ และหมั่นฟังธรรมทุกวัน เป็นต้น
ส่วนด้านวัฒนธรรมของชาวอำนาจเจริญที่มีชื่อเสียงก็คือ การทอผ้าไหม ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง เช่น ผ้าไหมบ้านจานลาน ผ้าไหมบ้านสร้อย
ที่อำเภอพนา และผ้าไหมบ้านเปือย ผ้าไหมบ้านหัวดง และผ้าไหมบ้านน้ำท่วม
ที่อำเภอลืออำนาจ เป็นต้น
นอกจากนั้นที่อำเภอชานุมาน
ประชาชนส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากชาวภูไท หรือผู้ไทย
ที่อพยพมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ชาวภูไทมีความสามารถในการทอผ้าขิตเป็นพิเศษ
การให้สีสันและลวดลายของผ้าจะเป็นเอกลักษณ์ของภูไทโดยเฉพาะ
และยังมีดนตรีนาฏศิลป์พื้นบ้าน ได้แก่ หมอลำ
ที่มีเนื้อหาในการส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
นอกจากนั้นชาวอำนาจเจริญยังมีดำริที่จะฟื้นฟูประเพณีลงข่วง
ซึ่งเป็นวิถีชีวิตแบบหนึ่งของชาวจังหวัดอำนาจเจริญในสมัยเก่าให้เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีประจำจังหวัด
การลงข่วงเป็นการชุมนุมกันของหนุ่มสาว ที่ฝ่ายสาวจะมีกิจกรรมทอผ้า สาวไหม เป็นต้น
ขณะเดียวกันพวกหนุ่ม ๆ ก็จะมาร่วมวงสนุกโดยบรรเลงเพลงพื้นบ้านด้วยเครื่องดนตรีพื้นบ้าน
อาทิ แคน พิณ ประกอบกับกิจกรรมทอผ้า และสาวไหม
ประเพณีการแข่งเรือยาว จัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนของทุกปีซึ่งมีเรือจากอำเภอดอนตาล
จังหวัดมุกดาหาร เรือจากอำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี
เรือจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และเรือจากอำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ
มาร่วมแข่งขันเพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรี งานแข่งเรือจัดบริเวณท่าน้ำ
แม่น้ำโขง หน้าที่ว่าการอำเภอชานุมาน
ช่วงเช้าและช่วงบ่ายเป็นการแข่งเรือส่วนตอนกลางคืนบริเวณที่ว่าการอำเภอมีการออกร้านขายสินค้า
และการแสดงมหรสพสมโภชตลอดทั้งคืน
กิจกรรมที่น่าสนใจ
สนามกอล์ฟ
สนามกอล์ฟมิ่งเมือง ตั้งอยู่ในพื้นที่ของหน่วยพัฒนาการพื้นที่
นพศ. ที่ ๕๑ ถนนชยางกูร อำเภอเมืองอำนาจเจริญ เป็นสนามกอล์ฟ ๙
หลุม มีคลับเฮาส์ ร้านอาหาร ค่าบริการใช้สนามกอล์ฟ วันธรรมดา ๖๐ บาท วันเสาร์-อาทิตย์-วันหยุดราชการ
๘๐ บาท ค่าแคทดี้ ๖๐ บาท ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ ๐ ๔๕๔๕ ๒๑๔๒
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ สายอำนาจเจริญ-มุกดาหาร
ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๘ กิโลเมตร