|
ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ
เลิศล้ากานท์กวี คนดีศรีอยุธยา 417 ปีแห่งการเป็นราชธานีเก่าแก่ของสยามประเทศ ประกอบด้วยราชวงศ์ คือ
ราชวงศ์อู่ทอง ราชวงศ์สุพรรณภูมิ ราชวงศ์สุโขทัย
ราชวงศ์ปราสาททองและราชวงศ์บ้านพลูหลวง มีกษัตริย์ปกครองทั้งสิ้น 33
พระองค์ โดยมีปฐมกษัตริย์ คือ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง)
พระนครศรีอยุธยาจึงนับเป็นราชธานีที่มีอายุยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติไทย
ตลอดระยะเวลา 417 ปี ที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีแห่งราชอาณาจักรไทย
มิได้เป็นเพียงช่วงแห่งความเจริญสูงสุดของชนชาติไทยเท่านั้น
แต่ยังเป็นการสร้างสรรค์อารยธรรมของหมู่มวลมนุษยชาติซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่นานาอารยประเทศอีกด้วย
แม้ว่ากรุงศรีอยุธยาจะถูกทำลายเสียหายจากสงครามกับประเทศเพื่อนบ้านหรือจากการบุกรุกขุดค้นของพวกเรากันเอง
แต่สิ่งที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบันนี้ยังมีร่องรอยหลักฐานซึ่งแสดงอัจฉริยภาพและความสามารถอันยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษแห่งราชอาณาจักรผู้อุทิศตนสร้างสรรค์ความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรม
และความมั่งคั่งไว้ให้แก่ผืนแผ่นดินไทย หรือแม้แต่ชาวโลกทั้งมวล
จึงเป็นที่น่ายินดีว่าองค์การยูเนสโก้
โดยคณะกรรมการมรดกโลกได้มีมติรับนครประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา
ซึ่งมีอาณาเขตครอบคลุมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
และเป็นพื้นที่ที่ได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ปี
พ.ศ. 2519 ไว้ในบัญชีมรดกโลก
เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ณ กรุงคาร์เทจ ประเทศตูนีเซีย
พร้อมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย-อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรโดยจะมีผลให้ได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญาที่ประเทศต่างๆได้ทำร่วมกัน
จึงสมควรที่อนุชนรุ่นหลังจะได้ไปศึกษาเยี่ยมชมเมืองหลวงเก่าของเราแห่งนี้
สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาส่วนใหญ่เป็นโบราณสถาน
ได้แก่ วัด และพระราชวังต่างๆ
พระราชวังในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีอยู่ 3 แห่ง คือ พระราชวังหลวง
วังจันทรเกษมหรือวังหน้า และวังหลัง
นอกจากนี้ยังมีวังและตำหนักนอกอำเภอพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นที่สำหรับเสด็จประพาส
ได้แก่ พระราชวังบางปะอิน ในเขตอำเภอบางปะอิน และตำหนักนครหลวง
ในเขตอำเภอนครหลวง
ภูมิประเทศของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นที่ราบลุ่ม
มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน 3 สาย คือ
แม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านทางด้านทิศตะวันตกและทิศใต้
แม่น้ำป่าสักไหลผ่านทางทิศตะวันออก และแม่น้ำลพบุรี (ปัจจุบันเป็นคลองเมือง)ไหลผ่านทางด้านทิศเหนือ
แม่น้ำสามสายนี้ไหลมาบรรจบกันโอบล้อมรอบพื้นที่ของตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา
ตัวเมืองจึงมีลักษณะเป็นเกาะ
เราจะเห็นบ้านเรือนปลูกเรียงรายหนาแน่นตามสองข้างฝั่งแม่น้ำแสดงถึงวิถีชีวิตของผู้คนที่ผูกพันอยู่กับสายน้ำมายาวนาน
จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 76 กิโลเมตร
มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 2,556 ตารางกิโลเมตร
อำเภอต่างๆในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พระนครศรีอยุธยา
ท่าเรือ
นครหลวง
บางไทร
บางบาล
บางปะอิน
บางปะหัน
ผักไห่
ภาชี
ลาดบัวหลวง
วังน้อย
เสนา
บางซ้าย
อุทัย
มหาราช
บ้านแพรก
|
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา |
|
(ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
และภาพบางส่วนจากเว็บท่องเที่ยวต่างๆผ่านการค้นหาของกูเกิล)
|
ข้อมูลการเดินทางของ จ. พระนครศรีอยุธยา
รถยนต์
จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ได้หลายเส้นทางดังนี้
1. ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านประตูน้ำพระอินทร์
แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 309
เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
2. ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 (ถนนแจ้งวัฒนะ)
หรือทางหลวงหมายเลข 302 (ถนนงามวงศ์วาน) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข
306 (ถนนติวานนท์) แล้วข้ามสะพานนนทบุรีหรือสะพานนวลฉวี
ไปยังจังหวัดปทุมธานีต่อด้วยเส้นทาง ปทุมธานี-สามโคก-เสนา (ทางหลวงหมายเลข
3111) เลี้ยวแยกขวาที่อำเภอเสนา เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3263
เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
3. ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-นนทบุรี-ปทุมธานี
ทางหลวงหมายเลข 306 ถึงทางแยกสะพานปทุมธานี
เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 347 แล้วไปแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 3309
ผ่านศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อำเภอบางปะอิน เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
รถไฟ
การเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสามารถใช้บริการรถไฟโดยสารที่มีปลายทางสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีบริการทุกวัน
ขบวนรถไฟจะผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในเขตอำเภอบางปะอิน
อำเภอพระนครศรีอยุธยา และอำเภอภาชี
แล้วรถไฟจะแยกไปภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สถานีชุมทางบ้านภาชี
นอกจากนี้การรถไฟฯ ยังจัดขบวนรถจักรไอน้ำเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยาในโอกาสพิเศษ
ปีละ 3 ขบวน คือ วันที่ 26 มีนาคม (วันสถาปนาการรถไฟฯและเป็นวันที่ระลึกถึงการเปิดทางรถไฟสายแรกวิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-นครราชสีมา
ในปี พ.ศ. 2433) วันที่ 23 ตุลาคม (วันปิยมหาราช
เพื่อรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ผู้ทรงให้กำเนิดกิจการรถไฟไทย) และวันที่ 5 ธันวาคม (วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช)
สอบรายเพิ่มเติมได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 0 2220 4334, 0 2220
4444, 0 2223 7010, 0 2223 7020, 1690 หรือที่เว็บไซต์
www.railway.co.th (สถานีรถไฟอยุธยามีบริการรับฝากสัมภาระ)
รถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด
มีบริการรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทุกวัน
วันละหลายเที่ยว โดยออกจากสถานีขนส่งหมอชิต ถนนกำแพงเพชร 2
รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 กรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยา
และรถโดยสารปรับอากาศชั้น 2 กรุงเทพฯ-ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร-พระนครศรีอยุธยา
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2936 2852-66 หรือที่เว็บไซต์
www.transport.co.th
รถตู้โดยสารจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต
เรือ
การเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยทางน้ำเป็นที่นิยมของชาวต่างประเทศ
เพราะนอกจากจะได้ชมทัศนียภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว
ยังเป็นการย้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์สมัยที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี
และมีการติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติทางเรือบนสายน้ำเจ้าพระยาแห่งนี้
บริการเรือนำเที่ยวจากกรุงเทพฯไปพระนครศรีอยุธยามีดังนี้
1. เรือมโนราห์ 2 ออกจากท่าโรงแรมแมริออท รีสอร์ทแอนด์สปา
ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน แวะเที่ยวชมตั้งแต่กรุงเทพฯ วัดอรุณฯ
พิพิธภัณฑ์เรือ ผ่านเกาะเกร็ด นนทบุรี วัดปทุมคงคา แวะวัดต่างๆ
ในพระนครศรีอยุธยา บางปะอิน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0 2476
0021-2
เรือมิตรเจ้าพระยา เรือออกจากท่าช้างเวลา 08.00 น. ทุกวันอาทิตย์
แวะศูนย์ศิลปาชีพบางไทร บางปะอิน ขากลับแวะวัดเฉลิมพระเกียรติ
และกลับถึงกรุงเทพฯเวลา 18.00 น. อัตราค่าโดยสารผู้ใหญ่ 430 บาท เด็ก
350 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 0 2623 6169, 0 2221
2297, 0 2225 6179, 0 2225 6179
2. เรือเมฆขลา ล่องเจ้าพระยา 2 วัน 1 คืน ขาขึ้น กรุงเทพ -
อยุธยา ออกเดินทางทุกวัน ยกเว้นวันศุกร์ จากท่าวัดยานนาวา, ขาล่อง
อยุธยา - กรุงเทพ ออกเดินทางทุกวัน ยกเว้นวันเสาร์
จากท่าวัดนิเวศธรรมประวัติ เวลา 14.30 น.
มีบริการอาหารเครื่องดื่มและห้องพักติดเครื่องปรับอากาศ
อัตราค่าโดยสารต่อท่าน ประมาณ 8,400-13,100 บาท (ไม่รวมค่าบริการรถรับส่ง,เดินทางขั้นต่ำ
2 ท่านขึ้นไป) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2655 6245-6
3. เรือริเวอร์ซันครุ้ยส์ บริการเรือนำเที่ยวไปเช้า-เย็นกลับ
พร้อมอาหาร สู่พระราชวังบางปะอินและนำเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เช่น ภายในอุทยานประวัติศาสตร์อันได้แก่ วัดใหญ่ชัยมงคล
วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดหน้าพระเมรุ วัดไชยวัฒนาราม
และนำนักท่องเที่ยวเดินทางกลับโดยไปขึ้นเรือที่ท่าเรือวัดโพธิ์แตงเหนือ
อำเภอบางไทร ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองพระนครศรีอยุธยาประมาณ 46 กิโลเมตร
รถออกจากศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ สี่พระยา เวลา 08.00 น.
และเดินทางกลับโดยทางเรือ เรือออกเวลา 13.00 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 16.30
น. อัตราค่าโดยสารคนละ 1,800 บาททั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2266 9125-6, 0 2266 9316
หมายเหตุ
หากนักท่องเที่ยวต้องการเดินทางจากพระนครศรีอยุธยาไปกรุงเทพฯทางเรือร่วมกับเรือริเวอร์ซันครุ้ยส์
กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้า และเดินทางถึงท่าเรือวัดโพธิ์แตงเหนือ
อำเภอบางไทร ก่อนเวลา 12.45 น. เรือออกเดินทางเวลา 13.00 น.
อัตราค่าโดยสารจากวัดโพธิ์แตงเหนือ-กรุงเทพฯ 1,400 บาทต่อคน
4. เรือเพิร์ลออฟสยาม บริการเรือนำเที่ยวไปเช้า-เย็นกลับ
พร้อมอาหาร สู่พระราชวังบางปะอินและนำเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เช่น ภายในอุทยานประวัติศาสตร์อันได้แก่ วัดใหญ่ชัยมงคล
วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดหน้าพระเมรุ
วัดไชยวัฒนารามและนำนักท่องเที่ยวเดินทางกลับโดยไปขึ้นเรือที่ท่าเรือวัดโพธิ์แตงเหนือ
อำเภอบางไทร ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองพระนครศรีอยุธยาประมาณ 46 กิโลเมตร
รถออกจากศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ สี่พระยา เวลา 08.00 น.
และเดินทางกลับโดยทางเรือ เรือออกเวลา 13.00 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 16.30
น. อัตราค่าโดยสารคนละ 1,400 บาททั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2266 9125-6, 0 2266 9316
หมายเหตุ
หากนักท่องเที่ยวต้องการเดินทางจากพระนครศรีอยุธยาไปกรุงเทพฯทางเรือร่วมกับเพิร์ลออฟสยาม
กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้า และเดินทางถึงท่าเรือวัดโพธิ์แตงใต้
อำเภอบางไทร ก่อนเวลา 12.45 น. เรือออกเดินทางเวลา 13.00 น.
อัตราค่าโดยสารจากวัดโพธิ์แตงใต้-กรุงเทพฯ 1,200 บาทต่อคน
5. เรือฮอไรซันครุ้ยส์ มีบริการเรือนำเที่ยวทุกวัน
สู่พระราชวังบางปะอิน นำเที่ยวพระนครศรีอยุธยา เช่น วัดใหญ่ชัยมงคล
วัดมหาธาตุ วัดพระศรีสรรเพชญ์ พร้อมอาหาร
รถออกจากลานจอดรถใกล้โรงแรมแชงกรีล่าเวลา 08.00 น.
เดินทางกลับโดยทางเรือ อัตราค่าโดยสารคนละ 1,600
บาททั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0
2236 7777 ต่อ 6204-5, 0 2236 9952
6. เวิลด์ทราเวิล เซอร์วิส
จัดรายการนำเที่ยวสู่พระราชวังบางปะอินและจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นประจำทุกวัน
พร้อมอาหารบุฟเฟต์ รถออกจากท่าริเวอร์ซิตี้เวลาประมาณ 07.30 น.
กลับถึงเวลา 16.30 น. เดินทางกลับทางเรือ อัตราค่าบริการคนละ 1,600 บาท
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2234 4875
การคมนาคมภายในตัวจังหวัด
จ.พระนครศรีอยุธยา
การเดินทางในตัวเมือง
มีรถตุ๊กตุ๊กบริการในอัตรา 20 - 40 บาทต่อคนขึ้นอยู่กับระยะทาง
ค่าบริการรถตุ๊กตุ๊กจากสถานีรถไฟไปยังตัวเมืองราคาประมาณ 30 บาท
ค่าบริการภายในเกาะเมืองราคา 20 บาท ค่าเช่าตุ๊กตุ๊กต่อชั่วโมงประมาณ
200 บาท
นอกจากนี้ยังมีบริการรถสองแถววิ่งจากสถานีรถไฟไปยังตัวเมือง
และจากตัวเมืองไปยังบางปะอิน (รถออกจากตลาดเจ้าพรหม) ราคาประมาณ 30 บาท
ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที
โรงแรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา |
|
|
ล่องเรือในอยุธยา
อดีตราชธานีกรุงศรีอยุธยาได้รับการยกย่องจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ
( ยูเนสโก ) ให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกทางวัฒนธรรม
ด้วยเอกลักษณ์เฉพะของความเป็นเมืองแห่งลุ่มแม่น้ำลำคลอง
ตัวเมืองหรือที่เรียกว่า
" เกาะเมือง "
โอบล้อมด้วยแม่น้ำ 3 สาย คือ แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี
และแม่น้ำเจ้าพระยา
ซึ่งเชื่อมกับเครือข่ายคลองธรรมชาติและคลองขุดจนได้รับฉายาจากชาวตะวันตกที่ว่าเยือนกรุงศรีอยุธยาว่า
" เวนิสแห่งตะวันออก "
เส้นทางล่องเรือไปตามแม่น้ำลำคลองจะพาเราไปตื่นตากับความรุ่งเรืองแห่งมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก
พร้อมดื่มด่ำกับเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมชุมชนริมน้ำในบรรยากาศเมืองเก่าในตัวเมืองอยุธยา
และวิถีชนบทท้องทุ่งใกล้กรุงเทพฯ ที่อำเภอเสนา
เส้นทางล่องชมความงามรอบเกาะเมือง
เริ่มจากตลาดหัวรอล่องไปตามคลองคูเมืองซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำลพบุรีพบกับแม่น้ำป่าสักคลองคูเมืองบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระที่บ้านหัวแหลม
ซึ่งเป็นแหล่งหัตถกรรมสานปลาตะเพียนเก่าแก่
จากนั้นล่องไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา
เพื่อดื่มด่ำกับความยิ่งใหญ่ของโบราณสถานริมแม่น้ำ
จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
1. ป้อมเพชร ป้อมปราการสมัยอยุธยา
ตั้งอยู่ที่บริเวณที่แม่น้ำเจ้าพระยาบรรจบกับแม่น้ำป่าสักที่บางกะจะในอดีตจากป้อมเพชรสามารถมองเห็นเรือที่จะเข้ามาเทียบท่า
ณ เกาะเมืองกรุงศรีอยุธยา ลักษณะป้อมก่อด้วยอิฐสลับศิลาแลง
มีช่องคูหาก่อเป็นรูปโค้งสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นที่ตั้งปืนใหญ่ประจำป้อม
2. วัดพุทไธศวรรย์
สร้างในบริเวณที่สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ( ครองราชย์ พ.ศ. 1893 - 1912
) ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาทรงประทับก่อนการสร้างกรุงศรีอยุธยา
โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดนี้ในปีพ.ศ. 1896 เพื่อเป็นอนุสรณ์
ด้านหน้าปรางค์องค์ใหญ่ ประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง
3. โบสถ์นักบุญยอแซฟ
ตั้งอยู่ในบริเวณหมู่บ้านฝรั่งเศสสมัยอยุธยาโบสถ์แห่งนี้ถูกทำลายไปเมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า
พ.ศ. 2310 และสร้างใหม่สมัยรัชกาลที่4
4. วัดไชยวัฒนาราม
สร้างในปี พ.ศ. 2173
ซึ่งเป็นยุครุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมสมัยอยุธยาตอนปลายผังของวัดจำลองจากคติจักรวาล
ในพุทธศาสนาพระปรางค์ประธานแทนเขาพระสุเมรุศูนย์กลางจักรวาล
ล้อมรอบด้วยปรางค์บริวารประจำมุมสี่ทิศแทนทวีปใหญ่สี่แห่ง
ในเมรุรายประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างกษัตริย์
5. เจดีย์พระศรีสุริโยทัย
สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่สมเด็จพระศรีสุริโยทัยซึ่งสิ้นพระชนม์คราวศึกยุทธหัตถี
ในปี พ.ศ. 2091
6. วัดพนัญเชิงวรวิหาร
ตั้งอยู่ตรงชุมทางที่แม่น้ำเจ้าพระยาบรรจบกับแม่น้ำป่าสัก เรียกว่า
บางกะจะ
ซึ่งในสมัยอยุธยาเป็นท่าเรือสำคัญและเป็นย่านพ่อค้าเรือสำเภาชาวจีน
ภายพระอุโบสถประดิษฐาน พระพุทธไตรรัตนนายก หรือที่ชาวจีนเรียกว่า
หลวงพ่อซำปอกง
ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
7. หมู่บ้านโปรตุเกส
ชาวโปรตุเกสเป็นชาติแรกที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับกรุงศรีอยุธยา
เมื่อปี พ.ศ. 2054
ต่อมาได้รับพระราชทานที่ดินให้เป็นที่ตั้งชุมชนนอกเกาะเมืองด้านตะวันตกเฉียงใต้
โบสถ์ที่เห็นปัจจุบันสร้างสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ( ครองราชย์
พ.ศ. 2153 - 2171 )
เมื่อกรมศิลปกรได้ดำเนินการขุดแต่งและบูรณะบริเวณดังกล่าว
ได้พบโบราณวัตถุต่างๆ มากมาย เช่น เศษเครื่องถ้วยจีน โครงกระดูก
เครื่องหมายกางเขน
8. หมู่บ้านญี่ปุ่น
เริ่มแรกชาวญี่ปุ่น เข้ามาติดต่อการค้าขายกับกรุงศรีอยุธยา
ต่อมาในปี พ.ศ. 2135 ได้อาสารบในกองทัพโดยมีออกญาเสนาภิมุข หรือ
ยามาดา นางามาซา เป็นผู้บังคับบัญชาการ
ปัจจุบันบริเวณหมู่บ้านญี่ปุ่นเป็นที่ตั้งอาคารผนวกศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
ภายในจัดแสดงนิทรรศการความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับต่างประเทศ
ได้แก่ จีน ริวกิว โปรตุเกส ญี่ปุ่น ฮอลันดา อังกฤษ ฝรั่งเศส
อินเดีย เปอร์เซีย และมลายู
ติดต่อเช่าเรือได้ที่
- ท่าเรือหลังตลาดหัวรอ หรือท่าตลาดเจ้าพรหม
ค่าเช่าเรือครึ่งวันประมาณ 500 - 600 บาท
- ท่าน้ำหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษม
อัตราค่าบริการจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาและเส้นทาง
- บริษัท เรือเบญจรงค์ จำกัด
มีบริการนำเที่ยวชมเมืองพระนครศรีอยุธยาทางน้ำโดยเรือเบญจรงค์
เรือออกจากร้านอาหารเรือนรับรอง มีเส้นทางต่างๆ ให้เลือกดังนี้ 1.เลียบชมเมืองพระนครศรีอยุธยา
2.ชมพระราชวังบางปะอิน 3.ชมศูนย์ศิลปาชีพบางไทร
เรือบริการตั้งแต่เวลา 09.0022.00 น. ทุกวัน
อัตราค่าบริการเรือล่องชมเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ราคา 300 บาท (มีจำนวนตั้งแต่
10, 30 และ 80 ท่าน รวมอาหารและเครื่องดื่ม) หากเช่าเป็นลำ
ราคาลำละ 1,000 บาท (นั่งได้ 8 ท่าน ไม่รวมอาหารและเครื่องดื่ม)
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3521 1036
- เรือนาวานคร เป็นเรือแบบโบราณ
นำมาประยุกต์ให้เข้ากับบรรยากาศของเมืองหลวงเก่า
จัดนำเที่ยวชมรอบเกาะอยุธยา ผ่านวัดต่างๆ เช่น วัดไชยวัฒนาราม
วังสิริยาลัย และวัดต่างๆ อีกหลายวัด ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
ลำเล็กนั่ง 8 คน ลำใหญ่นั่งได้ 10 คน ราคาลำละ 800 บาท
เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณชินธร
โทร. 0 1928 2887 คุณวิไล โทร. 08 1658 9148
- อยุธยา โบ๊ต แอนด์ ทราเวล โทร. 0 2950 2822
www.ayutthaya-boat.com
- ล่องเรือเที่ยวคลองจระเข้ อำเภอเสนา
ติดต่อรายละเอียดได้ที่ จ.ส.ต. เริงไชย ฤกษ์บุปผา โทร. 0 9881
1042 หรือ คุณดาวเรือง ฤกษ์บุปผา โทร. 08 1251 8058
- ณัฐวาริน
ลักษณะเป็นเรือไม้ขนาดกลางสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากถึง 20
ท่าน พร้อมบริการอาหารไทยและเครื่องดื่มหลากหลาย
ชื่นชมบรรยากาศยามเย็นพระอาทิตย์แลลับขอบฟ้า
ชมทัศนียภาพโบราณสถานอันงดงามของเมืองมรดกโลกและสัมผัสวิถีชีวิตชาวกรุงเก่ารอบเกาะเมืองอยุธยาในราคาท่านละ
750 บาท พร้อมอาหารไทยและเครื่องดื่ม ลงเรือได้ที่
ท่าเรือร้านอาหารบ้านอู่ทอง ถนนอู่ทอง อำเภอพระนครศรีอยุธยา
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ayutthaya-boat.com
และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2746 1414
และ 08 1733 5687 หรือ E-mail: book-on-line@ayutthaya-boat.com
และ Ayutthaya.boat@gmail.com
|
ร้านอาหารในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา |
|
|
เส้นทางท่องเที่ยว รถโดยสารท้องถิ่น เที่ยวกรุงเก่าเข้าวัด
วัง นั่งสามล้อต่อตุ๊ก ตุ๊ก
โปรแกรมที่ 1 รถตุ๊ก ตุ๊ก
จุดเริ่มต้นในการรับนักท่องเที่ยว เช่น สถานีรถไฟ /
สถานีรถโดยสารบริเวณถนนนเรศวร และสถานีขนส่ง บขส. /ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา
(อาคารศาลากลางเก่า) /โรงแรม เกสท์เฮ้าส์ และด้านหน้าวิหารพระมงคลบพิตร
เป็นต้น
- นมัสการพระพุทธชัยมงคลชมทัศนียภาพเกาะเมืองอยุธยาบนเจดียชัยมงคล ณ
วัดใหญ่ไชยมงคล
- นมัสการพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย (ซำปอกงหรือหลวงพ่อโต) ณ
วัดพนัญเชิงวรวิหาร - แวะซื้อขนมกล้วย / ขนมตาล / ขนมสอดไส้ ห่อใบตอง
บนถนนเส้นวัดใหญ่-วัดพนัญเชิง
- ข้ามสะพานสมเด็จพระนเรศวร ลัดเลาะถนนรอบเกาะเมือง
และชมพระราชวังจันทน์เกษม
- ชมเรือโบราณจำลองแบบต่าง ๆ ณ พิพิธภัณฑ์เรือไทยบ้านอาจารย์ไพฑูรย์
ขาวมาลา
- แวะรับประทานก๋วยเตี๋ยวเรือบริเวณ ถนนบางเอียน
- สักการะพระบรมสารีริกธาตุและชมเครื่องทองโบราณ ณ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา
- แวะชมสาธิตการสานปลาตะเพียนใบลานและเลือกซื้อเป็นของฝากของที่ระลึก
- เยี่ยมชมชาวบ้านชุมชนประตูชัยถนนอู่ทองชมการสาธิตทำโรตีสายไหม
ตลอดสองข้างทางจนเป็นที่รู้จักขึ้นชื่อว่า เป็นของฝากยอดฮิตของอยุธยา
- แวะชมทัศนียภาพพระอาทิตย์ตกดินบริเวณวัดไชยวัฒนาราม
- นำนักท่องเที่ยวกลับไปส่งยังจุดเริ่มต้น
ข้อแนะนำ 1. ใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณ 3 ชั่วโมง ราคา 600 บาท/คัน
ถ้าใช้เวลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ คิดค่าเช่า ชั่วโมงละ 200 บาท/คัน
2. รถตุ๊ก ตุ๊ก 1 คัน นั่งได้ประมาณ 4-5 คน
โปรแกรมที่ 2 รถตุ๊ก ตุ๊ก
จุดเริ่มต้นในการรับนักท่องเที่ยว เช่น สถานีรถไฟ /
สถานีรถโดยสารบริเวณถนนนเรศวร และสถานีขนส่ง บขส. /ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา
(อาคารศาลากลางเก่า) /โรงแรม เกสท์เฮ้าส์ และด้านหน้าวิหารพระมงคลบพิตร
เป็นต้น
- นมัสการพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์
วัดพระเมรุชิกายารามหรือวัดหน้าพระเมรุ
- แวะชิมกาแฟโบราณ วัดเชิงท่า
และสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน ณ วัดเชิงท่า
- แวะชมเพนียดหลวง
ซึ่งเป็นสถานที่คล้องช้างและฝึกช้างเพื่อใช้ในการศึกสงครามสมัยกรุงศรีอยุธยา
- สักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรทรงม้า ณ วัดภูเขาทอง
- สักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัยบริเวณทุ่งมะขามหย่อง
- แวะชมงานแกะสลักไม้แบบต่าง ๆ ที่ชุมชนบ้านใหม่
- นมัสการพระพุทธรูปสมัยอยุธยา ณ วัดเกตุ
- นมัสการพระพุทธกษัตราธิราช ณ วัดกษัตราวรวิหาร
-
นมัสการหลวงพ่อยิ้มแวะรับบริการห้องน้ำสะอาดได้รับรางวัลที่หนึ่งระดับประเทศ
ณ วัดท่าการ้อง และปล่อยปลา นานาชนิด เพื่อสิริมงคล
บริเวณหน้าวัดท่าการ้อง
- นมัสการพระมงคลบพิตร
และเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกบริเวณร้านค้าที่ระลึก
- นำนักท่องเที่ยวกลับไปส่งยังจุดเริ่มต้น
ข้อแนะนำ 1. ใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณ 4 ชั่วโมง ราคา 800 บาท/คัน
ถ้าใช้เวลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ คิดค่าเช่า ชั่วโมงละ 200 บาท/คัน
2. รถตุ๊ก ตุ๊ก 1 คัน นั่งได้ประมาณ 4-5 คน
โปรแกรมที่ 3 (ไหว้พระ 9 วัด) รถตุ๊ก รถตุ๊ก
จุดเริ่มต้นในการรับนักท่องเที่ยว เช่น สถานีรถไฟ /
สถานีรถโดยสารบริเวณถนนนเรศวร และสถานีขนส่ง บขส. /ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา
(อาคารศาลากลางเก่า) /โรงแรม เกสท์เฮ้าส์ และด้านหน้าวิหารพระมงคลบพิตร
เป็นต้น
- รับบริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยว ณ
ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยาศึกษาข้อมูล ณ ห้องนิทรรศการประวัติศาสตร์
- เข้านมัสการพระมงคลบพิตร ณ วิหารพระมงคลบพิตร
- เข้านมัสการพระนอน ณ วัดธรรมิกราช
- เข้านมัสการหลวงพ่อปลื้มพระพุทธรูปเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยา ณ
วัดแม่นางปลื้ม
- แวะนมัสการพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์สมัยอยุธยา ณ วัดราชประดิษฐาน
- แวะชิมก๋วยเตี๋ยวราดหน้าปลาช่อน ถนนอู่ทองย่านตลาดหัวรอ
- เข้านมัสการหลวงพ่อทอง วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร -
เข้านมัสการพระพุทธรูปสมัยอยุธยา ณ วัดพิชัยสงคราม
- สักการะพระธาตุหลวงปู่ต่วน อดีตพระเกจิย์อาจารย์ของอยุธยา ณ วัดกล้วย
- ชมโบราณสถานอันงดงามและนมัสการรอยพระพุทธบาท วัดประดู่ทรงธรรม
- สักการะพระพุทธสมณโกฎบพิตร ณ วัดสมณโกฎฐาราม - แวะซื้อขนมกล้วย /
ขนมตาล / ขนมสอดไส้ ห่อใบตอง บนถนนเส้นวัดใหญ่-วัดพนัญเชิง
- นมัสการพระพุทธชัยมงคลชมทัศนียภาพเกาะเมืองอยุธยาบนเจดียชัยมงคล ณ
วัดใหญ่ไชยมงคล
- นำนักท่องเที่ยวกลับไปส่งยังจุดเริ่มต้น
ข้อแนะนำ 1. ใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณ 3 ชั่วโมง ราคา 600 บาท/คัน
ถ้าใช้เวลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ คิดค่าเช่า ชั่วโมงละ 200 บาท/คัน
2. รถตุ๊ก ตุ๊ก 1 คัน นั่งได้ประมาณ 4-5 คน
โปรแกรมที่ 4 (ไหว้พระ 9 วัด) รถตุ๊ก ตุ๊ก
จุดเริ่มต้นในการรับนักท่องเที่ยว เช่น สถานีรถไฟ /
สถานีรถโดยสารบริเวณถนนนเรศวร และสถานีขนส่ง บขส. /ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา
(อาคารศาลากลางเก่า) /โรงแรม เกสท์เฮ้าส์ และด้านหน้าวิหารพระมงคลบพิตร
เป็นต้น
- รับบริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยว ณ
ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยาศึกษาข้อมูล ณ ห้องนิทรรศการประวัติศาสตร์
- แวะสักการะพระพุทธรูปในโบสถ์มหาอุตต์ ชมพระตำหนักพระพุทธโฆษาจารย์ ณ
วัดพุทไธศวรรย์ - ชมโบสถ์วัดนักบุญยอเซฟ
ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นชุมชนชาวโปตุเกส
- เข้านมัสการพระพุทธกษัตราธิราช ณ วัดกษัตราธิราช
- เข้านมัสการพระมงคลบพิตร ณ วิหารพระมงคลบพิตร
- เข้านมัสการหลวงพ่อปลื้มพระพุทธรูปเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยา ณ
วัดแม่นางปลื้ม
- ชมพระตำหนักรัชกาลที่ 5 นมัสการพระพุทธรูปในซุ้มเรือนแก้ว ณ
วัดบรมวงศ์อิสรวรารามราชวรวิหาร
- แวะชิมก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยาบริเวณถนนบางเอียน
- เข้านมัสการหลวงพ่อทอง วัดสุวรรณดารามราชวรวิหาร
- เข้านมัสการพระพุทธรูปสมัยอยุธยา ณ วัดพิชัยสงคราม
- สักการะพระธาตุหลวงปู่ต่วน อดีตพระเกจิย์อาจารย์ของอยุธยา ณ วัดกล้วย
- แวะซื้อขนมกล้วย / ขนมตาล / ขนมสอดไส้ ห่อใบตอง บนถนนเส้นวัดใหญ่-วัดพนัญเชิง
- นมัสการพระพุทธชัยมงคลชมทัศนียภาพเกาะเมืองอยุธยาบนเจดียชัยมงคล ณ
วัดใหญ่ไชยมงคล
- นำนักท่องเที่ยวกลับไปส่งยังจุดเริ่มต้น
ข้อแนะนำ 1. ใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณ 3 ชั่วโมง ราคา 600 บาท/คัน
ถ้าใช้เวลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ คิดค่าเช่า ชั่วโมงละ 200 บาท/คัน
2. รถตุ๊ก ตุ๊ก 1 คัน นั่งได้ประมาณ 4-5 คน
โปรแกรมที่ 5 รถตุ๊ก ตุ๊ก
จุดเริ่มต้นในการรับนักท่องเที่ยว เช่น สถานีรถไฟ /
สถานีรถโดยสารบริเวณถนนนเรศวร และสถานีขนส่ง บขส. /ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา
(อาคารศาลากลางเก่า) /โรงแรม เกสท์เฮ้าส์ และด้านหน้าวิหารพระมงคลบพิตร
เป็นต้น
- ชมโบราณสถานวัดมเหยงค์และวัดกุฎีดาว
- แวะชมหมู่บ้านช้างและโชว์งู ณ ปางช้างอโยธยา
- นมัสการพระพุทธชัยมงคลชมทัศนียภาพเกาะเมืองอยุธยาบนเจดียชัยมงคล ณ
วัดใหญ่ไชยมงคล
- นมัสการพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย(ซำปอกง) ณ
วัดพนัญเชิงวรวิหาร
- ชมโบราณสถานวัดมหาธาตุและวัดราชบูรณะ -
นมัสการพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์
วัดพระเมรุชิกายารามหรือวัดหน้าพระเมรุ
- แวะชมการแกะสลักหินฝีมือชาวอยุธยา ณ ถนนเลียบพระตำหนักสิริยาลัย
- นมัสการพระนอนวัดโลกยสุธารามและชมโบราณสถานวัดวรเชษฐาราม
- นมัสการพระมงคลบพิตรและชมโบราณสถานวัดพระศรีสรรเพชญ์
- แวะชมสาธิตการสานปลาตะเพียนใบลานและเลือกซื้อเป็นของฝากของที่ระลึก
- นำนักท่องเที่ยวกลับไปส่งยังจุดเริ่มต้น
ข้อแนะนำ 1. ใช้เวลาท่องเที่ยวประมาณ 3 ชั่วโมง ราคา 600 บาท/คัน
ถ้าใช้เวลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ คิดค่าเช่า ชั่วโมงละ 200 บาท/คัน
2. รถตุ๊ก ตุ๊ก 1 คัน นั่งได้ประมาณ 4-5 คน
โปรแกรมที่ 6 รถสามล้อถีบ เที่ยวกรุงเก่าเข้าวัด วัง
นั่งสามล้อ
จุดเริ่มต้นในการรับนักท่องเที่ยว เช่น ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา /
สถานีรถโดยสารบริเวณถนนนเรศวรและบริเวณด้านหน้าวิหารพระมงคลบพิตร
เป็นต้น
- ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองอยุธยา , วังช้างแลเพนียดอยุธยา
- วัดโลกยสุธา วัดวรเชษฐาราม วิหารพระมงคลบพิตร
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา
-
เยี่ยมชมชาวบ้านชุมชนประตูชัยถนนอู่ทองชมการสาธิตทำโรตีสายไหมตลอดสองข้างทางจนเป็นที่รู้จักขึ้นชื่อว่า
เป็นของฝากยอดฮิตของอยุธยา
- วัดพระราม บึงพระราม วัดหน้าพระเมรุ วัดเชิงท่า
- วัดมหาธาตุและวัดราชบูรณะ
- นำนักท่องเที่ยวกลับมาส่งยังจุดเริ่มต้น
ข้อแนะนำ 1. ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ราคา 200 บาท/คัน
ถ้าใช้เวลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ คิดค่าเช่า ชั่วโมงละ 100 บาท/คัน
2. รถสามล้อถีบ 1 คัน นั่งได้ไม่เกิน 2 คน
ติดต่อสอบถามข้อมูลพาหนะโดยสารท้องถิ่นจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
1. รถ ตุ๊ก ตุ๊ก มีบริการตลอดเวลาติดต่อได้ที่
- สหกรณ์บริการรถยนตร์สามล้ออยุธยา จำกัด (รถตุ๊ก ตุ๊ก เพ้นท์ลายอยุธยา)
ประธานสหกรณ์ ชื่อนายหมัด สำลี โทร. 08 1745 8786, 0 3525 1219, 0 3523
2640-1
- ชมรมรถ ตุ๊ก ตุ๊ก หน้าสถานีรถไฟอยุธยา ประธานชมรม ชื่อนายอัสนีย์
ควรสนอง โทร. 08 7365 3010, 08 3039 3755
2. กลุ่มรถสามล้อถีบอยุธยา (ด้านหน้าวัดราชบูรณะ) หัวหน้ากลุ่ม
ชื่อนางอำไพ บุญเกิด โทร. 08 1994 3904
3. บริการรถล้อยางชมโบราณสถาน ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา โทร. 0
3524 5123, 08 5845 3932
4. บริการนั่งช้าง
- ปางช้างแลเพนียด (อยู่ใกล้กับศาลหลักเมือง ในเกาะเมือง) โทร. 0 3521
1001, 0 3532 1982
- หมู่บ้านช้างอยุธยา (อยู่ใกล้กับวัดมเหยงค์ นอกเกาะเมือง) โทร. 0
3524 5245, 08 9199 2413
5. นั่งรถม้าชมกรุงเก่า โทร. 08 1755 6675, 0846118646, 0866548393 |