|
น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้
พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูร สมบูรณ์ธรรมชาติ
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี
จังหวัดจันทบุรี
หรือเรียกอีกชื่อว่า เมืองจันท์ เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์
ดินฟ้าอากาศเอื้ออำนวยต่อการปลูกผลไม้หลายชนิด โดยเฉพาะ ทุเรียน เงาะ
มังคุด และพืชผลทางการเกษตรอื่น ๆ เช่น พริกไทย ยางพารา
เป็นศูนย์กลางธุรกิจ ด้านอัญมณี
และมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็นภูเขา ป่าไม้ น้ำตก
ชายทะเล และโบราณสถาน โบราณวัตถุต่าง ๆ
ตลอดจนกิจกรรมการผจญภัยและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ทั้งการเดินป่า
การขี่จักรยานเสือภูเขา และการล่องแก่ง เป็นต้น
จันทบุรีเป็นเมืองเก่าแก่
เคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์
มีการสำรวจแหล่งโบราณคดีหลายแห่งในจันทบุรี
พบเครื่องมือเครื่องใช้ยุคหินขัด (อายุประมาณ 2,000 ปี)
ในเขตอำเภอมะขาม อำเภอท่าใหม่ และที่ราบเชิงเขา ที่บ้านคลองบอน
อำเภอโป่งน้ำร้อน
เริ่มมีการตั้งเมืองครั้งแรกที่บริเวณหน้าเขาสระบาป ราวพุทธศตวรรษที่
18 ชาวชอง (ชนเผ่าในตระกูลมอญ-เขมร)
เป็นชนพื้นเมืองกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งรกรากอยู่ในป่าตะวันออก
บริเวณจันทบุรี ตราด ระยอง โดยเฉพาะเขตป่ารอยต่อจันทบุรี-ตราด
ซึ่งเป็นแหล่งของป่าและสมุนไพรที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งรง (คือ
ชื่อยางไม้ที่ได้จากต้นไม้ ใช้ทำยา) ครั่ง (คือ ชื่อเพลี้ยหอยชนิดหนึ่ง)
ขี้ผึ้ง กระวาน ไม้กฤษณา หวาย จันท์ขาว อบเชยป่า ขมิ้นหอม
น้ำมันยางเร่ว (เป็นไม้ล้มลุกชนิดหนึ่ง ผลใช้ทำยา)
ในสมัยก่อนชาวชองดำรงชีพด้วยการเก็บของป่าขาย
ปัจจุบันพื้นที่ป่าลดน้อยลง เพราะถูกหักร้าง เพื่อทำสวน ทำไร่
ถูกจับจองโดยคนไทยและคนจีน การเก็บของป่ากลายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
นายพรานไพรต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตไปเป็นแรงงาน ในเมือง
หรือบางส่วนยังคงทำสวนทำนากันอยู่ (ปัจจุบันชาวชองส่วนใหญ่จะอยู่ที่บ้านคลองพลู
กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ)
ต่อมา พ.ศ. 2200
ได้ย้ายมาสร้างเมืองใหม่ที่บ้านลุ่มซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี
และหลังจากกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเมื่อครั้งยังเป็นพระยาวชิรปราการ
ได้นำกำลังพลประมาณ 500 คน
ตีฝ่าวงล้อมพม่าออกทางทิศตะวันออกและยึดเมืองจันทบุรีไว้เป็นเวลา 5
เดือน เพื่อเป็นแหล่งสะสมเสบียงอาหารและรี้พล
จากนั้นจึงนำกำลังพลทั้งไทย-จีน จำนวน 5,000 คน
กลับไปกอบกู้กรุงศรีอยุธยา ในปี พ.ศ. 2310
เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นความภาคภูมิใจของชาวจันทบุรี
ซึ่งเราสามารถเห็นได้จากการที่มีโบราณสถานและอนุสรณ์สถานหลายแห่งที่มีความเกี่ยวข้องหรือจัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ในครั้งนั้น
ต่อมาในสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ย้ายเมืองไปตั้งที่บ้านเนินวงซึ่งอยู่ในที่สูงเพื่อเป็นที่มั่นในการป้องกันการถูกรุกรานของญวณ
จนกระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมืองจันทบุรีได้ย้ายกลับมาตั้งที่บ้านลุ่มตามเดิมเนื่องจากบ้านเนินวงอยู่ไกลจากแหล่งน้ำ
ในปี พ.ศ. 2436 เกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส
และฝรั่งเศสได้เข้ามายึดครองเมืองจันทบุรีไว้นานถึง 11 ปี
จนไทยต้องยอมยกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้กับฝรั่งเศสเพื่อแลกเมืองจันทบุรีกลับคืนมา
ในปี พ.ศ. 2476 ได้มีการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินขึ้นใหม่
เมืองจันทบุรีจึงมีฐานะเป็นจังหวัดมาจนถึงปัจจุบัน
จันทบุรีอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 330 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ
6,338 ตารางกิโลเมตร อำเภอต่างๆในจังหวัดจันทบุรี
เมืองจันทบุรี
ขลุง
ท่าใหม่
โป่งน้ำร้อน
มะขาม
แหลมสิงห์
สอยดาว
แก่งหางแมว
นายายอาม
เขาคิชฌกูฏ
*กิ่ง อ.กำพุธ จ.จันทบุรี
อุทยานแห่งชาติในจังหวัดจันทบุรี
อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ
อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น
อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว
|
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี |
|
(ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
และภาพบางส่วนจากเว็บท่องเที่ยวต่างๆผ่านการค้นหาของกูเกิล)
|
ข้อมูลการเดินทางและแผนที่จังหวัดจันทบุรี
การเดินทาง
รถยนต์ จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้ 5 เส้นทาง ได้แก่
1. เส้นทางที่ 1 ทางหลวงหมายเลข 3 เป็นเส้นทางสายเก่า เริ่มต้นที่บางนา-กรุงเทพฯ
ผ่านจังหวัดชลบุรี-บางแสน-ศรีราชา-พัทยา-สัตหีบ-บ้านฉาง-ระยอง-จันทบุรี
ระยะทาง 330 กิโลเมตร
2. เส้นทางที่ 2 ทางหลวงหมายเลข 36 เป็นเส้นทางสายหลักในปัจจุบัน
เริ่มต้นที่ กิโลเมตรที่ 140 ถนนสุขุมวิท อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
เลี้ยวซ้ายตรงสามแยกกระทิงลาย ผ่านสนามแข่งรถพีระเซอร์กิต
และสิ้นสุดที่ตำบลเชิงเนิน อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ระยะทาง 60
กิโลเมตร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ระยะทาง 108 กิโลเมตร
จะถึงจังหวัดจันทบุรี รวมระยะทาง 308 กิโลเมตร
3. เส้นทางที่ 3 ทางหลวงหมายเลข 344 เส้นบ้านบึง-แกลง
เป็นเส้นทางสายหลักอีกหนึ่งสาย ซึ่งช่วยลดระยะทางได้ถึง 70 กิโลเมตร
เริ่มต้นกิโลเมตรที่ 98 ถนนสุขุมวิท อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
ผ่านอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี อำเภอวังจันทร์ และอำเภอแกลง
จังหวัดระยอง ระยะทาง 110 กิโลเมตร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ระยะทาง
58 กิโลเมตร จะถึงจังหวัดจันทบุรี รวมระยะทาง 266 กิโลเมตร
4. เส้นทางเชื่อมระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับภาคตะวันออก
เริ่มต้นกิโลเมตรที่ 200 ทางหลวงหมายเลข 33 อำเภอกบินทร์บุรี
จังหวัดปราจีนบุรี เลี้ยวขวากิโลเมตรที่ 230 จังหวัดสระแก้ว
เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 317 ระยะทาง 189 กิโลเมตร ผ่านอำเภอวังน้ำเย็น
อำเภอสอยดาว อำเภอโป่งน้ำร้อน อำเภอมะขาม จนถึงจังหวัดจันทบุรี
รวมระยะทางจากอำเภอกบินทร์บุรี-จังหวัดจันทบุรี 219 กิโลเมตร
5. เส้นทางสายมอเตอร์เวย์ เริ่มต้นที่ถนนศรีนครินทร์ ทางหลวงหมายเลข 7
กรุงเทพฯ สิ้นสุดที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ระยะทาง 90 กิโลเมตร
จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 36 ระยะทาง 50 กิโลเมตร และทางหลวงหมายเลข 3
อีก 108 กิโลเมตร รวมระยะทางกรุงเทพฯ -จันทบุรี 248 กิโลเมตร
|

แผนที่จังหวัดจันทบุรี |
รถโดยสารประจำทาง
รถออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) ถนนสุขุมวิท
รถโดยสารประจำทางปรับอากาศ
- บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถออกจากสถานีทุกวัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2391 2504 สาขาจันทบุรี โทร.
0 3932 2197 และมีบริษัทเดินรถเอกชนวิ่งบริการ
- บริษัท เชิดชัย ทัวร์ โทร. 0 2391 2237 สาขาจันทบุรี โทร. 0
3935 0357
- บริษัท พรนิภา ทัวร์ โทร. 0 2391 5179 สาขาจันทบุรี โทร. 0
3931 1476, 0 3931 1278
- บริษัท ศุภรัตน์ ทัวร์ โทร. 0 2391 2331 สาขาจันทบุรี โทร. 0
3935 0223
รถโดยสารธรรมดา ออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย)
ถนนสุขุมวิท เช่นกัน แต่ไม่มีรอบที่แน่นอน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2391 2504
รถออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร
- บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถออกจากสถานีทุกวัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2936 2852
และมีบริษัทเดินรถเอกชนวิ่งบริการ
- บริษัท เชิดชัย ทัวร์ โทร. 0 2936 0199
- บริษัท พรนิภา ทัวร์ โทร. 0 2936 2256-7
- บริษัท ศุภรัตน์ ทัวร์ โทร. 0 2936 3888, 0 2936 3939
นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารจากจันทบุรีไปยังจังหวัดอื่น ๆ ได้แก่
นครราชสีมา ตราด ระยอง สระแก้ว สระบุรี บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี
ตาก รายละเอียดติดต่อสถานีขนส่งจังหวัดจันทบุรี โทร. 0 3932
2197 |
แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ศูนย์วิจัยพืชสวน ตั้งอยู่ที่ตำบลตะปอน อำเภอขลุง บนถนนสุขุมวิท
ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี 21 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 280 ไร่
มีหน้าที่รับผิดชอบในการค้นคว้าวิจัยเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาพืชสวนเศรษฐกิจที่สำคัญในเขตภาคกลางและภาคตะวันออก
มีแปลงทดลองปลูกพืชสวนชนิดต่าง ๆ อาทิ ทุเรียน เงาะ มังคุด ระกำ
กระท้อน รวมไปถึงพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ สมุนไพรและเครื่องเทศ
นอกจากนั้นทางศูนย์ฯ ได้จัดเส้นทางเดินชมสวนพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ
สวนสมุนไพร และพืชสวน ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาที
และได้จัดพื้นที่กางเต็นท์ไว้สำหรับนักท่องเที่ยวโดยทางศูนย์มีเต็นท์ให้เช่า
ราคาเต็นท์ละ 100-200 บาท พักได้ 1-3 คน
ทางศูนย์ยินดีที่จะเผยแพร่งานเหล่านี้ให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป
โดยอนุญาตให้เข้าชมเป็นหมู่คณะ และควรติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย 1
สัปดาห์ โทร. 0 39 39 7030, 0 3939 7146 ในวันและเวลาราชการ
นอกจากนั้นระหว่างเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคมของทุกปี
จะเป็นช่วงที่ผลไม้พันธุ์ต่าง ๆ ออกผล เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ระกำ
สละ ลองกอง เป็นต้น ซึ่งจะมีสวนในอำเภอต่าง ๆ
เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ชิมผลไม้สด ๆ
จากต้นและซื้อเป็นของฝากกลับบ้าน ได้แก่
อำเภอเมือง
สวนโถทอง 18 หมู่ 10 ต.คมบาง โทร. 0 3945 9339 ค่าเข้าสวนคนละ 60 บาท
สวนวงษ์วิทย์ 45 หมู่ 7 ต.แสลง โทร. 0 3937 3030, 0 1861 6258, 0 9808
6397 ค่าเข้าสวนคนละ 60 บาท
อำเภอท่าใหม่
สวนสะเด็ดยาด 183/13 ภายในสวนมีที่พัก โทร. 0 2272 1030, 0 2579
4814-5 ค่าเข้าชมคนละ 30 บาท
อำเภอนายายอาม
สวนกุลพัฒน์ 38/2 ม.6 ต.วังใหม่ กิโลเมตรที่ 298 ถนนสุขุมวิท โทร. 0
1809 0366, 0 6155 0222 ค่าเข้าชมคนละ 40 บาท
อำเภอเขาคิชฌกูฎ
กระทิงคันทรี รีสอร์ท 21/7 หมู่ 2 ตำบลพลวง โทร. 0 3945 2454-6
ค่าเข้าชมคนละ 100 บาท
สวนสละคุณวินัย 7/14 หมู่ 6 ตำบลพลวง โทร. 0 3930 7228, 0 1806 9527
|
ร้านอาหารในจังหวัดจันทบุรี |
|
|
แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ศูนย์เรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าชายเลนสุ่มน้ำเวฬุ
ตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านท่าสอน ตำบลบ่อ อำเภอขลุง มีพื้นที่ 120,000 ไร่
ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี 18 กิโลเมตร บนเส้นทางถนนสุขุมวิท
ประมาณกิโลเมตรที่ 374-375 เป็นป่าชายเลนลุ่มน้ำเวฬุ
อยู่ในความดูแลของสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 2 (ท่าสอน จันทบุรี)
ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มิถุนายนของทุกปี จะพบกับป่าของ หิงห้อย
ส่องแสงระยิยระยับตลอดเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 2 กิโลเมตร
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลน ที่ 2 (ท่าสอน
จันทบุรี) โทร. 0 3942 -4186, 08 9245 3509
ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ตั้งอยู่ที่ตำบลตะปอน ถนนสุขุมวิท
ใช้เส้นทางสายจันทบุรี-ตราด ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี 15 กิโลเมตร
มีพื้นที่ 206 ไร่ มีหน้าที่ในการค้นคว้า วิจัยเพื่อ
แก้ปัญหาและพัฒนาพืชสวนเศรษฐกิจในเขตภาคตะวันออก เช่น ทุเรียน เงาะ
ระกำ มังคุด พริกไทย กล้วยไม้พื้นเมือง เป็นต้น
และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและเกษตรกร นอกจากนั้นภายในศูนย์ฯ
ยังมีพื้นที่สำหรับปฏิบัติงานวิจัยที่ศูนย์พัฒนาไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออกอีกด้วย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3939 7030, 0 3939 7146, 0
3943 4096 E-mail: HYPERLINK "mailto:chrc_chanburi@yahoo.com"
chrc_chanburi@yahoo.com
ล่องแก่ง
ล่องแก่งคลองโป่งน้ำร้อน
อยู่ห่างจากอำเภอโป่งน้ำร้อน 22 กิโลเมตร
เป็นแนวล่องแก่งธรรมชาติที่สวยงาม ระยะทาง 12 กิโลเมตร ใช้เวลาล่องแก่ง
2-3 ชั่วโมง ไปตามแนวคลองโป่งน้ำร้อน
ที่มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาเครือหวาย ลำคลอง มีสภาพเป็นเกาะแก่ง
โขดหินธรรมชาติ
ไหลคดเคี้ยวไปตามร่องเนินเขาผ่านหมู่บ้านในเขตอำเภอโป่งน้ำร้อนลงสู่ราชอาณาจักรกัมพูชา
แนวคลองทั้งสองฝั่งร่มรื่นเขียวขจีไปด้วยสวนผลไม้และไม้นานาพันธุ์
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยและเริ่มต้นฝึกการล่องแก่ง
ความยากของแก่งอยู่ในระดับ 2-3 (ขึ้นอยู่กับสภาพน้ำในแต่ละปี)
เส้นทางที่ล่องแก่งโป่งน้ำร้อนมีความยาวประมาณ 10 กิโลเมตร
ใช้เวลาล่องแก่งประมาณ 2-3 ชั่วโมง
จุดเริ่มต้นของการล่องแก่งอยู่ที่หมู่บ้านเครือหวายและคลองโป่งน้ำร้อน
แก่งแรกที่ผ่านมีลักษณะเป็นหินราบเรียบ สามารถมองเห็นเทือกเขาสอยดาว
แก่งชะอม แก่งยาว วังน้ำอุ่น สะพานวัดใจ เป็นสะพานแขวนสลิงเล็ก ๆ
นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปกระโดดน้ำวัดใจได้ที่สะพานแห่งนี้
บริเวณฝายทดน้ำ และจุดสุดท้ายของการล่องแก่งคือวัดคลองใหญ่
ช่วงที่เหมาะสำหรับการล่องแก่งคือ ฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม-พฤศจิกายน)
นักท่องเที่ยวที่ต้องการล่องแก่งสามารถติดต่อได้ที่ วังขอน ชาเล่ต์
3/8 หมู่ 8 อำเภอโป่งน้ำร้อน โทร. 0 3931 7024 เรือล่องแก่ง นั่งได้ 8
คน ราคา 2,500-3,900 บาท เรือแคนู นั่งได้ 2 คน ราคา 1,000-1,500 บาท
บริษัท ฟูจิ ทัวร์ กรุงเทพฯ โทร. 0 2540 2971-2, 0 2918 6067-8
เรือล่องแก่ง นั่งได้ 8 คน ราคา 3,000 บาท เรือแคนู นั่งได้ 1-2 คน
ราคา 200 บาท/ชั่วโมง และที่ พญากำพุช รีสอร์ท อำเภอโป่งน้ำร้อน โทร. 0
3938 7225-6, 0 1523 1678 เรือล่องแก่ง นั่งได้ 8 คน ราคา 2,000 บาท
เรือแคนู นั่งได้ 2-3 คน ราคา 3,000 บาท
|