ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า อินโด บรูไน ฟิลิปปินส์ จีน ฮ่องกง มาเก๊า เกาหลี อินเดีย

เชียงใหม่ เชียงรายแม่ฮ่องสอนตากลำปางพะเยากำแพงเพชรนครสวรรค์น่านเพชรบูรณ์พิจิตรพิษณุโลกแพร่ลำพูนสุโขทัยอุทัยธานีอุตรดิตถ์กรุงเทพกาญจนบุรีฉะเชิงเทราชัยนาทนครปฐมปทุมธานีเพชรบุรีประจวบอยุธยาราชบุรีอ่างทองลพบุรีสมุทรปราการสมุทรสาครสมุทรสงครามสระบุรีสิงห์บุรีสุพรรณบุรีนนทบุรี ชุมพรกระบีนราธิวาสนครปัตตานีพัทลุงพังงาภูเก็ตระนองสุราษฏร์สตูลสงขลาตรังยะลาชลบุรีระยองตราดนครนายกปราจีนบุรีจันทบุรีสระแก้วอำนาจเจริญบุรีรัมย์ชัยภูมิกาฬสินธุขอนแก่นจังหวัดเลยมหาสารคามมุกดาหารนครราชสีมาหนองบัวลำภูหนองคายบึงกาฬร้อยเอ็ดสกลนครศรีสะเกษสุรินทร์อุบลอุดรธานียโสธรนครพนม


http://www.hotsia.com > เชียวราย > โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา ทำพิธีไหว้ผี
 

ประเพณีชนไข่แดงของชาวอะข่า เป็นประเพณีที่มีพิธีกรรมอย่างมากและขั้นตอนหลายอย่าง ผมไปเที่ยวบ้านห้วยขี้เหล็กมาและก็ได้เห็นพิธีกรรมต่างๆ แต่เพื่อให้ผมลงข้อมูลได้ถูกต้อง และไม่คลาดเคลื่อน ผมขอลงเฉพาะสิ่งที่ผมเห็นเท่านั้น ส่วนข้อมูลเรื่องพิธีนั้น ผมขอบกมาจาก เว็บไซต์ http://www.hilltribe.org โดย พระอาเจอะ อิทธิญาโณ แกนนำชาวพุทธอ่าข่าหญ่า(THE AKHAYA BUDDHIST SHIFT) ซึ่งได้ลงไว้ในเว็บบอร์ดของเว็บไซต์ดังกล่าวครับ

ในส่วนของผมที่ผมเห็นงานวันแรกที่ชาวอะข่าที่ยังไม่ได้เข้าไปนับถือศาสนาคริสต์จะตื่นแต่เช้าไปตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน โดยเตรียมน้ำเต้าไปใส่น้ำ เมื่อกลับมาสายๆ ก็จะนำน้ำไปล้างไก่ และฆ่ามาทำพิธี ตอนบ่ายโมงจะตำข้าวปุก ซึ่งผมก็ถ่ายให้ชมเป็นวีดีโอหลายบ้าน

ในอีกวันหนึ่งจะการชนไข่แดง ซึ่งงานนี้ก็เหมือนกับงานวันเด็กของอะข่า วันโล้ชิงช้าก็คือวันของผู้หญิงอะข่า เรื่องของวันชนไข่แดงนั้นผมขอเสนอเป็นอีกตอนนึง เพราะผมมองว่าเป็นเรื่องที่มีวิวัฒนาการไปเรื่อยๆได้ เหมือนสงกรานต์ไทย ที่สืบทอดมาถึงทุกวันนี้ได้ งานชนไข่แดงก็เช่นเดียวกันผมว่าจะอยู่ต่อไปได้อีกนานแสนนาน

 

 

ต่อจากนี้ไปเป็นเรื่องทางพิธีของ พระอาเจอะ อิทธิญาโณ แกนนำชาวพุทธอ่าข่าหญ่า(THE AKHAYA BUDDHIST SHIFT) ผมขอขอบคุณข้อมูลมา ณ.ที่นี้ครับ

วิธีการการ สืบทอด ของประเพณี “ขึ่มสึ่ – ฮึ่มมี่อ่าโผ่ว “ หรือ “ต้มย้อมไข่แดง หรือว่า ชนไข่แดง” 
“ขึ่มสึ่ – ฮึ่มมี่อ่าโผ่ว “ หรือ “ต้มย้อมไข่แดง หรือว่า ชนไข่แดง” ที่สังคมไทย รู้จักกันทั่วไป มีด้วยกันทั้งหมด 2 วัน มีในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี เป็นเทศกาลที่เกิดขึ้นก่อนทำการปลูกต่างๆในรอบปี สำหรับความเป็นมาไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อใด และยุคสมัยใด ในอดีตช่วงประเพณี “ขึ่มสึ่ – ฮึ่มมี่อ่าโผ่ว “ หรือ “ต้มย้อมไข่แดง หรือว่า ชนไข่แดง” มี มีช่วงห่าง 13 วัน แต่ปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนเทศกาลนี้ไปจากเดิม คือ ได้มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ได้มี “ปรมจายร์ปราชญ์อ่าข่า”เกี่ยวกับ “หญ้อง” คือนายอาเซอะ มาเยอะ บ้านแสนเจริญเก่า ผู้ร่วมอุดมการณ์ก่อตั้งสมาคมเพื่อการศึกษาวัฒนธรรมอ่าข่าเชียงราย ได้ปรับประยุกต์วัฒนธรรมอ่าข่าเปลี่ยนมาเป็นไม่มีช่วงห่าง และรวมประเพณี “ขึ่ม –สึ” กับประเพณี “ฮึ่มมี่” ไว้ด้วยกัน จึงเป็นประเพณี “ขึ่มสึ –ฮึ่มมี่ –อ่าโผ่ว –เล่าะเอ่อ”จนถึงปัจจุบัน เหตุผลในการปรับประยุกต์เปลี่ยนแปลง เพราะเนื่องจากช่วงระยะห่าง 13 วัน เป็นช่วงที่ไม่สามารถตัดไม้ หาใบไม้สีเขียวได้ และไม่สามารถเก็บเกี่ยวพืชผลต่างๆได้ทุกชนิด นายอาเซอะ มาเยอะ ปราชญาจารย์อ่าข่าทาง “หญ้อง” หรือ “วัฒนธรรมอ่าข่า” จึงมีการปรับประยุกต์เปลี่ยนแปลงให้มีเสถียรภาพ ให้สอดคล้องกับสภาวะการณ์ของปัจจุบันนั้น เพราะชาวอ่าข่าทำผิดจารีตประเพณีบ่อย และเกรงว่านานวันเข้าชาวอ่าข่าจะเห็นของผิดเป็นถูก วัฒนธรรมอ่าข่าจะอันตรธานมากกว่านี้ เพราะเหตุว่า จากช่วงห่างมากเกินไป จึงได้ปรับประยุกต์เปลี่ยนแปลงไป ในอดีตกรณีที่ทำผิด โดยการตัดไม้หรือเก็บเกี่ยวพืชผลทุกชนิด ก็ต้องมีการประกอบพิธี ซึ่งอ่าข่าเรียกพิธีกรรมนี้ว่า “บู –ล่อ” แปลว่า “ทำให้สะอาดขึ้น” เพราะอ่าข่าถือว่าบุคคลใดก็ตามที่ไปตัดไม้ และเก็บเกี่ยวพืชผลในช่วง “จำศีล” คือ”คนไม่บริสุทธิ์” ซึ่งจะเป็นสาเหตุนำมาซึ่งสิ่ง “อัปมงคล”เข้ามาในชุมชน ครอบครัว และตนเอง

 

วันแรก
จะแป หรือ วันแรกของ “ขึ่มสึ่ – ฮึ่มมี่อ่าโผ่ว “ หรือ “ต้มย้อมไข่แดง หรือว่า ชนไข่แดง”
ช่วงเช้ามาผู้หญิง หรือชายอ่าข่า จะแต่งตัวชุดอ่าข่าเต็มยศ ไปตักน้ำใน “อี้ซ้อเล่าะเค่าะ” หรือ “ห้วยสะอาดบริสุทธิ์” การจะตักน้ำจะต้องมีการล้าง เท้า ขา มือ หน้า และ “อี้พู่” หรือ “น้ำเต้า” ให้สะอาด การตักน้ำจะต้องตักตามลำดับก่อนหลัง พอกลับมาจากการตักน้ำถึงบ้านก็จะแช่ข้าวเหนียว เวลาประมาณเที่ยงวัน “อ่าบ้อโจ่วมา” ก็จะตีกลอง เพื่อเป็นสัญญาณให้กับชาวบ้านว่าให้นึ่งข้าวเหนียวได้ ระหว่างนึ่งข้าวยังไม่สุกก็จะมีการคั่วงาดำตำใส่เกลือ นึ่งข้าวเหนียวสุกก็ยกไปตำเป็นข้าวปุก โรยด้วยงาดำ เพื่อให้กลิ่นหอมและไม่ให้ข้าวปุกติดมือกับกระด้ง ส่วนเกลือใส่ให้มีรสชาติอร่อย ยกข้าวปุกเข้าบ้านเพื่อประกอบพิธีกรรม เริ่มด้วยการตั้งลูกเหล้า หรือที่อ่าข่าเรียก “จี่ ป่า จี่ สี่” มีข้าวสารผสมข้าวเปลือก และยีสต้มเหล้าผ่านการหมักมาแล้ว ใส่ในกระบอกไม่ไผ่ ข้างในมีหลอดดูดน้ำที่ทำมาจากไม้ไผ่มีรู อ่าข่าเรียกว่า “อี้ เตอะ” ตั้งบริเวณหิ้งประกอบพิธีกรรม ใกล้ๆ ลูกเหล้า ก็ตั้งถ้วยหนึ่งใบ ข้างในมีมีขันน้ำที่ทำมาจากน้ำเต้า อ่าข่าเรียกว่า “อี้ -เจอะ” เทน้ำบริสุทธิ์ใส่ถ้วย หยิบขันน้ำที่ทำมาจากน้ำเต้าตักน้ำจากถ้วยมาเทใส่ลูกเหล้า จำนวน 3 ครั้ง แล้วหาตอกไม้ไผ่มาใส่ลูกเหล้า จำนวน 1 อัน การใส่ตอกนี้อ่าข่าเรียกว่า “จี่ ช่อ” ไปจับไก่มา จำนวน 1 ตัว ซึ่งไก่ที่นำมาประกอบพิธีนั้น สามารถใช้ได้ทั้งตัวผู้และตัวเมีย แต่ต้องไม่มีขนสีขาว เพราะอ่าข่าถือว่า ถ้าไก่มีขนสีขาวเป็นไก่ไม่บริสุทธิ์ หรืออ่าข่าเรียกว่า “ยา -จี -ยา -เซอะ”หรือ ไก่บริสุทธิ์ และต้องมีอวัยวะครบทุกส่วน เอาขันตักน้ำจากถ้วยที่ตั้งไว้ มาเทใส่ไก่บริเวณขา ปีก และหัว จำนวนที่ละ 3 ครั้ง จึงใช้ไม้ที่เตรียมไว้ตีบริเวณหัว อ่าข่าเรียกไม้นี้ว่า “ตี่ -ตู้” หลังจากฆ่าไก่แล้ว พิธีกรรมจะมีความแตกต่างกันออกไปตามตระกุล บางครอบครัวก่อนจะถอนขนไก่และเผา จะมีการตัดปีกและขาออกไป ด้วยเหตุผล 2 ประการ 

 

 

 

ประการที่ 1. ถ้าปีกหรือขาหัก จะประกอบพิธีกรรมต่อไม่ได้ ต้องหาไก่ตัวใหม่มาประกอบแทน 
ประการที่ 2. เพื่อความสะดวกในการประกอบพิธีกรรม เพราะบางครั้งการประกอบพิธีกรรม ต้องใช้ไก่ตัวเล็กๆ 
ถอนขนไก่ออกหมด นำไปเผาขนหมดแล้ว นำไก่มาล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วชำแร่ะโครงไก่ออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนหน้าอกไก่กับส่วนหลังไก่ เวลาดึงโครงไก่ ต้องไม่ให้ตับไก่ติดทางหน้าอกไก่ เพราะว่าถ้าติดต้องทำพิธีกรรมใหม่ ถ้าตับไก่ติดหน้าอกไก่ อ่าข่าเรียกว่า “นุ๋ม” จะ ตัดน่อง ต้นปีก และตับไก่ เป็นท่อนๆ และเอาส่วนหน้าอกไก่ ก็จะตัดเป็นเป็นชิ้นเล็กๆ มาต้มกับ
1.อะเดอะ เกลือ 
2.ช่อจึ ขิง 
3.ห่อเซาะ ข้าวเหนียว 
ระหว่างที่ต้มไก่ยังไม่สุก ก็เอา “ห่อเจ่” ขันโตก “ห่อจึ” หรือ “หุ่ม่า” ถ้วย ออกมาล้าง โดยใช้น้ำสะอาด และบริสุทธิ์ พอล้างเสร็จก็เอาถ้วยมาวางบนขันโตก ใบที่
1. ขิงกับชา 
2. เหล้า ดูดน้ำจากลูกเหล้าใส่ 
3. ข้าวสะอาดบริสุทธิ์ ข้าวเหนียวต้มให้สุก 
4. ใส่ข้าวปุก 
5. ใส่เนื้อไก่ คือ น่อง ปีก และตับ และใส่เนื้อในส่วนอื่นๆ 

 

ยกขันโตกไปวางใกล้ๆ หิ้งสักการะบูชา ตามด้วยขันโตกไว้บริเวณใกล้ๆ กับหิ้งสักการะบูชา หันหลังให้หิ้งประมาณ 5 นาที จึงยกขันโตกลงมาเรียกคนในครอบครัวทุกคนกิน “อ่าโผ่ว -ล่อจ้า –จ่าเอ่อ หมายถึงการ แบ่งเครื่องประกอบพิธีกรรมมากินกันทุกคนในครอบครัว การรับ “อ่าโผ่ว -ล่อจ้า” จะต้องรับสองมือประสานกัน ใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด ใส่หมวกให้เรียบร้อย การแบ่งกันกินนั้น ผู้ประกอบพิธี ซึ่งเป็นผู้ชาย และ “ยาแย้อ่าม่า” เท่านั้น ต้องกินเป็นคนแรกก่อน แล้วจึงให้คนในครอบครัวกินต่อ เมื่อการแบ่งกินครบทุกคน เก็บข้าวปุก และเนื้อไก่ที่อยู่ในถ้วยไปเก็บไว้ที่ “แช่ พู่ เปอะ” หมายถึง ฉางข้าวสารขนาดเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับหิ้งสักการะบรรพชน ส่วนถ้วยที่เหลือก็นำของประกอบพิธีกรรมไปเททิ้งในเตาไฟ สามเหตุที่ต้องไปเททิ้งที่เตาไฟ เพราะว่าของที่เหลือจากการประกอบพิธีกรรมนั้น ได้ผ่านกระบวนการพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ จึงไม่ควรให้สัตว์อื่นๆ กินต่อ จึงต้องเททิ้งให้หมด ไหม้หมด หลังจากประกอบพิธีกรรมเสร็จ ก็จะนำเนื้อไก่ที่เหลือ มาทำกับข้าวกินข้าวเที่ยง ในช่วงบ่ายๆ ผู้หญิงอ่าข่าแต่งชุดอ่าข่าเต็มยศ ไปตักน้ำในห้วยสะอาดบริสุทธิ์ เพื่อไว้ประกอบพิธีในวันต่อไป ในกลางคืนพิ้ญ่าและผู้อาวุโส เตรียมอาหารและสุราไปบ้านพี้มา เพื่อเรียนบทสวดต่างๆ ที่จำเป็นในการประกอบพิธีกรรม อ่าข่าเรียกการเรียนบทสวดนี้ว่า “แหน่ะ -เค่อ -เค่อ -จอ –เอ่อ” ในอดีตการเรียนสวดนี้ จะต้องเรียนตลอดทั้งคืน การเรียนเอาอาหารที่เตรียมมามาตั้งขันโตก รินเหล้าให้พี้มา ให้พี้มาดื่มก่อน พิ้หญ่าจึงดื่มได้ ในคืนนี้มีผู้หญิงจะนำดอกไม้มาให้พิ้หญ่าและพี้มา เพื่อปักหัวในเวลาเรียนบทสวดต่างๆ 
การประกอบพิธีกรรมของอ่าข่า ที่สามารถบอกความหมายบางอย่างได้ จากการประกอบพิธีกรรม เวลาประกอบพิธีกรรม ถ้าเอาหัวไก่ใส่แล้วต้มรวมกันน่อง ตับ และปีกไก่ นั้นหมายถึงบุคคลผู้ประกอบพิธีกรรมนั้น เคยผ่านการฆ่าคนมา และต้องประกอบพิธีกรรมอย่างนี้ตลอดชีวิต 
ในวันแรกนี้ ผู้หญิงอ่าข่าจะไปเก็บผักไว้กินในช่วงทำพิธีกรรมได้ ส่วนผู้ชายจะไปล่าสัตว์ป่า แต่ก่อนไปล่าสัตว์ป่าไม่สามารถกิน “อ่าโผ่ว –ล่อจ้า” ได้ เพราะมีความเชื่อว่า ถ้ากิน”อ่าโผ่ว –ล่อจ้า” แล้วการไปล่าสัตว์จะไม่ได้สัตว์มา จึงต้องกินหลังจากล่าสัตว์กลับมาถึงบ้านเท่านั้น
 

วันที่สอง 
“ขึ่มสึ่ -อ่าโผ่ว -เล่าะดา” รุ่งเช้า พอได้ยินเสียงไก่ขัน ผู้หญิงอ่าข่าจะตำข้าวสารที่แช่น้ำตั้งแต่เมื่อคืน ที่เป็นข้าวเหนียว เครื่องตำข้าวสารอ่าข่าเรียกว่า “ถ่อง -ชุ่ม”คือ ครกกระเดื่อง เพื่อไปทำเป็น “จา -แล” เป็นลูกกลมๆ เหมือนลูกชิ้น มีเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับการตำข้าวนี้ว่า มี “อ่าบ้อ –จาแต” ซึ่งเป็นคนจีนพ่อค้าขายผ้า มานอนในบ้านอ่าข่า ซึ่งเป็นช่วงที่อ่าข่าจะตำข้าว ผู้หญิงอ่าข่ารอเสียงไก่ขันแล้วตำข้าว พอได้ยินเสียงไก่ขัน ผู้หญิงอ่าข่าตำข้าวพร้อมๆ กัน ทำให้ “อ้าบ้อ –จาแต” ตกใจอย่างสุดขีด จึงลุกไปใส่กางเกง ที่วางไว้ใกล้ๆ ด้วยความรีบร้อนทำให้ใส่ขากางเกงข้างเดียวและทำให้ขากางเกงขาด วันนี้อ่าข่าจึงกล่าวว่าตำข้าวให้”อ่าบ้อ -จาแต” ตกใจ พอตำได้ละเอียดก็นำมาปั้นเป็นลูกกลมๆ ตั้งกระทะต้มน้ำให้เดือด ปล่อยลูกจาแลลงต้มจนสุก เมื่อสุกแล้วมาวางบนกระด้งที่วางใบตอง คั่วงาดำใส่เกลือมาผสมกับจาแล เพื่อให้กลิ่นหอมอร่อย และไม่ให้ติดมือกับกระด้ง นำจาแลมา 18 ลูก ในทั้งหมดนี้จะไม่ทาด้วยงาดำ 9 ลูก การประกอบพิธีนี้ ถ้าเป็นพิ้หญ่ากับพี้มา ต้องนำจาแล 27 ลูก พอเตรียมจาแลเรียบร้อย ก็ไปจับไก่ตัวผู้มา 1 ตัว ไก่ตัวผู้ตัวนี้ต้องไม่เป็นไก่ที่มีสีขาว เพราะอ่าข่าถือว่าขนสีขาวคือสีไม่บริสุทธิ์ ต้องไม่เป็นไก่ที่พิการ เพื่อประกอบพิธีที่อ่าข่าเรียกว่า ขึ่มสึ่ -อ่าโผ่ว -เล่าะดา” เอาลูกเหล้ามาตั้งบริเวณหิ้ง หาหลอดดูด ใส่ข้างใน เอาถ้วยมาหนึ่งใบ สำหรับใส่น้ำบริสุทธิ์ ข้างในถ้วยมีขันน้ำที่ทำมาจากน้ำเต้า เทน้ำบริสุทธิ์ใส่ถ้วย หยิบขันตักน้ำจากถ้วยแล้วเทใส่ขา ปีก และหัวไก่ ที่ละ 3 ครั้ง จึงใช้ไม้ที่เตรียมไว้ หรือที่อ่าข่าเรียกว่า “ตี่ -ตู้” ตีใส่บริเวณหัว นำไก่ไปเผาและถอนขนออกหมด ล้างด้วยน้ำสะอาด การดึงโครงไก่ จะได้ไม่ดึงให้ตับไก่มาติดทางหน้าอก ตัดน่อง ต้นปีก และตับ เป็นชิ้นโตๆ และเอาเนื้อไก่จากส่วนหน้าอกไก่อีกเล็กน้อย มาต้มกับเกลือ ขิง และข้าวเหนียว ระหว่างต้มไก่ยังไม่สุก ก็จะเอาขันโตก เก้าอี้ และถ้วยที่เก็บไว้ในฉางข้าวสาร ที่เก็บวันไว้วันแรกออกมาล้างให้สะอาด พอล้างเสร็จ ก็เอาถ้วยทั้ง 5 ใบ มาเรียงไว้บนขันโตก ถ้วยใบที่
1. ห่อ เซาะ ใส่ข้าวบริสุทธิ์ต้มข้าวเหนียวให้สุก 
2. จาแล จำนวน 9 ลูก 
3. น้ำชาผสมขิง 
4. เหล้า ดูดมาจากลูกเหล้า 
5. เนื้อไก่น่อง ต้นปีก และตับ 

เอาเก้าอี้ไปตั้งบริเวณหิ้งก่อน แล้วยกขันโตกที่มีถ้วยทั้งห้าใบวาง ไปไว้ใกล้ๆ หิ้งประมาณ 5 นาที ในระหว่างวางนั้น จะต้องหันหลังให้กับหิ้งสักการะ ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าหันหน้ามองจะเห็นวิญญาณบรรพบุรุษกินข้าว จึงต้องหันหลังให้ เมื่อครบเวลาผ่านไปก็จะไปยกขันโตกลงมา แล้วจึงแบ่งให้คนในครอบครัวกินเครื่องสักการบูชา โดยดึง “จาแล” และเนื้อไก่ให้ทุกคน การรับต้องรับสองมือประสานกัน และต้องใส่เสื้อผ้าให้มิดชิดสุภาพ เมื่อทุกคนในครอบครัวกิน “อ่าโผ่ว -เล่าะจ้า” ครบ ก็จะเอาถ้วนใบที่ใส่ “จาแล” และเนื้อไก่ไปเก็บในฉางข้าวสารที่เอาไว้ใกล้ๆ หิ้งสักการะบูชา ส่วนที่เหลือก็เททิ้ง เก็บถ้วยใส่ถุงเก็บไว้ในหิ้ง ส่วนขันโตกวางไว้บนหิ้ง เป็นอันเสร็จพิธีกรรม
เวลา 07 : 00 น. เมื่อประกอบพิธีกรรมต่างๆเรียบร้อย ก็จะหุงข้าวทำกับข้าวกินข้าวเช้า พอเวลาประมาณ 
-แบ่งหน้าที่ มีการเอาไข่ที่เตรียมไว้ทำเป็นไข่แดงออกมา แล้วไปขุด ยา “อู ยา เณ เณ เจ่” (เป็นพืชชนิดหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะใบคล้ายกับหญ้าคา มีหัวคล้ายหัวกระเทียม นำมาตำให้เละ และต้มกับไข่ พอต้มไข่สุกก็ให้ผู้ชายในบ้านเอาไข่ จำนวน 1 ลูก ไปแกะลานบ้าน หรืออ่าข่าเรียกว่า “กื้อ –กา” การแกะเปลือกไข่ ต้องเอา “ห่อ -เค่าะ” จานข้าวอ่าข่าที่ทำขึ้นมาจากตอกไม้ ข้างในจานปูด้วยใบตอง มี “จาแล” ที่ไม่ใส่งาดำ จำนวน 9 ลูก และไม้ที่อ่าข่าเรียก “ห่อแช้ -ด้าล่ะ” แกะไข่และ “จาแล”ไว้บนก้อนดินที่เตรียมไว้ แล้วแบ่งไข่ที่เหลือมาให้ทุกคนในครอบครัวอย่างน้อยคนละ 1 ลูก
ในกลางคืนผู้ชายในบ้านคนใดคนหนึ่ง ต้องสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด ใส่หมวก แล้วยกเอาถ้วยที่อยู่ในฉางข้าวสารออกมาเททิ้งที่เตาไฟ หรือกินก็ได้ เอาถ้วยใส่ในถุงเก็บในหิ้ง เวลาเก็บจะไม่มีการล้างถ้วย ขันโตก เก้าอี้ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ไม่ล้างเนื่องจากล้างได้ครั้งเดียว ถ้าล้างไว้ ในวันประกอบพิธีกรรมจริงๆ อาจจะไม่สะอาดก็ได้ จึงต้องเก็บไว้ล้างในวันประกอบพิธีกรรมเท่านั้น ในอดีตกลางคืนจะมีพิธีกรรมต่างๆ อีกที่บ้านอ่าบ้อพี้มา เป็นพิธีกรรมเรียกฟ้าฝน วันนี้จึงไม่ไปจับปลา หรือออกนอกชุมชน เนื่องจากเชื่อว่าจะทำให้ฝนไม่ตกในปีนั้นๆ


ติดต่อเที่ยวโฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก

พี่ยรรยง ติดต่อผ่าน k.เด่น โทร 085-449-5940
 

 

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา วันตักน้ำศักสิทธ์

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา วันตักน้ำศักสิทธ์

 

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา วันตักน้ำศักสิทธ์
คำอธิบายรูปที่ 1

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา วันตักน้ำศักสิทธ์
คำอธิบายรูปที่ 1

 

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา วันตักน้ำศักสิทธ์

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา วันตักน้ำศักสิทธ์

 

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา วันตักน้ำศักสิทธ์
ถ่ายกับเจ้าของบ้านที่ผมพักด้วย

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา วันตักน้ำศักสิทธ์
ที่แบกใส่ที่ไหล่ให้สมดุล

 

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา วันตักน้ำศักสิทธ์
คำอธิบายรูปที่ 1

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา วันตักน้ำศักสิทธ์
คำอธิบายรูปที่ 1

 

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา วันตักน้ำศักสิทธ์
น้ำเต้าไปใส่น้ำ

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา วันตักน้ำศักสิทธ์
ผมชอบภู่สวยดี

 

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา วันตักน้ำศักสิทธ์
เริ่มสว่างแล้ว

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา วันตักน้ำศักสิทธ์
ใครมาก่อนตักก่อน

 

 

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา ทำพิธีไหว้ผี
การดึงข้าวปุกจากสาก

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา ทำพิธีไหว้ผี
ข้าวปุก

 

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา ทำพิธีไหว้ผี
ตำข้าวปุกอีกแบบนึง

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา ทำพิธีไหว้ผี
ตำข้าวปุก

 

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา ทำพิธีไหว้ผี
แม่เฒ่าที่ยิ้มสวยที่สุดในหมู่บ้าน

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา ทำพิธีไหว้ผี
ทำพิธีตอนเช้า

 

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา ทำพิธีไหว้ผี
ชาวอะข่าทำพิธี

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา ทำพิธีไหว้ผี
กำลังทำพิธี

 

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา ทำพิธีไหว้ผี
หักคอไก่ผมไม่ได้นับว่ากี่ครั้ง

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา ทำพิธีไหว้ผี
ล่างไก่ด้วยน้ำที่ตักมา

 

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา ทำพิธีไหว้ผี
ทำพิธี

โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา ทำพิธีไหว้ผี
เอาข้าวไปติดหลังตา

 

 

 

ทริปที่ Mr.Hotsia ตลุยเดี่ยวเที่ยวโฮมสเตย์ชาวเขา

เที่ยวโฮมสเตย์ เผ่าเมี่ยน บ้านฮวก เผ่าอาข่า บ้านไทยลื้อ
ตะลุยเดี่ยวเที่ยวโฮมสเตย์
เที่ยวโฮมสเตย์บ้านไทยลื้อ ศรีดอนชัย เชียงราย
โฮมสเตย์ไทลื้อศรีดอนชัย
โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา
โฮมสเตย์อะข่าบ้านห้วยขี้เหล็ก 1
โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา
ไปทำไร่กับสาวอะข่า
โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา อาหารของชาวอาข่า
ทำอาหารที่บ้านอะข่า
โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา ทำพิธีไหว้ผี
วันทำพิธีงานชนไข่แดง
โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา ชนไข่แดง
ศึกชนไข่แดง
     

 

โรงแรมในเชียงราย

ลาลูน่า โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท เชียงราย 
หากท่านที่เข้าพักในรีสอร์ทต้องการรับประทานอาหารนอกที่พัก มีภัตตาคารจำนวนมากอยู่โดยรอบ สามารถขับรถยนต์ไม่เกิน 20 นาทีไปยัง ท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ได้อย่างรวดเร็ว อ่านต่อ
เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท 
รีสอร์ทบรรยากาศหรูหรา และ ร่วมสมัยแห่งนี้มีทะเลสาบ, ห้องบอลรูม และ คิดส์คลับ รีสอร์ทประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับท่านที่เดินทางมากับครอบครัว ด้วยการจัดวางของห้องพักและการบริการสำหรับไม่ว่าจะเป็นครอบครัวเล็กหรือใหญ่ หนึ่งในบริการนี้ได้แก่ประกอบด้วย ส อ่านต่อ
โรงแรมนาคนคราเชียงราย 
โรงแรมนาคนคราเชียงราย ตั้งอยู่ในแหล่งชมวิวในขณะเดียวกันก็ยังสามารถเดินสบายๆ ได้ไม่ไกลจาก เชียงรายไนท์บาร์ซา, วัดพระแก้ว และ หอนาฬิกา โรงแรมมีบริการรถรับส่งไปยัง ท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ใช้เวลาขับรถเพียง 15 นาที อ่านต่อ
บุร รีสอร์ท 
จาก บุร รีสอร์ท ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ไม่เกิน 30 นาทีก็จะถึง ท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง เชียงราย อ่านต่อ
โฮมมี่ โดมมี่ เชียงราย 
จาก Homey Dormy Chiangrai ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ไม่ถึง 25 นาทีก็จะถึง ท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง เชียงราย จากอินน์นี้ใช้เวลาขับรถยนต์ 20 นาทีไปยัง วัดร่องขุ่น อ่านต่อ

 




 

 
ค้นหาข้อมูลจากในไซต์นี้โดย
Google


 

 

จองที่พัก mr.Hotsia รีวิวโรงแรม เว็บโรงแรม บริษัททัวร์ eBook Discount