ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า อินโด บรูไน ฟิลิปปินส์ จีน ฮ่องกง มาเก๊า เกาหลี อินเดีย

เชียงใหม่ เชียงรายแม่ฮ่องสอนตากลำปางพะเยากำแพงเพชรนครสวรรค์น่านเพชรบูรณ์พิจิตรพิษณุโลกแพร่ลำพูนสุโขทัยอุทัยธานีอุตรดิตถ์กรุงเทพกาญจนบุรีฉะเชิงเทราชัยนาทนครปฐมปทุมธานีเพชรบุรีประจวบอยุธยาราชบุรีอ่างทองลพบุรีสมุทรปราการสมุทรสาครสมุทรสงครามสระบุรีสิงห์บุรีสุพรรณบุรีนนทบุรี ชุมพรกระบีนราธิวาสนครปัตตานีพัทลุงพังงาภูเก็ตระนองสุราษฏร์สตูลสงขลาตรังยะลาชลบุรีระยองตราดนครนายกปราจีนบุรีจันทบุรีสระแก้วอำนาจเจริญบุรีรัมย์ชัยภูมิกาฬสินธุขอนแก่นจังหวัดเลยมหาสารคามมุกดาหารนครราชสีมาหนองบัวลำภูหนองคายบึงกาฬร้อยเอ็ดสกลนครศรีสะเกษสุรินทร์อุบลอุดรธานียโสธรนครพนม


http://www.hotsia.com > จังหวัดลำพูน > พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน

ข้อมูลท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน เที่ยวพิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน 


พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน
พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน เป็นแหล่งสำหรับการเรียนรู้เรื่องราวในอดีตเมืองลำพูน ที่มีความเป็นมาอันยาวนาน เป็นเมืองแห่งศรัทธาทางพุทธศาสนาที่รุ่งเรืองจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส มีน้ำใจอันดีต่อผู้คนที่แวะเข้ามาเยี่ยม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมได้ศึกษา และเรียนรู้ เรื่องราวความเป็นมาของชุมชนเมืองลำพูน ภาพถ่ายในอดีต บุคคล เหตุการณ์ และสถานที่ต่าง ๆ ที่ท่านยังไม่รู้อีกมากมาย เปิดให้ชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. โดยไม่เสียค่าบัตรผ่าน สถานที่ คุ้มเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์ อยู่เลขที่ ๑๐ ถนนวังซ้าย อำเภอในเมือง จังหวัดลำพูน หรืออยู่ด้านหลังของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติหริภุญไชยนั่นเอง

คุ้มเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์ลำพูนปัจจุบันมีอายุครบ ๙๕ ปี(พ.ศ.๒๕๕๐) นับเป็นการผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานของคุ้มเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์ลำพูน เทศบาลเมืองลำพูน โดย นายประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูนได้เห็นถึงความสำคัญของอาคารคุ้มเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์ลำพูน เป็นอาคารประวัติศาสตร์ รวมถึงต้องการอนุรักษ์งานสถาปัตยกรรมของตัวอาคารที่ยังมีความสมบูรณ์คงสภาพเดิม ซึ่งปัจจุบันภายในเมืองลำพูนเหลือคุ้มเจ้าที่ยังคงสภาพสมบูรณ์เพียงไม่กี่แห่งที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และทำประโยชน์ให้การเรียนรู้ในด้านประวัติศาสตร์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของชุมชนเมืองลำพูน ตลอดจนการศึกษาถึงสถาปัตยกรรมของคุ้มเจ้าราชสัมพันธวงษ์ลำพูน เพื่อเป็นแหล่งสืบค้นความรู้ให้แก่เยาวชน และผู้ที่สนใจได้เข้ามาทำการศึกษา

คุ้มเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์ลำพูน (พุทธวงษ์ ณ เชียงใหม่) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๕ ในสมัยเจ้าหลวงจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูน องค์ที่ ๑๐ (พ.ศ.๒๔๕๔-๒๔๘๖) ซึ่งตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ลักษณะของตัวอาคารเป็นเรือนสะระไน ขนาดใหญ่ ๒ ชั้น ซึ่งชั้นล่างก่อด้วยอิฐถือปูน ส่วนชั้นบทประกอบด้วยไม้สัก หลังคาจั่วผสมปั้นหยา เป็นเรือนพักอาศัยของเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์กับเจ้าหญิงส่องหล้า สัมพันธ์วงษ์ และบุตรธิดา เจ้าหญิงส่องหล้า เป็นธิดาของเจ้าอินทยงยศโชติ เจ้าผู้ครองนครลำพูน องค์ที่ ๙ และเจ้าแม่รถแก้ว ซึ่งเจ้าหญิงส่องหล้าเป็นนองของเจ้าหญิงมุกดา และเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูน องค์ที่ ๑๐

เจ้าหญิงส่องหล้าในอดีตเคยสมรสกับเจ้าน้อยจิตตะ หลานของเจ้าหลวงเหมพินธุ์ไพจิตร เจ้าผู้ครองนครลำพูน องค์ที่ ๘ มีธิดารวม ๒ คน คือ ๑. เจ้าหญิงภัทรา ซึ่งต่อมาได้สมรสกับพลตรีเจ้าราชบุตร (วงษ์ตะวัน ณ เชียงใหม่) ราชบุตรของพลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์สุดท้าย เจ้าหญิงภัทราและเจ้าราชบุตร วงษ์ตะวัน ณ เชียงใหม่ มีธิดา ๒ คนได้แก่ เจ้าหญิงพงษ์แก้ว ณ เชียงใหม่ กับเจ้าหญิงระวีพันธุ์ ณ เชียงใหม่ ๒. เจ้าหญิงสิริโสภา สมรสกับเจ้าหนานบุญมี ตุงคณาทร ส.ส.คนแรกของจังหวัดลำพูน ต่อมาภายหลังเจ้าหญิงส่องหล้า ได้สมรสอีกครั้งกับเจ้าสัมพันธ์วงษ์ (พุทธวงษ์ ณ เชียงใหม่) บุตรของเจ้าน้อยมหาวงศ์ เจ้าหญิงส่องหล้า และเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์มีบุตรธิดารวมกัน ๙ คน ได้แก่ เจ้าหญิงรวงคำ เจ้าสุรกัณทร เจ้าวรดิษฐ์ เจ้าฤทธิ์วงษ์ เจ้าพงศ์สว่าง เจ้าสว่างสวัสดิ์ เจ้าหญิงสรวงแก้ว เจ้าหญิงฤทธิดา และเจ้ามานุรัตน์

หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ (พ.ศ.๒๔๘๘) กลุ่มพ่อค้าชาวจีนในลำพูน ได้รวบรวมเงินกัน เพื่อซื้อที่ดินและตัวอาคารคุ้มเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์ลำพูนจากบุตรธิดา ในจำนวนเงิน ๕๘,๐๐๐ บาท ซึ่งในอดีตการซื้อที่ดินของกลุ่มพ่อค้าชาวจีนในขณะนั้น ต้องให้คนจีนที่มีสัญชาติไทยเป็นผู้ซื้อ เนื่องจากกฎหมายและนโยบายของจอมพล ป.พิบูลสงครามในยุคนั้นยังไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวเป็นเจ้าของที่ดินในเมืองไทย กลุ่มพ่อค้าชาวจีนจึงได้ตกลงให้มีตัวแทนของกลุ่มซึ่งเป็นคนจีนที่ได้สัญชาติไทย เป็นตัวแทนซื้อคุ้มเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์ลำพูน ประกอบด้วย นายศิวะ เตียวไพรัช (เฮียซิ่ว) นายสวัสดิ์ ภู่เจริญ (โกเหย่า) นายเทียมปลิว แซ่โค้ว และนายสากล ปรีชาหาญ (หมาดำ)

เมื่อกลุ่มพ่อค้าชาวจีนได้ซื้อคุ้มเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์แล้ว ก็ได้ใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นที่พบปะ พูดคุยกันของกลุ่มพ่อค้าชาวจีนในจังหวัดลำพูน

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๘๙ กลุ่มพ่อค้าชาวจีนได้ใช้อาคารสถานที่คุ้มเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์ลำพูน เปิดสอนภาษาจีน ตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ ๑-๔ โดยใช้ชื่อว่า โรงเรียนหวุ่นเจิ้ง (เจริญและเที่ยงธรรม) นอกจากจะมีการสอนภาษาจีนเป็นหลักแล้ว ยังเปิดสอนในวิชาอื่น ๆ เช่น วิชาคำนวณ เป็นต้น

โรงเรียนหวุ่นเจิ้ง เปิดสอนได้ประมาณ ๔ ปี จนถึงปี พ.ศ.๒๔๙๒ จึงได้ปิดกิจการลงด้วยเหตุผลทางการเมือง ซึ่งในขณะนั้นรัฐบาลได้มีการเพ่งเล็งสมาคมชาวจีน รวมทั้งกิจการของคนจีน เนื่องจากเป็นที่สงสัยและเกรงถึงเรื่องลัทธิคอมมิวนิสต์ ที่มีการขยายตัวของลัทธิดังกล่าวในยุคนั้น จึงได้มีการจับกุมคนจีนในจังหวัดลำพูนไปกักขังไว้ที่เพชรบูรณ์ ทางสมาคมจีนจึงได้มีการขายที่ดินบางส่วนของโรงเรียนหวุ่นเจิ้ง เพื่อใช้เป็นค่าไถ่ตัวผู้ที่ถูกจับกุม ซึ่งต่อมาได้รับการปล่อยตัว

ในปี พ.ศ.๒๔๙๕ ได้มีการเปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนหวุ่นเจิ้ง เป็น โรงเรียนมงคลวิทยา รวมถึงการเปลี่ยนหลักสูตรการสอนตามแบบกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงการเลิกสอนภาษาจีนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ในช่วงเวลาแรกที่โรงเรียนมงคลวิทยา เปิดทำการสอนอยู่ในสภาพที่ลำบาก ทั้งการเงิน และจำนวนนักเรียน จนกระทั่งครูเซี้ยง หรือนายถาวร เลาหกุล (กิมเซี้ยง แซ่เล้า) ได้เข้ามาดำเนินกิจการและบริหารต่อโดยเช่าอาคารสถานที่จากสมาคมชาวจีนในลำพูน เดือนละ ๒๐๐ บาท ซึ่งต่อมาโรงเรียนมงคลวิทยาก็ได้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาตามลำดับ นอกจากนี้ยังได้ขยายกิจการและซื้อที่ดินสร้างโรงเรียนแห่งใหม่บริเวณทุ่งนาบ้านสันมหาพน จำนวน ๕ ไร่ ปี พ.ศ.๒๕๒๙ โรงเรียนมงคลวิทยาได้ย้ายไปทำการเปิดสอนยังโรงเรียนแห่งใหม่บนพื้นที่บริเวณดังกล่าว ทำให้สถานที่และตัวอาคารคุ้มเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์ลำพูน ถูกทิ้งให้รกร้าง กระทั่งได้มีนักธุรกิจได้มาขอเช่าอาคารเปิดเป็นร้านอาหารชื่อ คุ้มต้นแก้ว ก่อนที่จะปิดกิจการไปในเวลาต่อมา สถานีวิทยุ อ.ส.ม.ท ลำพูน ได้มาขอเช่าพื้นที่คุ้มเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์ เป็นสถานที่จัดรายการวิทยุ จนกระทั่งหมดสัญญาลงในปี พ.ศ.๒๕๔๘

ปัจจุบัน (พ.ศ.๒๕๕๐) คุ้มเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์ลำพูนมีอายุครบ ๙๕ ปี ถือได้ว่าเป็น ๑ ในคุ้มเจ้าเมืองลำพูนที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของนครลำพูน(จังหวัดลำพูน)

ในการนี้เทศบาลเมืองลำพูน และกลุ่มกวงแหวน หละปูน ได้เห็นถึงความสำคัญของอาคารประวัติศาสตร์ รวมถึงต้องการอนุรักษ์งานสถาปัตยกรรมของตัวอาคารที่ยังคงความสมบูรณ์ตามสภาพเดิม ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงไม่กี่แห่ง จึงได้จัดตั้ง "โครงการพิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน" ขึ้นมา






ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดลำพูน


คนเมืองยอง คนลำพูนมาจากไหน?

ไปฝึกทอผ้าที่บ้านเวียงยอง

กาดขัวมุง

ก๋วยเตี๋ยวชัยรสเด็ด

ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไย

พระธาตุหริภุญชัย

ข้าวมันไก่ไทยแลนด์

สลากย้อม ลำพูน

เฉาก๊วยอร่อยที่สุดในเมืองมนุษย์

นวดหน้าหาข่าวท่องเที่ยวลำพูน

ลาบลุงนิล
       

วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร

อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี

อุทยานธรรมะและหอศิลป์

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย

วัดจามเทวี

อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล

บ้านทาป่าเปา

พระธาตุดวงเดียว (เวียงเจดีย์)

วัดมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย

หมู่บ้านกะเหรี่ยงพัฒนาห้วยหละ

กู่ช้าง-กู่ม้า

วัดมหาวัน

วัดพระยืน

วัดพระบาทห้วยต้ม

วัดพระธาตุห้าดวง

วัดศรีดอนชัย

แหล่งทอผ้าบ้านหนองเงือก

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้ม

กาดดอยติ

บ้านม้า ลำพูน

วัดป่าซางงาม

วัดหมูเปิ้ง

สะพานทาชมพู

พระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ หรือ ถ้ำดอยโตน

วัดพระธาตุดอยกวางคำ

อ่างเก็บน้ำแม่วังส้าน

อุทยานแห่งชาติแม่ปิง

วัดบ้านปาง

ถ้ำหลวงผาเวียง

วัดพระเจ้าตนหลวง

วัดพระเจ้าสะเลียมหวาน

พระธาตุดอยห้างบาตร

วัดพระธาตุดอยเวียง

หมู่บ้านแกะสลักอำเภอแม่ทา

ถ้ำเอราวัณ

วัดพระพุทธบาทตากผ้า

หมู่บ้านกะเหรี่ยงแม่ขนาด

อ่างเก็บน้ำแม่ธิ

วัดป่าเหียง

วัดหนองเงือก

โบราณสถานวัดเกาะกลาง

บ้านหนองช้างคืน

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ดอยขะม้อ

อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย

อนุสาวรีย์สุเทวฤาษี

หมู่บ้านหัตถกรรมผ้าฝ้ายเวียงยองและขัวมุง...

อ่างเก็บน้ำทาสบเส้า

วัดพระคงฤาษี

วัดสันกำแพง

พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน

หมู่บ้านดอนหลวง

(ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และภาพบางส่วนจากเว็บท่องเที่ยวต่างๆผ่านการค้นหาของกูเกิล)


 




 

 
ค้นหาข้อมูลจากในไซต์นี้โดย
Google


 

 

จองที่พัก mr.Hotsia รีวิวโรงแรม เว็บโรงแรม บริษัททัวร์ eBook Discount