ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า อินโด บรูไน ฟิลิปปินส์ จีน ฮ่องกง มาเก๊า เกาหลี อินเดีย

เชียงใหม่ เชียงรายแม่ฮ่องสอนตากลำปางพะเยากำแพงเพชรนครสวรรค์น่านเพชรบูรณ์พิจิตรพิษณุโลกแพร่ลำพูนสุโขทัยอุทัยธานีอุตรดิตถ์กรุงเทพกาญจนบุรีฉะเชิงเทราชัยนาทนครปฐมปทุมธานีเพชรบุรีประจวบอยุธยาราชบุรีอ่างทองลพบุรีสมุทรปราการสมุทรสาครสมุทรสงครามสระบุรีสิงห์บุรีสุพรรณบุรีนนทบุรี ชุมพรกระบีนราธิวาสนครปัตตานีพัทลุงพังงาภูเก็ตระนองสุราษฏร์สตูลสงขลาตรังยะลาชลบุรีระยองตราดนครนายกปราจีนบุรีจันทบุรีสระแก้วอำนาจเจริญบุรีรัมย์ชัยภูมิกาฬสินธุขอนแก่นจังหวัดเลยมหาสารคามมุกดาหารนครราชสีมาหนองบัวลำภูหนองคายบึงกาฬร้อยเอ็ดสกลนครศรีสะเกษสุรินทร์อุบลอุดรธานียโสธรนครพนม


http://www.hotsia.com > จังหวัดเลย > ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
 

ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน

ผีตาโขน ด่านซ้าย จังหวัดเลย

ภาพโดยแจ๊กฮ๊อตเชีย ดูรูปผีตาโขนแบบเต็มอิ่มได้ที่ http://www.facebook.com/7ackieHOTSIA

แต่ก่อนเคยอ่านข้อมูลทางเน็ตเจอว่าผีตาโขนคือคนแปดศอกโบราณ พอได้อ่านข้อมูลเพิ่มเติมถึงตำนานต่างๆ รวมทั้งข้อมูลด้านล่างของ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เรื่องการละเล่นผีตาโขน กับที่มาของการละเล่น ของชาวหลวงพระบาง "ปู่เย้อย่าเย้อ" และเมื่อตามไปอ่านตำนานของปู่เยอย่าเยอ หลวงพระบางที่ปู่เย่อย่าเยอเป็นคนสมัยเมืองแถน ตามไปอ่านประวัติเมืองแถนมาทำให้รู้ว่าเป็นเมืองที่อยู่บนดินแดนไทยลาวนี้แต่เป็นสมัยประมาณ 2000 ปีก่อนหน้านี้ เลยนึกย้อนไปว่าคนที่ว่าน่าจะตัวใหญ่โตสูงใหญ่ถึงแปดศอก (2 วา) เห็นท่าจะเป็นไปได้ยาก เพราะช่วงเวลา 2000 ปี คนคงไม่ตัวเล็กเตี้ยลงเร็วเพียงนี้

ปีที่แล้ว 2553 ผมเองได้ไปตามคำบอกเล่าของพี่น้องชาวลาว ว่ามีคนแปดศอกเป็นหินแกะสลักที่วัดธงหวาย (ดูคนแปดศอก) เห็นส่วนสูงที่เขาสลักออกมาแล้วก็น่าจะสูงถึงสองวาจริงๆ แต่เห็นเฉพาะหินสลัก คนจริงๆคงไม่สูงเท่านี้ ผีตาโขนเป็นการละเล่นของชาวลาวและไทยแถบลุ่มแม่น้ำโขง หากยึดตามตำนานแล้วก็เมื่อสักสองพันปีที่ผ่านมาแล้ว สำหรับในลาวคือปู่เย่อย่าเย่อ ส่วนในไทยคือผีตาโขน

ในประเทศไทยไม่ได้เล่นจริงจังต่อเนื่อง จนเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมาได้รื้อประเพณีนี้มาเล่นอีกครั้ง จนได้รับการสนับสนุนจากการรัฐบาล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จนทำให้เป็นประเพณีที่เชิดหน้าชูตาของอำเภอด่านซ้ายจนถึงทุกวันนี้

ใครอยากไปเที่ยวงานขบวนแห่ผีตาโขน ไปตามหาความเป็นมาของคนแปดศอกโบราณ งานเทศกาลแห่ผีตาโขนในมีขึ้นในงาน  "งานบุญหลวง" หรือ "บุญผะเหวด" เดือนเจ็ด ที่อำเภอด่านซ้าย จ.เลย ในแต่ละปีวันที่จัดจะไม่ตรงกัน ต้องดูปฏิทินท่องเที่ยวไปก่อนครับ ในงานจะมีคนที่สวมหน้ากากผีทำจากหวดนึ่งข้าวเหนียว สีสันสวยงาม Mr.Hotsia ก.ค. 2554

 

   
 
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน

ประวัติความเป็นมาของผีตาโขนโดย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ อ.ด่านซ้าย

ผีตาโขน ได้รับการกล่าวขานถึงทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นทั้งการแต่งกาย และลีลาท่าทางในยามเยื้องกราย จนกลายเป็นจุดเด่นที่โดนใจผู้คน ผีตาโขนจึงเป็นดุจดังสัญลักษณ์แห่งตำนานงานบุญประเพณีที่อยู่คู่กับท้องถิ่นเมืองด่านซ้าย จังหวัดเลย มายาวนาน ไม่เพียงแต่คอยสร้างสีสัน สร้างความสนุกสนานและความเพลิดเพลินใจแก่ผู้คนเท่านั้น ผีตาโขนยังเป็นสะพานที่ทอดยาวไปสู่อดีตกาลที่บรรพชนไทยได้รังสรรค์ภูมิปัญญาอันเอกอุ ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านกาลเวลามาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน เป็นประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่นอันทรงคุณค่า ให้ลูกไทยหลานไทยได้ศึกษาเรียนรู้ถึงรากเหง้าและแก่นแท้แห่งอัตลักษณ์อันเกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น

ปราชญ์ท้องถิ่น ครูภูมิปัญญาและนักการศึกษาหลายท่านที่ศึกษาวิจัยเรื่องราวของผีตาโขนในแง่มุมต่างๆ ล้วนมีข้อสรุปตรงกันว่าผีตาโขนเป็นการละเล่นส่วนหนึ่งในงานบุญหลวงของอำเภอด่านซ้ายหรือเมืองด่านซ้ายในอดีต เป็นการละเล่นที่นำพาให้เกิดความสนุกสนานและความบันเทิงเป็นหลัก เช่นกันกับการเล่นทอดแห ขายยา และทั่งบั้ง อันเป็นสีสันแห่งการเฉลิมฉลองในงานบุญหลวงและโดยเฉพาะในพิธีอันเชิญพระเวสสันดร และนางมัทรีเข้าเมือง ตามฮีตเดือนสี่ (บุญเผวส) ของชาวอีสาน ซึ่งชาวด่านซ้ายได้รวมเอางานบุญฮีตเดือนสี่(บุญเผวส) ฮีตเดือนห้า (บุญสงกรานต์) ฮีตเดือนหก (บุญบั้งไฟ) และฮีตเดือนเจ็ด (บุญซำฮะ) มาจัดขึ้นพร้อมกันในช่วงเดือนเจ็ดของทุกปี ซึ่งมักจะอยู่ระหว่างปลายเดือนมิถุนายนถึงช่วงต้นเดือนกรกฏาคม ทั้งนี้เจ้าพ่อกวน (ผู้นำทางจิตวิญญานของท้องถิ่น)จะเป็นผู้กำหนดวันโดยผ่านพิธีการเข้าทรงล่วงหน้า คำว่า ผีตาโขน ตามความเห็นของเจ้ากวน (ถาวร เชื้อบุญมี) น่าจะมาจากการที่บรรดาผีเหล่านั้น สวมหน้ากากคล้ายลักษณะของโขนละคร แต่เดิมบางคนเรียกว่า ผีตาขน แต่ก็หาความหมายไม่ได้ชัดแจ้ง และจากคำบอกเล่าของเจ้าพ่อกวนในขณะเข้าทรงว่า ผีตามคนมาในงานบุญพระเวส จึงเรียก ผีตามคน ต่อมาจึงเพี้ยนเป็นผีตาโขน

จากการศึกษาวิจัยเรื่องพัฒนาการประเพณีผีตาโขน ของ สนอง อุปลา พบว่า ประเพณีผีตาโขน เป็นการละเล่นที่เกิดจากความเชื่อเกี่ยวกับวิญญาณผีบรรพชน สืบสานมาจากการละเล่นปู่เยย่าเยอ ของชาวหลวงพระบาง แต่เนื่องจากการละเล่นผีตาโขน อำเภอด่านซ้าย ต้องผ่านพ้นกับกาลเวลาอันยาวนาน และฟันฝ่ากับระบบการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งการปะทะสังสรรค์ทางวัฒนธรรมกับคนหลากหลาย กลุ่มชน ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องและสัมพันธ์กับวิถีชีวิตในชุมชน จึงมีการปรับเปลี่ยนผสมผสานให้เป็นการละเล่นที่มีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น และมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย กล่าวคือ ยุคดั้งเดิม (ก่อนปี พ.ศ.2500) สืบเนื่องมาจากการละเล่น ปู่เยอย่าเยอ ความเชื่อที่ผสมผสานระหว่างพุทธ พราหมณ์ ผี ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจาก อาณาจักรล้านช้างโบราณ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพวิถีชุมชน ในด้านเศรษฐกิจ การเมือง การปกครองของชาวด่านซ้ายเอง จากนั้นได้พัฒนาเข้าสู่ยุคแสวงหา (ระหว่างปี พ.ศ.2500-2530) ซึ่งพัฒนาการประเพณีผีตาโขนในยุคนี้เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การเข้ามามีส่วนบริหารงานประเพณีของทางราชการ ตลอดจนแนวคิดของคนรุ่นใหม่ และกระแสตอบรับการท่องเที่ยว ได้ทำให้เกิดการช่วงชิงและ ขัดแย้งทางความคิด ในการที่จะกำหนดทิศทางพัฒนาการละเล่นผีตาโขน โดยมีแนวความคิด แยกออกเป็น 3 ทิศทางคือ ฝ่ายที่ต้องการให้เป็นไปแบบดั้งเดิม ฝ่ายต้องการรูปแบบใหม่เพื่อผลทางเศรษฐกิจ และฝ่ายที่ต้องการผสมผสาน

แต่ในที่สุดแนวคิดทั้งหมดก็สามารถตกผลึกเกิดเป็นประเพณีผีตาโขนยุคนี้ และจากแรงหนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผ่านสื่อมวลชนทุกแขนง จากการนำการละเล่นผีตาโขนออกไปแสดงเผยแพร่ยังทุกหนทุกแห่งเพื่อการประชาสัมพันธ์ ทำให้ประเพณีผีตาโขนอำเภอด่านซ้าย มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ และเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั่วไป เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยว ขบวนแห่การแสดงผีตาโขนจึงเกิดขึ้นเพิ่มเติมจากประเพณีดั้งเดิม มีการจัดประกวดขบวนแห่ การประกวดหน้ากากผีตาโขน การประกวดท่าเต้นที่สวยงาม ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ ความคิดความเชื่อข้อห้ามข้อปฏิบัติในการละเล่นผีตาโขนเปลี่ยนแปลงไป ผู้เล่นผีตาโขนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี

การจัดทำหน้ากากผีตาโขนจากรูปแบบดั้งเดิมถูกปรับประยุกต์เป็นผีตาโขนแนวใหม่ ตามหลักวิชาการศิลปะกับเทคโนโลยี สมัยใหม่ และกลไกของตลาด ชาวอำเภอด่านซ้ายทั่วไปปรับตัวในลักษณะยอมรับการท่องเที่ยวเหล่านี้เป็นต้นเค้าแห่งการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต่อมาผีตาโขนก็กลายเป็นประเพณีเพื่อการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และมีพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงมากขึ้นด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ ที่ต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นหลักในยุคปัจจุบัน ระหว่างปี พ.ศ.2530- เป็นต้นมา เมื่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้บรรจุประเพณีผีตาโขนลงในแผนส่งเสริมการท่องเที่ยว นับจากปี พ.ศ.2531 เพื่อยกระดับการละเล่นผีตาโขนให้ถูกใจตลาดจึงมีการเพิ่มสีสันให้มีความหลากหลาย ในที่สุดผีตาโขนจึงพัฒนาจากการละเล่นตามระบบความเชื่อในพิธีกรรมเกี่ยวกับชีวิต พิธีกรรมเกี่ยวกับการทำมาหากิน และพิธีกรรมเพื่อส่วนรวม ปรับเปลี่ยนเป็นการแสดงเพื่อความสนุกสนานบันเทิงเริงรมย์เป็นด้านหลัก จนมีเสียงเรียกร้องและมีการตั้งคำถามถึงเป้าประสงค์ของการจัดงานมากยิ่งขึ้น


กาลเวลาที่ผ่านเลยไป แม้จะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและบริบทของผีตาโขนในหลายส่วน แต่เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมในประเพณีบุญหลวงยังคงได้รับการสืบทอดต่อมาอย่างเหนียวแน่น ผ่านทางพิธีกรรมของชาวด่านซ้าย กล่าวคือการละเล่นผีตาโขนกำหนดให้มีเพียง 2 วันเท่านั้น คือวันแรกของประเพณีบุญหลวง หลังจากพิธีแห่เบิกพระอุปคุตในตอนเช้ามืด ผีตาโขนจะออกละเล่นตั้งแต่เช้าตรู่ ตอนสายจะไปร่วมกับพวกเซิ้ง พวกฟ้อน และการละเล่นอื่นๆ เพื่อเล่นถวายวิญญาณผีเจ้านายที่บ้านเจ้าพ่อกวนและเข้าร่วมขบวนแห่ของคณะเจ้าพ่อกวน เพื่อไปทำบุญและต้อนรับญาติพี่น้องจากหมู่บ้าน ข้างเคียงที่วัดโพนชัย จากนั้นบรรดาผีตาโขน กลุ่มต่างๆ ก็จะออกเล่นตามวัดบ้าง ในหมู่บ้านบ้าง จนมืดค่ำ วันที่สองของงาน วันนี้กลุ่มผู้เล่นผีตาโขนจะออกเล่นแต่เช้าตรู่ แต่พอตอนบ่ายจะพากันไปที่สี่แยกบ้านเดิ่นเพื่อร่วมละเล่นเต้นฟ้อนไปในขบวนแห่พระเวสและนางมัทรีไปยังวัดโพนชัย การละเล่นผีตาโขนจะเสร็จสิ้นเพียงเท่านี้ ทุกคนที่เล่นจะต้องนำหน้ากากผีตาโขน และอุปกรณ์ไปทิ้งลอยแม่น้ำหมันตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ สำหรับวันที่สามจะเป็นการเทศน์มหาชาติ13 กัณฑ์ ที่วัดโพนชัย เพื่อเป็นการสร้างกุศลและเป็นมงคลแก่ชีวิตซึ่งเชื่อกันว่าหากได้ฟังเทศน์หาชาติครบทั้ง 13 กัณฑ์ ผลานิสงฆ์จะหนุนเนื่องสู่สัมปรายภพ


นักท่องเที่ยวที่ให้ความสนใจผีตาโขน ควรจะรับรู้ข้อมูลพื้นฐานอันเป็นองค์ประกอบสำคัญของผีตาโขนดังนี้คือ ผีตาโขนใหญ่ ทำเป็นหุ่นรูปผีทำจากไม้ไผ่สานมีขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดาหลายเท่า ประดับ ตกแต่งรูปร่างหน้าตาด้วยเศษวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น คนเล่นจะเข้าไปอยู่ข้างในตัวหุ่น แต่ละปีจะทำผีตาโขนใหญ่เพียง 2 ตัวคือผีตาโขนชาย1ตัว หญิง1ตัว สังเกตจากเครื่องเพศปรากฏชัดเจนที่ตัวหุ่น ผู้มีหน้าที่ทำผีตาโขนใหญ่จะมีเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เพราะคนอื่นไม่มีสิทธิ์ทำต้องได้รับอนุญาตจากผีหรือเจ้าก่อน ถ้าได้รับอนุญาตแล้วต้องทำทุกปีหรือทำติดต่อกันอย่างน้อย3ปี และผีตาโขนเล็ก ทุกคนไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ หญิงหรือชาย มีสิทธิ์ทำและเข้าร่วมสนุกได้ทุกคน แต่ผู้หญิงไม่ค่อยเข้าร่วมเพราะเป็นการเล่นค่อนข้างผาดโผนและซุกซนผู้เล่นผีตาโขนเล็กจะสวมหน้ากากและเครื่องแต่งกาย ประกอบด้วยหน้ากากผีตาโขนเล็ก ที่ทำจากส่วนที่เป็นโคนของก้านมะพร้าวและหวดนึ่งข้าวเหนียว โดยนำมาเย็บติดกันแล้วเขียนหน้าตา ทำจมูกเหมือนผี ซึ่งเกิดจากภูมิปัญญาของท้องถิ่นที่เลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติในการจัดทำ โดยอาศัยหลักการทางศิลปกรรมทั้งทางด้านรูปแบบ กลวิธี และการสร้างลวดลายสีสันเข้าช่วย หน้ากากผีตาโขนยังส่งอิทธิพลต่อความคิด ความรู้สึกของชาวจังหวัดเลยโดยส่วนรวม ที่มีการใช้เป็นสื่อสัญลักษณ์อันแสดงออกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด ตามความเห็นของพงศทร พินิจวัฒน์. ที่ได้ศึกษาวิจัยศิลปกรรมท้องถิ่น : กรณีศึกษาหน้ากากผีตาโขน อำเภอด่านซ้าย

ส่วนชุดแต่งกายของผีมักมีสีฉูดฉาดบาดตา โดยอาจเย็บเศษผ้าเป็นเสื้อตัวกางเกงตัวหรือเย็บเป็นชุดติดกันตลอดตัวก็ได้ แต่ต้องคลุมร่างกายให้มิดชิด เอกลักษณ์ของผีตาโขนคือ"หมากกะแหล่ง"และดาบไม้ หมากกะแหล่งคือเครื่องดนตรีรูปร่างคล้ายกระดิ่งหรือกระดึงแขวนคอวัว ผีตาโขนจะใช้หมากกะแหล่งแขวนติดบั้นเอวเมื่อเดินโยกตัวหรือเต้นเป็นจังหวะขย่มตัวสายสะโพกเสียงหมากกะแหล่งก็จะดังชวนฟัง ในมือถือดาบไม้ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายที่มีเอาไว้ควงหลอกล่อผู้ชมโดยเฉพาะสาวๆ และเด็กซึ่งปลายดาบนั้นแกะสลักเป็นรูปอวัยวะเพศชายแถมทาสีแดงให้เห็นอย่างเด่นชัด การเล่นแบบนี้ไม่ถือเป็นเรื่องหยาบหรือลามก เพราะมีความเชื่อกันว่าหากเล่นตลกและนำอวัยวะเพศชายหญิงมาเล่นมาโชว์ในพิธีแห่และงานบุญบั้งไฟจะทำให้พญาแถนพอใจ ฝนจะตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารจะอุดมสมบูรณ์
 

 

 

ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน


 

 

 




 

 
ค้นหาข้อมูลจากในไซต์นี้โดย
Google


 

 

จองที่พัก mr.Hotsia รีวิวโรงแรม เว็บโรงแรม บริษัททัวร์ eBook Discount