|
พระธาตุพนมค่าล้ำ
วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูภูไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง
นครพนมอยู่ตรงข้ามเมืองท่าแขก
แขวงคำม่วน ประเทศลาว
ที่นี่กำลังก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงจากนครพนมไปเมืองท่าแขก
จังหวัดนครพนมมีพระธาตุพนมเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ
หากข้ามแม่น้ำโขงไปท่าแขก ยิ่งมีที่ท่องเที่ยวมากมายนัก
เพราะเป็นเมืองภูเขาหินปูนสวยงามมาก มีถ้ำมากมาย
ดังนั้นผมจึงขอแนะนำจังหวัดนครพนมให้มาเที่ยวกันครับ
เที่ยวได้สองประเทศในครั้งเดียว
นครพนมไม่ได้มีแค่งานไหลเรือไฟอย่างเดียวเท่านั้น
แค่ไปยืนริมแม่น้ำโขงมองข้ามไปฝั่งลาวเห็นภูเขาหินปูนทอดยาวเรียงเต็มไปฝั่งลาวก็คุ่มค่าในการมาเยือนนคนพนมแล้ว
ผมยืนริมฝั่งแม่น้ำโขงมองไปท่าแขกแล้วคิดถึงกำแพงยักษ์ที่ยังเป็นปริศนาจนถึงทุกวันนี้ว่ามีความเป็นมาอย่างไรหรือยักษ์เป็นคนสร้างขึ้น
ริมแม่น้ำโขงยังมีตลาดอินโดจีนที่มีของขายมากมายทั้งไทยลาวมาซื้อหา
และมีบ้านเรือนเก่าๆที่สวยงามมาก
ที่นครพนมมีคนเวียดนามมาอยู่จำนวนมากคนนครพนมบอกว่าผู้สาวนครพนมเป็นลูกครึ่งเวียดนามเยอะ
ทำให้สาวนครพนมนั้นสวยไม่แพ้จังหวัดไหนๆ
คนเวียดนามเองก็นำอาหารอร่อยๆมาเผยแพร่ในไทยด้วย
ข้าวเกรียบปากหม้อของนครพนมอร่อยมาก ผมกินหลายจานเลยครับ
สำหรับบรรยากาศยามค่ำคืนของนครพนมต้องเริ่มต้นด้วยถนนคนเดินที่มีของกินเพียบ
แล้วต่อด้วยไปนั่งร้านอาหารอร่อยๆสักร้านฟังเพลงเรณูนครที่ดังไปทั่วไทย
มาเที่ยวนครพนมผมว่าลองซื้อเหล้าอุชิมดูผมเองก็ลองชิมเหล้าอุครั้งแรกในชีวิตที่นี่ครับ
แค่ชิมนิดเดียวเพราะผมว่าไม่ค่อยอร่อยนัก แต่ก็ได้บรรยากาศ "ดูดอุร้อยไหไม่คลายหนาวได้หรอกหนา"
Mr.hotsia มกราคม
2554
จังหวัดนครพนมมีพื้นที่ประมาณ 5,512
ตารางกิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 740 กิโลเมตร อำเภอต่างๆในจังหวัดนครพนม
เมืองนครพนม
ปลาปาก
ท่าอุเทน
บ้านแพง
ธาตุพนม
เรณูนคร
นาแก
ศรีสงคราม
นาหว้า
โพนสวรรค์
นาทม
วังยาง
อุทยานแห่งชาติในจังหวัดนครพนมมีอุทยานเดียวคือ
อุทยานแห่งชาติภูลังกา
|
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม |
|
(ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
และภาพบางส่วนจากเว็บท่องเที่ยวต่างๆผ่านการค้นหาของกูเกิล)
|
ข้อมูลการเดินทางและแผนที่จังหวัดนครพนม
รถยนต์
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ถึงสระบุรี
บริเวณกิโลเมตรที่ 107 แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ
ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ถึงอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น
แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านจังหวัดมหาสารคาม ทางหลวงหมายเลข 213 แล้วแยกขวาเข้าสู่จังหวัดกาฬสินธุ์และผ่านจังหวัดสกลนคร
ตรงเข้าสู่จังหวัดนครพนม ตามทางหลวงหมายเลข 22 รวมระยะทางประมาณ 740 กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ-นครพนม
มีรถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ทุกวัน
สอบถามรายละเอียดที่ โทร. 0 2936 2852-66 นครพนม โทร. 0 4251 1403 สำหรับบริษัทเอกชนติดต่อ บริษัท แสงประทีปเดินรถ จำกัด โทร.
0 4252
0411 บริษัท ชัยสิทธิ์ จำกัด โทร. 0 4252 0561 และบริษัท เชิดชัย ทัวร์
จำกัด โทร. 0 4251 2098, 08 6225 6063
เครื่องบิน
บริษัท พี บี แอร์ จำกัด เปิดบริการเที่ยวบินไปจังหวัดนครพนมทุกวัน
สอบถามรายละเอียดโทร. 0 4258 7207 กรุงเทพฯ โทร. 0 2261 0220-5
HYPERLINK "http://www.pbair.com" www.pbair.com
หรือสามารถสำรองที่นั่งได้ที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 1566,
0 2280 0060, 0 2356 1111, 0 2628 2000 HYPERLINK "http://www.thaiairways.com"
www.thaiairways.com
การเดินทางในตัวเมืองยังไม่มีรถโดยสาร
หรือรถสองแถวประจำทางมีเพียงรถสามล้อเครื่อง (รถสกายแล็ป) เท่านั้น
ราคาแล้วแต่จะตกลงกัน ส่วนใหญ่จะเริ่มตั้งแต่ราคา 20 บาท
แล้วแต่ระยะทาง
เทศกาลงานประเพณี
งานนมัสการพระธาตุพนม
กำหนดจัดขึ้นในวันขึ้น 10 ค่ำถึงวันแรม 1 ค่ำ
เดือน 3 ของทุกปี
ซึ่งถือเป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่งงานหนึ่งของชาวนครพนมและจังหวัดใกล้เคียง
ประเพณีแสกเต้นสาก
เป็นประเพณีของชนเผ่าแสกที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านอาจสามารถ
ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองนครพนมประมาณ 4 กิโลเมตร
ประเพณีแสกเต้นสากเป็นการเต้นบวงสรวงเจ้าที่จะเต้นสากเป็นประจำทุกปี ในเดือน 3
ขึ้น 3 ค่ำ การแสกเต้นสากนอกเทศกาลจะต้องทำพิธีขอขมาก่อน ของที่ใช้ ได้แก่
หัวหมู เงิน 20 บาท และเหล้า
ซึ่งจะทำพิธีที่ศาลเจ้าประจำหมู่บ้านโดยการเสี่ยงทายไม้สี
ถ้าได้สีเดียวกันแสดงว่าเจ้าไม่อนุญาต การเต้น แสกเต้นสาก
ใช้ไม้สีแดงสลับขาวเรียก
สาก
นำด้วยเสียงกลองจังหวะเร็ว ผู้เต้นจะซอยเท้าถี่ ๆ
ลงไปตามจังหวะการกระทบไม้คล้ายการเต้นลาวกระทบไม้แต่จะเร็วกว่ามาก
การฟ้อนผู้ไทย
เป็นการแสดงออกให้เห็นถึงความสามัคคีในหมู่คณะเดียวกัน
โดยจะฟ้อนในงานเทศกาลเดือน 5 และเดือน 6
สมัยก่อนจะฟ้อนกันตามความถนัดและความสามารถแต่ละบุคคล
ไม่ได้เน้นความเป็นระเบียบหรือความพร้อมเพรียงกัน
แต่เน้นลีลาการฟ้อนรำของชายหญิงคู่กัน ยึดการรำแบบดั้งเดิมเป็นหลัก
นับเป็นศิลปะที่สวยงามหาชมได้ยากในปัจจุบัน
นอกจากนี้ชาวผู้ไทยยังมีการต้อนรับด้วยการบายศรีสู่ขวัญ การเลี้ยงอาหารแบบพาแลง
การชวนดูดอุ สำหรับ การฟ้อนผู้ไทยและการเลี้ยงอาหารแบบพาแลงนี้ สามารถติดต่อชมได้ที่บ้านผู้ไทย
คุณชัยบดินทร์ สาลีพันธ์ อำเภอเรณูนคร โทร.
0 4257 9174,
08
1263 2458 (การฟ้อนภูไทยและการเลี้ยงอาหารแบบพาแลง
ต้องมีการจองตั้งแต่ 35 คนขึ้นไป)
งานประเพณีไหลเรือไฟนครพนม
(ภาษาอีสาน
เรียกว่า เฮือไฟ)
จัดขึ้นในวันออกพรรษา คือ วันขึ้น 15
ค่ำ เดือน 11 และวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี
บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดริมแม่น้ำโขงบริเวณเขตเทศบาล
การไหลเรือไฟถือเป็นการบูชาพระพุทธเจ้าในวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากเทวโลก
หลังจากที่ พระพุทธองค์ได้เสด็จขึ้นไปจำพรรษาที่ดาวดึงษ์เพื่อแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพระพุทธมารดา
เมื่อออกพรรษาแล้วพระพุทธเจ้าก็เสด็จลงมาสู่มนุษย์โลก โดยบันไดทิพย์ทั้ง 3
วันนี้เรียกว่า วันพระเจ้าโปรดโลก
พระองค์เสด็จมา ณ เมืองสังกัสสะ
สถานที่นั้นเรียกว่า อจลเจดีย์
(อ่านว่า อะ-จะ-ละ-เจ-ดี)
ทวยเทพทั้งหลายส่งเสด็จ
มวลมนุษย์ทั้งหลายรับเสด็จด้วยเครื่องสักการะบูชามโหฬาร การไหลเรือไฟก็คือ การสักการะบูชาอย่าง
หนี่งในวันนั้น และได้ทำเป็นประเพณีสืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้
นอกจากนี้ยังมีตำนานการไหลเรือไฟที่แตกต่างกันก็ถือว่าทำให้ได้รับอานิสงฆ์เหมือนกัน
เดิมเรือไฟทำด้วยท่อนกล้วยหรือไม้ไผ่ต่อเป็นลำเรือยาวประมาณ 5-6 วา
ข้างในบรรจุไว้ด้วยขนม ข้าวต้มมัด หรือสิ่งของที่ต้องการจะบริจาคทาน
ข้างนอกเรือมีดอกไม้ ธูป เทียน ตะเกียง ขี้ไต้
สำหรับจุดให้สว่างไสวก่อนจะปล่อยเรือไฟ ปัจจุบันมีการจัดทำเรือไฟเป็นรูปแบบต่าง ๆ
ที่ขนาดใหญ่โตขึ้น มีวิธีการประดับตกแต่งให้วิจิตรตระการตามากยิ่งขึ้น
เมื่อปล่อยเรือไฟเหล่านี้ลงกลางลำน้ำโขงภายหลังการจุดไฟให้ลุกโชติช่วงจะเป็นภาพที่งดงามประทับใจผู้พบเห็นไปตราบนานเท่านาน
ไม่มีที่ไหน ๆ ในประเทศไทยจะยิ่งใหญ่เหมือนที่จังหวัดนครพนม
การแข่งเรือ (ส่วงเฮือ)
เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาช้านาน
โดยจัดขึ้นระหว่างงานบุญออกพรรษามีความมุ่งหมายให้ชาวบ้านได้สนุกสนานร่วมกันก่อให้เกิดความสามัคคีความเสียสละ
และเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนชาวลาวและชาวไทย จัดขึ้นในลำน้ำโขง
บริเวณหน้าเขื่อนนครพนม มีระยะทางแข่งขัน 3 กิโลเมตร ในร่องน้ำที่ไหลเชี่ยวยากลำบากมากในการแข่งขัน
ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าผู้ชนะคือผู้เก่งที่สุดในแถบลุ่มน้ำโขง
ประเพณีโส้ทั้งบั้ง
เป็นประเพณีของพวกโซ่
(โส้)
การเต้นโส้ทั้งบั้งนี้เป็นการรำในงานศพเพื่อที่จะส่งวิญญาณผู้ตายให้ไปสู่สุคติ
การเต้นรำมีทั้งชายและหญิง พวกโซ่เป็นชนเผ่าข่า ลักษณะผิวคล้ำ
มีภาษาเป็นของตนเอง ภาษาที่ใช้คล้ายภาษามอญปนเขมร
หมู่บ้านชาวโส้นี้ตั้งอยู่ที่บริเวณอำเภอท่าอุเทน อำเภอนาแก และอำเภอศรีสงคราม
ข้อปฏิบัติในการยื่นทำบัตรอนุญาตผ่านแดนไปเมืองท่าแขก
แขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ด่านตรวจคนเข้าเมืองนครพนม
ตั้งอยู่ที่ถนนสุนทรวิจิตร เปิดทำการทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30-18.00 น.
โดยทางปฏิบัติในการเดินทางเข้า-ออก ณ
จุดผ่านแดนถาวร อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม
เนื่องจากไทยและลาวได้มีข้อตกลงกันในการยกเว้นวีซ่า
สำหรับคนไทยที่ไม่มีหนังสือเดินทางสามารถยื่นคำขอทำบัตรอนุญาตผ่านแดนได้ที่
ด่านตรวจคนเข้าเมือง บริเวณตลาดอินโดจีน
โดยผู้ยื่นคำขอต้องยื่นด้วยตัวเองพร้อมเอกสารหลักฐาน ดังนี้
-
บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา
จำนวน 1 แผ่น
-
รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว
หน้าตรงไม่สวมหมวกหรือแว่นตา จำนวน 2 รูป
-
ค่าธรรมเนียมในการขอยื่นทำคำร้อง
ฉบับละ 30 บาท (วันจันทร์-ศุกร์)
และ 40 บาท (วันเสาร์-อาทิตย์)
ค่าธรรมเนียมเข้าประเทศ คนละ 50
บาท
-
ค่าเรือโดยสาร คนละ 40 บาท/เที่ยว
|