|
ทักษิณราชตำหนัก ชนรักศาสนา นราทัศน์เพลินตา
ปาโจตรึงใจ แหล่งใหญ่แร่ทอง ลองกองหอมหวาน
แต่เดิม บ้านบางนรา หรือ มะนาลอ
เป็นเพียงหมู่บ้านหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางนราใกล้กับทะเล
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1)
บ้านบางนราถูกจัดอยู่ในเขตปกครองของเมืองสายบุรี
ครั้นต่อมาเมื่อปัตตานีได้รับการยกฐานะเป็นมณฑล
บ้านบางนราจึงย้ายมาสังกัดเมืองระแงะที่อยู่ในมณฑลปัตตานี กระทั่งปี
พ.ศ. 2449 สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)
บ้านบางนราได้เจริญเป็นชุมชนใหญ่ มีการค้าทั้งทางบกและทะเลคึกคักมาก
จึงได้ย้ายที่ว่าการจากเมืองระแงะมาตั้งที่บ้านมะนาลอ และพ.ศ. 2458
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)
เสด็จพระราชดำเนินมาถึงบางนรา และได้พระราชทานชื่อ นราธิวาส แปลว่า ที่อยู่ของคนดี
ปัจจุบันเป็นจังหวัดหนึ่งในห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่อยู่ในโครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ
(IMT-GT Growth Triangle Development Project) มีศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ
และการท่องเที่ยวเมืองชายแดนอยู่ที่อำเภอสุไหงโกลก ที่ชาวมาเลเซีย
และสิงคโปร์มาเที่ยวพักผ่อนและซื้อสินค้ารวมทั้งเป็นพื้นที่ที่มีการถ่ายเทวัฒนธรรมรวมทั้งสินค้านำเข้า
ส่งออกซึ่งกันและกัน
ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม
มีภาษายาวีเป็นภาษาพูดและภาษาเขียนที่ใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน
ภาษายาวีมีต้นกำเนิดจากภาษามาลายูซึ่งเป็นภาษาพูดและนำสระและพยัญชนะจากภาษาอาหรับมาใช้ประกอบกัน
จังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่ทั้งหมด 4,475.43 ตารางกิโลเมตร
ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของแหลมมลายู
ทิศเหนือจดจังหวัดปัตตานีและอ่าวไทย ทิศตะวันตกจดจังหวัดยะลา
ทิศตะวันออกจดอ่าวไทยและประเทศมาเลเซีย
และทิศใต้จดรัฐกลันตันของประเทศมาเลเซีย
สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นป่าและภูเขาประมาณ 2/3 ของพื้นที่ทั้งหมด
พื้นที่ราบส่วนใหญ่อยู่ติดกับบริเวณอ่าวไทยซึ่งเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ 4
สาย คือ แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำบางนรา แม่น้ำตากใบ และแม่น้ำสุไหงโกลก
จังหวัดนราธิวาสมีภูมิอากาศแบบร้อนชื้น มีเพียง 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน
และฤดูฝน ช่วงที่ฝนตกมากที่สุด คือ
ช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม
อำเภอต่างๆในจังหวัดนราธิวาส
เมืองนราธิวาส
ตากใบ
บาเจาะ
ยี่งอ
ระแงะ
รือเสาะ
ศรีสาคร
แว้ง
สุคิริน
สุไหงโก-ลก
สุไหงปาดี
จะแนะ
เจาะไอร้อง
*อ.บางนรา จ.นราธิวาส
อุทยานแห่งชาติในจังหวัดนราธิวาส
อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป
อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี
อุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาว-เขาตันหยง
|
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนราธิวาส |
|
(ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
และภาพบางส่วนจากเว็บท่องเที่ยวต่างๆผ่านการค้นหาของกูเกิล)
|
การเดินทางไปจังหวัดนราธิวาส
รถยนต์
ระยะทาง 1,149 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ตามทางหลวงหมายเลข 4
ผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร และทางหลวงหมายเลข 41
ผ่านสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช-พัทลุง-หาดใหญ่
และต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 42 เข้าสู่จังหวัดปัตตานี-นราธิวาส
สอบถามเส้นทางและแจ้งเหตุตำรวจทางหลวง โทร. 1193
รถไฟ
การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดบริการเดินรถไฟระหว่าง กรุงเทพฯ
ตันหยงมัส (นราธิวาส) - สุไหงโกลก ทุกวันทั้งรถด่วนและรถเร็ว
สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2223 7010, 0 2223 7020, 1690
สถานีรถไฟสุไหงโกลก โทร. 0 7361 1162, 0 7361 4060 หรือ
www.railway.co.th
รถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด บริการรถกรุงเทพฯ-นราธิวาส-สุไหงโกลก
ทุกวัน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02 894 6122 จองตั๋ว บขส. โทร. 02 422
4444 หรือ
www.transport.co.th สถานีขนส่งนราธิวาส โทร. 0 7351 1845
สถานีขนส่งสุไหงโกลก โทร. 0 7361 2045
เครื่องบิน
สายการบินแอร์เอเชีย มีเที่ยวบินกรุงเทพฯ- นราธิวาส
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายการบินแอร์เอเชีย โทร. 0 2515 9999
หรือ
www.airasia.com
สายการบิน โอเรียนท์
ไทย (วัน ทู โก) เปิดเที่ยวบินเส้นทาง กรุงเทพฯ นราธิวาส ออกจากสนามบินดอนเมือง
เวลา 15.00 น. ถึง นราธิวาส เวลา 16.30 น. และ ออกจากนราธิวาส เวลา
17.00 น. ถึง ดอนเมือง เวลา 18.30 น.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1126 หรือ
www.fly12go.com
พายเรือเที่ยวคลองโต๊ะแดง ศึกษาธรรมชาติป่าพรุ
ป่าพรุโต๊ะแดงได้ชื่อว่าเป็นป่าพรุที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดผืนสุดท้ายในประเทศไทยมีคลองโต๊ะแดงซึ่งกำเนิดมาจากเทือกเขาในขตอุทยานแห่งชาติบูโด
- สุไหงปาดี ไหลผ่านเป็นระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร
จากนั้นไหลลงคลองปะดาดอ ก่อนจะไหลลงแม่น้ำโก- ลก
ตามปกติการเที่ยวชมป่าพรุมักเข้ามาถึงด้วยการเดินเท้าตามสะพานไม้ซึ่งจัดทำเป็นเส้นทางธรรมชาติ
แต่ที่ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร
ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ส่วนหนึ่งของป่าพรุโต๊ะแดงมีความพิเศษกว่า
คือ
นอกจากมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเป็นสะพานไม้ให้นักท่องเที่ยวเดินแล้ว
ยังมีเส้นทางน้ำ โดยใช้เรือพายด้วย
เส้นทางน้ำตามคลองโต๊ะแดงที่จัดทำไว้มีความยาวทั้งสิ้นประมาณ
2.3 กิโลเมตร ความลึกเฉลี่ยตลอด คลองประมาณ 2 เมตร
ตลอดเส้นทางนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับธรรมชาติป่าพรุอย่างใกล้ชิด
โดยค่อยๆ พายเรือเข้าไปตามลำคลอง ไม่ส่งเสียงดัง
เพราะจะทำให้สัตว์ป่าหนีหาย
ระหว่างทางเจ้าหน้าที่นำทางจะคอยให้ความรู้เรื่องพืชพันธุ์สัตว์ป่าในป่าพรุสังเกตพืชริมน้ำและพืชน้ำชนิดต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นกก สันตะวาใบพาย แพงพวย สาหร่ายแตร และ อื่นๆ
ตามพืชน้ำและรากไม้ริมน้ำจะเป็นที่อยู่อาศัยแหล่งเพาะพันธุ์และหลบภัยของสัตว์น้ำและปลาชนิดต่างๆ
นอกจากนี้ ลองมองไปรอบๆบนผืนป่าสองฝั่ง ถ้าโอกาสดีๆ
อาจได้เห็นสัตว์ป่าหายาก เช่น ค่างดำ ค่างแว่นถิ่นใต้
กระรอกข้างลายท้องแดง เป็นต้น ส่วนนกที่น่าสนใจ ได้แก่
นกตะกรุม นกปรอด นกเงือกดำ นกพญาปากกว้างท้องแดง เป็นต้น
ถ้าให้ดีควรเตรียมสมุดบันทึก
กล้องส่องทางไกลไปด้วยใจะทำให้การเที่ยวชมป่าพรุสนุกมากขึ้น
จุดลงเรือ
ท่าเรืออยู่ในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติของศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร
อำเภอสุไหงโก - ลก เป็นเรือพาย นั่งได้ลำละ 4 คน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
ส่วนงานป่าไม้ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อำเภอเมืองนราธิวาส
โทร0 7351 3921
|
ร้านอาหารในจังหวัดนราธิวาส |
|
|
ธรรมชาติและผู้คน
บนฝั่งแม่น้ำบางนรา
บางนราเป็นแม่น้ำที่แยกจากแม่น้ำโก-
ลกที่อำเภอตากใบ
แล้วไหลขึ้นเหนือผ่านตัวเมืองนราธิวาสก่อนลงอ่าวไทย
ในปีพ.ศ. 2533
ได้มีการก่อสร้างประตูระบายน้ำปิดกั้นแม่น้ำบางนราทั้งตอนบนและตอนล่าง
เพื่อป้องกันน้ำเค็มและควบคุมน้ำในลุ่มบางนราได้อย่างสมบูรณ์
เส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำในแม่น้ำสายนี้เริ่มตั้งแต่บริเวณประตูระบายน้ำตอนบน
แล่นเรือทวนน้ำขึ้นไปเรื่อยๆ
ตลอดสองข้างทางนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติบริสุทธิ์
สองฟากฝั่งเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้นานชนิด
ยังไม่มีบ้านเรือนผู้คนรุกล้ำเข้ามาทำลายสภาพนิเวศ
ยกเว้นจุดแรกที่เรือ
จอดแวะคือที่ชุมชนยะกัง
ซึ่งอยู่ในเขตตัวเมืองนราธิวาส
ชุมชนโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่ริมคลองยะกัง
ซึ่งเป็นคลองซอยแยกจากแม่น้ำบางนรา ณ
จุดนี้
นักท่องเที่ยวสามารถแวะขึ้นไปเที่ยวชมการทำผ้าบาติก
และที่น่าสนใจคือ การทำขนมโบราณ
ซึ่งคงทำอยู่หลายหลังคาเรือน
ชาวบ้านเล่าว่าในอดีตบ้านยะกังมีชื่อเสียงเรื่องของการทำขนมโบราณหลายชนิด
แต่ปัจจุบันความนิยมลดลงจึงทำเพียงชนิดเดียวคือขนม
" ปูตู "
ลักษณะคล้ายขนมโก๋ของภาคกลางจากนั้นเรือจะแล่นกลับสู่แม่น้ำบางนรา
พาไปชมทุ่งบัวผืนใหญ่กลางแม่น้ำ
หากมาเยือนในช่วงหน้าฝน
ราวเดือน สิงหาคม - ตุลาคม
จะเห็นดอกบัวนับพันนับหมื่นดอกบานพร้อมกันเต็มผืนน้ำ
สวยงามราวกับภาพเขียน
นอกจากนี้ยีงมีนกน้ำชนิดต่างๆ ให้ได้ชมด้วย
ไม่ว่าจะเป็น นกเป็นน้ำคอแดง
นกกระยางเขียว นกเปล้า นกกวัก
และอื่นๆ อีก หลายชนิด
จากนั้นเรือจะค่อยแล่นทวนน้ำขึ้นไปเรื่อยๆ
สายลมที่พัดโชย
บวกกับทัศนียภาพที่สวยงามของแม่น้ำช่วยให้เพลิดเพลินและผ่อนคลาย
เรือจะวิ่งมาจบเส้นทางที่ท่าเรือตำบลบางปอซึ่งในอนาคตบริเวณนี้จะมีการสร้างอาคารเป็นจุดพักนักท่องเที่ยว
ก่อนเดินทางกลับมีบริการอาหาร
เครื่องดื่ม
การแสดงพื้นบ้านและจำหน่ายของฝากของที่ระลึก
จุดลงเรือ
ท่าลงเรืออยู่ที่ประตูระบายน้ำบางนราตอนบน
ตำบลกะลุวอเหนือ
อำเภอเมืองนราธิวาส
เป็นเรือลำเล็กนั่งได้ 3 คน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
อบต. กะลุวอเหนือ
โทร 08 1897 9079 อบต.บางปอ
โทร 08 1328 2208 หรือสำนักงาน
ททท. ภาคใต้ เขต 3 นราธิวาส
โทร 0 7352 2411
|