ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า อินโด บรูไน ฟิลิปปินส์ จีน ฮ่องกง มาเก๊า เกาหลี อินเดีย

เชียงใหม่ เชียงรายแม่ฮ่องสอนตากลำปางพะเยากำแพงเพชรนครสวรรค์น่านเพชรบูรณ์พิจิตรพิษณุโลกแพร่ลำพูนสุโขทัยอุทัยธานีอุตรดิตถ์กรุงเทพกาญจนบุรีฉะเชิงเทราชัยนาทนครปฐมปทุมธานีเพชรบุรีประจวบอยุธยาราชบุรีอ่างทองลพบุรีสมุทรปราการสมุทรสาครสมุทรสงครามสระบุรีสิงห์บุรีสุพรรณบุรีนนทบุรี ชุมพรกระบีนราธิวาสนครปัตตานีพัทลุงพังงาภูเก็ตระนองสุราษฏร์สตูลสงขลาตรังยะลาชลบุรีระยองตราดนครนายกปราจีนบุรีจันทบุรีสระแก้วอำนาจเจริญบุรีรัมย์ชัยภูมิกาฬสินธุขอนแก่นจังหวัดเลยมหาสารคามมุกดาหารนครราชสีมาหนองบัวลำภูหนองคายบึงกาฬร้อยเอ็ดสกลนครศรีสะเกษสุรินทร์อุบลอุดรธานียโสธรนครพนม


http://www.hotsia.com > เที่ยวหนองคาย > หลวงพ่อพระใสวัดโพธิ์ชัย
 

หลวงพ่อพระใสวัดโพธิ์ชัย

หลวงพ่อพระใสวัดโพธิ์ชัย เป็นพระที่ชาวหนองคายและชาวพุทธนับถือ หลวงพ่อพระใสเป็นพระที่สร้างที่ประเทศลาว พระที่สร้างพร้อมกันมีพระสุก พระใส พระเสริม พระทั้งสามองค์สร้างที่ประเทศลาว แล้วไทยได้อัญเชิญจากลาวมายังกรุงเทพฯ ระหว่างเดินทางแพแตกจมไปในแม่น้ำโขง 1 องค์ เกวียนหักอยู่ที่หนองคายหนึ่งองค์คือพระใส แล้วไปกรุงเทพฯสำเร็จ 1 องค์

ที่วัดโพธิ์ชัยมีจิตกรรมฝาผนังที่งดงามและร่วมสมัยดูแปลกตา เป็นการเขียนแบบสมัยใหม่เรื่องราวของจังหวัดหนองคายในอดีตและปัจจุบัน มีภาพวาดประวัติของพระใสด้วย mr.hotsia มกราคม 2554

ข้อมูลเพิ่มเติม:
หลวงพ่อพระใส เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสีสุก มีพระรูปลักษณ์งดงามมาก ขนาดหน้าตัก กว้าง 2 คืบ 8 นิ้ว สวนสูงจากพระสงฆ์เบื้องล่างถึงยอดพระเกศ 4 คืบ 1 นิ้ว ของชางไม้ ปัจจุบันได้ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถวัดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง) เป็นพระพุทธรูปที่ชาวจังหวัดหนองคายนับถือว่าศักดิ์สิทธิ์มากและเป็น ที่เคารพสักการะอย่างยิ่ง

ตามประวัติกล่าวไว้ว่า พระธิดาสามพี่น้องของกษัตริย์ล้านช้าง (บางท่านเชื่อว่า เป็นธิดาของพระไชยเชษฐาธิราช) ได้ร่วมกันสร้างพระพุทธรูปประจำพระองค์ขึ้น 3 องค์ เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา แล้วขนานนามพระพุทธรูปตามพระนามว่า พระสุก พระเสริม และพระใส มีขนาดลดกันตามลำดับ พระสุกนั้นเป็นพระประจำพี่ผู้ใหญ่ พระเสริมประจำคนกลาง ส่วนพระใสประจำคนสุดท้อง
ตามประวัติการสร้างเล่าว่า มีพิธีการทางบ้านและทางวัดช่วยกันใหญ่โต มีคนสูบเตาหลอมทองอยู่ไม่ขาดระยะ นำเป็นเวลา 7 วันแล้วทองก็ยังไม่ละลาย ถึงวันที่ 8 เวลาเพล เหลือหลวงตากับสามเณรน้อยรูปหนึ่งสูบเตาอยู่ได้ปรากฏชีปะขาว ตนหนึ่งมาขอช่วยทำ หลวงตากับเณรน้อยจึงไปฉันเพล ญาติโยมที่มาส่งเพลจะลงไปช่วยแต่มองไปเห็นชีปะขาวจำนวนมากช่วยกันสูบเตาอยู่ แต่เมื่อถามพระ พระมองลงไปก็เห็นเป็นชีปะขาวตนเดียว พอฉันเพลเสร็จคนทั้งหมดจึงลงมาดู ก็เกิดความอัศจรรย์ใจยิ่ง เหตุเพราะได้เห็นทองทั้งหมดถูกเทลงในเบ้าทั้ง 3 เบ้า แล้ว และไม่เห็นชีปะขาวแล้ว
หลังสร้างเสร็จพระสุก พระเสริม และพระใส ได้ประดิษฐานไว้ ณ เมืองหลวงอาณาจักรล้านช้าง มาช้านาน คราใดที่เกิดสงครามบ้านเมืองไม่สงบสุข ชาวเมืองก็จะนำพระพุทธรูปทั้งสามไปซ่อนไว้ที่ภูเขาควาย หากเหตุการสงบแล้วจึงนำกลับมาไว้ดังเดิม ส่วนหลักฐานที่ว่าประดิษฐานอยู่ ณ เมืองเวียงจันทร์ตั้งแต่เมื่อใดนั้นยังไม่มีปรากฏแน่ชัด ทราบเพียงว่าในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้เกิดกบฎเจ้าอนุวงศ์ขึ้นที่เมืองเวียงจันทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ทำลายเมืองเวียงจันทร์เสียสิ้น จึงให้สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพย์ได้เป็นจอมทัพยกพลมาปราบ เมื่อเมืองเวียงจันทร์สงบแล้ว จึงได้อัญเชิญพระสุก พระเสริม และพระใสมาที่จังหวัดหนองคาย
มีคำบอกเล่าว่า คราที่อัญเชิญมานั้น ไม่ได้อัญเชิญมาจากเมืองเวียงจันทร์โดยตรงแต่อัญเชิญมาจากภูเขาควาย ซึ่งชาวเมืองนำไปซ่อนไว้ การอัญเชิญนั้นได้ประดิษฐานหลวงพ่อทั้งสามไว้บนแพไม้ไผ่ล่องมาตามลำน้ำงึม เมื่อล่องมาถึงเวินแท่นได้เกิดอัศจรรย์ คือ แท่นของพระสุกได้แหกแพจมลงในน้ำ โดยเหตุที่มีพายุแรงจัดพัดแพจนเอียงชะเนาะที่ขันพระแท่นติดกับแพไม่สามารถที่จะทนน้ำหนักของพระแท่นไว้ได้ บริเวณนั้นจึงชื่อว่า “เวินแท่น” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา


พระเสริม วัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร อัญเชิญมาจากกรุงเวียงจันทร์
ครั้นล่องแพต่อมาจนถึงแม่น้ำโขง ตรงปากงึม เฉียงกับบ้านหนองกุ้ง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้บังเกิดฝนฟ้าคะนอง พระสุกได้แหกแพจมลงในน้ำ ท้องฟ้าที่วิปริตต่างๆ จึงหายไป บริเวณนั้นจึงได้ชื่อ “เวินสุก”ตั้งแต่นั้นมา ด้วยเหตุข้างต้น การอัญเชิญครั้งนี้จึงเหลือแต่พระเสริม และพระใสมาถึงหนองคาย สำหรับพระเสริมนั้นได้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ณ วัดโพธิ์ชัย ส่วนพระใสได้ อัญเชิญไปไว้ยังหอก่อง หรือวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ ณ ปัจจุบัน

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ขุนวรธานีและเจ้าเหม็น (ข้าหลวง) อัญเชิญพระเสริมจากวัดโพธิ์ชัยลงไปยังกรุงเทพฯ ขุนวรธานีจะอัญเชิญพระใสไปพร้อมกับพระเสริมด้วย แต่เกิดปาฏิหารย์ โดยพราหมณ์ผู้อัญเชิญนั้นไม่สามารถขับเกวียนนำพระใสไปได้ แม้จะใช้กำลังคนหรืออ้อนวอนอย่างไรก็ตาม จนในที่สุดเกวียนได้หักลง เมื่อหาเกวียนใหม่มาแทนก็ไม่สามารถเคลื่อนไปได้อีก จึงปรึกษาตกลงกันว่าให้อัญเชิญพระใสมาไว้ที่วัดโพธิ์ชัยเมื่ออธิษฐานดังกล่าวพอเข้าหามเพียงไม่กี่คนก็อัญเชิญพระใสมาได้

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงลงความเห็นเกี่ยวกับพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์นี้ว่า เป็นพระพุทธรูปล้านช้างที่งดงามยิ่งกว่าพระพุทธรูปองค์อื่น ๆ และทรงสันนิษฐานเรื่องการสร้างเป็น 2 ประการ คือ อาจจะเป็นพระพุทธรูปที่สร้างจากเมืองหนึ่งเมืองใดทางตะวันออกของอาณาจักรล้านช้าง และต่อมาตกอยู่ในเขตล้านช้าง หรืออาจสร้างขึ้นในเขตล้านช้างโดยฝีมือช่างลาวพุงขาว

 

 

ภาพหมุน 180 องศา ภายในโบสถ์วัดโพธิ์ชัย หนองคาย


หลวงพ่อพระใสวัดโพธิ์ชัย
หลวงพ่อพระใสวัดโพธิ์ชัย


หลวงพ่อพระใสวัดโพธิ์ชัย
หลวงพ่อพระใสวัดโพธิ์ชัย
 



หลวงพ่อพระใสวัดโพธิ์ชัย
หลวงพ่อพระใสวัดโพธิ์ชัย
หลวงพ่อพระใสวัดโพธิ์ชัย
หลวงพ่อพระใสวัดโพธิ์ชัย


หลวงพ่อพระใสวัดโพธิ์ชัย
ภาพจิตกรรมฝาผนังวัดโพธิ์ชัย
หลวงพ่อพระใสวัดโพธิ์ชัย
จิตกรรมฝาผนังวัดโพธิ์ชัย


หลวงพ่อพระใสวัดโพธิ์ชัย
ภาพวาดฝาผนังวัดโพธิ์ชัย
หลวงพ่อพระใสวัดโพธิ์ชัย
อันนี้ก็จิตกรรมฝาผนังวัดโพธิ์ชัย


หลวงพ่อพระใสวัดโพธิ์ชัย
หลวงพ่อพระใสวัดโพธิ์ชัย
หลวงพ่อพระใสวัดโพธิ์ชัย
หงอนพญานาควัดโพธิ์ชัย


วัดโพธิ์ชัย และหลวงพ่อพระใสที่หนองคายครับ


คลิปนี้คือหงอนพญานาค ที่วัดโพธิ์ชัยครับ มาดูกันว่าใช่ไหม


 

 




 

 
ค้นหาข้อมูลจากในไซต์นี้โดย
Google


 

 

จองที่พัก mr.Hotsia รีวิวโรงแรม เว็บโรงแรม บริษัททัวร์ Richard Lustig