เมื่อหมูกระทะกลายเป็นบุฟเฟ่ต์นานาชาติ
เริ่มต้นด้วยคำว่ากะทะ
หรือกระทะ คำไหนกันนี้ ผมค้นหาใน Google เจอคำว่ากะทะมากกว่าจึงขอใช้คำว่า
หมูกะทะแล้วกันและอาจสลับเป็นหมูกระทะบ้างครับ (Google
กะทะ = 5,700,000,กระทะ =
1,710,000) แต่ว่าวิกิพีเดียวบอกว่าให้ใช้คำว่า "กระทะ "
วันนี้ผม Mr.Hotsia
จะพารู้จักหมูกระทะตำนานของหมูกระทะครับ
หมูกะทะว่ากันว่าดั้งเดิมโบราณจริงๆเกิดใจทหารโมงโกลพักศึกสงครามในสนามรบ
เมื่อหิวมากๆ
ไม่มีอะไรกินก็เอาหมวกมาใช้เป็นที่ย่างเนื้อกิน
การออกแบบกะทะเลยออกมาคล้ายหมวกทหารครับ
โค้งมนตรงกลางอันนี้ผมไม่แน่ใจว่าจริงไหม แต่ดูจากรูปโดยการค้นหาจาก
Google pictures ด้วยคำว่า "mongol Ancient
military hat"
ไม่มีหมวกใบไหนพอที่จะเอามาย่างหมูกระทะได้เลย
ดังนั้นที่บอกว่าเอามาจากหมวกทหารน่าจะไม่ใช่ครับ
สำหรับความเป็นมาของหมูกระทะในไทยนั้น
ผมจำได้ว่าตอนที่ผมเป็นทหารอากาศที่กองบิน 21
จังหวัดอุบลนั้น มีร้านโปรดของผมร้านหนึ่งเป็นร้านเนื้อย่างเกาหลี
น่าจะเป็นเนื้อย่างเกาหลีร้านหมื่นทิพย์
นะ เมื่อยี่สิบปีก่อนเขาก็กินกันแล้วที่ทางภาคอีสาน แต่ไม่ได้เป็นบุฟเฟ่ต์อย่างทุกวันนี้
เขาจะเป็นชุดๆ ชุดละ 80 บาท
ดังนั้นหากมากินหมูกระทะแถบอีสานเขาจะไม่เรียกหมูกระทะเขา
จะเรียกเนื้อย่างเกาหลี ซึ่งจะเป็นหมูย่างก็ได้
เช่นที่ผมไปกิน เนื้อย่างเกาหลีที่บึงกาฬครับ (คลิปวีดีโอด้านล่าง )
ระยะให้หลังไม่กี่ปีหมูกระทะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นรูปแบบของ บุฟเฟ่ต์
อิ่มละไม่กี่บาทแต่ต้องลงท้ายด้วย 9 เช่น 79
89 99 129 แล้วแต่จะตั้งราคาและคุณภาพของที่น้ำมาขาย
ตั้งแต่นั้นมาหมูกระทะก็ขยายตัวไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากทุกคนอิ่มได้ในราคาประหยัดและที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือ
การกินหมูกระทะทำให้มีกิจกรรมร่วมกันนั่งคุยกันไปผิงไฟกันไป
จังหวัดเชียวใหม่หรือทางภาคเหนือหมูกระทะจึงดังมากเพราะว่ามีหน้าหนาวหนาวกว่าภาคอื่น
หมูกระทะในทุกวันนี้อาจเสียเสน่ห์ความเป็นหมูกระทะอย่างน่าเสียดาย
เมื่อหมูกระทะกลายเป็นบุฟเฟต์นานาชาติ อาหารมากครบทุกประเทศ ไทย จีน
ญี่ปุ่น ปิ้งย่าง อาหารตามสั่ง สารพัดอย่างที่จะคิดได้
แต่สิ่งที่หายไปคือบรรยากาศการนั่งคุยกัน กลิ่นหมูหอมๆ
ช่วยกันปิ้งคนละไม้คนละมือ เพราะแต่ละคนก็มัวแต่ไปเลือกของกิน
ไปรออาหารตามสั่ง
หรือเมื่อนั่งโต๊ะก็กินอาหารที่ไม่ใช่หมูกระทะที่ต้องช่วยกันย่าง
ต่างคนต่างตั้งหน้าตั้งตากินของตัวเอง ในรูปแบบของบุฟเฟต์นานาชาติไปแล้ว
แต่ก็ไม่ได้ผิดอะไรเพราะทุกอย่างต้องมีพัฒนาการ
บุฟเฟต์นานาชาติในราคาหมูกระทะหาได้ที่ไหน ดังนั้นหากใครเน้นกินอิ่มๆ
ก็มองหาร้านที่อาหารเยอะ กินได้ไม่อั้นในแบบของอาหารนานาชาติครบ
แต่ก็คุยกันได้ กินกันไปย่างกันไป ขอให้เข้าใจคอนเซปหมูกระทะก็สนุกสนานกันในวงเพื่อนได้ทั้งนั้นครับ
อ้อขอบอกกล่าวเตือนกันสักหน่อยว่าก่อนสั่งอาหารและน้ำแข็งที่ร้านหมูกระทะทุกร้านต้องตรวจสอบราคาก่อน
เพราะส่วนใหญ่ราคาต่อหัวยิ่งถูกน้ำแข็งยิ่งแพง
หากราคาต่อหัวแพงน้ำแข็งจะไม่แพงครับ
ในการออกทริปท่องเที่ยวของผมเมื่อไปถึงจังหวัดไหนส่วนใหญ่ก็มองหาร้านหมูกระทะเนื่องจากว่าอิ่มและประหยัดกระเป๋า
ได้ดูวิถีของคนท้องถิ่นนั้นๆด้วย
ร้านที่ผมไปเจอในหลายจังหวัดภาคเหนือที่เข้าตาผมคือร้านฟ้าใสหมูกระทะ
ผมไปกินร้านฟ้าใสในหลายจังหวัด ทั้งเชียงราย พะเยา เชียงใหม่
ที่ฝางผมกินร้านพีพีหมูกระทะ ที่บึงกาฬกินร้านเจนเนื้อย่างเกาหลี
Mr.Hotsia
แนะนำในการกินหมูกระทะครั้งต่อไปหาร้านที่บรรยากาศแบบเก่าๆ
ที่เป็นร้านหมูกระทะจริงๆ ไม่ต้องมีของขายมาก เน้นปิ้งย่างช่วยกัน
จะได้บรรยากาศเดิมๆของหมูกระทะหรือเนื้อย่างเกาหลีกลับคืนมา
ผมยังนึกถึงตอนที่ไปกินเนื้อย่างเกาหลีที่อุบลกับเพื่อนๆที่เรียนด้วยกันได้ว่า สนุกสนานกับการย่าง
แย่ง และเพลินไปกับบรรยากาศร้านขนาดไหน ....Mr.Hotsia 2553
เนื้อย่างเกาหลีร้านเจนที่บึงกาฬ
หมูกระทะที่ดอยอินทนนท์
สั่งมาตรงจุดกางเต็นท์ได้