|
เขาวังคู่บ้าน
ขนมหวาน เมืองพระ เลิศล้ำศิลปะ แดนธรรมะ ทะเลงาม
หากพูดถึงที่ท่องเที่ยวเพชรบุรีส่วนใหญ่คนจะนึกถึงเขาวัง กะชะอำ
เพราะเป็นที่ท่องเที่ยวหลักๆที่มาง่าย
แล้วส่วนใหญ่ใครมาก็จะเที่ยวสองแห่งนี้
เพชรบุรีเป็นจังหวัดที่ติดทะเลอาหารการกินสมบูรณ์ ข้าวราดแกงอร่อย
ผมมาพักและนอนที่เมืองเพชรบุรีสามคืนได้ไปเที่ยวมาหลายที่ครับ
อย่างแรกที่ผมอยากแนะนำคือถนนเรียบทะเลที่ไปทางบ้านแหลม
ที่นี่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวและบบยากาศดีเหลือเกิน
มีที่ท่องเที่ยวหลายแห่งตั้งแต่หาดเจ้าหลาว ที่แถวนี้เรียกว่าหาดเจ้า
หาดปึกเตียน หาดชะอำ แล้วกลับย้อนมาทางบ้านแหลม แหลมเหลว แหลมผักเบี้ย
บางตะบูน คลองโคน
แต่ละที่น่าท่องเที่ยวทั้งนั้นและคนก็ไม่ค่อยจะรู้กันมากนัก
สำหรับที่พักในจังหวัดเพชรบุรีและชะอำ
ที่พักส่วนใหญ่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล
ในตัวเมืองเพชรบุรีไม่ค่อยมีโรงแรมนะครับ ตอนผมไปเที่ยวผมพักที่โรงแรมโรยัลไดมอน 1 คืน และพักที่โรงแรมเขาวัง 2 คืน
ทั้งสองที่มี WIFI ราคาที่โรงแรมโรยัลไดมอนคืนละ
700 บาท แพงกว่าโรงแรมเขาวังเท่าตัว
แต่เป็นโรงแรมใหม่น่าพักครับ หรือหากกลัวไม่มีที่พักก็ที่พักในจังหวัดเพชรบุรี
จองที่พักในชะอำไปก่อนครับ
ที่ท่องเที่ยวอื่นที่ผมไปเที่ยวมาในแบบของ Mr.Hotsia
ที่ชอบท่องเที่ยวแบบวีชีวิตชาวบ้านคือ ผมไปเดินตลาดโต้รุ้ง
เดินตลาดเช้าและเที่ยววัดหลวงหรือวัดมหาธาตุ
ไปกินผัดฉ่าปลาดุกร้านพวงเพชร
ไปกินอาหารทะเลร้านครัวป้าเฉลียว
แค่นี้ก็คุ่มค่าสามวันที่นอนที่เมืองเพชรครับ
เรื่องอาหารการกินของจังหวัดนี้น่าจะเป็นอะไรที่ perfect
ที่สุด เพราะเมืองเพชรเขาดังเรืองอาหารทั้งคาวหวาน
อร่อยสุดๆ แค่ข้าวราดแกงร้านโนแนมไม่มีชื่อผมไปกินยังอร่อยสุดยอด
ไม่ต้องคิดถึงว่าร้านที่มีชื่อตั้งมานานจะอร่อยแค่ไหนครับ
การเดินทางมาเที่ยวเพชรบุรี
ดูจากแผนที่ที่ผมไปเที่ยวเลียบชายหาดแล้วอาจใช้เส้นทางนี้นเดินทางมา
หรือจะใช้เป็นขากลับก็ได้ แต่ควรไปสักครั้ง เพราะบรรยากาศดี
เหมือนได้มาเที่ยวแบบเต็มรูปแบบไม่ใช่แค่กินและนอน ย้ายที่กินนอนเท่านั้น
Mr.Hotsia ตุลาคม
2554
เพชรบุรีมีที่ท่องเที่ยวมากมาย
หลายคนอาจสับสนไม่รู้ว่าชะอำอยู่ในจังหวัดเพชรบุรี
และเป็นที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุดอีกด้วย
โรงแรมในชะอำมีให้เลือกมากมาก
ที่พักในชะอำเป็นรูปแบบรีสอร์ทชายทะเล
เหมาะอย่างยิ่งในหารไปพักผ่อนวันหยุด
เพชรบุรี
เป็นจังหวัดในภาคกลางที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลอ่าวไทย
อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 123 กิโลเมตร
เป็นเมืองเก่าที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน
โดยมีชื่อปรากฏอยู่ในศิลาจารึกหลักที่หนึ่งสมัยสุโขทัยและพบหลักฐานทางโบราณคดีซึ่งมีอายุย้อนไปถึงสมัยขอมและสมัยทวารวดี
ทั้งยังเคยเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญชั้นเมืองลูกหลวงในสมัยอยุธยา
เพชรบุรี มีพื้นที่ 6,255.138 ตารางกิโลเมตร
สภาพภูมิประเทศทางด้านทิศตะวันตกเป็นป่าเขาสลับซับซ้อน
มีเทือกเขาตะนาวศรีเป็นเส้นกั้นอาณาเขตระหว่างไทยกับสหภาพเมียนม่าร์
ส่วนทางด้านทิศตะวันออกเป็นที่ราบไปจนจดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย
พื้นที่ของจังหวัดเพชรบุรีมีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่าน 3 สาย ได้แก่
แม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำบางกลอย และแม่น้ำบางตะบูน
ประชากรจังหวัดเพชรบุรีส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก มีการทำนา
สวนผลไม้ ทำน้ำตาลโตนด เลี้ยงสัตว์ และทำการประมง
อำเภอต่างๆในจังหวัดเพชรบุรี
เมืองเพชรบุรี
เขาย้อย
หนองหญ้าปล้อง
ชะอำ
ท่ายาง
บ้านลาด
บ้านแหลม
แก่งกระจาน
อุทยานแห่งชาติในจังหวัดเพชรบุรีคือ
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
|
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี |
|
(ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
และภาพบางส่วนจากเว็บท่องเที่ยวต่างๆผ่านการค้นหาของกูเกิล)
|
ข้อมูลการเดินทางและแผนที่จังหวัดเพชรบุรี
รถยนต์ ทางที่สะดวกและใกล้ที่สุดคือ จากกรุงเทพฯ
ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (สายธนบุรี-ปากท่อ) ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม
และอำเภอปากท่อ แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4 ไปจังหวัดเพชรบุรี
รวมระยะทางประมาณ 123 กิโลเมตร หรือจากกรุงเทพฯ
เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านนครปฐม ราชบุรี ไปยังเพชรบุรี
เป็นระยะทาง 166 กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพฯ
มีรถโดยสารประจำทางปรับอากาศออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี
สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 2435 1199, 0 2434 7192, 0 2435 5605
หรือรถโดยสารของบริษัทเอกชน ติดต่อที่เพชรบุรีทัวร์ โทร. 0 2435 7408
นอกจากนี้ยังสามารถโดยสารรถประจำทางสายใต้หลายสายที่วิ่งผ่านเพชรบุรี
เช่น สายกรุงเทพฯ-ชุมพร สายกรุงเทพฯ-หัวหิน-ปราณบุรี เป็นต้น
จากกรุงเทพฯ ยังสามารถเดินทางไปยังอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดเพชรบุรีได้
คือ กรุงเทพฯ ชะอำ, กรุงเทพฯท่ายาง, กรุงเทพฯบ้านแหลม อีกด้วย
นอกจากนี้จากตัวเมืองเพชรบุรียังมีรถโดยสารไปหัวหิน ปราณบุรี
ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพรและราชบุรี
รถไฟ จากกรุงเทพฯ มีบริการรถไฟไปเพชรบุรีและอำเภอชะอำทุกวัน
รถไฟออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง สอบถามรายละเอียดติดต่อหน่วยบริการเดินทาง
โทร. 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020 หรือ www.railway.co.th
และยังมีรถไฟออกจากสถานีรถไฟธนบุรี (บางกอกน้อย) ทุกวัน
สอบถามรายละเอียดติดต่อ โทร. 0 2411 3102
ตัวอย่างทริปท่องเที่ยว
3 วัน 2 คืน
วันแรก
08.00 น. ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ จ.เพชรบุรี
10.00 น. ถึง จ.เพชรบุรี ชมและสัมผัสเส้นทางศึกษาธรรมชาติแหลมผักเบี้ย
อ.บ้านแหลม*
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่หาดเจ้าสำราญ จากนั้นเดินทางสู่ อ.แก่งกระจาน
15.00 น. ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
ชมสไลด์และฟังการบรรยายเพื่อความรู้เกี่ยวกับนิเวศวิทยาของป่าแห่งเทือกเขาตะนาวศรี
และติดต่อการขออนุญาตขึ้นพะเนินทุ่งไว้ล่วงหน้า
17.30 น. ขึ้นชมทิวทัศน์บนสันเขื่อนแก่งกระจาน ยามอาทิตย์อัสดง
ที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย
รับประทานอาหารค่ำที่หมู่บ้านริมเขื่อนแก่งกระจาน
กลับเข้าพักที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
หมายเหตุ - 10.00 น.อาจเลือกไปทัศนศึกษาที่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรแทนได้
และ 12.00 น. รับประทานอาหารที่ชะอำ
วันที่สอง
08.00 น. เดินทางโดยรถสองแถวท้องถิ่น (หรือ รถส่วนตัวที่เป็นกระบะ
เนื่องจากเส้นทางเป็นถนนภูเขา) ขึ้นสู่พะเนินทุ่งแค้มป์
ระหว่างทางแวะชมและสัมผัสบรรยากาศของกิจกรรมศึกษาธรรมชาติ ดู นก
ผีเสื้อนานาพันธุ์
11.00 น. ถึง กม. 36 เดินเท้าสู่น้ำตกทอทิพย์
ซึมซับกลิ่นไอธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ของลำน้ำต้นแม่น้ำเพชรบุรี
รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง แบบปิคนิค (เตรียมไปเอง)
15.00 น. เดินเท้ากลับสู่ กม.36
เพื่อตั้งแค้มป์พักแรมที่พะเนินทุ่งแค้มป์ สัมผัสชีวิตกลางแจ้ง
สนุกสนานกับกิจกรรมชาวแค้มป์ พร้อมชื่นชมบรรยากาศแห่ง ขุนเขาตะนาวศรี
วันที่สาม
06.00 น. ตื่นเช้ารับอรุณยามเช้า พร้อมชมทะเลหมอกที่จุดชมวิว กม.ที่
3136 ขึ้นชมพระตำหนักสมเด็จพระเทพฯ (ยกเว้นกรณีเสด็จประทับฯ)
11.00 น. รับประทานอาหารกลางวันแบบปิคนิค
ก่อนจัดเก็บอุปกรณ์แค้มป์เพื่อเตรียมตัวกลับ
12.00 น. ออกเดินทางกลับสู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและเดินทางกลับกรุงเทพฯ
15.00 น. แวะนมัสการเจ้าแม่กวนอิมปางพันเนตรพันกร
ในอุทยานพระโพธิสัตว์และแวะอาบน้ำร้อน ที่พุน้ำร้อนหนองหญ้าปล้อง
17.00 น. กลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
|
ร้านอาหารในจังหวัดเพชรบุรี |
|
|
ตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จ.เพชรบุรี
2 วัน 1 คืน
วันแรก
06.00 น. ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดเพชรบุรี
08.00 น. ถึงอำเภอเขาย้อย แวะรับประทานอาหารเช้า
และนมัสการพระพุทธไสยาสน์ ถ้ำเขาย้อย
09.00 น. ชมหมู่บ้านไทยทรงดำ
สัมผัสวัฒนธรรมลาวโซ่งที่อพยพมาจากเมืองเดียนเบียนฟู
10.30 น. ขึ้นชมพระนครคีรี เมืองเพชร(เขาวัง) โดยรถรางไฟฟ้า
สัมผัสความงดงามของพระราชวังในสมัยรัชกาลที่ 4
บนยอดเขาและชมทัศนียภาพโดยรอบของเมืองเพชร
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันในอำเภอเมืองเพชรบุรี
บ่าย เดินทางสู่อำเภอชะอำ ชมพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
พระตำหนักแห่งความรักและความหวังของรัชกาลที่ 6
สถาปัตยกรรมไทยที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง ตั้งอยู่ริมทะเล
16.00 น. เข้าที่พักอำเภอชะอำ
สนุกสนานกับกิจกรรมทางน้ำของหาดชะอำยามเย็น
วันที่สอง
08.00 น. ออกเดินทางจากที่พัก
ชมตลาดเช้าในตัวเมืองเพชรบุรี
แวะชมลวดลายปูนปั้นที่มีชื่อเสียงของวัดมหาธาตุวรวิหาร
ก่อนสัมผัสความงามของภาพจิตรกรรมฝาผนังกว่า 300 ปี
และบานประตูไม้แกะสลักที่วัดใหญ่สุวรรณาราม
10.30 น. ชมโบราณสถานสมัยทวารวดีที่วัดกำแพงแลง
ก่อนเดินทางสู่พระรามราชนิเวศน์ (วังบ้านปืน)
ที่ประทับริมแม่น้ำเพชรบุรี ของรัชกาลที่ 5
เพื่อชมสถาปัตยกรรมแบบยุโรป
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันภายในตัวเมืองเพชรบุรี
บ่าย ขึ้นชมถ้ำเขาหลวง นมัสการพระประธานองค์ใหญ่ภายในถ้ำ
ซึ่งยามบ่ายจะมีแสงแดดจากปล่องถ้ำลงสัมผัสหน้าองค์พระอย่างสวยงาม
15.00 น. นมัสการหลวงพ่อแดงวัดเขาบันไดอิฐ
เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเดินทางกลับ
16.00 น. เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
ระหว่างทางแวะชมและเลือกซื้อของฝากที่ระลึกจากจังหวัดเพชรบุรี
18.00 น. กลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
เลียบอ่าวบางตะบูน เยือนหมู่บ้านประมง
ชมป่าชายเลน
ชมวิถีชีวิตของคนไทยและคนจีนที่บ้านบางตะบูน
ซึ่งผูกพันกับผืนป่าและท้องทะเล มีเรือประมงลำเล็กๆ
จอดอยู่แทบทุกบ้าน บนชานบ้านเป็นที่ตากแห อวน
และแปรรูปผลผลิตจากท้องทะเล เช่น ปลากุเลาเค็ม กุ้งแห้ง ปลาเค็ม
ไข่เค็ม เป็นวิถีชีวิตที่ดำรงอยู่กับธรรมชาติอย่างสงบสุข
สิ่งน่าสนใจในเส้นทาง
1. ปากอ่าวบางตะบูน
เป็นจุดที่แม่น้ำบางตะบูนหรือคลองบางตะบูน
ซึ่งแยกสาขาจากแม่น้ำเพชรบุรีบริเวณวัดคุ้งตำหนักไหลออกสู่ทะเล
ภูมิประเทศทั่วไปเป็นหาดโคลน ปกคลุมด้วยป่าชายเลนสมบูรณ์ผืนใหญ่
เป็นแหล่งทำประมงพื้นบ้านของชาวบ้าน
2. ป่าชายเลน
ปกคลุมอยู่รอบปากอ่าวบางตะบูน
เป็นป่าชายเลนสมบูรณ์ผืนใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเพชรบุรีที่ยังมีสภาพสมบูรณ์
เพราะชาวบ้านร่วมกันดูแลรักษาและก่อตั้ง " กลุ่มคนรักษ์บางตะบูน "
ร่วมกันตั้งกฎในการดูแลรักษาป่า
สภาพป่าจึงมีพืชพรรณไม้ชายเลนขึ้นหนาแน่น ทั้งโกงกาง แสม ลำพู
ลำแพน ตะบูน ตะบัน ฯลฯ
เป็นแหล่งเพาะพันุธ์และอาศัยของสัตว์ทะเลนานาชนิดโดยเฉพาะหอยแครง
3. หมู่บ้านประมงบางตะบูน
ตั้งเรียงรายอยู่สองฝั่งแม่น้ำบางตะบูน หรือคลองบางตะบูน
ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำประมงพื้นบ้าน เลี้ยงหอยแครง หอยแมลงภู่
บางส่วนก็เผาถ่านไม้โกงกาง
4. วัดปากอ่าว
เป็นวัดเก่า มีอาคารไม้เก่า 2 ชั้น ซึ่งเคยเป็นโรงเรียนปริยัติธรรม
รูปทรงแบบปั้นหยาประดับลวดลายฉลุสวยงาม
บริเวณสะพานหน้าวัดมองเห็นทิวทัศน์เวิ้งอ่าว
แนวป่าชายเลนบ้านเรือนชาวบ้าน
เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง
จุดลงเรือ
ท่าเรือหน้าวัดปากอ่าว
มีเรือของน้าเปลวพยัพฤกษ์ เป็นเรือแท็กซี่มีหลังคา นั่งได้ ประมาณ
12 - 15 คน โทร 0 3248 1114 , 0 1780 1100 เรือของร้านอาหารแลเล
เชิงสะพานหน้าวัดปากอ่าว เป็นเรือใหญ่ นั่งได้ประมาณ 80 คน
ล่องจากปากอ่าวบางตะบูนออกทะเล ติดต่อที่ร้านอาหารแลเล
นอกจากนี้โรงเรียนบางตะบูนวิทยา
มีบริการล่องเรือชมทิวทัศน์ชายฝั่งทะเล เรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลน
ชมวิถีชีวิตประมงพื้นบ้าน พร้อมวิทยากรให้ความรู้
ติดต่ออาจารย์ชมพูนุชประเสริฐจิตร โทร 0 3248 9172
|