คลิกเพื่อติดตาม Mr.Hotsia เที่ยวสะใจ

http://www.hotsia.com > จังหวัดพระนครศรีอยุธยา > พระราชวังบางปะอิน

ข้อมูลท่องเที่ยวพระราชวังบางปะอิน เที่ยวพระราชวังบางปะอิน 


พระราชวังบางปะอิน
อยู่ห่างจากเกาะเมืองมาทางทิศใต้ประมาณ 18 กิโลเมตร ประวัติความเป็นมาตามพระราชพงศาวดารกล่าวว่า พระเจ้าปราสาททองเป็นผู้สร้างพระราชวังแห่งนี้ เนื่องจากบริเวณเกาะบางปะอินเป็นที่ประสูติของพระองค์และเป็นเคหสถานเดิมของ พระมารดาซึ่งเป็นหญิงชาวบ้านที่สมเด็จพระเอกาทศรถทรงพบเมื่อครั้งเสด็จพระ ราชดำเนินโดยเรือพระที่นั่งแล้วเรือเกิดล่มตรงเกาะบางปะอิน พระเจ้าปราสาททองทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดขึ้นบนเกาะบางปะอินบริเวณเคหสถานเดิมของพระมารดาในปีพ.ศ.2175 พระราชทานชื่อว่า “วัดชุมพลนิกายาราม” และให้ขุดสระน้ำสร้างพระราชนิเวศน์ขึ้นกลางเกาะเป็นที่สำหรับเสด็จประพาส แล้วสร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งที่ริมสระน้ำนั้นพระราชทานนามว่า พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์

พระราชวังบางปะอินได้รับการบูรณะฟื้นฟูอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งสำหรับเป็นที่ประทับ มีเรือนแถวสำหรับฝ่ายในและมีพลับพลาริมน้ำ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างพระที่นั่งและสิ่งก่อสร้างต่างๆขึ้น ดังที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบันนี้ ซึ่งยังคงใช้เป็นที่ประทับและต้อนรับพระราชอาคันตุกะและพระราชทานเลี้ยง รับรองในโอกาสต่างๆเป็นครั้งคราว พระราชวังบางปะอินแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ เขตพระราชฐานชั้นนอกและเขตพระราชฐานชั้นใน เขตพระราชฐานชั้นนอกใช้เป็นที่สำหรับการออกมหาสมาคมและพระราชพิธีต่างๆ ส่วนเขตพระราชฐานชั้นในใช้เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ สิ่งที่น่าสนใจในเขตพระราชวังชั้นนอกของพระราชวังบางปะอินมีดังนี้
หอเหมมณเฑียรเทวราช เป็นปรางค์ศิลาจำลองแบบจากปรางค์ขอม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้สร้างเมื่อ พ.ศ.2423 เพื่อทรงอุทิศถวายแด่พระเจ้าปราสาททองกษัตริย์กรุงศรีอยุธยา ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระรูปฉลองพระองค์สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง

พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ เป็นพระที่นั่งปราสาทโถงทรงจตุรมุขอยู่กลางสระน้ำ รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้สร้างเมื่อพ.ศ.2419 โดยจำลองแบบมาจากพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาทในพระบรมมหาราชวังที่ กรุงเทพฯและพระราชทานนาม “ไอศวรรย์ทิพยอาสน์” ตามพระที่นั่งองค์แรกซึ่งพระเจ้าปราสาททองโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เดิมพระที่นั่งสร้างด้วยไม้ทั้งองค์ ต่อมารัชกาลที่ 6 ทรงโปรดเกล้าฯให้เปลี่ยนเสาและพื้นเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด ปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปหล่อสัมฤทธิ์ของพระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในฉลองพระองค์เต็มยศจอมพลทหารบก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้าง ขึ้น

พระที่นั่งวโรภาษพิมาน อยู่ทางตอนเหนือของ “สะพานเสด็จ” รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2419 เดิมเป็นเรือนไม้สองชั้นใช้เป็นที่ตั้งประทับและท้องพระโรงร่วมกันต่อมาโปรด เกล้าฯให้รื้อสร้างใหม่ตามแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก ก่อด้วยอิฐ ทรงวิหารกรีกแบบคอรินเธียรออร์เดอร์ มีมุขตอนหน้า ใช้เป็นท้องพระโรงสำหรับเสด็จออกขุนนางในงานพระราชพิธี และเคยเป็นที่รับรองแขกเมืองหลายครั้ง สิ่งที่น่าชมภายในพระที่นั่งวโรภาษพิมานได้แก่

อาวุธโบราณ ตุ๊กตาหินสลักด้วยฝีมือประณีตและภาพเขียนสีน้ำมันเป็นเรื่องราวภาพชุดพระราช พงศาวดาร อีกทั้งภาพวรรณคดีไทยเรื่องอิเหนา พระอภัยมณี สังข์ทอง และจันทรโครพ ตลอดจนเป็นที่เก็บเครื่องราชบรรณาการต่างๆ สภาคารราชประยูร เป็นตึกสองชั้นริมน้ำ ตรงข้ามพระที่นั่งวโรภาษพิมาน สร้างเมื่อพ.ศ.2422 ในรัชกาลที่ 5 สำหรับใช้เป็นที่ประทับของเจ้านายฝ่ายหน้า และข้าราชบริพาร

ส่วนเขตพระราชฐานชั้นในเชื่อมต่อกับเขตพระราชฐานชั้นนอกด้วยสะพานที่เชื่อม จากพระที่นั่งวโรภาษพิมานกับประตูเทวราชครรไลซึ่งเป็นประตูทางเข้าพระราชฐาน สะพานนี้มีลักษณะพิเศษคือ มีแนวฉากคล้ายบานเกล็ดกั้นกลางตลอดแนวสะพานเพื่อแบ่งเป็นทางเดินของฝ่ายหน้า ด้านหนึ่งและฝ่ายในอีกด้านหนึ่งซึ่งฝ่ายในสามารถมองลอดออกมาโดยตัวเองไม่ถูก แลเห็น บริเวณพระราชฐานชั้นในประกอบด้วยที่ประทับ พลับพลาและศาลาต่างๆ สิ่งที่น่าสนใจได้แก่

พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร อยู่ทางทิศตะวันออกตรงข้ามกับสระน้ำ เป็นพระที่นั่งเรือนไม้ สองชั้นตามแบบชาเลต์ของสวิส คือมีเฉลียงชั้นบนและชั้นล่าง ทาสีเขียวอ่อนและสีเขียวแก่สลับกัน ภายในประดับตกแต่งด้วยเครื่องเรือนไม้มะฮอกกานีจัดสลับลายทองทับที่สั่งจาก ยุโรปทั้งสิ้น นอกนั้นเป็นสิ่งของหายากในประเทศอันเป็นเครื่องราชบรรณาการจากหัวเมืองต่างๆ ทั่วราชอาณาเขตรอบๆ มีสวนดอกไม้สวยงาม เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียรได้เกิดเพลิงไหม้ ขณะที่มีการซ่อมแซมเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2481 ทำให้พระที่นั่งเสียหายไปกับกองเพลิงหมดสิ้นทั้งองค์คงเหลือแต่หอน้ำลักษณะ คล้ายหอรบของยุโรปเท่านั้น ต่อมาในปีพ.ศ.2531 สำนักพระราชวังได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตสร้างขึ้น ใหม่ตามแบบเดิมทุกประการแต่เปลี่ยนวัสดุจากไม้เป็นอาคารคอนกรีตแทน

พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ พระที่นั่งองค์นี้มีนามเป็นภาษาจีนว่า “เทียน เม่ง เต้ย” (เทียน=เวหา, เม่ง=จำรูญ, เต้ย=พระที่นั่ง) พระยาโชดึกราชเศรษฐี(ฟัก)เป็นนายงานสร้างถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวในปีพ.ศ.2432 เพื่อเป็นพระที่นั่งสำหรับประทับในฤดูหนาว พระที่นั่งนี้เคยใช้เป็นที่รับรองเจ้านายต่างประเทศในสมัยรัชกาลที่ 5 มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนมีลวดลายแกะสลักงดงามวิจิตรยิ่ง โถงด้านหน้าปูด้วยกระเบื้องแบบกังไสเขียนด้วยมือทุกชิ้น

เก๋งบุปผาประพาส เป็นตำหนักเก๋งเล็กอยู่กลางสวนริมสระน้ำในเขตพระราชวังชั้นใน สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ.2424

หอวิฑูรทัศนา เป็นพระที่นั่งหอสูงยอดมน ตั้งอยู่กลางเกาะน้อยในสวนเขตพระราชวังชั้นใน ระหว่างพระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียรกับพระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ เป็นพระที่นั่ง 3 ชั้น มีบันไดเวียน เป็นหอส่องกล้องชมภูมิประเทศบ้านเมืองโดยรอบ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ.2424

อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ หรือเรียกเป็นสามัญว่า อนุสาวรีย์พระนางเรือล่ม ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของพระราชวัง ก่อสร้างด้วยหินอ่อนก่อเป็นแท่ง 6 เหลี่ยม สูง 3 เมตร บรรจุพระสรีรังคารของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งจารึกคำไว้อาลัยที่ทรงพระราชนิพนธ์ด้วยพระองค์เองไว้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ

อนุสาวรีย์พระอัครชายาเธอพระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์และเจ้าฟ้าสาม พระองค์หรืออนุสาวรีย์ราชานุสรณ์ ในปีพ.ศ. 2430 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเศร้าโศกเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่ง อีกครั้งหนึ่ง ด้วยทรงสูญเสียพระอัครชายาเธอฯ พระราชโอรส และพระราชธิดาถึง 3 พระองค์ ในปีเดียวกัน คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าสิริราชกกุธภัณฑ์ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2430 พระอรรคชายาเธอพระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2430 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2430 และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าตรีเพ็ชรุตม์ธำรง เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2430 ดังนั้นในปี พ.ศ. 2431 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอนุสาวรีย์ที่ระลึกทำด้วยหินอ่อนแกะสลักพระรูปเหมือนไว้ใกล้กับ อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี

พระราชวังบางปะอิน เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น. (เปิดจำหน่ายบัตร 08.00–15.30 น.) อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก นักเรียน นิสิตนักศึกษา (ในเครื่องแบบ ต้องมีบัตรประจำตัวนักศึกษา) 20 บาท พระภิกษุ สามเณร ไม่เสียค่าเข้าชม ชาวต่างชาติ 100 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักพระราชวังบางปะอิน โทร. 0 3526 1044, 0 3526 1549, 0 3526 1673

การเดินทาง
รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นถนนพหลโยธิน เมื่อถึงประตูน้ำพระอินทร์แล้วให้ข้ามสะพานวงแหวนรอบนอกจะมีทางแยกโดยให้ เลี้ยวซ้ายประมาณบริเวณกิโลเมตรที่ 35 ไปพระราชวังบางปะอินเป็นระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร หรือจะผ่านเข้ามายังตัวเมืองอยุธยาพอมาถึงเจดีย์วัดสามปลื้ม (เจดีย์กลางถนน) ให้เลี้ยวซ้ายโดยผ่านวัดใหญ่ชัยมงคล วัดพนัญเชิง ตัวอำเภอบางปะอินพอมาถึงสถานีรถไฟบางปะอินแล้วให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางจน ถึงพระราชวังบางปะอิน รถโดยสารประจำทาง มีรถโดยสารปรับอากาศกรุงเทพฯ-บางปะอิน ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน สอบถามรายละเอียดโทร. 0 2936 2852-66 สถานีขนส่งอยุธยา โทร.0 3533 5304 หรือ www.transport.co.th รถไฟ สามารถขึ้นรถไฟจากสถานีรถไฟหัวลำโพงมาสถานีรถไฟอำเภอบางปะอิน จากนั้นต่อรถสองแถว รถสามล้อเครื่อง หรือรถจักรยานยนต์ไปยังพระราชวังบางปะอิน สอบถามรายละเอียดโทร. 1690, 0 220 4334, 0 2220 4444 สถานีรถไฟอยุธยา โทร. 0 3524 1520 หรือ www.railway.co.th

การเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง ถ้ามาจากกรุงเทพฯ สถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) นั่งรถสายกรุงเทพฯ-บางปะอิน มาลงที่บขส.บางปะอิน (สุดสาย) จากนั้นนั่งรถสามล้อเครื่องไปลงที่พระราชวังบางปะอิน

การเดินทางมายังพระราชวังบางปะอินนั้น สามารถทำได้หลายทาง เช่น การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ให้มาตามถนนพหลโยธิน เมื่อถึงประตูน้ำพระอินทร์ ให้ข้ามสะพานวงแหวนรอบนอก หลังจากนั้น ให้เลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 35 สู่ทางหลวงหมายเลข 308 อีกประมาณ 7 กิโลเมตรก็จะถึงพระราชวังบางปะอิน หรืออีกเส้นทางต้องผ่านเข้ามายังตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา เมื่อถึงเจดีย์วัดสามปลื้มให้เลี้ยวซ้ายซึ่งจะผ่านวัดใหญ่ชัยมงคลและวัดพนัญ เชิง เมื่อถึงสถานีรถไฟบางปะอินให้เลี้ยวขวา แล้วขับไปตามทางจนถึงพระราชวังบางปะอิน





แผนที่พระราชวังบางปะอิน

ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น


โรงแรมในอยุธยา ประเทศไทย 

โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ 
(โรงแรมระดับ 4 ดาว )
ตั้งอยู่ที่ริเวอร์ไซด์ โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีเลิศสำหรับผู้ที่เดินทางมาพักผ่อนและทำธุรกิจใน อยุธยาห้องพักทั้งหมด 204 ห้องในโรงแรมระดับ 4-ดาว แห่งนี้ มีห้องที่ตกแต่งไว้เป็นอย่างดีพร้อมด้วยการบริการที่เอาใจใส่สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องประกอบด้วย ... อ่านต่อ
จองที่พัก =>
โรงแรมอยุธยา แกรนด์ 
(โรงแรมระดับ 3 ดาว )
ตั้งอยู่ที่ไผ่ลิง โรงแรมอยุธยา แกรนด์ ตั้งอยู่ใน อยุธยา ทำให้โรงแรมนี้เป็นหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดที่จะเข้าพักขณะที่อยู่ในเมืองห้องพักทุกห้องจำนวน 122 ห้องของโรงแรมครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานภายในห้องเพื่อรับประกันความสะดวกสบายสูงสุดสำหรับผู้เข้าพั ... อ่านต่อ
จองที่พัก =>
โรงแรมอโยธยา ริเวอร์ไซด์ 
(โรงแรมระดับ 3 ดาว )
ตั้งอยู่ที่ริเวอร์ไซด์ โรงแรมอโยธยา ริเวอร์ไซด์ ตั้งอยู่ใน อยุธยา ทำให้โรงแรมนี้เป็นหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดที่จะเข้าพักขณะที่อยู่ในเมืองห้องพักทั้งสิ้น 102 ห้องของโรงแรมมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยซึ่งผู้เข้าพักคาดว่าจะได้รับจากโรงแรมระดับในระดับนี้ห้องพ ... อ่านต่อ
จองที่พัก =>
โรงแรมอโยธยา 
(โรงแรมระดับ 3 ดาว )
ตั้งอยู่ที่อยุธยา โรงแรมอโยธยา ตั้งอยู่ใน อยุธยา ทำให้โรงแรมนี้เป็นหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดที่จะเข้าพักขณะที่อยู่ในเมืองโรงแรมนี้เป็นอาคารประเภท อาคารสูง ที่มีห้องพัก 117 ห้องซึ่งตกแต่งไว้อย่างพร้อมสรรพสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องประกอบด้วย อ่างอาบน้ำ, ... อ่านต่อ
จองที่พัก =>
วรบุรี อโยธยา คอนเวนชั่น รีสอร์ท 
(โรงแรมระดับ 3 ดาว )
ตั้งอยู่ที่ริเวอร์ไซด์ วรบุรี อโยธยา คอนเวนชั่น รีสอร์ท ตั้งอยู่ใน อยุธยา ทำให้โรงแรมนี้เป็นหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดที่จะเข้าพักขณะที่อยู่ในเมืองโรงแรมได้ให้สิ่งอำนวยความสะดวกทุกประเภทที่ผู้เดินทางยุคนี้ต้องการในห้องพักทุกห้องจำนวน 170 ห้องของโรงแรมห้องพักแต่ละห ... อ่านต่อ
จองที่พัก =>

ต้องการดูโรงแรมทั้งหมดในอยุธยา...คลิกที่นี่


ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา


ตลาดน้ำคลองสระบัว

ตลาดน้ำอโยธยา
     

พระราชวังบางปะอิน

วัดพนัญเชิงวรวิหาร

วัดพระศรีสรรเพชญ์

วัดไชยวัฒนาราม

วัดใหญ่ชัยมงคล

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร

วัดนิเวศธรรมประวัติ

วิหารพระมงคลบพิตร

วัดหน้าพระเมรุ

พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์

สวนวาสนาเมล่อน

โบสถ์เซนต์ยอเซฟ

วัดพุทไธศวรรย์

วัดพระราม

วัดราชบูรณะ

วัดมหาธาตุ

กรุงเก่ารถม้า

ศูนย์ศิลปาชีพระหว่างประเทศ

ตลาดโก้งโค้ง (บ้านแสงโสม)

วัดมเหยงคณ์

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา

พระที่นั่งเพนียด

พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย (ทุ่ง...

พระราชวังหลวงหรือพระราชวังโบราณ

ปางช้างอยุธยา แล เพนียด

คุ้มขุนแผน

ล่องเรือรอบเกาะเมือง

วัดโลกยสุธา

วัดภูเขาทอง

เจดีย์พระศรีสุริโยทัย

ตลาดหัวรอ

ตลาดน้ำอยุธยา คลองสระบัว

วัดประดู่ทรงธรรม

พิพิธภัณฑ์มอญ วัดทองบ่อ

ตลาดลาดชะโด

วัดสะตือ

วัดสุทธาวาส วิปัสสนา

วัดลาดระโหง (ศูนย์วิปัสสนาภาษาอังกฤษ)

สวนกล้วยไม้บางไทรการ์เด้น

โบราณสถานวัดนางกุย

อนุสรณ์สถานปรีดี พนมยงค์

วัดช้างใหญ่

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

อาคารท้องฟ้าจำลอง

วัดพิชัยสงคราม

วัดราชประดิษฐาน

วัดแม่นางปลื้ม

มัสยิดนูรุ้ลยะมาล

ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก

วัดกษัตราธิราชวรวิหาร

วัดสมณโกฏฐาราม

สถาบันอยุธยาศึกษา

วัดท่าการ้อง

ปราสาทนครหลวง

พิพิธภัณฑ์เรือไทย

บริการเรือนำเที่ยวไปจังหวัดพระนครศรีอยุธ...

ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา

วัดธรรมิกราช

วัดกุฎีดาว

วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร

วัดกล้วย

หมู่บ้านทำมีดอรัญญิก

ชุมชนชาวญวนตำบลไม้ตรา

เขื่อนพระราม 6

วัดชุมพลนิกายาราม

วัดตาลเอน

วัดไก่

พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทอง

ป้อมและปราการรอบกรุง

ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา

สวนศรีสุริโยทัย

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์

หมู่บ้านญี่ปุ่น

หมู่บ้านโปรตุเกส

วัดบรมพุทธาราม

วัดตูม

วัดเสนาสนาราม

วังหลัง

หอเครื่องทองไทย

วัดพรานนก

วัดธรรมาราม

วัดบางนมโค

วัดวรเชษฐาราม

วัดเชิงท่า

วัดช้างใหญ่

วัดบรมวงศ์อิศรวราราม

(ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และภาพบางส่วนจากเว็บท่องเที่ยวต่างๆผ่านการค้นหาของกูเกิล)


 
ค้นหาข้อมูลจากในไซต์นี้โดย
Google


 

เที่ยวสะใจเอเซีย
ไทย
ลาว
พม่า
จีน
เวียดนาม
มาเลเซีย
อินโดนีเซีย
สิงคโปร์
กัมพูชา
ฮ่องกง
ฟิลิปปินส์

 
มาเก๊า
บรูไน  
 
เที่ยวไทย (ทริปท่องเที่ยวทุกจังหวัดในไทย)
ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้
เชียงใหม่
เชียงราย
แม่ฮ่องสอน
ตาก
ลำปาง
พะเยา
กำแพงเพชร
นครสวรรค์
น่าน
เพชรบูรณ์
พิจิตร
พิษณุโลก
แพร่
ลำพูน
สุโขทัย
อุทัยธานี
อุตรดิตถ์
กรุงเทพ
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครปฐม
ปทุมธานี
เพชรบุรี
ประจวบ
อยุธยา
ราชบุรี
อ่างทอง
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสาคร
สมุทรสงคราม
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
นนทบุรี
ชุมพร
กระบี่
นราธิวาส
นครศรีธรรมราช
ปัตตานี
พัทลุง
พังงา
ภูเก็ต
ระนอง
สุราษฏร์ธานี
สตูล
สงขลา
ตรัง
ยะลา
ภาคตะวันออก ภาคอีสาน
ชลบุรี
ระยอง
ตราด
นครนายก
ปราจีนบุรี
จันทบุรี
สระแก้ว
อำนาจเจริญ
บุรีรัมย์
ชัยภูมิ
กาฬสินธุ
ขอนแก่น
จังหวัดเลย
มหาสารคาม
มุกดาหาร
นครพนม
นครราชสีมา
หนองบัวลำภู
หนองคาย
บึงกาฬ
ร้อยเอ็ด
สกลนคร
ศรีสะเกษ
สุรินทร์
อุบลราชธานี
อุดรธานี
ยโสธร
 
จองที่พัก
ที่พักกรุงเทพ
ที่พักเขาใหญ่
ที่พักพัทยา
ที่พักเชียงใหม่
ที่พักหัวหิน
ที่พักฮ่องกง
ท่องเที่ยวยอดนิยม
mr.Hotsia BLOG เดินทางระหว่างจังหวัด
รวมคลิปเที่ยวสะใจ รีวิวโรงแรมไทย
รีวิวโรงแรมลาว  
 
โรงแรมยอดนิยมในอยุธยา
สมใจเพลส อยุธยา สมใจเพลส อยุธยา
โรงแรมบ้านท้ายวัง โรงแรมบ้านท้ายวัง
โรงแรมยูเดีย ออน เดอะ ริเวอร์ โรงแรมยูเดีย ออน เดอะ ริเวอร์
โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์
คลาสสิคคามีโอโฮเต็ลแอนด์อพาร์ตเมนท์ อยุธยา คลาสสิคคามีโอโฮเต็ลแอนด์อพาร์ตเมนท์ อยุธยา
โรงแรมในจังหวัดอยุธยา


 


เที่ยวสวนผึ้ง

เที่ยวปาย

เที่ยวเขาใหญ่

คลิปท่องเที่ยว
 






By ฮ๊อตเชีย เที่ยวสะใจ
(mrHotsia)
ประกอบ ปั้นมณี

www.hotsia.com  Hot Destinations ASIA
เว็บท่องเที่ยว จองที่พัก จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ ข้อมูลท่องเที่ยว ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม แผนที่ การเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร
"mrhotsia เดินทางท่องเที่ยวเองและเขียนเรื่องลงเว็บ มีข้อมูลเชิงลึกแบบท่าน search pantip.com"


ห้ามคัดลอก