|
ศรีมหาโพธิ์คู่บ้าน
ไผ่ตงหวานคู่เมือง ผลไม้ลือเลื่อง เขตเมืองทวาราวดี
ปราจีนบุรี
เป็นจังหวัดชายแดนอยู่ทางทิศด้านตะวันออก ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 135
กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 4,762 ตารางกิโลเมตร
เคยเป็นดินแดนที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยทวารวดี
และต่อเนื่องมาจนถึงสมัยลพบุรีประมาณ 800 ปี
ก่อนปรากฏหลักฐานเป็นซากเมืองโบราณที่เรียกว่า
เมืองศรีมโหสถ ที่ตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ
และทางด้านทิศตะวันออกของเมืองศรีมโหสถ บริเวณบ้านโคกขวาง
อำเภอศรีมหาโพธิยังพบชุมชนโบราณอายุร่วมสมัยเดียวกันกับเมืองศรีมโหสถ
บริเวณซากเมืองโบราณเหล่านี้มีซากโบราณสถานที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและพบโบราณวัตถุต่างๆ
ได้แก่ พระพุทธรูป เทวรูป เครื่องปั้นดินเผา
เครื่องมือเครื่องใช้ประเภทสำริด กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป
ต่อมาศูนย์กลางความเจริญได้ย้ายมาตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงดังเช่นปัจจุบัน
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เรียกว่า เมืองปราจีน
ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นก็ยังเรียกว่า เมืองปราจิณ หรือ มณฑลปราจิณ
จวบจนในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดระเบียบการปกครองแผ่นดินตามแบบต่างประเทศ
มณฑลปราจิณได้ถูกยุบเลิก คงมีฐานะเป็นเพียงหัวเมืองเมืองหนึ่ง
ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนคำว่า เมือง เป็น จังหวัด
จึงมีชื่อเรียกใหม่ว่า จังหวัดปราจีนบุรี อำเภอต่างๆในจังหวัดปราจีนบุรี
เมืองปราจีนบุรี
กบินทร์บุรี
นาดี
*สระแก้ว
*วังน้ำเย็น
บ้านสร้าง
ประจันตคาม
ศรีมหาโพธิ
ศรีมโหสถ
*อรัญประเทศ
*ตาพระยา
*วัฒนานคร
*คลองหาด
|
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรี |
|
(ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
และภาพบางส่วนจากเว็บท่องเที่ยวต่างๆผ่านการค้นหาของกูเกิล)
|
ข้อมูลการเดินทางของ จ. ปราจีนบุรี
รถยนต์
จากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางได้หลายเส้นทาง ได้แก่
1. จากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางสายถนนพหลโยธิน
พอถึงรังสิตให้ชิดซ้ายโดยใช้สะพานวงแหวนข้ามมาลงที่เส้นทางหลวงหมายเลข
305 เลียบคลองรังสิตผ่านอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก
แล้วให้เข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 33 เส้นนครนายก-ปราจีนบุรี
พอถึงแยกขวาที่สามแยกหนองชะอมประมาณกิโลเมตรที่ 155
ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 319 ก็จะถึงตัวจังหวัดปราจีนบุรี
ระยะทางประมาณ 132 กิโลเมตร
2. จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านอำเภอวังน้อย
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พอถึงประมาณกิโลเมตรที่ 90
ให้เลี้ยวขวาโดยใช้เส้นทางหมายเลข 33 ผ่านอำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี
และจังหวัดนครนายกไปจนถึงประมาณกิโลเมตรที่ 155
ให้แยกขวาที่สามแยกบ้านหนองชะอม เส้นทางหลวงหมายเลข 319
ก็จะถึงตัวเมืองปราจีนบุรี ระยะทางประมาณ 164 กิโลเมตร
3. จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา
อำเภอพนมสารคาม แล้วให้เข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 319 ผ่านอำเภอศรีมโหสถ
ก็จะถึงตัวเมืองปราจีนบุรี ระยะทาง 158 กิโลเมตร
4. จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3481 ที่เขตหนองจอก
ผ่านอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา และอำเภอบ้านสร้าง ระยะทาง
70 กิโลเมตร
หรือใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานคร, ทางพิเศษอุดรรัถยา สอบถามเพิ่มเติม โทร.
1543
รถไฟ
การรถไฟแห่งประเทศไทย มีบริการขบวนรถไฟโดยสาร (รถธรรมดา)
สายกรุงเทพฯ-ปราจีนบุรี วันละ 4 ขบวน เที่ยวแรกเวลา 05.55 น., 08.00
น., 09.40 น. และ 15.25 น. โดยออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพงทุกวัน
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 0 2621 8701, 1690
หรือที่เว็บไซต์ www.railway.co.th
รถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารประจำทาง
ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน วันละหลายเที่ยว
ทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0
2936 2852-66,0 2936 2816 (จองตั๋ว), สถานีขนส่งจังหวัดปราจีนบุรี โทร.0
3721 1292 หรือที่เว็บไซต์ www.transport.co.th เส้นทางเดินรถมี 2
เส้นทาง คือ
1. กรุงเทพฯ-หินกอง-นครนายก-ปราจีนบุรี เป็นรถโดยสารปรับอากาศชั้น 1
และชั้น 2 สาย 58, 59 เที่ยวแรกเวลา 04.50 น. เที่ยวสุดท้ายเวลา 21.00
น. รถออกทุก 30 นาที ค่าโดยสารรถปรับอากาศชั้น 1 คนละ 110 บาท
ค่าโดยสารรถปรับอากาศชั้น 2 คนละ 85 บาท
2. เส้นทางกรุงเทพฯ-องครักษ์-นครนายก-ปราจันบุรี
เป็นรถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 และชั้น 2 สาย 920 เที่ยวแรกเวลา 05.25 น.
เที่ยวสุดท้ายเวลา 18.25 น. ค่าโดยสารปรับอากาศชั้น 1 คนละ 92 บาท
รถปรับอากาศ ชั้น2 คนละ 71 บาท
โรงแรมในจังหวัดปราจีนบุรี |
|
|
โรยตัวน้ำตกเวฬุวัน
อุทยานแห่งชาติทับลาน อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี
บ้านผางาม
ตั้งอยู่ในเขตอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี อยู่บนยอดเขา
ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ถูกโอบ ล้อมด้วยแนวเทือกเขารอบด้าน
มีหุบเล็กหุบน้อยกระจายอยู่ทั่วไป
บ้านผางามได้จัดบริการที่พักและนำเที่ยวไปยังจุดใกล้เคียง
การโรยตัวจากหน้าผาเป็นกิจกรรมหลักอย่างหนึ่งของการท่องเที่ยวที่บ้านผางามนี้
แต่ก่อนที่จะมีการโรยตัวจากสถานที่จริง
นักท่องเที่ยวทุกคนต้องได้รับฟังคำบรรยายเกี่ยวกับอุปกรณ์และฝึกซ้อมการโรยตัวอย่างถูกต้อง
ปลอดภัย รวมทั้งมีการแนะนำวิธีการต่าง ๆ
ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการโรยตัวก็คือ ความไม่ประมาท
การโรยตัวจากผาก็มีทฤษฎีคล้าย ๆ กับการปีนผา
ที่เหมือนกันคือในเรื่องความระมัดระวัง ความปลอดภัย ทั้งในเรื่อง
อุปกรณ์ที่คล้ายกัน แต่ทฤษฎีที่ต่างกันคือเป็นการโรยตัวลงจากหน้าผา
แทนที่จะใช้แรงแขนยกน้ำหนักตัวเองขึ้นไปบน ความสูง
เป็นการทิ้งน้ำหนักลงบนขาทั้งสองเพื่อลงสู่พื้นที่ราบเบื้องล่าง
การฝึกก่อนลงสนามจริง
เริ่มจากจุดสาธิตที่สูงจากพื้นประมาณ 4 เมตร
แผ่นไม้เอียงลาดจากพื้นจุดสาธิตมายังพื้นดิน
เบื้องล่างคือผาจำลองที่ให้ผู้ฝึกทดลองโรยตัวลงมา
อุปกรณ์พื้นฐานของการโรยตัว คือสายรัดสะโพก (Harness) คารา ไบเนอร์ (Carabiner)
หรือสแนป ลิงก์ (Snap Link) อุปกรณ์ที่ใช้ในการผ่อนเชือก (Descender)
ถุงมือ และหมวก กันน็อก
เจ้าหน้าที่จะทำการอธิบายการใช้งานของอุปกรณ์เบื้องต้น
เริ่มจากสายรัดสะโพกที่รับน้ำหนักได้ 2 ตัน มีลักษณะ
เหมือนกางเกงที่มีเพียงขอบเอวและขอบขา
มีสายโยงขอบเอวและขอบขาไว้ด้วยกันอยู่ด้านหน้าและด้านหลังมาสวม โดย
หันด้านที่มีห่วงตรงกลางขอบเอวไว้ด้านหน้า
ห่วงนี้มีไว้สำหรับเกี่ยวคาราไบเนอร์
ซึ่งก็คือห่วงอะลูมิเนียมที่หมุนปิดและ เปิดได้
รูปร่างของคาราไบเนอร์มีหลายแบบ แล้วแต่การใช้งาน
สำหรับการโรยตัวใช้คาราไบเนอร์รูปตัวดี ส่วนอุปกรณ์ สำคัญคือ Descender
ซึ่งเป็นอะลูมิเนียมที่มีคันโยกดึงเข้าและกางออกได้เหมือนกรรไกรเกี่ยวเข้ากับคาราไบเนอร์
กางออกเป็นรูปกากบาท
ยกเชือกพิเศษสำหรับการโรยตัวที่ผูกเป็นเงื่อนเลขแปดอาระบิคอยู่บนคานไม้และทิ้งชายยาวลงบน
พื้น พันเข้าไปในห่วงของ Descender เป็นรูปตัวเอสแล้วกดล็อกให้สนิท
การฝึกโรยตัวเริ่มจากยืนบนขอบพื้นสาธิต
กางฝ่าเท้ากดอยู่ตรงขอบพื้น หันหลังให้แผ่นผาจำลอง และอยู่ในท่าโรยตัว
คือ มือข้างที่ถนัดกำเชือกหลวม ๆ
เคลื่อนมือผ่านเชือกไปหยุดที่สะโพกเพื่อลดแรงดึง
เชือกจะตึงคาดสะโพกด้านนั้นไว้ อีกมือหนึ่งกำ Descender
ซึ่งอยู่ด้านหน้า ค่อย ๆ เอนตัวให้เชือกตึง "หลักเกณฑ์สำคัญง่าย ๆ
ของการโรยตัว คือ กาง กว้าง ตึง" คือขาต้องกาง กว้าง และตึง เข่าไม่งอ
กดคันโยกที่ Descender เพื่อให้ห่วงไหลผ่านเชือกได้สะดวก
คลายมือที่กำเชือกตรงสะโพกให้ไหลผ่านได้ พร้อม ๆ กับก้าวถอยหลัง
ลงไปบนพื้นลาดเอียงทีละก้าวอย่างมั่นคง
โดยลำตัวเกือบตั้งฉากกับพื้นเอียงลาด
วิธีหยุด คือ ยกคันโยกขึ้น
มือข้างหนึ่งอยู่ที่ตรงสะโพกรูดเชือกขึ้นมาที่ Descender
แล้วพันเป็นรูปตัวเอ็กซ์ พันลอดใต้ คันโยกขึ้นมาอีกที กดคันโยกลง
อีกกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจที่จะได้จากการฝึกโรยตัวคือ
การทิ้งตัวลงไปตามลวดสลิงที่ขึงให้ลาดลงไปเป็นระยะทาง 100 เมตร
เรียกว่า "ผางามลอยฟ้า" โดยถอด Descender ออก ยืนบนขั้นบันได
เกี่ยวตัวล็อกของอุปกรณ์สำหรับทิ้งตัว
เข้ากับคาราไบเนอร์เพื่อให้ยึดตัวไว้ มือจับแฮนด์ แขนเหยียดตรง
เอนตัวเหยียดขาไปข้างหน้าให้เป็นแนวระนาบ เมื่อพร้อม
เจ้าหน้าที่ประจำรอกก็ยกเบรกขึ้น
ปล่อยให้ลวดสลิงที่พันไว้รอบรอกนั้นคลายออกอย่างรวดเร็ว
น้ำหนักตัวจะค่อย ๆ ดึงตัวลงไป จนถึงจุดหนึ่ง
เมื่อคานที่จับไปกระทบสปริงเบรคปลายทาง
ตัวก็จะห้อยอยู่จนเจ้าหน้าที่เอาบันไดมาให้เหยียบแล้ว คลายล็อกคาราไบเนอร์ออกจากอุปกรณ์ทิ้งตัว
เมื่อนักท่องเที่ยวได้ผ่านการฝึกจากสนามสาธิตแล้ว
ก็เป็นการลงสนามจริง เส้นทางโรยตัวของบ้านผางามจะถูกแยก
เป็นเส้นทางโรยตัว 3 สาย คือ เส้นทางอะเมซิ่ง 2, 3 และ 4
ตามลำดับความยาก ซึ่งจริง ๆ แล้วมีการจัดไว้ 5 เส้นทางในตอนแรก แต่ตัด
2 เส้นทางที่ง่ายเกินไปและยากเกินไปออก
การโรยตัวจริงจะมีพี่เลี้ยงประกบคนต่อคน
ตรวจอุปกรณ์ว่าปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว
จึงจะเริ่มการโรยตัวตามหลักที่ได้ฝึกมา
มีเจ้าหน้าที่อีกคนด้านล่างคอยเฝ้ามองดูคนโรยตัวอยู่ตลอดเวลา
ซึ่งจะเป็นคนควบคุมการหยุดและการโรยตัวของคนนั้น
โดยกระตุกปลายเชือกเพื่อเป็นสัญญานให้หยุดพัก
เส้นทางโรยตัวทั้งหมดเป็นระยะทางประมาณ 80 เมตร
จากหัวน้ำตกลงมายังแอ่งน้ำ เมื่อถึงจุดหมายแล้วก็ปลดล็อกคาราไบเนอร์ออก
ใช้เวลารวมทั้งหมดประมาณครึ่งชั่วโมง
การเดินทาง
จากกรุงเทพใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ไปเข้าทางหลวงหมายเลข 305 (ถนนสายรังสิต-องครักษ์)
ถึง จังหวัดนครนายกแล้วให้เข้าทางหลวงหมายเลข 33 เข้าปราจีนบุรี
ผ่านอำเภอประจันตคามไปถึงสี่แยกกบินทร์บุรี
เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านอำเภอนาดี
ที่ทำการอุทยานแห่งชาติทับลานและขับรถขึ้นเขาไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร
จะเห็นป้ายบ้านผางาม เลี้ยวขวาอีกประมาณ 500 เมตร ถึงบ้านผางาม
กิจกรรมโรยตัวจากหน้าผา คนละ 150 บาทต่อครั้ง
ผางามลอยฟ้า คนละ 150 บาทต่อครั้ง
ขี่จักรยานบนเส้นทางรอบบ้านผางามชั่วโมงละ 100 บาท (ราคานี้รวมหมวกกันน็อกและถุงมือ)
หากเช่าทั้งวันราคา 350 บาท นอกจากนี้ยังมีบริการบ้านพักจำนวน 18 ห้อง
และเต็นท์ให้เช่า ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0 2424 3476, 0 2433
4884 หรือสำนักงานปราจีนบุรี โทร. 0 3728 2797 โทรสาร 0 3728 2799
e-mail : mail@pangam.com
โรยตัว 4 หน้าผา 5 น้ำตก
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
เป็นอีกรูปแบบหนึ่งขอการผจญภัยที่ท้าทาย เริ่มด้วยการเดินป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประมาณ
300 เมตร ผ่านน้ำตกธารรัตนา โรยตัวจากหน้าผาแรกสูง 65-70 เมตร
มีน้ำตกสองพี่น้อง 2 ชั้น จากนั้นจะโรยตัวจากน้ำตกสองสวรรค์ชั้นที่ 1 สูง
25 เมตร และน้ำตกสองสวรรค์ชั้นที่ 2 สูง 34 เมตร
จากนั้นเดินป่าผ่านธารหินมีน้ำไหลผ่านระยะทางประมาณ 1.8 เมตร
จะถึงน้ำตกวังบอน (น้ำตกยายเภา) โรยตัวจากหน้าผาสูง 15 เมตร
จะมีเรือคยัคมารับบริเวณด้านล่าง พายเรือกลับฝั่งที่อ่างเก็บน้ำวังบอน
ติดต่อสอบถามผู้ให้บริการ ได้ที่ สาริกา แอดเวนเจอร์ พอยท์ โทร. 0
3732 8432, 08 1251 8317 เว็บไซต์ www.sarikaadventurepoint.com
|
ร้านอาหารในจังหวัดปราจีนบุรี |
|
|
วันเดียวเที่ยวสนุก เส้นทางที่
15 กรุงเทพฯ - ฉะเชิงเทรา - ปราจีนบุรี - นครนายก
ชมศิลปะในวัด ชิมผลไม้ในสวน
เส้นทางนี้พาเที่ยวถึง 4 จังหวัด ชื่นชมงานศิลปะในวัดไทยและจีน
แล้วชวนชิมผลไม้พันธุ์ดี ในถิ่นผลไม้ชื่อดัง
ชวนไปเดินตลาดเก่าเล็กๆ ริม คลองสวน
ซึ่งอยู่บริเวณรอยต่อของ จ.สมุทรปราการและฉะเชิงเทรา
นั่งร่วมวงวิพากษ์เหตุบ้านการเมืองกับสภากาแฟ
ที่ร้านกาแฟของอาแป๊ะอารมณ์ดี เลือกอาหารเช้ารองท้องแบบเบาๆ
อย่างปาท่องโก๋ น้ำเต้าหู้ หรือนั่งกินกันเป็นเรื่องเป็นราว ชิมฮ่อยจ๊อ
ยำถั่วพูแบบโบราณ ที่กล้ารับประกันว่า ไม่อร่อยไม่คิดเงิน
ชวนแม่ค้าช่างคุยเล่าเรื่องเก่าของชีวิตริมคลอง
ไหว้พระ 3 วัด ชมศิลปะ 3 ชาติ
ก่อนผ่านตัวเมืองแปดริ้ว ควรเข้าไปนมัสการ หลวงพ่อโสธร
พระพุทธรูปคู่เมือง ที่เคารพนับถือของคนทั้งประเทศ
ชื่นชมพระอุโบสถหลังใหม่ ฝีมือช่างไทย
ในงานศิลปสถาปัตยกรรมที่งดงามอย่างมีเอกลักษณ์
ชมบรรยากาศริมน้ำบางปะกงที่ศาลาท่าน้ำ
มีเรือหางยาวรับส่งไปตลาดในตัวเมือง
และเรือบริการท่องเที่ยวตามลำน้ำบางปะกง โทร.0 3851 4333 , 0 9666 4266
ชมศิลปะจีนที่
วัดจีนประชาสโมสร
ตั้งแต่ท้าวจัตุโลกบาลขนาดใหญ ่ที่ประตูทางเข้า และเทพเจ้าตามคติจีน
นมัสการพระพุทธรูปกระดาษ ที่นำมาจากเมืองเซี่ยงไฮ้
ลูบถุงเงินขอโชคลาภจากเทพเจ้าแห่งโชคลาภ สนทนาธรรมกับหลวงจีนที่วัด
ชมอุโบสถหลังงาม ที่ตกแต่งด้วยศิลปะหลายชาติที่
วัดแก้วพิจิตร
ริมแม่น้ำปราจีนบุรี รวมทั้งอาคารทรงยุโรปอีกสองหลัง
นั่งเล่นที่ศาลาริมน้ำ ซึ่งตรงชายคา
และหน้าจั่วตกแต่งด้วยลายลูกไม้ฝีมือดี ระบุว่าสร้างมาตั้งแต่ปี
พ.ศ.2475
ลิ้มรสมะยงชิดพันธุ์ทูลเกล้าฯ
เข้าสวนเมืองนครนายก ไปชม สวนมะยงชิด พันธุ์ทูลเกล้าฯ
ลูกมะยงชิดสีเหลืองสดติดเต็มต้น ตัดกับสีเขียวเข้มของใบ
ดูชาวสวนเลือกสอยลูกที่แก่จัด แต่ละลูกขนาดเกือบเต็มอุ้งมือ
ลิ้มรสหวานนำแบบธรรมชาติ รับรองหวานทุกลูก
ติดใจจะลองซื้อต้นพันธุ์ไปปลูก ชาวสวนเขาก็ยินดีให้คำแนะนำ
มะปรางหวาน
และมะยงชิดออกช่วงปลายเดือนมีนาคม - เมษายน
สอบถามล่วงหน้าที่สวนบุญสมการเกษตร โทร.037 382501 , 0 1377 7945
ก่อนกลับบ้าน แวะซื้อต้นไม้ที่ ศูนย์ไม้ดอกไม้ประดับ คลอง15
ชอบแบบดมกลิ่น หรือชมดอก ก็เลือกได้ตามอัธยาศัย ชวนเด็กๆ
เลือกซื้อต้นไม้ของตัวเอง ปลูกฝังความรับผิดชอบเล็กๆ
ขอคำแนะนำการปลูกต้นไม ้จากพ่อค้าแม่ขายซึ่งยินดีบริการ
ในช่วงเดือนมีนาคม -
เมษายนของทุกปี จะมีงานประกวดไม้ดอกไม้ประดับ สามารถไปเที่ยวงานได้
ปั่นจักรยานชมธรรมชาติ
เรียนรู้ศาสตร์แพทย์แผนไทย เส้นทางเที่ยวเมืองปราจีน
ชวนกันไปแนบอิงและพึ่งพิงธรรมชาติ
ขี่จักรยานเส้นทางเขาอีโต้ ชิมผลไม้หนองจวง หนองกันเกรา
ชวนรวมกลุ่มขี่จักรยานออกกำลังยามเช้า กับชมรมจักรยานเขาอีโต้
มีเส้นทางให้เลือกตามกำลังขา จะขี่ตามถนนลาดยางรอบอ่างเก็บน้ำ
หรือออกแรงปั่นตะลุยป่าไปจุดชมวิวบนเขาก็ได้ ทุกเส้นทางมีป้ายชัดเจน
ถ้าไปหน้าผลไม้ช่วงเดือนเมษายน จะมีทริปขี่จักรยานชิมผลไม้ตามสวน
ที่บ้านหนองกันเกราและบ้านหนองจวง ทั้งฝรั่ง มะม่วง ชมพู่ ขนุน กระท้อน
มะยงชิด ออกลูกเต็มต้น ชอบใจสวนไหนเข้าไปชมชิมได้ทุกสวน
ชมรมจักรยานเขาอีโต้ โทร.0 9340 3711 ,
0 7913 7323 ค่าเช่าจักรยาน ชั่วโมงละ 100 บาท วันละ 300 บาท
ชมวิถีชีวิตของชาวสวนสมุนไพรบ้านดงบัง
ผู้ผลิตวัตถุดิบสมุนไพรส่งโรงพยาบาลอภัยภูเบศร
เดินไปนั่งคุยข้างแปลงสมุนไพร ที่ชาวบ้านกำลังตัดเก็บกิ่งใบฟ้าทะลายโจร
หรือช่วยชาวบ้านลงแขกดายหญ้า ปรับพื้นที่เตรียมปักกิ่งเสลดพังพอน
ชมวิธีแปรรูปสมุนไพรในโรงเรือนที่ได้มาตรฐาน
ชุมชนสมุนไพรบ้านดงบัง โทร.0 9269 2643
, 0 7087 5039
พิพิธภัณฑ์แพทย์แผนไทย
เข้าตัวเมืองปราจีนบุรี
เรียนรู้เรื่องราวภูมิปัญญาด้านการแพทย์ ที่ พิพิธภัณฑ์แพทย์แผนไทย
ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ตึกเก่าสวยงามสมัยรัชกาลที่ 5
คารวะรูปปั้นท่านเจ้าของตึก บริเวณด้านหน้าอาคาร
ชมเรื่องราวความเป็นมาในอดีต ที่เกี่ยวพันกับตึกทรงยุโรปหลังนี้
อ่านตำรายาไทย ไล่สายตาดูชื่อและตัวอย่างสมุนไพร
ใช้จินตนาการถึงวิธีการบดยา
ด้วยเครื่องมือแปลกตาอย่างแท่นหินและท่อนหินบด
หรือรางเหล็กพร้อมลูกกลิ้งกลมใหญ่
แวะจิบน้ำสมุนไพรที่มีไว้บริการฟรีทุกวัน
ถ้าพอมีเวลาจะนวดฝ่าเท้าให้สบาย ก็มีบริการที่ศูนย์นวดและอบสมุนไพร
ลองรับประทานอาหารกลางวันเพื่อสุขภาพ อย่างยำเห็ด หรือข้าวราดแกง
แบบบริการตนเอง ที่ห้องอาหารสุขภาพ
เลือกซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรอภัยภูเบศร ตั้งแต่ยาอม ยาดม ชาสมุนไพร
จนถึงผลิตภัณฑ์เสริมความงามอย่างแชมพู ครีมบำรุงผิว ฯลฯ
พิพิธภัณฑ์ฯ เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 8.30 -
17.00 น. ส่วนศูนย์จำหน่ายสมุนไพร เปิดถึง 20.30 น. โทร. 0 3721 1008
ต่อ 3884 , 3166
วัดแก้วพิจิตร
ข้ามแม่น้ำปราจีนบุรีมาทางฝั่งตะวันออก
ชมพระอุโบสถหลังงามของวัดแก้วพิจิตร ที่ผสมผสานศิลปะไทย จีน ยุโรป
และเขมรได้อย่างลงตัว ไล่เรียงมาตั้งแต่ช่อฟ้า ใบระกาแบบไทย
มังกรจีนปูนปั้นสีเขียวตรงเสาหน้าจั่ว เสา ภาพวาดหญิงชายชาวยุโรป
ใต้ชายคารอบอุโบสถด้านนอก และซุ้มประตู แบบเขมร
เข้าไปนมัสการพระประธาน
ซึ่งบรรจุอัญมณีมีค่าไว้ที่พระเนตรและพระอุณาโลม
เดินชมรอบบริเวณวัด ไปดูอาคารทรงยุโรป ศิลปะกรีก
ซึ่งเคยเป็นโรงเรียนบาลีธรรมวินัย และหนังสือ
สร้างในสมัยเดียวกับตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
|