|
ชายแดนเบื้องบูรพา ป่างาม น้ำตกสวย มากด้วยรอยอารยธรรมโบราณ
ย่านการค้าไทย - เขมร
จังหวัดสระแก้วเป็นจังหวัดเป็นจังหวัดเกิดใหม่เล็กๆ ตัวเมืองไม่มีอะไรนัก
ไม่มีหอนาฬิกา ไม่มีวงเวียนน้ำพุ แต่ตัวจังหวัดสระแก้วมีเสาร์หลักเมืองที่ศาลาหลักเมืองที่สวยงาม
แถวๆในเมืองมีโรงเรียนสอนควายคะนอง
ร้านที่ในตัวเมืองเปิดไม่มากสถานที่เที่ยวกลางคืนมีน้อย โรงแรมราคาคืนละ
700 บาทพักได้กำลังดีมี wifi
ด้วยครับ
แต่จังหวัดสระแก้วเขามีอำเภอชายแดนที่เจริญ คือโรงเกลือ อรัญประเทศ
อรัญประเทศเป็นอำเภอชายแดนทางด้านตะวันออกของประเทศไทย
มีแนวชายแดนติดต่อกับประเทศกัมพูชา เดิมเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดกบินทร์บุรี
ภายหลังถูกยุบรวมกับจังหวัดปราจีนบุรี (เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2468)
ปัจจุบันเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดสระแก้วซึ่งเป็นจังหวัดที่ตั้งขึ้นมาใหม่ภายหลัง
(เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2536)
ตลาดโรงเกลือหรือตลาดชายแดนบ้านคลองลึก
เป็นตลาดที่มีพรมแดนติดกับประเทศกัมพูชา
เป็นที่รู้จักจากการค้าขายเสื้อผ้ามือสอง และสินค้าจากประเทศกัมพูชา
แต่เป็นพื้นที่ใช้เก็บเกลือเพื่อนำไปข่ายให้กับประเทศกัมพูชา
ต่อมาการใช้เกลือลดน้อยลง เนื่องจากเกิดการต่อสู้ภายในประเทศกัมพูชาเมื่อปี
พ.ศ. 2522-พ.ศ. 2536 จึงได้มีการเปลี่ยนสภาพมาเป็นตลาดดังเช่นปัจจุบัน
ผมเองไปพักที่สระแก้ว 1 คืน ได้ไปกินอาหารร้านจักรวาล
ยังไม่ได้ไปโรงเกลือ ผมจะกลับมาใหม่ในทริปที่จะไปเที่ยวเขมรเร็วๆนี้
Mr.Hotsia ตุลาคม
2554
สระแก้ว เป็นจังหวัดชายแดนด้านตะวันออก
อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 245 กิโลเมตร
ในอดีตเคยเป็นชุมชนสำคัญที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก่อน
มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุวรรณภูมิ
และอาณาจักรทวาราวดี
โดยจะเห็นได้จากกลุ่มปราสาทโบราณที่มีมากมายอยู่ทั่วจังหวัดและโบราณวัตถุที่หลงเหลือ
บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ ความรุ่งเรืองของแผ่นดินในอดีต
ให้แก่คนรุ่นหลัง
นอกจากแหล่งโบราณสถานที่น่าศึกษาทางประวัติศาสตร์
จังหวัดสระแก้วยังมีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เช่น
อุทยานแห่งชาติปางสีดา และอุทยานแห่งชาติตาพระยา
นอกจากนี้ยังมีแท่งดินประติมากรรมทางธรรมชาติอย่าง "ละลุ"
ที่มีรูปลักษณะแปลกตา
สุดชายแดนอรัญประเทศสระแก้วเป็นประตูบานใหญ่ที่เปิดไปสู่ประเทศกัมพูชา
เชื่อมการคมนาคมและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศให้เป็นเส้นทางเดียวกัน
มีตลาดโรงเกลือที่เต็มไปด้วยของราคาถูกและสินค้ามือสองจากนานาประเทศเพื่อนบ้าน
สระแก้วเป็นจังหวัดที่74
ของประเทศไทย เดิมมีฐานะเป็นเมืองบริวารของปราจีนบุรี (เมืองประจิมในสมัยโบราณ)
และในปี พ.ศ.2476 เมื่อมีการยกเลิกระบบเทศาภิบาล
ปราจีนบุรีได้รับการยกฐานะให้เป็นจังหวัด
สระแก้วจึงกลายเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดปราจีนบุรี
ต่อมาได้แยกตัวออกมาจากปราจีนบุรี
และได้รับการประกาศให้เป็นจังหวัดอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม
พ.ศ. 2536
จังหวัดสระแก้วมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานนับ 4,000 ปี
ตั้งแต่ยุคหินใหม่-ยุคโลหะ โดยมีการค้นพบวัตถุโบราณที่บ้านโคกมะกอก
ตำบลเขาสิบ อำเภอเขาฉกรรจ์ ในยุคต่อมาก็มีการค้นพบโบราณวัตถุอีก เช่น
ที่อำเภออรัญประเทศและอำเภอตาพระยา
แสดงหลักฐานว่าสระแก้วเคยเป็นชุมชนสำคัญที่มีความเจริญรุ่งเรืองในยุคเจนละ-
ทวารวดี มีอารยธรรมและวัฒนธรรมเป็นของตนเอง
มีกษัตริย์หรือผู้ครองเมืองที่นับถือศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกายและไวษณพนิกาย
ดังจะเห็นได้จากโบราณสถานและจารึกรูปอักษรปัลลวะต่างๆ
ปรากฏที่ปราสาทเขาน้อย เขารัง และช่องสระแจง เป็นต้น
โดยเฉพาะจารึกรูปอักษรปัลลวะที่ปรากฏในบริเวณปราสาทเขาน้อยเขตอรัญประเทศซึ่งถือกันว่าเป็นหลักฐานบันทึกศักราชที่เก่าแก่ที่สุดในกลุ่มจารึกรุ่นแรกที่พบในประเทศไทย
สร้างขึ้นราวปีพุทธศักราช 1180
นอกจากนี้ยังค้นพบหลักฐานความเจริญของอารยธรรมระหว่างพุทธศตวรรษที่
15-16 ในแถบนี้อย่างมากมาย มีทั้งปราสาทอิฐ ปราสาทหิน เตาเผา
เครื่องถ้วย และคูเมืองโบราณที่ยังเหลือร่องรอยปรากฏในปัจจุบัน เช่น
จารึกพบที่ปราสาทสด๊กก๊อกธมอีก 2 หลัก ซึ่งในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 15
ปราสาทสด๊กก๊อกธมได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเทวสถานของพระศิวะ
ดังข้อความในจารึกสด๊กก๊อกธมหลักที่ 1 ได้กล่าวถึงว่าในปีพุทธศักราช
1480 พระเจ้าชัยวรมันที่ 4
โปรดให้นำศิลาจารึกมาปักไว้ที่ปราสาทสด๊กก๊อกธม
เพื่อประกาศห้ามเรียกข้าของเทวสถานแห่งนี้ไปใช้ในกิจการอื่น
แต่ให้ข้าของเทวสถานได้บำรุงรักษาและบูชาพระศิวลึงค์หรือรูปเคารพ
ซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ เทวสถานสด๊กก๊อกธมนี้ตลอดไป
ส่วนจารึกอีกหลักหนึ่งก็ได้กล่าวสรรเสริญพระเจ้าอาทิตยวรมันที่ 2
ซึ่งได้ทรงบูรณะโบราณสถานแห่งนี้จนสำเร็จพร้อมจารึกที่เกี่ยวกับอารยธรรมและศาสนาเป็นต้น
จากจารึกและโบราณสถานที่พบนี้สามารถบ่งบอกให้เราทราบถึงระบบการปกครองของอาณาจักรขอมโบราณบนผืนแผ่นดินสระแก้วแห่งนี้
เปรียบเสมือนมรดกทางภูมิปัญญาของบรรพชนที่มีคุณค่าเป็นคุณประโยชน์ต่อการศึกษายิ่ง
จังหวัดสระแก้วมีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ 7,195 ตารางกิโลเมตร หรือ
4,496,961 ไร่ แบ่งการปกครองออกเป็น 9 อำเภอได้แก่
อำเภอต่างๆในจังหวัดสระแก้ว
เมืองสระแก้ว
คลองหาด
ตาพระยา
วังน้ำเย็น
วัฒนานคร
อรัญประเทศ
เขาฉกรรจ์
โคกสูง
วังสมบูรณ์
อุทยานแห่งชาติในจังหวัดสระแก้วคือ
อุทยานแห่งชาติปางสีดา
|
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสระแก้ว |
|
(ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
และภาพบางส่วนจากเว็บท่องเที่ยวต่างๆผ่านการค้นหาของกูเกิล)
|
ข้อมูลการเดินทางและแผนที่จังหวัดสระแก้ว
รถยนต์
การเดินทางไปจังหวัดสระแก้วสามารถใช้เส้นทางได้ 4 เส้นทาง ได้แก่
1. จากกรุงเทพฯ
ใช้เส้นทางสายพหลโยธินมาถึงรังสิต
แล้วให้ชิดซ้ายโดยใช้สะพานวงแหวนข้ามมาลงที่เส้นทางหมายเลข 305
ผ่านอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก จากนั้นเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 33
ผ่านอำเภอกบินทร์บุรี ไปจนถึงจังหวัดสระแก้ว ระยะทางประมาณ 214
กิโลเมตร
2. จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข
1 แล้วเลี้ยวขวาที่แยกหินกองไปตามทางหลวงหมายเลข 33 ผ่านจังหวัดนครนายก
อำเภอกบินทร์บุรี ระยะทางประมาณ 245 กิโลเมตร
3. จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข
304 ผ่านเขตมีนบุรี ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา
จากนั้นให้ใช้เส้นทางไปอำเภอพนมสารคาม พอถึงประมาณกิโลเมตรที่ 35
ให้เลี้ยวขวาไปทางอำเภอกบินทร์บุรี โดยใช้เส้นทางหมายเลข 304
พอถึงประมาณกิโลเมตรที่ 95 ให้เลี้ยวขวาอีกครั้ง
เข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 33 ไปจนถึงจังหวัดสระแก้ว ระยะทาง 210 กิโลเมตร
4.จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข
304 ผ่านเขตมีนบุรี ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา
จากนั้นให้ใช้เส้นทางไปอำเภอพนมสารคาม
ผ่านศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน ประมาณกิโลเมตรที่ 54
จะมีทางแยกขวาไปจังหวัดสระแก้วโดยไปตามทางหลวงหมายเลข 359 อีกประมาณ 65
กิโลเมตรถึงจังหวัดสระแก้ว
จัดเป็นเส้นทางที่ช่วยย่นระยะเวลาเดินทางไปจังหวัดสระแก้วในขณะนี้
หรือใช้ทางพิเศษฉลองรัช,
ทางพิเศษบูรพาวิถี, ทางพิเศษอุดรรัถยา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1543
รถไฟ
การรถไฟแห่งประเทศไทย มีบริการขบวนรถโดยสารสายกรุงเทพฯ สระแก้ว-อรัญประเทศ
วันละ 2 ขบวน ขบวนแรกออกจากกรุงเทพฯ เวลา 05.55 น. ถึงสระแก้ว เวลา
10.32 น. ถึงอรัญประเทศ เวลา 11.30 น. และขบวนที่สอง ออกจากกรุงเทพฯ
เวลา 13.05 น. ถึงสระแก้ว เวลา 17.25 น. ถึงอรัญประเทศ เวลา 18.20 น.
และเที่ยวกลับวันละ 2 ขบวน ขบวนแรกออกจากอรัญประเทศ เวลา 06.35 น.
ถึงสระแก้ว เวลา 07.26 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 11.30 น.
ขบวนที่สองออกจากอรัญประเทศ เวลา 13.35 น. ถึงสระแก้ว เวลา 14.37 น.
และถึงกรุงเทพฯ เวลา 19.30 น. ค่าโดยสารคนละ 48 บาท
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง โทร. 0 2223
7010, 0 2223 7020 หรือเว็บไซต์
www.railway.co.th
หรือสถานีรถไฟจังหวัดสระแก้ว โทร. 0 3726 1217
รถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด
มีบริการรถโดยสารประจำทางทั้งรถธรรมดา และรถปรับอากาศ
ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต และสถานีขนส่งเอกมัยทุกวัน วันละหลายเที่ยว
ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง (ถ้าวิ่งเส้นองครักษ์ใช้เวลาประมาณ 3
ชั่วโมงครึ่ง) ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2936
2852-66 หรือเว็บไซต์
www.trasport.co.th
หรือ บริษัท ขนส่ง จำกัด (จังหวัดสระแก้ว) ถนนเทศบาล 9/1 โทร. 0 3724
1282 แอร์ขวัญ โทร. 0 3742 1210, 0 1751 1718
ตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยวกรุงเทพฯ - ปราจีนบุรี - สระแก้ว ช่วงฤดูฝน
ดูผีเสื้อ ชมปราสาท เที่ยวตลาดโรงเกลือ
วันแรก กรุงเทพฯ-ปราจีนบุรี
08.00 น. เดินทางออกจากกรุงเทพฯ
10.00 น. ถึงจังหวัดปราจีนบุรี
แวะนมัสการรอยพระพุทธบาทคู่ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ที่วัดสระมรกต
11.00 น. ชมสถาปัตยกรรมและลวดลายประดับอาคารประสมประสานระหว่างศิลปะไทย
จีน ยุโรป และเขมรที่วัดแก้วพิจิตร
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.30 น. ชมพิพิธภัณฑ์ อยู่สุขสุวรรณ์ ที่สะสมตะเกียงเจ้าพายุมากกว่า
10,000 ใบ และของเก่าสะสมอีกมากมาย
15.00 น. ชม ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับความจงรักภักดีของท่านเจ้าของตึกกับแผ่นดินไทย
ศึกษาและเรียนรู้เรื่องแพทย์แผนไทย/เลือกซื้อของฝากผลิตภัณฑ์จาก สมุนไพรไทยผ่อนคลายความเมื่อยล้าด้วยนวดแผนไทย
ทั้งนวดหน้า นวดตัว นวดเท้า นวดน้ำมัน
17.00 น. เข้าที่พัก (จังหวัดปราจีนบุรี) รับประทานอาหารเย็น/พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สอง ปราจีนบุรี-สระแก้ว
07.30 น. รับประทานอาหารเช้า
08.30 น. เดินทางออกจากที่พัก (จังหวัดปราจีนบุรี)
10.00 น. กิจกรรมดูผีเสื้อที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา
และชมน้ำตกสวยเขตป่า หนึ่งในพื้นที่ของมรดกโลก อุทยานแห่งชาติปางสีดา
จังหวัดสระแก้ว
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน/มีให้เลือกหลากหลายทั้งอาหารไทย
อาหารเวียดนาม
13.00 น. เดินทางต่อไปยังอำเภออรัญประเทศ
เที่ยวชมและสัมผัสวิถีของชุมชน ไทย-กัมพูชา สุดแดนสยาม...
ที่ตลาดโรงเกลือ พร้อมเลือกซื้อของฝากนานาชนิด
15.00 น. เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
|
ร้านอาหารในจังหวัดสระแก้ว |
|
|
|