ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า อินโด บรูไน ฟิลิปปินส์ จีน ฮ่องกง มาเก๊า เกาหลี อินเดีย

เชียงใหม่ เชียงรายแม่ฮ่องสอนตากลำปางพะเยากำแพงเพชรนครสวรรค์น่านเพชรบูรณ์พิจิตรพิษณุโลกแพร่ลำพูนสุโขทัยอุทัยธานีอุตรดิตถ์กรุงเทพกาญจนบุรีฉะเชิงเทราชัยนาทนครปฐมปทุมธานีเพชรบุรีประจวบอยุธยาราชบุรีอ่างทองลพบุรีสมุทรปราการสมุทรสาครสมุทรสงครามสระบุรีสิงห์บุรีสุพรรณบุรีนนทบุรี ชุมพรกระบีนราธิวาสนครปัตตานีพัทลุงพังงาภูเก็ตระนองสุราษฏร์สตูลสงขลาตรังยะลาชลบุรีระยองตราดนครนายกปราจีนบุรีจันทบุรีสระแก้วอำนาจเจริญบุรีรัมย์ชัยภูมิกาฬสินธุขอนแก่นจังหวัดเลยมหาสารคามมุกดาหารนครราชสีมาหนองบัวลำภูหนองคายบึงกาฬร้อยเอ็ดสกลนครศรีสะเกษสุรินทร์อุบลอุดรธานียโสธรนครพนม


www.hotsia.com > ประเทศไทย


Loading...
สกลนคร

 สกลนคร

พระธาตุเชิงชุมคู่บ้าน พระตำหนักภูพานคู่เมือง งามลือเลื่องหนองหาร  แลตระการปราสาทผึ้ง

สวยสุดซึ้งสาวภูไท ถิ่นมั่นในพุทธธรรม

                      สกลนคร  เป็นเมืองพุทธศาสน์ พระธาตุห้าแห่ง แหล่งอารยธรรมสามพันปี ตามตำนานเล่าว่า  เมืองหนองหานหลวงในอดีต หรือสกลนครในปัจจุบันนั้น สร้างขึ้นเมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ในยุคที่ขอมมีอำนาจในดินแดนนี้ ต่อมาเมื่ออิทธิพลขอมเสื่อมลง เมืองหนองหานหลวงตกไปอยู่ในความปกครองของอาณาจักรล้านช้าง เรียกชื่อเมืองว่า “เมืองเชียงใหม่หนองหาน” และเมื่อมาอยู่ในความปกครองของไทย ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองสกลทวาปี” ต่อมา ในปี พ.. ๒๓๗๓ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้เปลี่ยนชื่อจากเมืองสกลทวาปี เป็น “เมืองสกลนคร” ในปัจจุบัน

                      จังหวัดสกลนคร อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๖๔๗ กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ ๙,๖๐๕ ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น ๑๘ อำเภอ คือ อำเภอเมืองสกลนคร อำเภอกุสุมาลย์ อำเภอกุดบาก อำเภอพรรณานิคม อำเภอวาริชภูมิ อำเภอส่องดาว อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอวานรนิวาส อำเภออากาศอำนวย อำเภอบ้านม่วง อำเภอพังโคน อำเภอคำตากล้า อำเภอนิคมน้ำอูน อำเภอเต่างอย อำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอเจริญศิลป์ อำเภอโพนนาแก้ว และอำเภอภูพาน

   

การเดินทาง

                      รถยนต์  จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข ๑ ถึงจังหวัดสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข ๒) ผ่านจังหวัดนครราชสีมา เลี้ยวเข้าอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ทางหลวงหมายเลข ๒ ไปจนถึงบ้านท่าพระ แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๓ ผ่านจังหวัดมหาสารคาม กาฬสินธุ์ ทางหลวงหมายเลข ๒๑๓ เข้าสู่จังหวัดสกลนคร

                      รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด และ บริษัทเอกชน มีรถประจำทางไปจังหวัดสกลนครทุกวัน ออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ (หมอชิต ๒) สอบถามรายละเอียดโทร.๐ ๒๙๓๖ ๐๖๕๗, ๐ ๒๙๓๖ ๑๘๘๐, ๐ ๒๙๓๖ ๒๘๕๒-๖๖ www.transport.co.th

                      รถไฟ   การรถไฟแห่งประเทศไทย มีบริการรถไฟออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปลงที่จังหวัดอุดรธานีทุกวัน จากนั้นต่อรถประจำทางไปจังหวัดสกลนครอีกประมาณ ๑๕๙ กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดได้ที่หน่วยบริการเดินทาง สถานีรถไฟหัวลำโพง โทร. ๑๖๙๐, ๐ ๒๒๒๐ ๔๓๓๔, ๐ ๒๒๒๐ ๔๔๔๔ www.railway.co.th

เครื่องบิน บริษัท พีบี แอร์ จำกัด มีบริการเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดสกลนครทุกวัน สอบถามรายละเอียด โทร. ๐ ๒๒๖๑ ๐๒๒๐-๖   พีบี แอร์ สนามบินสกลนคร โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๕๒๔๕-www.pbair.com หรือสามารถสำรองที่นั่งผ่าน บริษัท การบินไทย จำกัด โทร. ๑๕๖๖, ๐ ๒๒๘๐ ๐๐๖๐, ๐ ๒๖๒๘ ๒๐๐๐ www.thaiairways.com

                      นอกจากนั้นการคมนาคมภายในตัวจังหวัดสกลนครมีรถประจำทางขนาดเล็ก รถสามล้อถีบ และรถสามล้อเครื่องรับจ้างวิ่งบริการในตัวเมือง ตกลงค่าโดยสารก่อนเดินทาง 

 

สถานที่น่าสนใจ 

อำเภอเมืองสกลนคร

                      พระธาตุเชิงชุม  ตั้งอยู่ถนนเจริญเมืองในวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน ฐานรูปสี่เหลี่ยม สูงประมาณ ๒๔ เมตร ยอดฉัตรทองคำเหนือองค์พระธาตุเชิงชุมทำด้วยทองคำบริสุทธิ์มีน้ำหนัก ๒๔๗ บาท มีซุ้มประตู   ๔ ด้าน ข้างในทึบ สร้างครอบรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าสี่พระองค์ ซึ่งหมายถึง พระกกุสันทะ พระโกนาคม พระกัสสะปะ และพระโคดม หรือพระศรีอารียเมตตรัย (คือ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ชาวพุทธศาสนิกชนเคารพสักการะบูชาอยู่ทุกวันนี้) สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานชัด แต่นับเป็นปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองสกลนครมาแต่โบราณ ภายในวิหารใกล้พระธาตุเชิงชุม เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์แสนอันศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดสกลนคร ทุกวันพระในตอนค่ำจะมีประชาชนไปบูชากราบไหว้พระธาตุ และหลวงพ่อองค์แสนเป็นจำนวนมาก งานประจำปีของพระธาตุเชิงชุมจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น ๙ ค่ำ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนยี่ () ของทุกปี (กำหนดตามจันทรคติ)

                      หนองหาร  เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีชื่อเสียง และกว้างใหญ่มากแห่งหนึ่งของประเทศไทย  มีเนื้อที่ประมาณ ๑๒๓ ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งรับน้ำตกของลำห้วยต่าง ๆ หลายสาย และยังเป็นต้นน้ำของลำน้ำก่ำซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม อำนวยประโยชน์ในด้านการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การประมง ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านในชุมชนรอบหนองหาร ระดับน้ำในหนองหารลึกประมาณ ๓-๘ เมตร ในบริเวณหนองหารมีเกาะต่าง ๆ กว่า ๒๐ เกาะ เช่น เกาะดอนสวรรค์ ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด บนเกาะมีวัดร้าง และพระพุทธรูปเก่าแก่ นอกจากนั้นตามเกาะต่าง ๆ เหล่านี้จะมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่มากมาย เป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิด บางเกาะได้สร้างศาลาพักร้อน เช่น เกาะแก้ว เกาะดอนสะคาม และเกาะดอนสะทุง ซึ่งในเวลากลางวันสาหร่ายที่อยู่ใต้พื้นน้ำ เมื่อแดดส่องลงในน้ำจะเห็นสาหร่ายเป็นสีทอง

                      สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์    อยู่ติดกับหนองหาร ตำบลธาตุเชิงชุม เป็นสวนสาธารณะที่สวยงาม มีเนื้อที่ประมาณ ๑๒๐ ไร่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเปิด เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๐ ลักษณะเป็นสวนล้อมสระน้ำขนาดใหญ่ ชื่อสระพังทอง เป็นสระโบราณ เชื่อกันว่าสร้างมาพร้อมกับการสร้างพระธาตุเชิงชุม ภายในบริเวณประกอบด้วยสวนไม้ดอกไม้ประดับ สวนป่า สวนน้ำ สวนหิน สวนออกกำลังกาย และน้ำพุที่สูงราว ๖๙ เมตร ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาหาความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ได้อีกด้วย สวนแห่งนี้เปิดเวลา ๐๔.๐๐-๒๑.๐๐ น.  

                       สวนเทิดพระเกียรติ ๖๐ พรรษา มหาราชินี ตั้งอยู่บ้านหนองบัวใหญ่ เป็นสวนขนาดใหญ่บนพื้นที่ประมาณ ๘๐ ไร่ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ดอนขาม ดอนลังกา ภายในบริเวณประกอบด้วยสวนพฤกษชาติ ศาลาพักร้อน น้ำพุ จุดชมวิว ที่อาศัยของนกนานาชนิด และยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวสกลนคร การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๓ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๒๒ (สกลนคร-บ้านธาตุ) แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปอีกประมาณ ๒๐๐ เมตร จะถึงบริเวณสวน

                      สถานแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด  ตั้งอยู่ถนนใสสว่าง ในสถานีประมงน้ำจืด  ภายในจัดแสดงและให้ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ปลาชนิดต่าง ๆ ที่ค้นพบในภาคอีสาน เช่น ปลาเผือก ปลาหอม ปลาเสือตอ ปลาออสก้าร์ลาย ปลาจันทร์เทศ เป็นต้น ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ ในเวลาราชการ

                      ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร  อยู่ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ถนนนิตโย ตำบลธาตุนาแวง เป็นที่แสดงสิ่งของ เครื่องใช้ของชนเผ่าต่าง ๆ พร้อมภาพประวัติ และเอกสารแสดงความเป็นมาทางศิลปวัฒนธรรม เปิดบริการเวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๒๗๔

                      พระธาตุดุม  อยู่ที่วัดพระธาตุดุม บ้านธาตุดุม ตำบลงิ้วดอน ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๕ กิโลเมตร (ถนนสาย รพช. ทางไปโรงเรียนพัฒนาศึกษา) ลักษณะเป็นปรางค์องค์เดียวสร้างด้วยศิลาแลงสมัยเดียวกับพระธาตุนารายณ์เจงเวง แต่องค์ปราสาทเล็กกว่ามีเพียงยอดเดียวไม่มีฐานรองรับ พบทับหลังทั้ง ๔ ด้าน ด้านทิศเหนือเป็นภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ นอกจากนี้ยังมีภาพเทวดาทรงพาหนะเหนือหน้ากาลประกอบด้วยสัตว์ต่าง ๆ เช่น ช้าง สิงห์ และลายใบไม้ม้วน  อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ ศิลปะเขมรแบบบาปวน อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗

                      พิพิธภัณฑ์บริขารอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ   ตั้งอยู่ในวัดป่าสุทธาวาส  ตรงข้ามศูนย์ราชการจังหวัด พิพิธภัณฑ์มีลักษณะการก่อสร้างแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ประยุกต์ สร้างด้วยกระเบื้องดินเผา ภายในพิพิธภัณฑ์มีรูปหล่อเหมือนองค์ของพระอาจารย์มั่น ในท่านั่งสมาธิ  และมีตู้กระจกบรรจุอัฐิของท่านที่แปรสภาพเป็นแก้วผลึกใสสีขาว ยกฐานสูงพื้นปูด้วยหินอ่อน พร้อมทั้งตู้แสดงเครื่องอัฐบริขาร รวมทั้งประวัติความเป็นมาของท่านตั้งแต่เกิดจนมรณภาพ พระอาจารย์มั่น กำเนิดในสกุลแก่นแก้ว ที่ตำบลโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๕ ปี และอุปสมบทเมื่ออายุ ๒๒ ปี ที่วัดเลียบ จังหวัดอุบลราชธานี ท่านเป็นพระที่ยึดมั่นในปฏิมาธุดงด์กรรมฐานเป็นวัตร มีพระในสายเดียวกับท่านอีกหลายองค์ที่ได้เข้ามาปฏิบัติ และฝึกวิปัสสนากรรมฐานตามแนวของท่าน เช่น หลวงปู่ฝั้น อาจาโร หลวงปู่ขาว อาลนาโย หลวงปู่แหวน  สุจินต์โน เป็นต้น ต่อมาท่านได้ย้ายจากการธุดงค์กรรมฐานเข้ามาจำพรรษาที่วัดป่าสุทธาวาส และมรณภาพเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.. ๒๔๙๒ นอกจากนั้นยังมี  พิพิธภัณฑ์หลวงปู่หลุย     จันทสาโร ตั้งอยู่ในวัดป่าสุทธาวาส สร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิธาตุหลวงปู่หลุย (๒๔๔๔-๒๕๓๒) ซึ่งเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่สายวิปัสสนา ศิษย์ของพระอาจารย์มั่น หลวงปู่หลุยเป็นผู้ที่มีปฏิปทาชอบจาริกไปในที่ต่าง ๆ จนถึงวาระสุดท้ายแห่งชีวิตท่าน เมื่อท่านมรณภาพและพระราชทานเพลิงศพแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชกระแสว่า “ควรสร้างเจดีย์ที่วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ที่วัดนี้มีอัฐิธาตุของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ ท่านจะได้อยู่ใกล้กัน” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ร่างแบบเจดีย์องค์นี้ด้วยพระองค์เอง

                      สะพานขอม หรือสะพานหิน อยู่ก่อนเข้าตัวเมือง เป็นโบราณสถานเล็ก ๆ ริมถนนนิตโย ทางหลวงหมายเลข ๒๒ กิโลเมตรที่ ๑๖๑ (สกลนคร-อุดรธานี) สันนิษฐานว่าเป็นสะพานโบราณที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจรจากตัวเมืองสกลนครไปยังนอกเมือง เนื่องจากบริเวณนี้เดิมเป็นที่ลุ่มน้ำท่วมขัง สะพานที่เห็นในปัจจุบันก่อด้วยศิลาแลง ซึ่งสร้างขึ้นใหม่หลังจากของเดิมได้ถูกรื้อทิ้งเพื่อก่อสร้างถนน

                      ปราสาทพระธาตุนารายณ์เจงเวง   ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดพระธาตุนารายณ์เจงเวง บ้านธาตุ เป็นพระธาตุประกอบด้วยปรางค์องค์เดียว สร้างด้วยหินทรายบนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่ สลักลวดลายลงบนเนื้อหิน มีทับหลังจำหลักภาพพระกฤษณะฆ่าสิงห์ ในรูปแบบศิลปะเขมร สมัยบาปวน ลักษณะคล้ายกับปราสาทหินของขอมที่ปรากฏหลายแห่งในภาคอีสาน ลวดลายสลักหินบนซุ้มประตู หน้าต่างยังมีลักษณะสมบูรณ์ปรากฏชัด ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นฝีมือของผู้หญิงสร้างทั้งหมด เพื่อแข่งขันกับผู้ชายที่สร้างพระธาตุภูเพ็ก รูปแบบและศิลปะสันนิษฐานว่ามีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖–๑๗ งานประเพณีของพระธาตุเจงเวงจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น  ๑๑-๑๕ ค่ำ เดือน  ๔ ของทุกปี  การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๕ กิโลเมตร ใช้เส้นทางสกลนคร-อุดรธานี (ทางหลวงหมายเลข ๒๒) ถึงบริเวณบ้านธาตุซึ่งอยู่ก่อนถึงสี่แยกถนนเลี่ยงเมืองเล็กน้อยแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก ๔๐๐ เมตร

                      พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ตั้งอยู่กลางเทือกเขาภูพาน เป็นสถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตลอดจนพระราชวงศ์ ในคราวเสด็จแปรพระราชฐานเยี่ยมพสกนิกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณสถานที่ตั้งเป็นป่าไม้ร่มรื่น มีไม้ดอกไม้ประดับตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ในระหว่างที่ไม่ได้ประทับอยู่ที่พระตำหนัก อนุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ทุกวัน โดยทำหนังสือถึงสำนักเลขาธิการพระราชวัง พระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐ และเมื่อได้รับหนังสือตอบรับแล้วจึงจะเดินทางไปชมได้ การเดินทาง ตามเส้นทางสายสกลนคร-กาฬสินธุ์  (ทางหลวงหมายเลข ๒๑๓) ห่างจากตัวเมืองสกลนคร ๑๓ กิโลเมตร มีทางแยกเข้าไปทางด้านขวามือ

                      อุทยานแห่งชาติภูพาน  มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในเขตอำเภอเมืองสกลนคร อำเภอพรรณานิคม อำเภอภูพาน  จังหวัดสกลนคร และอำเภอสมเด็จ อำเภอห้วยผึ้ง อำเภอกุดบาก จังหวัดกาฬสินธุ์ มีเนื้อที่ประมาณ ๖๕๕ ตารางกิโลเมตร หรือ ๔๑๕,๘๓๘ ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๒๕  ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาหินปูน เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร และห้วยต่าง ๆ สภาพป่าเป็นป่าเต็งรัง ป่าดงดิบ และป่าเบญจพรรณ สัตว์ป่าที่พบเห็น ได้แก่ ค่าง ชะมด ลิงลม ภายในอุทยานฯ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ 

ด้านประวัติศาสตร์

                      พระธาตุภูเพ็ก อยู่บนเทือกเขาภูพาน เป็นพระธาตุเก่าแก่สมัยขอมเรืองอำนาจ สร้างด้วยหินทรายบนฐานศิลาแลงในลักษณะของเทวาลัย

                      ถ้ำเสรีไทย  อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ ๔.๕ กิโลเมตร เป็นถ้ำสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่ฝ่ายเสรีไทยได้ใช้เป็นที่สะสมอาวุธ และเสบียง เพราะเป็นทำเลที่เหมาะสม ปกปิดด้วยป่าไม้ที่เขียวชอุ่ม และบริเวณเดียวกันมีร่องรอยการขุดแต่งเป็นสนามบินลับด้วย

 ด้านธรรมชาติ

                      เทือกเขาภูพาน  เป็นขุนเขาแห่งประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนรู้จักมากที่สุด แต่เป็นดินแดนที่น้อยคนนักที่ได้ไปสัมผัสความงามธรรมชาติ โดยเฉพาะรอยต่อระหว่างจังหวัดสกลนคร-กาฬสินธุ์

                      น้ำตกคำหอม และ โค้งปิ้งงู  อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ ๑๔ กิโลเมตร น้ำตกคำหอมอยู่ใกล้กับน้ำตกตาดโตน และเขตพระราชฐาน บริเวณใกล้เคียงกันจะเป็นที่ตั้งของน้ำตกต่าง ๆ อีกหลายแห่ง เช่น น้ำตกเหวสินธุ์ชัย น้ำตกสามหลั่น น้ำตกสาวไห้  ผาหินซ้อน อยู่ท่ามกลางป่าไม้ที่ร่มเย็น และหน้าทางเข้าน้ำตกคำหอม บนถนนสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ เป็นช่วงที่คดเคี้ยวไปมาเหมือนกับงูเลื้อย หรืองูที่ถูกปิ้งที่มีไหล่ทางลดหลั่นลงมา มีหลักกิโลเมตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยตั้งอยู่ริมทาง ตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับเป็นทัศนียภาพที่สวยงาม  การคมนาคมเข้าแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้สะดวก และปลอดภัย สามารถเดินทางเข้าถึงตลอดทั้งปี สำหรับน้ำตกต่าง ๆ  จะมีน้ำเฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น

                      ผานางเมิน และลานสาวเอ้   อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ตามเส้นทางเดินเท้าประมาณ ๗๐๐ เมตร และ ๒ กิโลเมตร ตามลำดับ สองข้างทางจะเป็นป่าพลวงไปตลอดถึงริมหน้าผา ผานางเมิน เป็นลานหินทอดยาวหันหน้าไปทางทิศตะวันตกมองเห็นธรรมชาติเบื้องล่างได้อย่างชัดเจนสวยงาม เหมาะแก่การตั้งค่ายพักแรม และดูพระอาทิตย์ตก ส่วนด้านล่างหน้าผามีทางเดินไป ลานสาวเอ้ (คำว่า เอ้ เป็นภาษาอีสาน หมายถึง การแต่งตัวมาอวดกัน) ซึ่งเป็นลานหินธรรมชาติที่สวยงาม อยู่ท่ามกลางป่าเขา และบริเวณหน้าผาสูงชัน ในเดือนสิงหาคม-ตุลาคม จะได้พบเห็นดอกไม้ เช่น ดุสิตา กระดุมเงิน สร้อยสุวรรณขึ้นสลับสี เป็นทุ่งกว้าง เหมาะสำหรับพักผ่อน ถ่ายภาพ และชมธรรมชาติ

                      ผาเสวย  อยู่ในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ ลักษณะเป็นหน้าผาที่หันหน้าไปทางทิศใต้ ณ ที่แห่งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จและประทับเสวยพระกระยาหารกลางวัน จึงได้ชื่อว่า ผาเสวย มาตั้งแต่บัดนั้น

                      น้ำตกห้วยใหญ่  อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร ลักษณะเป็นลำน้ำที่ยุบตัวลง ลดหลั่นเป็นชั้น ๆ รายล้อมด้วยสภาพป่าเขาทึบที่ร่มเย็น

                      น้ำตกปรีชาสุขสันต์ ตั้งอยู่ในเทือกเขาภูพาน อำเภอเมืองสกลนคร ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๒๔ กิโลเมตร และห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ๕๐ กิโลเมตร ตามเส้นทางสกลนคร-อุดรธานี ลักษณะเป็นน้ำตกที่ไหลมาตามลานหินลาดเขาลดหลั่นเป็นชั้น บางช่วงคล้ายสไลเดอร์ มีความยาว ๑๒ เมตร อยู่ท่ามกลางสภาพป่าไม้ที่สมบูรณ์ สามารถลงเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย น้ำจะมีมากในฤดูฝน การคมนาคมสะดวก สามารถเข้าถึงตัวน้ำตกได้ตลอดปี

                      สะพานหินธรรมชาติ (ทางผีผ่าน)  มีลักษณะเป็นสะพานหินที่เชื่อมต่อระหว่างหินสองกลุ่มขนาด  กว้างของสะพานประมาณ ๑.๕ เมตร ยาว ๘ เมตร ด้านใต้เป็นเวิ้งถ้ำกว้างใช้เป็นที่หลบแดดหลบฝนได้ นับเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอย่างหนึ่ง  

                      นอกจากนี้ทางอุทยานฯ ได้จัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง ๑ กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่บริเวณผานางเมิน ลานสาวเอ้ แก้งขี้ลิง เขตป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง แล้วกลับสู่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติอีกครั้ง และตลอดเส้นทางเดินป่ามีจุดสำหรับการศึกษาธรรมชาติในเรื่องของสภาพป่าไม้โดยทั่วไปของพื้นที่อุทยานฯ เฟิร์น หินทราย มอส และไลเคนส์ ลานสาวเอ้ ต้นไม้เพื่อนรัก เป็นต้น ใช้เวลาเดินประมาณ ๑ ชั่วโมง

                      อุทยานฯ มีบริการบ้านพัก สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูพาน ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ๔๗๐๐๐ โทร. ๐ ๔๒๗๐ ๓๐๔๔  หรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

เขตบางเขน กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ www.dnp.go.th

                      การเดินทาง  ตามเส้นทางสกลนคร-กาฬสินธุ์ ทางหลวงหมายเลข ๒๑๓ กิโลเมตรที่ ๑๐-๑๑ ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๒๕ กิโลเมตร 

                      ชาวภูไท บ้านโนนหอม  ตำบลโนนหอม ชาวภูไทที่บ้านโนนหอมนี้อพยพมาจากฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง เมื่อประมาณ ๑๐๐ กว่าปีแล้ว และยังรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวภูไทไว้ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อการแสดง การจัดพาแลง (พาแลง หมายถึง การร่วมรับประทานอาหารเย็นกับชาวภูไท) และการฟ้อนรำของชาวภูไทล่วงหน้าที่ ศูนย์สาธิตการตลาดบ้านโนนหอม เลขที่ ๕ หมู่ที่ ๒ ตำบลโนนหอม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ๔๗๐๐๐  การเดินทาง อยู่ห่างจากตัวเมืองไปตามเส้นทางสกลนคร- นาแก (ทางหลวงหมายเลข ๒๒๓) ประมาณ ๑๓ กิโลเมตร มีทางแยกขวาอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร

                      ภาพรอยสลักผาสามพันปีที่ภูผายล  ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่บ้านนาผาง ตำบลกกปลาซิว ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๓๘ กิโลเมตร ภูผายลเป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์ ในบริเวณนั้นมีภาพแกะสลักบนหน้าผาหินเป็นรูปภาพต่าง ๆ แสดงชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยในชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ ที่ใช้ของแข็งขูดขีดลงบนหน้าผา เช่น ภาพสัตว์ คน ไร่นา เป็นต้น  นอกจากนี้ ยังมีธรรมชาติรอบข้างเป็นป่าเขาที่สวยงาม         การเดินทาง จากตัวอำเภอเต่างอยไปตามเส้นทางอำเภอเต่างอย-ศรีวิชา ๕ กิโลเมตร เข้าสู่บ้านม่วง-นาอ่าง และเดินทางต่อผ่านบ้านโพนบก-โพนแพง และบ้านนาผางตามลำดับ ระยะทาง ๓๕ กิโลเมตร ก่อนถึงภูผายลจากบ้านนาผางขึ้นไปจะเป็นถนนลาดยางจนถึงหน้าผาหิน และมีบันไดขึ้นสู่หน้าผายอดเขา ตามระยะทางสามารถแวะพักตามจุดชมวิว ซึ่งมีก้อนหินทรายตั้งวางเป็นระยะ บางแห่งรูปคล้ายเพิงพัก หรือแท่นที่นั่ง

อำเภอพรรณานิคม  

                      พระธาตุภูเพ็ก  ตั้งอยู่ที่ตำบลนาหัวบ่อ  ผู้ที่จะไปนมัสการพระธาตุต้องเดินขึ้นบันไดประมาณ ๔๙๑ ขั้น จะถึงองค์พระธาตุซึ่งสร้างอยู่บนยอดเขาภูพาน องค์พระธาตุสร้างด้วยหินทรายบนฐานศิลาแลง มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม ด้านหน้าเชื่อมต่อกับมณฑป รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ชั้นที่ ๑ สูงประมาณ ๑.๕๘ เมตร ชั้นที่ ๒ สูงประมาณ ๐.๗๐ เมตร ตัวปราสาทสูง ๗.๖๗ เมตร  ซึ่งยังสร้างไม่แล้วเสร็จ  ไม่มีหลังคา และยอดปราสาท  เพียงแต่ทำขื่อตั้งไว้เท่านั้น พระธาตุภูเพ็กสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ เพื่อเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ภายหลังดัดแปลงเป็นพุทธศาสนสถานและมีการยกเรื่องประวัติศาสตร์ การก่อสร้างไว้ในตำนานพระอุรังคธาตุ หรือตำนานพระธาตุพนม ซึ่งกล่าวไว้ว่า พระธาตุภูเพ็กสร้างโดยกลุ่มผู้ชายเพื่อแข่งขันกับกลุ่มผู้หญิงซึ่งสร้างพระธาตุนารายณ์เจงเวงเพื่อรอบรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า แต่กลุ่มผู้ชายได้ยุติการสร้างเมื่อเห็นดาวเพ็กบนท้องฟ้า ซึ่งเป็นกลลวงของกลุ่มผู้หญิงผู้สร้างพระธาตุนารายณ์เจงเวง ปราสาทหลังนี้จึงได้ชื่อว่า ปราสาทพระธาตุภูเพ็ก ตามชื่อดาว “เพ็ก” การเดินทาง ตามทางหลวงหมายเลข ๒๒ (สกลนคร-อุดรธานี) ห่างจากตัวเมืองสกลนครประมาณ ๒๒ กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายไปอีก ๑๔ กิโลเมตร

                      วัดถ้ำขาม หรือ ภูขาม   ตั้งอยู่บนภูขาม ชาวบ้านมักเรียกว่า ภูคำขาม อยู่ในเขตบ้านคำป่า  เป็นเขาลูกหนึ่งบนเทือกเขาภูพาน  วัดถ้ำขามนี้เดิมเป็นที่ปฏิบัติธรรมของพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดนี้จนถึงประมาณ พ.. ๒๕๐๗ เมื่อท่านอาพาธจึงได้ไปจำพรรษาที่วัดป่าอุดมสมพร  นอกจากนี้ยังเป็นวัดหนึ่งที่เก็บอัฐิของพระอาจารย์เทศก์ เทศรังสี ซึ่งมีผู้คนยังเดินทางมาสักการะบูชาอยู่เป็นประจำ การเดินทาง ใช้เส้นทางสกลนคร-อุดรธานี (ทางหลวงหมายเลข ๒๒) ประมาณ ๒๒ กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายเข้าทางเดียวกับพระธาตุภูเพ็กไปอีกประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ก่อนที่จะตรงขึ้นไปพระธาตุภูเพ็กมีทางแยกขวาไปประมาณ ๓๐ กิโลเมตร

                      พิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น อาจาโร ตั้งอยู่ที่วัดป่าอุดมสมพร ตำบลพรรณานิคม ลักษณะตัวพิพิธภัณฑ์เป็นรูปเจดีย์ฐานกลมกลีบบัวสามชั้น  ภายในมีรูปปั้นพระอาจารย์ฝั้นมีขนาดเท่ารูปจริง ในท่านั่งห้อยเท้า และถือไม้เท้าไว้ในมือ มีตู้กระจกบรรจุอัฐิ และแสดงเครื่องอัฐบริขารที่ท่านใช้เมื่อยามมีชีวิต รวมทั้งประวัติความเป็นมาตั้งแต่เกิดจนมรณภาพ พระอาจารย์ฝั้น  อาจาโร กำเนิดในสกุลสุวรรณรงค์ เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.. ๒๔๔๒ ที่ตำบลบ้านม่วงไข่ อำเภอพรรณานิคม และได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๙ ปี ณ วัดโพนทอง จนอายุครบ ๒๐ ปี จึงอุปสมบทในพุทธศาสนาฝ่ายมหานิกาย ต่อมาได้ถวายตัวเป็นลูกศิษย์ติดตามพระอาจารย์มั่น  ภูริทัตโต การเดินทาง ตามทางหลวงหมายเลข ๒๒ (สกลนคร-อุดรธานี) และเลี้ยวขวาผ่านตัวอำเภอพรรณานิคมไปประมาณ ๒ กิโลเมตร

                      วัดคำประมง  ตั้งอยู่ที่บ้านคำประมง ตำบลสว่าง อาคารต่าง ๆ สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ วัดนี้เป็นที่วิปัสสนาของพระครูสันติวรญาณ (หลวงปู่สิม พุทธาโร) พระเกจิอาจารย์ชื่อดังรูปหนึ่งของไทย การเดินทาง ตามทางหลวงหมายเลข ๒๒ (สกลนคร-พรรณานิคม) ประมาณ ๓๗ กิโลเมตร และเลี้ยวขวาไปทางอำเภออากาศอำนวยอีกประมาณ ๑๐ กิโลเมตร

อำเภอพังโคน  

                      เขื่อนน้ำอูน  อยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน เขื่อนแห่งนี้เป็นเขื่อนดิน สร้างขึ้นเพื่อกั้นลำน้ำอูนซึ่งเป็นสายหนึ่งของแม่น้ำสงคราม ซึ่งมีต้นน้ำมาจากเทือกเขาภูพาน และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในการชลประทาน บรรยากาศเหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ สภาพโดยทั่วไปเป็นอ่างเก็บน้ำกว้างใหญ่ รายล้อมด้วยเทือกเขาภูพาน และป่าไม้ที่สวยงาม บริเวณใกล้กับสันเขื่อนเป็นน้ำตกขนาดเล็กที่เกิดจากการระบายน้ำออกจากเขื่อน การเดินทาง ตามทางหลวงหมายเลข ๒๒ (สกลนคร-อุดรธานี) ก่อนถึงอำเภอพังโคน ๕ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๒๗ (พังโคน-วาริชภูมิเข้าไปประมาณ ๕ กิโลเมตร

อำเภอสว่างแดนดิน

                      ปราสาทบ้านพันนา  ตั้งอยู่ที่บ้านพันนา อยู่ห่างจากตัวเมืองสกลนครประมาณ ๗๐ กิโลเมตร ตามเส้นทางสกลนคร-อุดรธานี ลักษณะของปราสาทมียอดเดียว ฐานสี่เหลี่ยมผืนผ้า สร้างด้วยศิลาแลง บริเวณใกล้กับตัวปราสาทมีสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก่อด้วยศิลาแลงเป็นชั้น ๆ มีน้ำขังตลอดปี เชื่อว่าสร้างสมัยเดียวกับปราสาทพระธาตุภูเพ็ก ปราสาทบางส่วนยังคงสภาพสมบูรณ์

อำเภอวาริชภูมิ

                      พระธาตุศรีมงคล  ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุศรีมงคล ตำบลบ้านธาตุ ลักษณะเป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม ยอดแหลม ตกแต่งด้วยศิลปกรรมยุคใหม่ ก่ออิฐถือปูนประดับด้วยลายปั้นดินเผา บริเวณฐานเป็นพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าสร้างด้วยดินเผาครอบพระธาตุองค์เดิมซึ่งเป็นศิลาแลงที่ชำรุด นับเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอวาริชภูมิ   การเดินทาง  ตามเส้นทางพังโคน-วาริชภูมิ ห่างจากที่ว่าการอำเภอวาริชภูมิ ๒๐๐ เมตร

                      ถ้ำพระพุทธไสยาสน์ (ถ้ำพระทอง หรือภูผาทองตั้งอยู่ที่ตำบลค้อเขียว ห่างจากที่ว่าการอำเภอวาริชภูมิประมาณ ๙ กิโลเมตร บริเวณถ้ำมีลักษณะการนำเพิงหินมาดัดแปลงก่อสร้างเพิ่มเติมเป็นศาลาการเปรียญ บริเวณใกล้ถ้ำมีหินธรรมชาติรูปร่างแปลก ๆ  มากมาย

                      ภูอ่างสอ  อยู่ที่ตำบลคำบ่อ ห่างจากที่ว่าการอำเภอ ๑๘ กิโลเมตร เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบตั้งแคมป์เป็นหมู่คณะ โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีความงามไม่แพ้ภูกระดึง

อำเภอส่องดาว

                      วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม หรือวัดถ้ำพวง  และพิพิธภัณฑ์อาจารย์วัน อุตตโม   สร้างเป็นรูปทรงจตุรมุข ๒ ชั้น  ประดับด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ชั้นล่าง ตกแต่งเป็นห้องแสดงภาพวาดเกี่ยวกับประวัติของพระอาจารย์ตั้งแต่เกิด ส่วน ชั้นบน มีรูปปั้นของท่านในท่านั่งขัดสมาธิ พร้อมเครื่องสักการบูชาที่ตกแต่งสวยงาม และตู้กระจกแสดงเครื่องอัฐบริขารของท่าน บริเวณใกล้เคียงกันมีถ้ำพวงซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระมุจรินทร์องค์ใหญ่ และในบริเวณวัดถ้ำอภัยดำรงธรรมยังมีสังเวชนียสถานจำลองสถานที่ประสูติ  ตรัสรู้  ปฐมเทศนา  และปรินิพพานจากประเทศอินเดียแห่งเดียวในภาคอีสาน การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๒ (สกลนคร-อุดรธานี) ระยะทางประมาณ ๘๔ กิโลเมตร ถึงอำเภอสว่างแดนดินเลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอส่องดาวไปถึงวงเวียนอนุสาวรีย์พระเวสสันดร แล้วเลี้ยวขวาไปวัดถ้ำอภัยดำรงธรรมประมาณ ๕ กิโลเมตร

                      อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก  ครอบคลุมพื้นที่ในส่วนของอำเภอส่องดาว อำเภอวาริชภูมิ อำเภอนิคมน้ำอูน อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร อำเภอสามหมอ จังหวัดอุดรธานี และอำเภอสมเด็จ อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ มีเนื้อที่ ๒๖๑,๘๗๕ ไร่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน ภูเขาที่สูงที่สุดคือ ภูอ่างสอ สภาพป่าเป็นป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ไผ่หลายชนิด และสมุนไพรชนิดต่าง ๆ สัตว์ป่าที่พบเห็นได้แก่ หมูป่า เก้ง กระจง นกชนิดต่าง ๆ

                      แหล่งท่องเที่ยวบนยอดภูผาเหล็กโดยเฉพาะบริเวณหน้าผาต่าง ๆ หอส่องดาว สามารถใช้รถยนต์ขึ้นไปตามถนน รพช. จากที่ทำการอุทยานฯ ถึงหอส่องดาวระยะทาง ๕.๕ กิโลเมตร และเดินเท้าสู่จุดท่องเที่ยว      

สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ ได้แก่

                      ผาสุริยันต์  เป็นหน้าผาสูงอยู่บนยอดเขาสูงสุดของภูผาเหล็ก เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า

                      ผาดงก่อ เป็นหน้าผาสูงอยู่บนยอดภูผาเหล็กอันเป็นยอดสูงสุดของเทือกเขาภูพาน มีก้อนหินขนาดใหญ่วางพาดอยู่ริมหน้าผาที่ดูเหมือนจะหล่นลงไปข้างล่าง หากยืนบนภูเขาแห่งนี้จะมองเห็นทิวเขาอันสลับซับซ้อนของภูพาน และมองเห็นภูผาหัก ภูไม้ ภูซากลาก อยู่ในเขตอำเภอวังสามหมอ ของจังหวัดอุดรธานี

                      ผาน้ำโจ้ก เป็นหน้าผาสูงที่อยู่ยอดภูผาเหล็ก สามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำห้วยหวด และมองเห็นวิวทิวทัศน์ของจังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่นได้

                      ภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ผาผักหวาน  อยู่ที่บ้านภูตะคาม ตำบลท่าศิลา ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ  ๑๘ กิโลเมตร เป็นภาพเขียนโบราณ มีอายุประมาณ ๓,๖๐๐ ปี อยู่บนก้อนหินใหญ่เป็นภาพลักษณะคล้ายผู้หญิงยืนเรียงกันเป็นแถวโดยใช้มือเกาะไหล่กัน

                      ลานอุษาสวรรค์ เป็นบริเวณที่ราบบนยอดภูผาเหล็ก มีเนื้อที่ประมาณ ๑,๕๕๐ ไร่ มีสภาพเป็นทุ่งป่าละเมาะ เขา และโขดหิน สลับกับทุ่งหญ้า ดูคล้ายสวนประดิษฐ์ มีดอกไม้ป่าขึ้นมากมาย เช่น สารดอย เอนอ้า ดาวเรืองภู ม้าวิ่ง หญ้าข้าวก่ำ กระดุมเงิน ดุสิตา ฯลฯ

                      สุสานไดโนเสาร์ ตั้งอยู่บริเวณกลางเขาภูผาเหล็ก อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร และบริเวณชายป่าภูพาน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ มีลักษณะเป็นกระดูกสัตว์ที่กลายเป็นหินมีอายุหลายล้านปีทับถมกันจำนวนมาก บางส่วนยังฝังอยู่ในหินและดิน  บางแห่งเป็นฟอสซิลของพืช เช่น ไม้กลายเป็นหิน

                      หอส่องดาว ตั้งอยู่บนยอดภูผาเหล็กมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๗๐๐ เมตร สามารถมองเห็นทัศนียภาพได้รอบด้าน หอส่องดาวจึงเป็นที่สำหรับศึกษาดวงดาวในเวลากลางคืน สามารถชมปรากฏการณ์ฝนดาวตกได้ชัดเจนมาก

                      อุทยานฯ มีบริการบ้านพักและบริเวณกางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก บ้านท่าวัด ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ๔๗๑๙๐ หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ www.dnp.go.th

                      การเดินทาง  ตามทางหลวงหมายเลข ๒๒ (สกลนคร-อุดรธานี) จนถึงหลักกิโลเมตรที่ ๙๕ ให้เลี้ยวขวาไปตามถนน รพช. สายบ้านต้าย-ดอนส้มโฮง ถึงทางแยกบ้านโพนสว่าง กิโลเมตรที่ ๑๗ ให้เลี้ยวขวาไปตามถนน รพช. สายบ้านโพนสว่าง-ภูผาเหล็ก อีก ๖ กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ

อำเภอกุดบาก

                      เขื่อนน้ำพุง   ลักษณะเป็นเขื่อนหินทิ้ง แห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความยาว

,๗๒๐ เมตร สูง ๔๐ เมตร ผลิตกระแสไฟฟ้าแจกจ่ายให้ประชาชนในเขตจังหวัดสกลนคร และนครพนม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงทำพิธีเปิดเขื่อนน้ำพุงเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.. ๒๕๐๘ บรรยากาศภายในเขื่อนเงียบสงบ เย็นสบาย การเดินทาง จากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข ๒๑๓ (สกลนคร-กาฬสินธุ์) ประมาณ ๓๗ กิโลเมตร จะอยู่ทางด้านซ้ายมือ

อำเภอกุสุมาลย์

                      ศูนย์วัฒนธรรมไทยโส้  ตั้งอยู่บริเวณที่ว่าการอำเภอกุสุมาลย์ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๒๒ (สกลนคร-นครพนม) ในศูนย์วัฒนธรรมฯ เป็นที่เก็บสิ่งของเครื่องใช้ของชาวไทยโส้ซึ่งอพยพมาจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง มีแผ่นป้ายเขียนข้อความภาษาของชาวไทยโส้เปรียบเทียบกับภาษาไทย ให้เห็นถึงความแตกต่างของตัวอักษร และสำเนียงการออกเสียง สอบถามรายละเอียด โทร. ๐ ๔๒๗๖ ๙๐๕๒

อำเภอเต่างอย

                      อุทยานแห่งชาติภูผายล  ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในอำเภอเมืองสกลนคร อำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม และอำเภอดงหลวง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร มีพื้นที่ประมาณ ๘๒๕ ตารางกิโลเมตร หรือ ๕๑๗,๘๕๐ ไร่ เป็นอุทยานฯ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.. ๒๕๓๑ สภาพป่าทั่วไปเป็นที่ราบสูงสลับกับเทือกเขาหินทราย สภาพป่าประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา พรรณไม้ที่พบ ได้แก่ ไม้ตะเคียน ตะแบก กะบก สัตว์ป่าที่พบได้แก่ เก้ง กวาง หมาไน เป็นต้น            

สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ ได้แก่

                      อ่างเก็บน้ำห้วยหวด อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ ๕๐๐ เมตร เกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนชลประทานตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ บริเวณพลับพลาฝั่งขวาของอ่างเก็บน้ำมีก้อนหินรูปร่างแปลก และยังสามารถมองเห็นน้ำตก ๒ สาย ซึ่งไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยหวด

                      น้ำตกคำน้ำสร้าง เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดของอุทยานฯ ถ้ายืนบนสันเขื่อนมองลงไปทางทิศใต้จะสามารถมองเห็นน้ำตกได้ น้ำตกมีความสูง ๒๕ เมตร ตัวน้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ๑.๘ กิโลเมตร

                      ภูผายล  มีจุดชมวิวที่สวยงาม บริเวณหน้าผามีรูปแกะสลักภาพต่าง ๆ ที่มีอายุประมาณ ๓,๐๐๐ ปี การเดินทาง ตามหลวงหมายเลข ๒๓๓๙ (เต่างอย-ศรีวิชา) แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าบ้านนาอ่าง-ม่วงคำ เดินทางผ่านบ้านโพนบก-โพนแพง ไปยังบ้านนาผาง ห่างจากอำเภอเต่างอย ๕ กิโลเมตร รถยนต์สามารถเข้าถึงได้

                      ผาพญาเต่างอย  จากที่ทำการอุทยานฯ ไปตามเส้นทางบ้านห้วยหวด-โคกกลาง ประมาณ ๗ กิโลเมตร จะพบผาพญาเต่างอยอยู่ริมถนน มีลักษณะเป็นหินทรายรูปร่างคล้ายเต่างอยกำลังจะลงน้ำหันหน้าลงสู่ลำน้ำพุง เชื่อกันว่าบริเวณใดที่มีเต่างอยแสดงว่าเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และเป็นตำนานที่เรียกชื่อบ้านเต่างอย

                      ลานดุสิตา  เป็นลานหินซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง ในราวปลายฤดูฝนจะมีดอกไม้เล็ก ๆ นานาพรรณขึ้นอยู่ละลานตา โดยเฉพาะดอกดุสิตาซึ่งมีสีม่วง และมีดอกกระดุมเงิน สร้อยสุวรรณา เอนอ้า หยาดน้ำค้าง ซึ่งทางอุทยานฯ ได้จัดทำทางเดินเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงามของธรรมชาติ โดยไม่เหยียบย่ำไปบนพืชเล็ก ๆ ที่สวยงามเหล่านี้  นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ได้แก่ ถ้ำหีบภูผานาง ถ้ำเสาวภา อ่างเก็บน้ำดงน้อย และถ้ำพระเวทย์

                      อุทยานฯ มีบริการบ้านพักและบริเวณกลางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูผายล อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร ๔๗๒๖๐ โทร. ๐ ๔๒๙๘ ๑๐๕๗    หรือ

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐  www.dnp.go.th

การเดินทาง  จากอำเภอเมืองสกลนครเดินทางไปตามทางหลวงสายสกลนคร-นครพนม ประมาณ ๑๔ กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ ๑๒ กิโลเมตร ก็จะถึงอำเภอเต่างอย และเดินทางต่อไปอีกประมาณ ๖ กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ หรือใช้เส้นทางสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ ไปประมาณ ๕ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๓๓๙ ไปอุทยานฯ อีกประมาณ ๓๕ กิโลเมตร

เทศกาลงานประเพณี

                      งานรวมน้ำใจไทสกลและงานกาชาด จัดขึ้นประมาณต้นปีของทุกปี บริเวณศาลากลางจังหวัดสกลนคร กิจกรรมประกอบด้วยการแสดงขบวนแห่ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของกลุ่มชนต่าง ๆ ที่อยู่ในจังหวัด เช่น ผู้ไทย โส้ ย้อ แสก กะเลิง กุลา ญวณ และจีน โดยขบวนจะเริ่มออกจากสนามมิ่งเมือง เวลาประมาณ ๑๔.๐๐ น.ไปตามถนนสุขเกษม ซึ่งแต่ละขบวนจะไปรวมกัน ณ ศาลากลางจังหวัด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม

อื่น ๆ อีก เช่น การประกวดนางสาวสกลนคร การออกร้านแสดงนิทรรศการของส่วนราชการ การประกวดศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การจัดพาแลง และการแสดงมหรสพ เป็นต้น

                      งานเทศกาลโส้รำลึก  เป็นงานประจำปีของชาวโส้ จัดขึ้นในวันขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปี ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอกุสุมาลย์ การแสดงโส้ทั่งบั้ง จะเริ่มในตอนสายของวันขึ้น ๔ ค่ำ ตามประเพณีความเชื่อที่สืบทอดมาแต่อดีต เป็นการแสดงพิธีเยา (เชิญวิญญาณเข้าทรงคนป่วยลงสนามหรือแซงสนาม) และพิธีเจี้ยศาลารวมเข้ากันเพื่อให้เกิดรูปขบวนที่สวยงามเป็นจังหวะสอดคล้องกับเครื่องดนตรีพื้นบ้านที่ดีดสีตีเป่าเข้ากับท่วงท่ารำของสาวโส้ ที่มาร่วมแสดงเป็นจำนวนมาก ชาวโส้ถือว่าเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ในบริเวณงานจะมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านนานาชนิดให้แก่ผู้ไปเที่ยวชมในราคาถูก

งานบุญมหาชาติและบุญบั้งไฟ อำเภอพังโคน จัดขึ้นในเขตเทศบาลตำบลพังโคน ในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคมของทุกปี กิจกรรมประกอบด้วย การประกวดบั้งไฟทางไกล เทศน์มหาชาติ เทศกาลอาหารแซบพังโคน และการประกวดขบวนแห่บั้งไฟ

งานประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง  จัดขึ้นในช่วงออกพรรษา ระหว่างวันขึ้น ๑๒-๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี ในตอนกลางคืนของวันขึ้น ๑๓ ค่ำ ก่อนวันทำการแห่ขบวนปราสาทผึ้ง ชาวคุ้มต่าง ๆ จะนำปราสาทผึ้งของตนที่ตกแต่งอย่างสวยงามประดับโคมไฟหลากสีมาประกวดแข่งขันกัน ณ สนามมิ่งเมือง เพื่อให้ประชาชนได้ชมความสวยงามอย่างใกล้ชิด สำหรับวันขึ้น ๑๔ ค่ำ จะเป็นวันแห่ขบวนปราสาทผึ้งที่ตกแต่งอย่างวิจิตรสวยงามของคุ้มวัดต่าง ๆ ไปตามถนนในเขตเทศบาลไปสู่วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ปราสาทผึ้งแต่ละขบวนจะนำมาตั้งไว้เป็นพุทธบูชา ณ บริเวณวัดพระธาตุเชิงชุม ด้วยความศรัทธาของชาวอีสานที่เชื่อว่าในเทศกาลออกพรรษาพระพุทธเจ้าจะเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อมาโปรดเวไนยสัตว์ในโลกมนุษย์ให้พ้นทุกข์

                      งานประเพณีแข่งเรือ จัดขึ้นร่วมกับงานประเพณีแห่ปราสาทผึ้งในเทศกาลออกพรรษา ในวันขึ้น ๑๒-๑๓ ค่ำ เดือน ๑๑ ในน่านน้ำหนองหาร ซึ่งจัดเป็นประเพณีมาช้านานเป็นร่องน้ำสำหรับแข่งเรือมีอยู่ ๒ แห่ง คือ หน้าสระพังทอง ทางทิศตะวันออก และท่านางอาบ  บ้านท่าวัด

 

สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก

                      ศูนย์ศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม   อยู่ที่บ้านกุดนาขาม ตำบลเจริญศิลป์ อำเภอเจริญศิลป์ ศูนย์ศิลปาชีพบ้านกุดนาขามเป็นแหล่งผลิตศิลปหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผา การแกะสลักไม้ การทอผ้าไหม มีห้องแสดงการปั้นเขียนสี แสดงผลิตภัณฑ์ ฝีมือในการผลิต ออกแบบสวยงามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่นิยมใช้ของไทย ผลิตภัณฑ์จากศูนย์มีการจัดแสดงให้ชม และจำหน่ายในงานนิทรรศการที่เกี่ยวกับสินค้าของที่ระลึกประจำจังหวัด รวมทั้งงานออกร้านในเทศกาลต่าง ๆ ในต่างจังหวัด และกรุงเทพฯ เปิดให้เข้าชมเวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๓๐ น. ทุกวันอังคาร-วันเสาร์ สอบถามข้อมูลโทร. ๐ ๔๒๗๐ ๙๑๖๒  HYPERLINK "http://www.khutnakham.com" www.khutnakham.com การเดินทาง ตามทางหลวงหมายเลข ๒๒ (สกลนคร-อุดรธานี) ระยะทาง ๘๔ กิโลเมตร ถึงอำเภอสว่างแดนดิน แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๐๙๑ และเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๒๘๐ เข้าอำเภอเจริญศิลป์ ไปอีกประมาณ ๒๓ กิโลเมตร

                      ศูนย์ศิลปาชีพบ้านจาร  ตั้งอยู่ที่บ้านจาร ตำบลม่วง อำเภอบ้านม่วง  ศูนย์ฯ แห่งนี้เป็นที่ผลิต และฝึกอาชีพในด้านการทอผ้าไหม และผ้าพื้นเมืองอื่น ๆ  ตลอดจนการตีเหล็ก การแกะสลักไม้ ผ้าที่ทอจากศูนย์ฯ นี้มีคุณภาพดีจึงเป็นที่นิยมของคนทั่วไป ทางศูนย์ฯ เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมได้ทุกวัน การเดินทาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๑๒๖ กิโลเมตร ตามเส้นทางสกลนคร-พังโคน เมื่อถึงอำเภอพังโคนแล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๒๒ ถึงบ้านคำตากล้า จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๓๒๔

                      บ้านปั้นหม้อ  อยู่ที่บ้านเชียงเครือ ตำบลเชียงเครือ อำเภอเมือง ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ทางหลวงหมายเลข ๒๒ (สกลนคร-นครพนม) ชาวบ้านมีอาชีพนอกเหนือจากการทำนา คือ การปั้นภาชนะเครื่องใช้ต่าง ๆ  เช่น โอ่ง หม้อ ไห กระถาง เป็นต้น   นักท่องเที่ยวสามารถซื้อได้ในราคาย่อมเยาในบริเวณหมู่บ้าน และตลอดสองข้างทางที่เดินทางสู่หมู่บ้านเชียงเครือ

                      หมู่บ้านทอผ้าบ้านวาใหญ่ บ้านดอนแดง อำเภออากาศอำนวย ผ้าที่ทอนั้นมีทั้งผ้าฝ้าย ผ้าไหม และผ้าขิต เป็นผ้าย้อมด้วยสีธรรมชาติที่ได้จากเปลือกไม้ และผลิตผลจากไม้ พร้อมทั้งมีฝีมือการทอที่ประณีต ลวดลายสวยงาม การเดินทาง ตามทางหลวงหมายเลข ๒๐๙๔  อยู่ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ ๗๕ กิโลเมตร

                 กฤษดาไหมไทย  ถนนเปรมปรีดา อำเภอเมือง โทร. ๔๒๗๑ ๑๖๙๗ (จำหน่ายผ้าไหม, เสื้อสำเร็จรูป, ผ้าแพรวา, ผ้าตีนจก)

                      พุทธศิลป์ไหมไทย  ถนนเปรมปรีดา อำเภอเมือง โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๕๔๘ (จำหน่ายผ้าไหม, เสื้อสำเร็จรูป, ผ้าฝ้าย)

                      สดศรีไหมไทย  ๙๕๓/๑ หน้าวัดพระธาตุเชิงชุม ถนนเจริญเมือง อำเภอเมือง โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๙๕๓ (ผ้าไหมมัดหมี่, ผ้าแพรวา, เสื้อสำเร็จรูป)

ตัวอย่างรายการนำเที่ยว

                      เช้า - ชมประตูเมืองสกลนคร   นมัสการพระธาตุเชิงชุม นมัสการและชมพิพิธภัณฑ์บริขารอาจารย์มั่น  ภูริทัตตเถระที่วัดป่าสุทธาวาส จากนั้นเดินทางไปชมพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ สัมผัสกับบรรยากาศอันเย็นฉ่ำของน้ำตกคำหอม และชมป่าอันอุดมสมบูรณ์ของอุทยานแห่งชาติภูพาน

                      บ่าย - เดินทางไปนมัสการและชมพิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น อาจาโร ณ วัดป่าสมอุดมพร อำเภอพรรณานิคม  จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชมวัดคำประมง เดินทางกลับ

สิ่งอำนวยความสะดวกในจังหวัดสกลนคร

(ราคาห้องพักในเอกสารนี้เปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามจากโรงแรมก่อนเข้าพัก)

สถานที่พัก 

อำเภอเมืองสกลนคร

                      กรองทอง  ๖๔๕/๒ ถนนเจริญเมือง โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๒๓๕ จำนวน ๑๕ ห้อง ราคา ๑๒๐-๒๕๐ บาท

                      เจริญสุข  ๖๓๕ ถนนเจริญเมือง โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๒๙๑๖ จำนวน ๓๐ ห้อง ราคา ๑๒๐-๓๐๐ บาท

                      ชินาชาติ  ๒๒๓/๑๔  ถนนมรรคาลัย  โทร๐ ๔๒๗๑ ๑๐๑๒  จำนวน ๒๗ ห้อง ราคา ๕๐๐ บาท

                      ดุสิต  ๑๗๘๔ ถนนยุวพัฒนา โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๑๙๘-, ๐ ๔๒๗๑ ๒๒๐๐-๑ จำนวน ๑๐๑ ห้อง

ราคา ๓๕๐-,๐๐๐ บาท

                      พี.ซี.พาเลซ ๑๗๘๐/๘๘ ถนนข้างบึงหนองสนม โทร. ๐ ๔๒๗๓ ๓๙๑๑, ๐ ๔๒๗๓ ๓๗๒๒ จำนวน ๗๕ ห้อง ราคา ๓๐๐-๓๕๐ บาท

                      บุญยเกียรติ    ๔๗๙  ถนนเลี่ยงเมือง ตำบลธาตุเชิงชุม   โทร. ๐ ๔๒๗๔ ๓๗๒๒  จำนวน ๓๐ ห้อง ราคา ๔๐๐- ๔๕๐ บาท

                      ภูพาน เพลส  มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ๖๘๐ ถนนนิตโย โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๖๗๙๗-, ๐ ๔๒๙๗ ๐๐๙๖-๑๐๐ จำนวน ๖๔ ห้อง ราคา ๕๐๐-๖๐๐ บาท

                      สกลแกรนด์ พาเลซ  ๓๘๓/๑๔ หมู่ ๑๓ ถนนไอทียู ตำบลธาตุเชิงชุม โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๔๘๘๖-, ๐ ๔๒๗๓ ๓๔๙๑-๒ โทรสาร ๐ ๔๒๗๓ ๓๖๓๓ จำนวน ๑๒๐ ห้อง ราคา ๕๘๐-,๘๐๐ บาท

                      สกลโฮเต็ล  ๕๘๑/๑ ถนนเจริญเมือง จำนวน ๑๐ ห้อง ราคา ๑๒๐-๑๘๐ บาท

                      อารยะ   ๑๔๓๒ ถนนกำจัดภัย โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๐๙๗ จำนวน ๒๖ ห้อง ราคา ๑๕๐-๒๘๐ บาท

                      อิมพีเรียลสกล  ๑๘๙๒ ถนนสุขเกษม ตำบลธาตุเชิงชุม โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๑๑๙, ๐ ๔๒๗๑ ๑๘๘๗, ๐ ๔๒๗๑ ๓๓๒๐ โทรสาร ๐ ๔๒๗๑ ๓๘๘๙ จำนวน ๑๐๐ ห้อง ราคา ๒๐๐-,๕๐๐ บาท

                      เอ็ม เจ เดอมาเจติค  ๓๙๙ หมู่ ๒ ถนนคูมือง ตำบลธาตุเชิงชุม โทร. ๐ ๔๒๗๓ ๓๗๗๑-๔ จำนวน ๑๖๕ ห้อง ราคา ๔๕๐-,๖๐๐ บาท

อำเภอพังโคน

                      เทียมจันทร์  /๕ ถนนนิตโย จำนวน ๑๕ ห้อง ราคา ๑๒๐-๒๐๐ บาท

อำเภอสว่างแดนดิน

                      ชมดาว แอนด์ รีสอร์ท  ๑๖๖ หมู่ ๒๓   ถนนนิตโย (สกลนคร-อุดรธานีตำบลสว่างแดนดิน โทร.  ๐ ๔๒๗๒ ๒๕๔๔- ๕ จำนวน ๑๙ ห้อง ราคา ๕๐๐-๖๐๐ บาท

                      เพรทตี้  ๑๐๘ หมู่ ๑๑ ถนนนิตโย โทร. ๐ ๔๒๗๒ ๑๑๓๑ จำนวน ๑๕ ห้อง ราคา ๑๕๐-๒๕๐ บาท

                     

ร้านอาหาร

อำเภอเมืองสกลนคร

                      กรีนคอนเนอร์  ๑๑๗๓ ถนนรัฐพัฒนา โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๐๗๓ (อาหารตามสั่ง)

                      กอไผ่  ๓๔๘/ ถนนสุขเกษม โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๒๒๓๕ (อาหารตามสั่ง)

                 ครัวอโนทัย  ๑๗๐๙/๑๖-๑๗ ถนนเปรมปรีดา โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๕๔๒ (อาหารตามสั่ง, ข้าวแกง, ก๋วยเตี๋ยว)

                      คันทรีโฮม  ๑๖๙๑/๑๑ บริเวณศูนย์การค้าสกลพลาซ่า

                      เครือวัลย์  ๖๐๐ ถนนใจผาสุข โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๒๒๓๓ (อาหารประเภทข้าวแกง, ก๋วยเตี๋ยว)

                      เต็มคำ  ๑๔๔๖/๑๕ ถนนยุวพัฒนา โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๕๖๖, ๐ ๔๒๗๑ ๓๖๔๓ (อาหารตามสั่ง, เวียดนาม)

                      พอใจ  ๑๓๐๘/๑๐ ถนนเปรมปรีดา (หน้าโรงภาพยนต์สยามรัฐ) โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๗๖๗ (อาหารไทย-จีน)

                      มิตรอุปถัมภ์  ๓๗ ถนนสุขเกษม โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๖๓๓ (อาหารไทย, ซุบหน่อไม้, ลาบ)

                      ร้านข้าวต้ม ๓ เด้ง ๘๘๓ ถนนชัยผาสุข โทร. ๐๘ ๕๗๔๐ ๕๙๒๘, ๐๘ ๑๖๐๑ ๓๕๔๐

                      ลายไทย  ๓๗๔/๑ หมู่ ๑๓ ถนนสกลนคร-กาฬสินธุ์

                      ลูกไผ่  ๑๒๖๘/๖ ถนนกำจัดภัย โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๒๕๔๕  (อาหารไทย- จีน)

                      แวร์ซายส์  ๓๘๓/๑๔ ถนนไอทียู ในโรงแรมสกลแกรนด์พาเลซ โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๔๘๘๖-(อาหารไทย- จีน)

                      สนมเอก  บริเวณหนองสนม โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๒๘๐๖

                      สวนรัก  ๑๘๖๕/๑๕ ถนนรัฐพัฒนา โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๗๘๓

                      สวนลึก  ๒๔๑/๘ ถนนตำบลพัฒนา โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๔๐๗๒ (อาหารตามสั่ง, ประเภทยำ, ปลา)

                      สะบันงา  ๑๗๘๒ ถนนรัฐพัฒนา โทร. ๐ ๔๒๗๓ ๓๔๒๘ (อาหารตามสั่ง, อาหารอีสาน)

                              สวนอาหารสวนทิพย์ ๑๙๐/๓ ถนนสกลนคร-อุดรธานี โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๕๑๘๘-(อาหารตามสั่ง, อาหารอีสาน)

                      อาภาอาหารไทย  ๒๔๓ ถนนกำจัดภัย โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๒๐๘๑ 

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ  

                 สำนักงานจังหวัด                                โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๐๖๕, ๐ ๔๒๗๑ ๑๗๖๓          

                      โรงพยาบาลจังหวัดสกลนคร              โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๖๓๖, ๐ ๔๒๗๑ ๑๖๑๕

                      สถานีตำรวจภูธร                                    โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๘๗๘, ๐ ๔๒๗๑ ๑๖๖๕,     ๐ ๔๒๗๑   ๑๕๐๖

                      สถานีขนส่ง                                              โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๒๘๖๐

                      ตำรวจท่องเที่ยว                                       โทร. ๑๑๕๕

                      ตำรวจทางหลวง                                      โทร. ๑๑๙๓

สกลนคร

สิ่งอำนวยความสะดวกในจังหวัดสกลนคร

(ราคาห้องพักในเอกสารนี้เปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามจากโรงแรมก่อนเข้าพัก)

สถานที่พัก 

อำเภอเมืองสกลนคร

                      กรองทอง  ๖๔๕/๒ ถนนเจริญเมือง โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๒๓๕ จำนวน ๑๕ ห้อง ราคา ๑๒๐-๒๕๐ บาท

                      เจริญสุข  ๖๓๕ ถนนเจริญเมือง โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๒๙๑๖ จำนวน ๓๐ ห้อง ราคา ๑๒๐-๓๐๐ บาท

                      ชินาชาติ  ๒๒๓/๑๔  ถนนมรรคาลัย  โทร๐ ๔๒๗๑ ๑๐๑๒  จำนวน ๒๗ ห้อง ราคา ๕๐๐ บาท

                      ดุสิต  ๑๗๘๔ ถนนยุวพัฒนา โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๑๙๘-, ๐ ๔๒๗๑ ๒๒๐๐-๑ จำนวน ๑๐๑ ห้อง

ราคา ๓๕๐-,๐๐๐ บาท

                      พี.ซี.พาเลซ ๑๗๘๐/๘๘ ถนนข้างบึงหนองสนม โทร. ๐ ๔๒๗๓ ๓๙๑๑, ๐ ๔๒๗๓ ๓๗๒๒ จำนวน ๗๕ ห้อง ราคา ๓๐๐-๓๕๐ บาท

                      บุญยเกียรติ    ๔๗๙  ถนนเลี่ยงเมือง ตำบลธาตุเชิงชุม   โทร. ๐ ๔๒๗๔ ๓๗๒๒  จำนวน ๓๐ ห้อง ราคา ๔๐๐- ๔๕๐ บาท

                      ภูพาน เพลส  มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ๖๘๐ ถนนนิตโย โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๖๗๙๗-, ๐ ๔๒๙๗ ๐๐๙๖-๑๐๐ จำนวน ๖๔ ห้อง ราคา ๕๐๐-๖๐๐ บาท

                      สกลแกรนด์ พาเลซ  ๓๘๓/๑๔ หมู่ ๑๓ ถนนไอทียู ตำบลธาตุเชิงชุม โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๔๘๘๖-, ๐ ๔๒๗๓ ๓๔๙๑-๒ โทรสาร ๐ ๔๒๗๓ ๓๖๓๓ จำนวน ๑๒๐ ห้อง ราคา ๕๘๐-,๘๐๐ บาท

                      สกลโฮเต็ล  ๕๘๑/๑ ถนนเจริญเมือง จำนวน ๑๐ ห้อง ราคา ๑๒๐-๑๘๐ บาท

                      อารยะ   ๑๔๓๒ ถนนกำจัดภัย โทร. ๔๒๗๑ ๑๐๙๗ จำนวน ๒๖ ห้อง ราคา ๑๕๐-๒๘๐ บาท

                      อิมพีเรียลสกล  ๑๘๙๒ ถนนสุขเกษม ตำบลธาตุเชิงชุม โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๑๑๙, ๐ ๔๒๗๑ ๑๘๘๗, ๐ ๔๒๗๑ ๓๓๒๐ โทรสาร ๐ ๔๒๗๑ ๓๘๘๙ จำนวน ๑๐๐ ห้อง ราคา ๒๐๐-,๕๐๐ บาท

                      เอ็ม เจ เดอมาเจติค  ๓๙๙ หมู่ ๒ ถนนคูมือง ตำบลธาตุเชิงชุม โทร. ๐ ๔๒๗๓ ๓๗๗๑-๔ จำนวน ๑๖๕ ห้อง ราคา ๔๕๐-,๖๐๐ บาท

อำเภอพังโคน

                      เทียมจันทร์  /๕ ถนนนิตโย จำนวน ๑๕ ห้อง ราคา ๑๒๐-๒๐๐ บาท

อำเภอสว่างแดนดิน

                      ชมดาว แอนด์ รีสอร์ท  ๑๖๖ หมู่ ๒๓   ถนนนิตโย (สกลนคร-อุดรธานีตำบลสว่างแดนดิน โทร.  ๐ ๔๒๗๒ ๒๕๔๔- ๕ จำนวน ๑๙ ห้อง ราคา ๕๐๐-๖๐๐ บาท

                      เพรทตี้  ๑๐๘ หมู่ ๑๑ ถนนนิตโย โทร. ๐ ๔๒๗๒ ๑๑๓๑ จำนวน ๑๕ ห้อง ราคา ๑๕๐-๒๕๐ บาท

                     

ร้านอาหาร

อำเภอเมืองสกลนคร

                      กรีนคอนเนอร์  ๑๑๗๓ ถนนรัฐพัฒนา โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๐๗๓ (อาหารตามสั่ง)

                      กอไผ่  ๓๔๘/ ถนนสุขเกษม โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๒๒๓๕ (อาหารตามสั่ง)

                 ครัวอโนทัย  ๑๗๐๙/๑๖-๑๗ ถนนเปรมปรีดา โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๕๔๒ (อาหารตามสั่ง, ข้าวแกง, ก๋วยเตี๋ยว)

                      คันทรีโฮม  ๑๖๙๑/๑๑ บริเวณศูนย์การค้าสกลพลาซ่า

                      เครือวัลย์  ๖๐๐ ถนนใจผาสุข โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๒๒๓๓ (อาหารประเภทข้าวแกง, ก๋วยเตี๋ยว)

                      เต็มคำ  ๑๔๔๖/๑๕ ถนนยุวพัฒนา โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๕๖๖, ๐ ๔๒๗๑ ๓๖๔๓ (อาหารตามสั่ง, เวียดนาม)

                      พอใจ  ๑๓๐๘/๑๐ ถนนเปรมปรีดา (หน้าโรงภาพยนต์สยามรัฐ) โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๗๖๗ (อาหารไทย-จีน)

                      มิตรอุปถัมภ์  ๓๗ ถนนสุขเกษม โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๖๓๓ (อาหารไทย, ซุบหน่อไม้, ลาบ)

                      ร้านข้าวต้ม ๓ เด้ง ๘๘๓ ถนนชัยผาสุข โทร. ๐๘ ๕๗๔๐ ๕๙๒๘, ๐๘ ๑๖๐๑ ๓๕๔๐

                      ลายไทย  ๓๗๔/๑ หมู่ ๑๓ ถนนสกลนคร-กาฬสินธุ์

                      ลูกไผ่  ๑๒๖๘/๖ ถนนกำจัดภัย โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๒๕๔๕  (อาหารไทย- จีน)

                      แวร์ซายส์  ๓๘๓/๑๔ ถนนไอทียู ในโรงแรมสกลแกรนด์พาเลซ โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๔๘๘๖-(อาหารไทย- จีน)

                      สนมเอก  บริเวณหนองสนม โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๒๘๐๖

                      สวนรัก  ๑๘๖๕/๑๕ ถนนรัฐพัฒนา โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๗๘๓

                      สวนลึก  ๒๔๑/๘ ถนนตำบลพัฒนา โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๔๐๗๒ (อาหารตามสั่ง, ประเภทยำ, ปลา)

                      สะบันงา  ๑๗๘๒ ถนนรัฐพัฒนา โทร. ๐ ๔๒๗๓ ๓๔๒๘ (อาหารตามสั่ง, อาหารอีสาน)

                              สวนอาหารสวนทิพย์ ๑๙๐/๓ ถนนสกลนคร-อุดรธานี โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๕๑๘๘-(อาหารตามสั่ง, อาหารอีสาน)

                      อาภาอาหารไทย  ๒๔๓ ถนนกำจัดภัย โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๒๐๘๑ 

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ  

                 สำนักงานจังหวัด                                โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๐๖๕, ๐ ๔๒๗๑ ๑๗๖๓          

                      โรงพยาบาลจังหวัดสกลนคร              โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๖๓๖, ๐ ๔๒๗๑ ๑๖๑๕

                      สถานีตำรวจภูธร                                    โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๑๘๗๘, ๐ ๔๒๗๑ ๑๖๖๕,

                                                      ๐ ๔๒๗๑   ๑๕๐๖

                      สถานีขนส่ง                                              โทร. ๐ ๔๒๗๑ ๒๘๖๐

                      ตำรวจท่องเที่ยว                                       โทร. ๑๑๕๕

                      ตำรวจทางหลวง                                      โทร. ๑๑๙๓

 

 

 
ค้นหาข้อมูลจากในไซต์นี้โดย
Google


 

 

จองที่พัก mr.Hotsia รีวิวโรงแรม เว็บโรงแรม บริษัททัวร์ Brian Flatt