ไหว้เจ้า 9 ศาล
จังหวัดสมุทรสาคร
จังหวัดสมุทรสาครประกอบด้วยประชากรหลายเชื้อชาติอาศัยปะปนกันอยู่
จะสังเกตได้จากพิธีกรรมในแต่ละความเชื่อที่แตกต่างกันไป
ศาลเจ้ามีความสำคัญต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีนเป็นอย่างมาก
เนื่องจากพี่น้องชาวจีนมีความยึดมั่นในความเชื่อดั้งเดิม
ดังนั้นศาลเจ้าจึงเป็นศูนย์รวมของชาวจีนจากสถานที่ต่างๆ
ในการประกอบพิธีกรรมปีหนึ่งๆศาลเจ้าจะมีการจัดงานหลายครั้งแตกต่างกันออกไป
สาเหตุของการสร้างศาลเจ้าแต่ละแห่งนั้นสรุปได้ดังนี้
1. สร้างเพื่อเป็นที่พึ่งทางใจ
2.
สร้างตามความเชื่อและประเพณีสืบต่อกันมาแต่โบราณ
3. สร้างเพื่อเป็นศาลเจ้าประจำตระกูล
4. สร้างตามความนิยม
5. สร้างเพื่อแก้บน
6. สร้างเพื่อการค้า
7. สร้างด้วยความศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์
และหนึ่งในพิธีกรรมของชาวจีนคือเทศกาลถือศีลกินเจ
ในช่วงเดือน 9
ถือเทศกาลแห่งความบริสุทธิ์ระยะเวลา 9 วัน 9
คืน
ที่ชาวจีนรักษาศีลด้วยการไม่รับประทานเนื้อสัตว์ละเว้นการฆ่าสัตว์
และรักษาศีล
ทางเทศบาลนครสมุทรสาครจัดกิจกรรมไหว้เจ้า 9
ศาล ในช่วงเทศกาลกินเจ โดยยึดหลักการไหว้เจ้า
9 ศาล ที่เกี่ยวข้องความเชื่อว่าเลข 9
เป็นเลขแห่งมงคล และทั้ง 9 ศาลคือ
1.
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาครต.มหาชัย อ.เมืองฯ
เจ้าพ่อหลักเมือง เป็นแผ่นไม้รูปเจว็ด
ขนาดสูงประมาณ 1 เมตร
เรียกว่าเทพเจ้าจอมเมือง
เป็นรูปเทวดาหัตถ์ขวายกประทานพร
หัตถ์ซ้ายถือพระขรรค์ มีกุมารน้อย 2 คน
เป็นบริวารอยู่ด้านข้าง
มีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า
แผ่นไม้สลักนี้ลอยน้ำผ่านคลองมหาชัย
ชาวบ้านได้อัญเชิญขึ้นสักการะสร้างเป็นศาลเล็กๆ
ไว้ที่ป้อมวิเชียรโชฏกเรียกศาลเทพเจ้าจอมเมือง
ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
ต่อมาสร้างอาคารทรงไทยใน พ.ศ. 2460
แต่อาคารนี้ถูกรื้อหลังการก่อสร้างศาลหลักเมืองใน
พ.ศ. 2525
เชิญเจ้าพ่อหลักเมืองไปประดิษฐานบนด้านเหนือศาลหลักเมือง
แต่มีการประทับทรงเจ้าพ่อวิเชียรโชติ
จึงสร้างอาคารใหม่เป็นศิลปกรรมจีนสวยงามมาก
เป็นที่นับถือกราบไหว้ของชาวไทย ชาวจีน
โดยเฉพาะชาวประมงมักขอพรบนบานขอให้ทำกิจการปลอดภัยและร่ำรวย
จะมีการแก้บนด้วยฝิ่นเสมอ
โดยนำมาป้ายที่บริเวณปาก
ส่วนศาลหลักเมืองอยู่ถัดออกไป
เป็นหลักเมืองที่สร้างขึ้นใหม่
2.
โรงเจมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร
เดิมทีพื้นที่ของโรงเจมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร
เป็นโรงเรียนจีน
พอมาในยุคสมัยที่รัฐบาลไทยมีกฎหมายบังคับให้โรงเรียนทุกแห่งเปิดสอนได้เพียง
ภาษาไทยเท่านั้น
โรงเรียนจีนแห่งนี้ได้ปิดตัวลง
และพื้นที่นี้ได้กลายเป็นพื้นที่รกร้าง
ดังนั้นจึงได้มีการจัดสร้างสถานที่แห่งนี้ให้กลายเป็นโรงเจ
โดยเงินที่นำมาทำการจัดสร้างนั้นมาจากการบริจาคการล้างป่าช้า
ดังนั้นจึงได้จัดตั้งโรงเจขึ้น
โดยใช้ชื่อว่าโรงเจมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร
และทุกปีเมื่อถึงเทศกาลกินเจ
ชาวไทยเชื้อสายจีนในฝั่งมหาชัยก็จะมาร่วมปฏิบัติธรรมในเทศกาลกินเจ
ณ โรงเจแห่งนี้
3.
ศาลเจ้าปุนเถ้ากง (คลองมหาชัย)
ศาลเจ้าปุนเถ้ากง คลองมหาชัย
ได้มีการจัดสร้างขึ้นมาเป็นระยะเวลานับร้อยปี
สมัยก่อนสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวประมงและชุมชนในพื้นที่
เสริมสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว
โดยสร้างเป็นศาลไม้เล็กๆ
และภายหลังได้มีการบูรณะศาลใหม่
โดยก่ออิฐถือปูนมาเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้ว
และศาลเจ้าปุนเถ้ากงแห่งนี้มีการจัดงานเฉลิมฉลองศาลเจ้าปีละ
3 ครั้ง โดยมีในเดือนกุมภาพันธ์ สิงหาคม
และพฤศจิกายนของทุกปี
4.
ศาลเจ้าแม่กวนอิมพันมือคลองจาก
ศาลแห่งนี้สร้างมานานกว่า 20 ปี
ในอดีตเป็นศาลเจ้าสร้างด้วยไม้หลังเล็กๆ
ธรรมดาที่ปลูกสร้างเพื่อให้ชาวไทยเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นได้
เคารพสักการบูชา แต่เมื่อประมาณ พ.ศ.2548
ได้มีการจัดสร้างศาลเจ้าใหม่ขึ้น
เนื่องจากศาลเก่าเกิดการชำรุดเสียหาย
จึงได้มีการบูรณะจัดสร้างศาลใหม่ขึ้นและให้มีการอัญเชิญรูปหล่อเจ้าแม่กวน
อิมพันมือมาประดิษฐานภายในศาลเจ้า
และการออกแบบก่อสร้างนั้น
ทางคณะผู้จัดสร้างได้ออกแบบให้ศาลดังกล่าวมีพื้นศาลเปรียบได้กับสวรรค์9
ชั้น
หากผู้ใดได้ก้าวเข้ามาสักการะภายในศาลถือว่าได้มาถึงสวรรค์ชั้นที่
9
5.
ศาลเจ้าแม่จุ๋ยบ๋วยเนี้ย
ศาลเจ้าแม่จุ๋ยบ๋วยเนี้ย หรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
ตั้งอยู่ต.ท่าฉลอม
ไม่ปรากฏว่าก่อสร้างตั้งแต่เมื่อใด
แต่มีผู้ศรัทธาสักการะศาลเจ้าแห่งนี้เป็นจำนวนมาก
และหนึ่งพิธีกรรมของศาลเจ้าแห่งนี้คือพิธีลุยไฟ
ซึ่งไม่ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
จะทำเฉพาะร่างทรงทำนายทายทักว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้น
และผู้ที่ให้ความเคารพสักการะศาลเจ้าแห่งนี้โดยส่วนใหญ่จะเป็นชาวประมงและ
ชาวไทยเชื้อสายจีน
6.
โรงเจเชียงเฮียงตั้ว
ศาลเจ้าแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาคือ
ชาวจีนที่อพยพมาอยู่ที่ท่าฉลอมมีค่อนข้างมากเพราะเป็นเมืองที่อยู่ติดแม่น้ำ
เป็นเมืองแรกๆ
ที่สามารถขึ้นฝั่งเพื่อเข้าสู่ประเทศสยามเมื่อมีชาวจีนมาตั้งรกรากกันมาก
ขึ้นก็เกิดการรวมตัวกันเพื่อสร้างศาลเจ้า
คงเหมือนกับคนไทยที่สร้างวัดเพื่อเป็นศูนย์รวมเป็นที่พบปะสังสรรค์
สำหรับศาลเจ้าโรงเจก็กลายเป็นที่ถือศีลของชาวจีนไปด้วย
ส่วนการก่อสร้างเริ่มขึ้นเมื่อพ.ศ.ใดไม่ปรากฏหลักฐาน
ทราบเพียงว่าแต่ก่อนก็เป็นแค่เพิงหลังคาจากเล็กๆเท่านั้น
แต่เมื่อชาวบ้านเริ่มมีธุรกิจมั่นคงขึ้น
เขาก็นำเงินมาบริจาคเพื่อปรับปรุงศาลให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งเป็นศาลเจ้าโรงเจอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
7.
ศาลเจ้ากวนอู
มีการก่อสร้างมานานนับร้อยปีแล้ว
ในอดีตศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อให้ชาวจีนในต.ท่าฉลอมที่มีความเคารพ
สักการะเทพเจ้ากวนอูที่มีความซื่อสัตย์ได้บูชากัน
โดยจัดสร้างเป็นศาลไม้หลังเล็กๆ
มุงหลังด้วยจากและภายหลังได้บูรณะใหม่ใช้กระเบื้องในการมุงหลังคา
จากนั้นได้มีซ่อมแซมครั้งใหญ่โดยการสร้างแบบก่ออิฐถือปูนเพื่อความแข็งแรงทน
ทาน
โดยปกติผู้คนจะเข้ามากราบไหว้อยู่เป็นประจำไม่เฉพาะเจาะจงว่าจะเป็นช่วงใด
8.
ศาลเจ้าปุนเถ้ากง (ท่าฉลอม)
ศาลแห่งนี้จัดสร้างขึ้นเมื่อ ปีพ.ศ.2382
เดิมทีเป็นศาลไม้ ฝ้าไม้กระดาน หลังคามุงจาก
จากนั้นเมื่อปี พ.ศ.2456 ได้มีการบูรณะศาลใหม่
โดยใช้เสาไม้ ขื่อแปเป็นไม้ระแนง ไม้สักทอง
มุงหลังคาด้วยกระเบื้อง ผนังก่ออิฐถือปูน
โดยวัตถุประสงค์หลักในการก่อสร้างนั้นเพื่อเป็นที่สักการะแก่ชาวจีนและชาว
ไทยเชื้อสายจีนที่พำนักอาศัยอยู่ในต.ท่าฉลอม
9. สวน
พระโพธิสัตว์กวนอิม ท่าฉลอม
รูปหล่อพระโพธิสัตว์กวนอิมปางเมตตา
หล่อจากทองเหลืองปิดด้วยทองคำเปลวขนาดใหญ่
เป็นงานที่สวยงาม
ตั้งอยู่ด้านหลังวัดสุทธิวาตวราราม
สร้างในวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
ครองราชย์ครบ 50 ปี ใน พ.ศ.2539
เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ
องค์เจ้าแม่กวนอิมสูง 9.98 เมตร
หล่อด้วยโลหะแล้วทาสีสวยงามมาก
พระหัตถ์ขวาเทน้ำจากคนโทเป็นน้ำมนต์
ประทับบนฐานดอกบัวมีมังกรโอบโดยรอบอยู่บนภูเขาจำลองสูง
8 เมตร มีถ้ำอยู่ภายในมีรูปเคารพมากมาย |