|
เมืองหอยหลอด ยอดลิ้นจี่ มีอุทยาน
ร 2 แม่กลองไหลผ่าน นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม
สมุทรสงคราม
เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร
ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงกว่าก็ถึง
หากใครชอบการท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม
ไม่ว่าจะเป็นอาชีพการทำสวนผักผลไม้ การเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว หรือ
เที่ยวชมตลาดน้ำท่าคาที่ยังคงสภาพตลาดนัดแบบชาวบ้านชาวสวนของชุมชนริมคลอง
จังหวัดสมุทรสงครามจึงเป็นจังหวัดที่น่าไปเยี่ยมเยือนสำหรับผู้สนใจการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรม
เมืองสมุทรสงครามสร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน
เดิมเข้าใจว่าเป็นแขวงหนึ่งของราชบุรี เรียกว่า สวนนอก
ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาต่อเนื่องกับสมัยกรุงธนบุรี จึงแยกจากราชบุรี
เรียกว่า เมืองแม่กลอง
สมุทรสงครามมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วงที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี
พม่าส่งกองทัพผ่านเข้ามาถึงบริเวณตำบลบางกุ้ง
พระเจ้าตากสินมหาราชทรงรวบรวมผู้คนสร้างค่ายป้องกันทัพพม่าจนข้าศึกพ่ายแพ้ไป
ณ บริเวณค่ายบางกุ้ง
นับเป็นการป้องกันการรุกรานของพม่าเข้ามายังไทยครั้งสำคัญในช่วงเวลานั้น
จังหวัดสมุทรสงครามอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ
72 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 416 ตารางกิโลเมตร
อำเภอต่างๆในจังหวัดสมุทรสงคราม
เมืองสมุทรสงคราม
บางคนที
อัมพวา
|
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม |
|
(ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
และภาพบางส่วนจากเว็บท่องเที่ยวต่างๆผ่านการค้นหาของกูเกิล)
|
ข้อมูลการเดินทางจากกรุงเทพฯไป จ. สมุทรสงคราม
รถยนต์
ไปตามทางหลวงหมายเลข 35
ถนนสายธนบุรี-ปากท่อ (พระราม 2) ผ่านสี่แยกมหาชัย-นาเกลือ
ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 63 จะมีทางแยกต่างระดับ เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม
หรือใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานคร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1543
รถไฟ
จากสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ มีรถไฟสายวงเวียนใหญ่-มหาชัย ออกทุกวัน
ลงรถไฟที่สถานีรถไฟมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร
ข้ามเรือจากท่ามหาชัยไปฝั่งท่าฉลอม
เพื่อต่อรถไฟที่สถานีรถไฟบ้านแหลมไปยังจังหวัดสมุทรสงคราม
หรือจะลงรถไฟที่สถานีรถไฟมหาชัย
แล้วต่อรถโดยสารประจำทางไปจังหวัดสมุทรสงคราม
ติดต่อสอบถามตารางรถไฟได้ที่ สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ โทร. 0 2465 2017, 0
2890 6260 หรือเว็บไซต์
www.railway.co.th
รถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถกรุงเทพฯ-สมุทรสงคราม
โดยมีรถจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน ตั้งแต่เวลา
05.50-21.00 น. โทร. 0 2435 1199, 0 2435 5605 รถปรับอากาศ (ดำเนินทัวร์)
โทร. 0 2435 5031 หรือที่เว็บไซต์
www.transport.co.th
โรงแรมในจังหวัดสมุทรสงคราม |
|
|
ล่องเรือชมหิ่งห้อย
จังหวัดสมุทรสงคราม
การล่องเรือชมหิ่งห้อยยามค่ำคืนเป็นกิจกรรมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวที่มาพักมาเที่ยวสมุทรสงครามมักไม่พลาดที่จะไปชม
โดยปกติแล้วหิ่งห้อยจะมีมากโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม -
ตุลาคม ควรเลือกชมในช่วงเวลาที่เป็นข้างแรมหรือคืนเดือนมืด
เพราะเห็นแสงของหิ่งห้อยได้ชัดเจนกว่าเวลาข้างขึ้น
นอกจากนี้ควรเลือกช่วงเวลาที่น้ำขึ้นมากเนื่องจากจังหวัดสมุทรสงครามเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้ทะเลน้ำจะขึ้น-ลง
อยู่ตลอดเวลา
ในช่วงน้ำขึ้นเรือสามารถเข้าไปใกล้กับต้นลำพูซึ่งหิ่งห้อยเกาะอยู่
ทำให้สามารถเห็นแสงของหิ่งห้อยได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
นักท่องเที่ยวที่มีความประสงค์จะนั่งเรือชมหิ่งห้อยประกายความงามยามค่ำคืน
สามารถติดด่อเรือได้
ซึ่งทางชุมชนตลาดอัมพวาได้จัดบริการไว้ให้ที่ตลาดน้ำอัมพวา
หรือจะติดต่อกับที่พักหรือโฮมสเตย์ต่าง ๆ ในอัมพวาก็ได้
โดยเรือจะล่องไปตามลำน้ำแม่กลองหรือคลองย่อยต่าง ๆ ที่มีต้นลำพูริมฝั่ง
ก่อนเช่าเรือ
นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบระยะทางการล่องเรือชมหิ่งห้อยกับผู้ให้บริการเสียก่อน
เรือจะวิ่งไปตามแม่น้ำและลำคลองที่มืดหิ่งห้อยจะมีอยู่เป็นจุดๆในบริเวณที่แตกต่างกัน
ถ้าหากผู้ให้บริการไม่มีความชำนาญในเส้นทางและรู้แหล่งที่อยู่หรือให้บริการในเส้นทางที่สั้นเกินไปย่อมทำให้นักท่องเที่ยวเห็นหิ่งห้อยได้น้อย
และควรใส่ชูชีพตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัย
สำหรับข้อปฎิบัติในการชมหิ่งห้อย คือ ไม่ควรส่งเสียงดัง
และไม่จับหรือทำสิ่งใดที่รบกวนหิ่งห้อยโดยเด็ดขาด
เพื่อให้ธรรมชาติถูกรบกวนน้อยที่สุดและมีหิ่งห้อยให้ชมไปนาน ๆ
วิถีประมงพื้นบ้านภูมิปัญญาจากพื้นถิ่น
วิถีคนไทยภาคกลางรื่นเริงงานสรรพศิลป์
เส้นทางท่องเที่ยว ชมวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน
ที่เขายี่สาร ชุมชนโบราณบริเวณปากอ่าวที่ปรากฏหลักฐาน
บนแผนที่มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ขึ้นจากชายฝั่งทะเล
ข้ามเข้าสวนอัมพวา ไปชมวิถีแบบไทยบนหมู่เรือนไทย ในอุทยาน ร.๒
ล่องเรือชมวิถีประมงพื้นบ้าน
ล่องเรือมุ่งออกทะเลสู่อ่าวบางตะบูน จะพบวิถีชีวิต
ชาวน้ำที่เรียบง่ายของชาวบ้านเขายี่สาร ยามเช้าเด็กๆ
ยังคงนั่งเรือไปโรงเรียน เรือประมงลำเล็กขนปูปลากุ้งหอย
ล่องมาขายที่ท่ารับซื้อ ชมการเลี้ยงหอยแมลงภู่ ด้วยวิถีธรรมชาติ
ติดต่อเรือนำเที่ยวที่ อบต.ยี่สาร โทร.๐ ๑๘๕๙ ๓๑๙๕ , ๐ ๓๔๗๖ ๓๐๖๒ , ๐
๓๔๗๖ ๓๐๘๐ จากนั้นเดินเข้าหมู่บ้านชมการทำประมงกุ้งของชาวยี่สาร
ที่ใช้ความสมบูรณ์จากธรรมชาติปล่อยน้ำรับพันธุ์กุ้ง
และน้ำจากแหล่งธรรมชาติ เข้าสู่ที่เพาะพันธุ์
และอาศัยการถ่ายเทน้ำรับอาหารจากธรรมชาติเพาะเลี้ยงกุ้งตัวโต
ได้อย่างน่าอัศจรรย์ เข้าไปชมโรงเผาถ่านใหญ่
สัญลักษณ์หนึ่งของบ้านยี่สาร ที่ยังคงผลิตถ่านไม้คุณภาพดีออกสู่ตลาด
เพียงดูสีควันจากปล่อง
คนเผาถ่านรุ่นพ่อแม่ก็รู้ว่าถ่านนั้นใช้ได้หรือยัง
ต่อเติมความทรงจำเรื่องราวในอดีตของชุมชนที่พิพิธภัณฑ์บ้านเขายี่สาร
สัมผัสมุมลึกของชุมชนที่ยืนยันถึงวิถีชีวิตที่มีการสืบเนื่องตั้งแต่อดีต
ถึงปัจจุบัน ภาพความเป็นอยู่ของชุมชนที่มากล้นด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้าน
อย่างทั้งในด้านอาชีพการทำประมงพื้นบ้าน อาชีพเผาถ่านไม้โกงกาง
ค้นหาความลับของตุ่มใบใหญ่หน้าพิพิธภัณฑ์ กับหน้าที่สำคัญต่อชุมชน
ในอดีต
พิพิธภัณฑ์ฯ เปิดให้เข้าชมเฉพาะเสาร์ อาทิตย์ ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๑๐
บาท เด็ก นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบคนละ ๕ บาท โทร. ๐ ๑๘๕๙ ๓๑๙๕ ,
๐ ๓๔๗๖ ๓๐๖๒ , ๐ ๓๔๗๖ ๓๐๘๐ ถ้าจะเรียกได้ว่ามาถึงบ้านเขายี่สาร
ก็ต้องแวะรับประทานอาหารพื้นถิ่นอย่างแกงส้มใบชะคราม ผักพื้นบ้าน
ที่นิยมนำมาปรุงอาหาร หรืออาหารทะเลสดที่ร้านอาหารริมน้ำ ในบริเวณวัด
ชวนขึ้นเรือนไทยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
ชวนขึ้นเรือนไทยแบบสมัย ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่อุทยานพระบรมราชานุสรณ์
พระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัยหรืออุทยาน ร.๒ เรียนรู้วิถีคนไทย
ในอดีตจากสิ่งของที่จัดแสดง ลงเรือนเดินชมพรรณไม้ ในวรรณคดี
ตามบทพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ ๒ เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๙.๐๐ -
๑๘.๐๐ น. ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท เด็ก ๕ บาท ในช่วงสัปดาห์แรกของ
เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ
พระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีการแสดงละครตามบทพระราชนิพนธ์ ณ
โรงละครกลางแจ้งภายในอุทยานฯ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๔๗๕ ๑๖๖๖
นมัสการหลวงปู่คง
วัดบางกะพ้อม
ซึ่งเป็นเคารพนับถือของชาวบ้านในด้านอยู่ยงคงกระพันตามนามของท่าน
สักการะรอยพระพุทธบาทในวิหาร
เดินชมเพลินศิลปะปูนปั้นนูนต่ำสมัยรัชกาลที่ ๓ เรื่องราวพุทธประวัติ
และวิถีชีวิตของชาวบ้าน
เส้นทางจักรยาน
จังหวัดสมุทรสงคราม
เส้นทางที่ 1
สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบไทยที่อัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
ขี่จักรยานชมวิวทิวทัศน์ในอำเภออัมพวาและอำเภอบางคนที
มุ่งหน้าสู่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ระหว่างทางผ่านสวนผลไม้ สวนมะพร้าว
หมู่บ้าน โรงเรียน และวัด ถึงตลาดน้ำเลือกซื้อผักผลไม้สดจากชาวสวนโดยตรง ขี่จักรยานเลียบคลองไปหาร้านอาหารอร่อยริมคลองอัมพวา
ชิมอาหารสูตรอัมพวาที่มีส่วนผสมจากมะพร้าว ผักสด สมุนไพร และปลาแม่น้ำ
ที่หาได้บริเวณนั้น
หลังทานอาหารผ่อนคลายด้วยการนั่งเรือทัวร์คลองอัมพวาและแม่น้ำแม่กลอง แวะตลาดน้ำอัมพวา
เลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากชาวบ้าน จากร้านค้าสองข้างทางเลียบคลอง
ชิมกาแฟและขนมขึ้นชื่อของอัมพวา
เส้นทางที่ 2 สำรวจวิถีชีวิตเกษตรกรภาคกลาง
จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่จังหวัดราชบุรี
เมืองเก่าสมัยทวาราวดีซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง เพียง 80 กม.จากกรุงเทพฯ
เริ่มต้นขี่จักรยานเลียบแม่น้ำแม่กลองผ่านธรรมชาติและโบราณสถาน
บ้านทรงไทย และสวนผลไม้ ขี่ลัดเลาะจนถึงจังหวัดสมุทรสงคราม อำเภออัมพวา
แวะเก็บผลไม้สด ๆ ในสวนผลไม้
แวะทานอาหารกลางวันที่ทำจากมะพร้าวและปลาแม่น้ำสมุนไพร
ล่องเรือทัวร์คลองอัมพวาและแม่น้ำแม่กลองไปยังตลาดน้ำอัมพวา
พักค้างคืนในรีสอร์ทริมแม่น้ำแม่กลอง
เช้าวันต่อมานั่งรถไปยังจังหวัดเพชรบุรี ขี่จักรยานระยะทางประมาณ 40-60
กม. ไปตามเส้นทางผ่านทุ่งนา หมู่บ้านชาวประมง ไปยังหาดเจ้าสำราญ
ตลอดเส้นทางยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวชุมชนชาวเพชรบุรี
|
ร้านอาหารในจังหวัดสมุทรสงคราม |
|
|
เที่ยวสมุทรสงคราม
ล่องแม่กลอง 2 วัน 1 คืน
อากาศร้อน ๆ
ในช่วงนี้คุณผู้อ่านคงจะนึกถึงอะไรที่เย็น ๆ ชุ่มช่ำใช่มั้ยคะ
คิดเหมือนกันเลยค่ะ และผู้ที่ไม่อยากออกไปไหนไกลจากกรุงเทพเท่าไหร่นัก
วันนี้จะขอแนะนำสถานที่เที่ยว ที่คุณผู้อ่านอาจจะนึกไม่ถึงเลยก็ได้ค่ะ
นั่นคือการล่องเรือชมสองฝั่งคลองของแม่น้ำแม่กลอง
จังหวัดสมุทรสงครามนั่นเอง รับรองว่าสนุกมาก ๆ (ขอการันตี)
เมื่อคุณผู้อ่านพร้อมเราก็เริ่มการเดินทางกันเลยนะคะ
โดยออกจากกรุงเทพไปตามทางหลวงหมายเลข 35 ถนนสายพระราม 2 (ธนบุรี-ปากท่อ)
ผ่านจังหวัดสมุทรสาคร ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 63
จะมีทางแยกต่างระดับเข้าตัวเมือง
และเมื่อผ่านเข้าทางตัวเมืองก็ขับตรงไปเรื่อย ๆ จนถึงอำเภออัมพวา
ถ้าคุณผู้อ่านไปในช่วงฤดูนี้ (เดือนเมษายน-พฤษภาคม) จะก็พบกับผลไม้นานาชนิดที่มีให้ชิมกันถึงสวนกันเลย
ก็มีทั้งส้มโอ มะม่วง ชมพู่ มะพร้าวน้ำหอม
โดยเฉพาะลิ้นจี่ซึ่งจะมีเฉพาะช่วงนี้เท่านั้น
ลิ้นจี่ที่นี่ก็จะมีรสชาติ อมเปรี้ยว อมหวาน
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบลิ้นจี่ก็คงจะถูกใจกันเลยล่ะ
หลังจากที่ชิมผลไม้กันอิ่มจุใจแล้วก็นำข้าวของกลับที่พักก่อน
ที่พักก็จะมีสไตล์หลายรูปแบบให้คุณผู้อ่านได้เลือกพัก
แต่ที่จะแนะนำก็คือที่พักแบบโฮมสเตย์ริมน้ำ
จะเป็นที่พักสบาย ๆ แบบเป็นกันเอง
แต่ถ้าคุณต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ก็ขอแนะนำรีสอร์ทเรือนกระดังงา
อยู่ที่คลองบางน้อย อ.บางคนที (ขอแนะนำว่าถ้าในช่วงเทศกาลควรจะจองล่วงหน้าก่อนนะค่ะ)
เพราะที่นี่ได้บรรยากาศของธรรมชาติที่หาได้ยากมาก ๆ สำหรับในกรุงเทพ
อากาศร้อน ๆ ในช่วงเที่ยงถึงบ่าย จะเย็นสบายมากๆ
ได้มานั่งพักผ่อนที่ศาลาริมน้ำ
เพราะสายลมที่พัดผ่านมาพร้อมกับสายน้ำอาจจะทำให้คุณเคลิ้มหลับโดยไม่รู้ตัวเลยก็ได้ค่ะ
ขอบอกว่าเหมาะสำหรับการพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาวแบบนี้จริงๆ
หลังจากที่คุณทำงานเหนื่อยล้ามาทั้งปีแล้ว ก็ถึงเวลาสักทีนะคะ
ที่จะได้มาพักผ่อน กับการล่องเรือชมธรรมชาติของแม่น้ำแม่กลอง
โดยเวลาประมาณ สี่โมงเย็นจะมีเรือมารับที่ศาลาริมน้ำ ใกล้ ๆ กับที่พัก
เรือก็ค่อย ๆ พาเราไปชมสถานที่ต่างๆ ที่แรกเราจะไปแวะที่ตลาดน้ำอัมพวา
ซึ่งเป็นตลาดน้ำยามเย็น
ตลาดน้ำแห่งนี้จะจัดขึ้นในเวลาช่วงเย็นเรื่อยไปจนถึงพลบค่ำ
โดยชาวบ้านจะเริ่มทยอยพายเรือ นำสินค้าหลากหลายมาจำหน่าย
ให้กับนักท่องเที่ยว อาทิเช่น ผัก ผลไม้ กาแฟโบราณ ก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย
ขนมหวานแบบไทย ๆ ที่หารับประทานได้ยาก ขอรับรองคะว่าราคาไม่แพงเลย
และเรายังได้สัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติและวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำ
พอแวะซื้อของได้ตามที่ต้องการแล้วก็ล่องเรือต่อไปเรื่อย ๆ
โดยมีชาวบ้านริมสองฝั่งคลองคอยโบกมือต้อนรับและยิ้มทักทายให้กับแขกผู้มาเยือนอย่างเป็นมิตร
ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของที่นี่ที่น่าประทับใจจริงๆคะ
แล้วคุณจะรู้สึกอยากกลับมาที่นี่อีกครั้งเหมือนกับพวกเราที่ได้มาสัมผัส
ถ้ามองดูทั้งสองฝั่งริมน้ำจะมีวัดอยู่มากมายให้เข้าไปสักการะ
ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงความเป็นเมืองพุทธของคนไทยที่มีมายาวนาน
นี่ก็ใกล้เวลาที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าแล้วแสงแดดยามเย็นที่เริ่มจะค่อยๆ
เลือนหายไปจากท้องฟ้า
ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่าสิ่งที่เรารอคอยอยากจะชมใกล้จะมาถึงแล้ว
แต่ก่อนที่เราจะไปชมภาพความประทับใจ
เราก็จะมาแวะรับประทานอาหารกันก่อนค่ะ
เพื่อที่จะได้มีกำลังในการล่องเรือชมธรรมชาติกันต่อ ขอแนะนำเลยคะ
ร้านอาหารคุ้มแสงทอง คลองวัดดาวโด่ง เป็นร้านอาหารที่อยู่ริมแม่น้ำ
ซึ่งขอบอกว่าเป็นร้านอาหารที่อร่อยมาก ๆ
ที่นี่มีทั้งกุ้งแม่น้ำที่ทั้งสดและตัวโต และยังมีปลาแม่น้ำ
ที่ปรุงให้รับประทานกันแบบสดเลยล่ะคะ เมนูที่อยากแนะนำก็คือ
ปลากะพงนึ่งมะนาวที่ทางร้านจะใช้ปลากะพงสดๆ มาปรุงให้รับประทานกัน
ขอบอกว่ารสชาติจัดจ้านมาก ๆ ค่ะ
ผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสจัดคงจะถูกปากกันเลยล่ะ
พอรับประทานอาหารกันเสร็จแล้วต่อจากนั้นก็ลงเรือกันต่อ
เพื่อที่จะไปชมหิ่งห้อยที่อาศัยอยู่ใต้ต้นลำพู
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งที่จะทำให้คุณรู้สึกประทับใจ
เพราะจะมีแสงระยิบระยับของหิ่งห้อยกะพริบส่องประกายความงามยามค่ำคืน
ให้คนที่มาเยือนได้ชมกัน ซึ่งถ้ามองไกล ๆ จะคล้าย ๆ
ต้นคริสมาสต์ที่ประดับประดา ไปด้วยไฟดวงเล็ก ๆ
ทั้งตลอดริมสองฝั่งคลองซึ่งเป็นอะไรที่น่าประทับใจของทุก ๆ คน
หลังจากที่ได้ชมธรรมชาติกันจนเพลินมาทั้งวันแล้ว
ได้เวลากลับที่พักกันซักทีนะค่ะ แหม...ก็เพราะพรุ่งนี้เรามีนัดกับธรรมชาติยามเช้ากันค่ะ
ในยามเช้าถ้าได้ตื่นมาสูดอากาศที่แสนสดชื่น
และได้ใกล้ชิดธรรมชาติ แล้วคุณจะรู้สึกมีความสุขที่ได้มาสัมผัสจริงๆค่ะ
กับบรรยากาศสบายๆ แบบนี้ เมื่อมองไปจะเห็นเรือขายขนม
ที่มีให้เลือกหลากหลาย
แวะมาเทียบท่าน้ำให้เราได้ซื้อไว้รับประทานกันเพื่อเรียกน้ำย่อย
และวันนี้ที่ที่เราจะพาไปกันต่อก็คือ ตลาดน้ำดำเนินสะดวกค่ะ
มีสิ่งของมาจำหน่ายให้เลือกซื้อหากันมากมาย ทั้งของกิน ของใช้
และของที่ระลึก และมาแวะกินข้าว
หรือก๋วยเตี๋ยวในเรือที่จอดเทียบท่าอยู่ บอกได้เลยค่ะ เด็ด!!
รสชาติอร่อยมาก ๆ ค่ะ (ต้องลองมาลิ้มรสดูให้ได้นะคะ)
มีให้เลือกกันอย่างจุใจเลยค่ะ
หลังจากนั้นก็อย่าลืมที่จะแวะซื้อของฝากกันนะคะ แหม่
ต้องให้คนที่ไม่ได้มารู้สึกอิจฉา...ซะหน่อยค่ะ
หลังจากนั้นเราก็ไปไหว้พระที่วัดจุฬามณีกันต่อ
ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งคลองอัมพวาห่างจากตัวอำเภออัมพวาเพียง 2 กิโลเมตร
หลังจากที่สักการะกันแล้วเราก็ไปกันต่อที่ค่ายบางกุ้ง
และที่นี่มีสิ่งที่น่าสนใจก็คือ
เป็นอุโบสถที่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี
จะถูกปกคลุมด้วยรากไม้ใหญ่ทั้งต้นโพ ต้นไทร ต้นไกร และต้นกร่าง
ถ้ามองจากภายนอกคิดว่าเป็นกลุ่มต้นไม้ใหญ่ มากกว่ามีโบสถ์อยู่ข้างใน
รากไม้เหล่านี้จะช่วยให้โบสถ์คงรูปอยู่ได้ ทั้งยังให้ความขลังอีกด้วย
ภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐาน ชาวบ้านเรียกกันว่า
หลวงพ่อโบสถ์น้อย (หลวงพ่อนิลมณี)
และเรียกชื่อของโบสถ์ว่า "โบสถ์ปรกโพธิ์"
ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง
สมัยปลายกรุงศรีอยุธยาเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ
ที่ดูสวยงามมาก หลังจากที่ได้สักการะแล้ว
เมื่อมาแม่กลองก็ต้องนึกถึงอาหารทะเล
ก่อนกลับกรุงเทพก็ขอแวะซื้อของฝากก่อนนะคะ ที่นิยมซื้อกันก็จะเป็น
ปลาหมึกแห้ง ปลาเค็ม ปลาหวาน ฯลฯ หรือเลือกซื้อหากันตามใจชอบค่ะ
พอได้ของฝากกันครบแล้วพวกเราก็ได้เวลาเดินทางกลับกรุงเทพกันแล้วค่ะ
เรียกว่าคุ้มค่าจริง ๆ เลยค่ะสำหรับการมาเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม
และใช้เวลาในการเดินทางไม่นานนัก
ก่อนจะจากกันไปขอฝากทิ้งท้ายให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนนะคะ
อย่าลืมช่วยกันเที่ยวแบบเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติกันด้วยนะคะ
เพราะธรรมชาติจริงๆ ในเมืองไทยของเราเหลือน้อยมาก
ให้คนรุ่นหลังได้มาสัมผัส และชมบรรยากาศแบบธรรมชาติ
เพื่อแบ่งปันความสุขกันนะคะ |