|
ประเทศสิงคโปร์
หากจะมีสักถ้อยคำที่สื่อถึงสิงคโปร์ได้ดีที่สุด
คำนั้นก็คือคำว่า "พิเศษสุด" เหตุผลก็คือ
สิงคโปร์เป็นเมืองที่ไม่หยุดนิ่งและอุดมไปด้วยความแตกต่างและสีสัน
คุณจะพบกับความผสมผสานอย่างกลมกลืนของวัฒนธรรม
อาหาร ศิลปะ และสถาปัตยกรรมได้ที่นี่
เกาะแห่งนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่ถูกปลดปล่อย
เป็นเสมือนกลจักรขนาดจิ๋วของเอเชียอาคเนย์ที่รวมเอาสิ่งที่ดีที่สุดของโลกตะวันตกและตะวันออกเอาไว้ด้วยกัน
การท่องเที่ยวเพียงวันเดียวจะพาคุณจากอดีตไปสู่อนาคต
จากชุมชนต่างถิ่นที่กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ
จากสวนอันเงียบสงบที่เปลี่ยนเป็นตึกระฟ้าที่สง่างาม
เริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาหารเช้าแสนอร่อยท่ามกลางต้นไม้เขียวชอุ่ม
ไปพร้อมๆกับลิงอุรังอุตังของสิงคโปร์แท้ๆ
จากนั้นย้อนกลับไปในอดีตเมื่อคุณเข้าไปในวัดจีนโบราณ
มัสยิดมุสลิม วัดฮินดู และโบสถ์คริสต์ -
น่าแปลกที่ศาสนสถานเหล่านี้ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน
กลับมายุคปัจจุบันด้วยการเดินเล่นตามถนนออชาร์ด
(Orchard Road)
เลือกซื้อแฟชั่นล่าสุดแล้วเพลิดเพลินกับคำพูดคำจาของคนท้องถิ่นตลอดทาง
ลิ้มรสมื้ออาหารที่เรียบง่ายแต่น่าจดจำขณะที่คุณล่องลอยไปตามแม่น้ำสิงคโปร์ในเรือโบราณของที่นี่
ก้าวขาออกจากเรือแล้วถูกเหวี่ยงไปเป็นระยะ 60
เมตรในอากาศด้วยริเวิร์สบันจี้!
มีเสียงหัวเราะและความสนุกรอคุณอยู่เมื่อคุณขึ้น
"เป็ด"
สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกของเราเพื่อเที่ยวชมเมือง
พร้อมกับไกด์ช่างพูดของเรา
|
เที่ยวชุมชนในเมืองสิงคโปร์ |
|
|
เที่ยวเกาะต่างๆของสิงคโปร์ |
|
|
|
เที่ยวสถานที่สำคัญในสิงคโปร์ |
|
|
|
เที่ยวสวนหย่อมและเขตอนุรักษ์ |
|
|
|
เที่ยวชมวิถีชีวิตย่านชานเมือง |
|
|
|
เที่ยวสวนสนุกและแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ |
|
|
หลังจากวันแห่งความตื่นเต้นจบลง
คุณก็กลับมายังที่พักอันเงียบสงบในสปาเลื่องชื่อของเรา
ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลนักจากศูนย์ธุรกิจที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกของที่นี่
เมื่อคุณหายเหนื่อยแล้ว
ใช้เวลาสักอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงเพื่อหย่อนใจไปกับพิธีชงชาตามธรรมเนียมจีน
ก่อนที่คุณจะก้าวเท้าไปยังสถานที่ระดับโลกเพื่อรับฟังเสียงดนตรีบรอดเวย์
ด้วยผู้คนที่เป็นมิตรและยินดีต้อนรับคุณ
โครงสร้างพื้นฐานล้ำยุค
และสิ่งใหม่ๆที่เกิดขึ้นทุกวันที่นี่
สิงคโปร์จึงกลายเป็นสถานที่พักผ่อนในวันหยุดที่พิเศษที่สุด
ประวัติความเป็นมาของสิงคโปร์
สิงคโปร์เป็นที่รู้จักกันครั้งแรกในสมัยศตวรรษที่
3 ของชาวจีน พวกเขาเรียกสิงคโปร์ว่า "พู เลา
ชุง" (เกาะปลายคาบสมุทร") ณ
เวลานั้นไม่ค่อยมีใครทราบประวัติของเกาะแห่งนี้มากนัก
แต่ว่าชื่อเรียกนี้ไม่สื่อให้เราเห็นอดีตอันมีสีสันของสิงคโปร์เลย
ในศตวรรษที่
14
สิงคโปร์ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรศรีวิชัย
(Sri Vijayan Empire)
และรู้จักกันในชื่อของเทมาเซ็ค
(เมืองแห่งทะเล)
สิงคโปร์ตั้งอยู่ตรงปลายแหลมมลายู
ซึ่งเป็นจุดนัดพบทางธรรมชาติของเส้นทางเดินเรือ
เกาะแห่งนี้จึงกลายเป็นจุดแวะพักของเรือเดินสมุทรหลายประเภท
ตั้งแต่เรือสำเภาจีน เรืออินเดีย เรือใบอาหรับ
และเรือรบของโปรตุเกส ไปจนถึงเรือใบบูจินีส
ในศตวรรษที่ 14
เกาะที่มีขนาดเล็กแต่มีทำเลที่เยี่ยมแห่งนี้ก็ได้ชื่อใหม่
นั่นก็คือ "สิงหปุระ" ("เมืองสิงโต")
ตามตำนานเล่าว่า
เจ้าชายแห่งศรีวิชัยมองเห็นสัตว์ตัวหนึ่งแต่เข้าใจผิดว่าเป็นสิงโต
ชื่ออันปัจจุบันของสิงคโปร์ก็ถือกำเนิดขึ้น
ชาวอังกฤษคือผู้สร้างประวัติศาสตร์ตอนต่อมาของสิงคโปร์
ระหว่างศตวรรษที่ 18 นั้น
อังกฤษเล็งเห็นถึงความสำคัญของ "จุดแวะพัก"
ทางยุทธศาสตร์ สำหรับซ่อม เติมเสบียง
และคุ้มกันกองทัพเรือของอาณาจักรที่เติบใหญ่ของตน
รวมถึงเพื่อขัดขวางการรุกคืบของชาวฮอลแลนด์ในภูมิภาคนี้
ตรงกันข้ามกับเบื้องหลังทางการเมืองที่กล่าวมา
เซอร์สแตมฟอร์ด แรฟเฟิล
กลับตั้งสิงคโปร์ให้เป็นสถานีการค้า
นโยบายการค้าเสรีดึงดูดพ่อค้าจากทั่วทุกส่วนของเอเชียและจากที่ห่างไกลออกไป
เช่น สหรัฐอเมริกาและตะวันออกกลาง
ในปี
ค.ศ.1824
เพียงแค่ห้าปีหลังจากตั้งประเทศสิงคโปร์ในปัจจุบัน
ประชากรก็เพิ่มขึ้นจากเดิมเพียง 150
คนจนกลายเป็น 10,000 คน ในปี 1832
สิงคโปร์กลายเป็นศูนย์กลางรัฐบาลของถิ่นฐานช่องแคบปีนัง
มะละกา และสิงคโปร์ การเปิดคลองซุเอซในปี 1869
และการเข้ามาของเครื่องโทรเลขและเรือกลไฟทำให้ความสำคัญของสิงคโปร์เพิ่มขึ้นจนกลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่กำลังขยายตัวระหว่างโลกตะวันตกและตะวันออก
สิงคโปร์เคยเป็นที่ทำสงครามในศตวรรษที่ 14
เมื่อเข้าเกี่ยวพันกับการแย่งชิงแหลมมลายูระหว่างประเทศสยาม
(ไทย) กับจักรวรรดิมัชปาหิตบนเกาะชวา
อีกห้าศตวรรษถัดมา
ที่นี่ก็เกิดสงครามครั้งสำคัญขึ้นอีกครั้งในระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
เคยถือกันว่าสิงคโปร์เป็นป้อมปราการที่ไม่มีวันแตก
แต่แล้วกองทัพญี่ปุ่นก็สามารถยึดครองเกาะแห่งนี้ได้ในปี
1942 หลังสงคราม
สิงคโปร์ก็กลายเป็นอาณานิคมของอังกฤษ
การเติบโตของลัทธิชาตินิยมทำให้สิงคโปร์มีรัฐบาลปกครองตนเองในปี
1959 แล้ววันที่ 9 สิงหาคม 1965
สิงคโปร์ก็กลายเป็นสาธารณรัฐอิสระ
สิงคโปร์ไม่ได้เป็นเกาะเพียงเกาะเดียว
แต่ประกอบด้วยเกาะหลักหนึ่งเกาะ
และเกาะขนาดจิ๋วล้อมรอบอีก 63 เกาะ
เกาะหลักมีเนื้อที่พื้นดินรวม 682
ตารางกิโลเมตร อย่างไรก็ตาม
ขนาดอันเล็กกะทัดรัดนี้กลับสวนทางกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ในช่วงเวลาเพียง 150 ปี
สิงคโปร์ก็เติบโตจนกลายเป็นศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรมที่มั่งคั่ง
บทบาทในอดีตในฐานะจุดพักสินค้านั้นไม่มีอีกต่อไปแล้ว
เนื่องจากประเทศสิงคโปร์มีฐานการผลิตแบบอุตสาหกรรมในประเทศของตนแล้ว
สิงคโปร์เป็นท่าเรือที่พลุกพล่านที่สุดในโลก
มีบริษัทเดินเรือกว่า 600
รายส่งเรือบรรทุกน้ำมันขนาดยักษ์
เรือบรรทุกตู้สินค้า
และเรือโดยสารประเภทต่างๆมาเพื่อแบ่งปันการใช้น่านน้ำอันวุ่นวายแห่งนี้
นอกจากนี้ยังมีเรือหาปลาตามชายฝั่งและเรือท้องแบนที่ทำจากไม้อีกด้วย
สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการกระจายและกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลก
และยังเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเป็นผู้นำด้านการต่อเรือและการซ่อมเรือ
นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปเอเชีย
ที่นี่มีธนาคารมากกว่า 130 แห่ง
การเจรจาทางธุรกิจจะดำเนินไปได้อย่างสะดวกรวดเร็วด้วยเครือข่ายการสื่อสารที่ยอดเยี่ยมของสิงคโปร์
ที่เชื่อมต่อประเทศนี้เข้ากับโลกส่วนที่เหลือผ่านทางดาวเทียม
พร้อมด้วยระบบโทรเลขและโทรศัพท์ตลอด 24
ชั่วโมง
ทำเลทางยุทธศาสตร์ของสิงคโปร์
สถานที่และอุปกรณ์อันยอดเยี่ยม
ความแตกต่างทางวัฒนธรรมอันน่าทึ่ง
และสถานที่ท่องเที่ยว
สิ่งเหล่านี้ล้วนมีส่วนช่วยให้สิงคโปร์ประสบความสำเร็จในฐานะผู้นำทั้งในด้านธุรกิจและความบันเทิง
คน
"ความเป็นเอกภาพในความหลากหลาย"
คือปรัชญาของเมืองแห่งสหวัฒนธรรมแห่งนี้
ถึงแม้ว่าที่ตั้งทางภูมิศาสตร์จะเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของสิงคโปร์
แต่หัวใจสำคัญแห่งความรุ่งโรจน์ของเราก็คือ
"คน"
สิงคโปร์เป็นประเทศที่ขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ
แต่ความแข็งแกร่งของเรานั้นอยู่ที่ประชากรที่ทำงานหนัก
ปรับตัวเก่ง และมีความยืดหยุ่น
ประชากรของสิงคโปร์มีจำนวนเกือบ 4 ล้านคน
ประกอบด้วยคนจีน 77% มาเลย์ 14% อินเดีย 8%
และอีก 1%
เป็นลูกครึ่งยุโรปเอเชียและเผ่าพันธุ์อื่นๆ
ผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมของที่นี่คือชาวประมงเชื้อสายมาเลย์
แต่หลังจากที่เซอร์สแตมฟอร์ด แรฟเฟิลมาที่นี่และมีการสร้างสถานีค้าขายของอังกฤษ
สิงคโปร์ก็กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้อพยพและพ่อค้ามากมาย
พวกเขาเหล่านั้นเสาะหาชีวิตที่ดีกว่าให้กับตนเองและครอบครัว
คนเหล่านี้เดินทางมาจากทางตอนใต้ของจีน
อินโดนีเซีย อินเดีย ปากีสถาน ลังกา
และตะวันออกกลาง
ถึงแม้ว่าจะมีการแต่งงานระหว่างเผ่าพันธ์เกิดขึ้นตลอดทั้งปี
แต่กลุ่มเชื้อชาติในสิงคโปร์ก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตนเอาไว้
ในขณะเดียวกันก็พัฒนาไปในฐานะส่วนประกอบหนึ่งของชุมชนสิงคโปร์
ภาษา
ภาษาราชการของสิงคโปร์มี 4 ภาษา ได้แก่ มาเลย์
จีนกลาง ทมิฬ และอังกฤษ
ภาษาอังกฤษเป็นภาษาของธุรกิจและการบริหาร
และมีการพูดและเข้าใจกันอย่างแพร่หลาย
ชาวสิงคโปร์ส่วนใหญ่พูดได้สองภาษา
พวกเขาสามารถพูดภาษาแม่ของตนและภาษาอังกฤษได้
ภาษาประจำชาติก็คือภาษามาเลย์
ศาสนา
นอกจากการผสมผสานทางเชื้อชาติแล้ว
ศาสนาก็มีความหลากหลายเช่นกัน
ที่เส้นขอบฟ้าของสิงคโปร์จะมีหอแหลมของมัสยิดอันโดดเด่น
ยอดของโบสถ์สไตล์โกธิค
รูปปั้นอันประณีตของฮินดู
สถาปัตยกรรมของเทพเจ้าและหลังคาที่เป็นเอกลักษณ์ของวัดจีน
ศาสนาหลักของสิงคโปร์ได้แก่ อิสลาม เต๋า พุทธ
คริสต์ ฮินดู ซิกข์ และยูดาย
|
ข้อมูลที่สำคัญในการท่องเที่ยวสิงคโปร์ |
|
|
สิงโตทะเล
(Merlion)
ถูกออกแบบเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของคณะกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวของสิงคโปร์
(Singapore Tourist Promotion Board - STPB)
ในปี 1964 ต่อมาไม่นาน
สัตว์ประหลาดที่หัวเป็นสิงโต ตัวเป็นปลา
และยืนอยู่บนยอดคลื่นตัวนี้ก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์ในสายตาของทุกประเทศทั่วโลก
สิงโตทะเล
(Merlion) ถูกออกแบบขึ้นในปี 1964 โดยนายฟราเซอร์
บรูนเนอร์ (Mr Fraser Brunner)
ที่เป็นสมาชิกคณะกรรมการฝ่ายของที่ระลึกและผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแวนคลีฟ
(Van Kleef Aquarium)
หัวเป็นสิงโตหมายถึงสิงโตที่เจ้าชายซางนิลา
อุตามะพบตอนที่ท่านเจอเกาะสิงคโปร์ใน ค.ศ. 11
ตามที่บันทึกไว้ใน "บันทึกของชาวมาเลย์" (Malay
Annals) หางปลาเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโบราณชื่อ
"เทมาเซ็ค" (Temasek)
(เป็นภาษาญี่ปุ่นที่มีความหมายว่า "ทะเล")
ซึ่งสิงคโปร์เป็นที่รู้จักกันก่อนที่เจ้าชายนิลาจะตั้งชื่อให้ว่า
"สิงคปุระ"
ที่เป็นภาษาสันสกฤตมีความหมายว่าเมือง (ปุระ)
แห่งสิงโต (สิงค์)
และยังหมายถึงจุดเริ่มต้นอันต่ำต้อยของสิงคโปร์ที่ในอดีตเคยเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมง
รูปปั้นสิงโตทะเลสูง 8.6 เมตร หนัก 70 ตัน
สร้างขึ้นจากซีเมนต์ฟอนดูโดยช่างฝีมือผู้ล่วงลับไปแล้วที่ชื่อ
ลิมนางเซ็ง (Mr Lim Nang Seng)
ส่วนรูปปั้นตัวที่สองที่ขนาดเล็กกว่า
สูงเพียงสองเมตร หนักสามตัน
ก็ถูกสร้างโดยช่างลิมเช่นเดียวกัน
ลำตัวทำจากซีเมนต์ฟอนดู ผิวทำจากจานลายคราม
และตาทำจากถ้วยชาสีแดงขนาดเล็ก
บ้านแห่งแรก
แต่เดิมนั้นแม่สิงโตและสิงโตน้อยตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำสิงคโปร์
ตรงข้ามกับ Elizabeth Walk
ห่างจากที่ตั้งปัจจุบันเพียง 120 เมตร
เรียกบริเวณนี้ว่าสวนสิงโตทะเล (Merlion Park)
ต่อมาไม่นานบริเวณดังกล่าวก็เป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยว
และกลายเป็นสถานที่ในเมืองใหญ่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก
นายลีกวนยู (Mr Lee Kuan Yew)
นายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ในขณะนั้นได้ประกอบพิธีติดตั้งรูปปั้นสิงโตในวันที่
15 กันยายน 1972
มีการติดป้ายบรอนซ์เพื่อเป็นที่ระลึกของโอกาสพิเศษนี้
โดยมีถ้อยคำจารึกไว้ว่า
"สิงโตทะเลถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือนสิงคโปร์
"
ในปัจจุบัน
รูปปั้นสิงโตทะเลสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมากกว่าหนึ่งล้านคนต่อปีให้มาที่สวน
Merlion Park
แห่งนี้เพื่อถ่ายรูปกับสัญลักษณ์อันโด่งดังระดับโลก
ณ บ้านใหม่ของมัน ที่อยู่ใกล้กับโรงแรม One
Fullerton
การเข้าพักโรงแรมในสิงคโปร์
สิงคโปร์
มีที่พักหลากหลายประเภทที่เหมาะสมกับงบประมาณและความพอใจส่วนตัวของคุณ
เรามีทั้งที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวแบบสะพายเป้
(Backpacker) ที่พักราคาประหยัด
และที่พักสำหรับเยาวชน ไปจนถึงที่พักแบบบูติกและโรงแรมระดับห้าดาว
โรงแรมส่วนใหญ่จะมี
สิ่งอำนวยความสะดวกระดับมาตรฐานครบครัน
อาทิเช่น โทรศัพท์สายตรงระหว่างประเทศ
(IDD) อินเตอร์เน็ตและเคเบิล บริการรูมเซอร์วิส
มินิบาร์ พอร์ตข้อมูลสำหรับโมเด็ม
ห้องหรือชั้นสำหรับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่
และเรายังมีศูนย์บริการธุรกิจและฟิตเนสที่พร้อมสรรพด้วยอุปกรณ์อันทันสมัย
อัตรา
ค่าที่พักที่ระบุอยู่ในเว็บไซต์นี้เป็นอัตราปกติที่แต่ละโรงแรมประกาศไว้
แต่ว่าเกือบทุกโรงแรมจะมีโปรโมชันลดพิเศษในบางช่วงเวลา
เราแนะนำให้คุณตรวจสอบโดยตรงกับทางโรงแรมก่อนจอง
หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือ คุณสามารถค้นหาโปรโมชันของที่พักได้จากทาง
การจองทางอินเตอร์เน็ตก็ได้
เรา
ขอแนะนำให้คุณจองที่พักล่วงหน้าเพื่อที่คุณจะได้ไม่ผิดหวัง
ส่วนใหญ่โรงแรมเหล่านี้จะรับบัตรเครดิตชื่อดัง
บางทีคุณอาจจะต้องทิ้งรอยประทับหรือหมายเลขของบัตรเครดิตไว้ให้กับทางโรงแรม
ขณะที่ท่านเช็คอิน
ควรสังเกตว่าอัตราต่างๆนั้นมีหน่วยเป็นดอลลาร์สิงคโปร์และคุณอาจจะต้องเสีย
ค่าเซอร์วิสชาร์ตอีก 10%
ค่าภาษีสินค้าและบริการ (Goods and
Services Tax - GST) อีก 7%
ในกรณีที่คุณมาถึงสิงคโปร์โดยไม่ได้จองโรงแรมล่วงหน้า
ทางเคาน์เตอร์ SHA ที่สนามบินชางฮี (Singapore
Changi Airport)
จะสามารถช่วยเหลือคุณในการจองโรงแรมได้
เวลาเปิดบริการประจำวันของเคาน์เตอร์
SHA ของอาคาร 1
เคาน์เตอร์ด้านตะวันออก: 10.00
23.30 น.
เคาน์เตอร์ด้านตะวันตก: เปิดตลอด 24
ชั่วโมง
เวลาเปิดบริการประจำวันของเคาน์เตอร์
SHA ของอาคาร 2
เคาน์เตอร์ด้านเหนือ: 7.00 23.00 น.
เคาน์เตอร์ด้านใต้: เปิดตลอด 24
ชั่วโมง
|
ว่าด้วยเรื่องการช๊อปปิ้งในสิงคโปร์ |
|
|
|
คุณสามารถไปยังทุกหนทุกแห่งบนเกาะนี้ได้โดยใช้ระบบขนส่งมวลชนอันทันสมัยของ
สิงคโปร์
ที่นี่มีแท็กซี่ให้บริการจำนวนมากในราคาที่เป็นธรรม
มีระบบรถราง MRT
และเครือข่ายรถบัสที่มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้
ท่านสามารถดูข้อมูลอย่างละเอียดของเส้นทางเดินรถบัส
สถานี MRT
และอัตราค่าโดยสารได้จากคู่มือ
TransitLink Guide
คุณสามารถขอซื้อคู่มือนี้ได้ที่จุดต่อรถบัส
(Bus interchanges) สถานี MRT
และร้านหนังสือชื่อดัง
หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือดูได้จาก
www.sbstransit.com.sg หรือ
http://www.smrt.com.sg/.
วิธี
ที่สะดวกสบายอีกอย่างหนึ่งในการเดินทางไปและกลับจากสนามบินชางฮีก็คือการ
นั่งรถแม็กซี่แคป (MaxiCab)
ซึ่งเป็นรถแท็กซี่ขนาด 6
ที่นั่งที่ให้บริการทุกวันตั้งแต่หกโมงเช้าถึงเที่ยงคืน
รถสายนี้จะแวะจอดที่โรงแรม Concorde
Hotel Singapore โรงแรม Crown Prince
Hotel Singapore โรงแรม Excelsior
Peninsula Hotel และโรงแรม Marina
Mandarin Singapore นอกจากนี้
เส้นทางเดินรถแท็กซี่สามารถปรับเปลี่ยนได้
ไม่ว่าจะเป็นสนามบินชางฮีหรือโรงแรมเกือบทุกแห่งของสิงคโปร์
คุณสามารถจองรถได้ที่เคาน์เตอร์บริการที่ห้องผู้โดยสารขาเข้าของสนามบิน
|
การให้ทิป
คุณไม่จำเป็นต้องให้ทิป
แต่ผู้รับก็ยินดีถ้าคุณให้
บริการโทรศัพท์ของโรงแรม
โรงแรม
ส่วนใหญ่จะมีบริการโทรศัพท์สายตรงระหว่างประเทศ
(IDD) อย่างไรก็ตาม
บางโรงแรมอาจจะเก็บค่าบริการขั้นต่ำอีกอย่างน้อย
30 เซนต์เมื่อโทรติด ทั้งนี้
เนื่องจากมีผู้ให้บริการ IDD
หลายรายในสิงคโปร์
ดังนั้นอัตราค่าบริการและรหัสการใช้บริการ
(Access codes)
จะแตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการแต่ละราย
โดยทั่วไปแล้ว
การโทรในประเทศจะต้องเสียค่าโทรในอัตรา
10 เซนต์ต่อ 3 นาที
หากท่านต้องการให้การมาเที่ยวสิงคโปร์เป็นประสบการณ์อันน่าจดจำอย่างแท้จริง
กรุณาติดต่อกับสำนักงาน
คณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์
ที่ใกล้บ้านท่านที่สุด
เพื่อขอรับข้อมูลการท่องเที่ยวและโบรชัวร์ได้ฟรี |
ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวสิงคโปร์
http://www.visitsingapore.com
|