|
สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม
ประคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม
สุรินทร์
เป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานจังหวัดหนึ่ง
แต่ไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่นอนว่ามีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างไร
อาศัยเพียงข้อสันนิษฐานของนักประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี
ตลอดจนคำบอกเล่าของผู้สูงอายุที่เล่าต่อๆ กันมา
โดยเชื่อกันว่าเมืองสุรินทร์ถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 2,000
ปีล่วงมาแล้ว ในสมัยที่พวกขอมมีอำนาจอยู่ในบริเวณนี้
เมื่อขอมเสื่อมอำนาจลงเมืองสุรินทร์ได้ถูกทิ้งร้างจนกลายเป็นป่าดงอยู่นาน
จนกระทั่งปี พ.ศ. 2306 จึงปรากฏหลักฐานว่าหลวงสุรินทรภักดี (เชียงปุม)
ซึ่งเดิมเป็นหัวหน้าหมู่บ้านเมืองที
ได้ขอให้เจ้าเมืองพิมายกราบบังคมทูลขอพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
จากพระเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งสุริยามรินทร์ ย้ายหมู่บ้านจากบ้านเมืองที
มาตั้งอยู่บริเวณบ้านคูประทาย
บริเวณซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองสุรินทร์ในปัจจุบันนี้
เนื่องจากเห็นว่าเป็นบริเวณที่มีชัยภูมิเหมาะสม มีกำแพงค่ายคูล้อมรอบ 2
ชั้น มีน้ำอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การประกอบอาชีพและอยู่อาศัย
ต่อมาหลวงสิรินทรภักดีได้กระทำความดีความชอบเป็นที่โปรดปราน
จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านคูประทายเป็น เมืองประทายสมันต์
และเลื่อนบรรดาศักดิ์หลวงสุรินทรภักดี
เป็นพระสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง ให้เป็นเจ้าเมืองปกครอง
ในปี พ.ศ. 2329
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้เปลี่ยนชื่อ เมืองประทายสมันต์ เป็น เมืองสุรินทร์
ตามสร้อยบรรดาศักดิ์ของเจ้าเมือง
สุรินทร์อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางรถยนต์ประมาณ 457
กิโลเมตร และโดยทางรถไฟประมาณ 420 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ
8,124 ตารางกิโลเมตร
|
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ |
|
(ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
และภาพบางส่วนจากเว็บท่องเที่ยวต่างๆผ่านการค้นหาของกูเกิล)
|
ข้อมูลการเดินทางของ จ.
สุรินทร์
รถยนต์
จากกรุงเทพฯ
ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน)
แล้วแยกเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ)
ที่จังหวัดสระบุรีและเดินทางเข้าเส้นทางโชคชัย-เดชอุดม (ทางหลวงหมายเลข
24) ผ่านอำเภอนางรอง อำเภอปราสาท
จากอำเภอปราสาทแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 214 ถึงตัวเมืองสุรินทร์
รวมระยะทาง 450 กิโลเมตร
หรืออาจเดินทางจากกรุงเทพฯไปจังหวัดนครราชสีมา
ต่อด้วยเส้นทางหมายเลข 226 ผ่านอำเภอจักราช ห้วยแถลง ลำปลายมาศ
จังหวัดบุรีรัมย์ สู่จังหวัดสุรินทร์ รวมระยะทาง 434 กิโลเมตร
รถไฟ
มีรถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ (สถานีหัวลำโพง)
และสถานีบางซื่อ มีรถธรรมดา รถเร็ว และรถด่วนสายกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี
แวะจอดที่จังหวัดสุรินทร์ และรถดีเซลราง กรุงเทพฯ-สุรินทร์
สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2223 7010 และ 0 2223 7020, 1690
สถานีรถไฟจังหวัดสุรินทร์ โทร. 0 4451 1295, 0 4451 5393
www.railway.co.th
รถโดยสารประจำทาง
จากกรุงเทพฯ
มีรถโดยสารประจำทางออกจากสถานีขนส่งหมอชิตใหม่ไปสุรินทร์ทุกวัน
สอบถามรายละเอียดโทร. 0 2936-2852-66
จากสถานีขนส่งจังหวัดสุรินทร์ ถนนจิตรบำรุง
มีรถโดยสารประจำทางหลายสายดังนี้ -
สายสุรินทร์-รัตนบุรี, สุรินทร์-กาบเชิง-ช่องจอม,
สุรินทร์-โคกกระชาย (อำเภอปราสาท), สุรินทร์-ร้อยเอ็ด (สายเก่า),
สุรินทร์-ร้อยเอ็ด (สายใหม่) , สุรินทร์-ยโสธร, สุรินทร์-นครราชสีมา,
สุรินทร์-ศรีสะเกษ (ผ่านศรีขรภูมิ), สุรินทร์-กระโพ-นากลาง, สุรินทร์-พัทยา
(มีทั้งรถธรรมดา รถปรับอากาศและวีไอพี) ติดต่อ บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.
0 4451 1756
สายสุรินทร์-กรุงเทพฯ ติดต่อ เศรษฐีทัวร์ โทร. 0
4451 1496 กิจการราชสีมาทัวร์ โทร. 0 4451 2161
สายอุบลราชธานี-สุรินทร์-นครราชสีมา-ระยอง ติดต่อ
นครชัยแอร์ โทร. 0 4451 5151
www.transport.co.th
เส้นทางสายวัฒนธรรมขอม
กลุ่มปราสาทตาเมือน
ที่เรียกว่า กลุ่มปราสาทตาเมือน ก็เพราะว่ากลุ่มนี้ประกอบไปด้วยปราสาท
3 กลุ่ม ตั้งอยู่ที่ช่องตาเมือน บ้านหนองคันนา ตำบลตาเมียง
กิ่งอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ช่องเขาตาเมือนนี้
เป็นช่องเขาที่ผู้คนในอดีตใช้เดินทางติดต่อระหว่างเขตเขมรสูงและเขมรต่ำ
ประกอบด้วย
ปราสาทตาเมือนธม
เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สุดใน 3 กลุ่มนี้
สร้างขึ้นเมื่อปลายพุทธศตวรรษที่ 16 หันหน้าไปทางทิศตะวันใต้
เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย
เนื่องจากค้นพบจารึกอักษรขอมโบราณ เนื้อความกล่าวสรรเสริญพระอิศวร
ตัวปราสาทตั้งบนเนินเขา และสร้างคร่อมโขดหินธรรมชาติ
ที่ได้รับการสถาปนาเป็นศิวลึงค์อันศักดิ์สิทธิ์
สิ่งก่อสร้างทั้งหมดอยู่บนพื้นที่ธรรมชาติเช่นเดียวกัน
จะเห็นได้จากลักษณะของพื้นที่บางจุดที่เป็นโขดหินขนาดย่อม
ไม่ได้รับการปรับแต่งอย่างที่อื่นๆ ด้านนอกมีบารายขนาดเล็กอยู่ด้านนอก
เพื่อนำน้ำมาใช้ในการประกอบพิธีกรรม
ปราสาทตาเมือนโต๊ด
เป็นปราสาทแบบอโรคยาศาล หรือโรงพยาบาล สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
หันหน้าไปทางทิศตะวันออก และมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ประกอบด้วยปราสาทประธาน วิหาร กำแพงแก้ว ซุ้มประตู และสระน้ำ
ตรงห้องกลางของโคปุระพบจารึก 1 หลัก อักษรขอมภาษาสันสกฤต
ซึ่งปัจจุบันนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย
ปราสาทตาเมือน
เป็นโบราณสถานที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก สันนิษฐานว่าเป็นศาสนสถาน
ศาสนาพุทธลัทธิมหายาน และเป็นที่พักของคนเดินทางหรือธรรมศาลา ในจำนวน
17 แห่ง ระหว่างทางจากเมืองพิมาย ไปยังเมืองพระนคร
ปราสาททั้ง 3 กลุ่มนี้ตั้งอยู่บนเส้นทางคมนาคมโบราณ
แต่ละหลังมีประโยชน์ใช้สอยแตกต่างกันไป
และลักษณะกลุ่มปราสาทแบบนี้ในประเทศไทย พบเพียงที่นี่ที่เดียวเท่านั้น
ปราสาทศรีขรภูมิ
ลักษณะเป็นปราสาทขนาดเล็กก่อด้วยอิฐ 5 หลัง ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน
เป็นเทวสถานของศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย
ทั้งนี้ดูจากทับหลังภาพศิวนาฏราชของปราสาทประธาน
สิ่งพิเศษที่น่าสนใจของปราสาทแห่งนี้คือ ภาพจำหลักรูปนางอัปสร 2 องค์
ที่ข้างกรอบประตู ซึ่งสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย
และพบที่นี่เพียงแห่งเดียว คาดว่าสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 17
นอกจากนี้ยังพบจารึกบนหินทรายที่ผนังกรอบประตู
เป็นจารึกอักษรธรรมภาษาไทย บาลี กล่าวว่า กลุ่มพระเถระผู้ใหญ่และท้ายพระยาร่วมกันบูรณะศาสนสถานแห่งนี้
ปราสาทภูมิโปน
ปราสาทภูมิโปนประกอบด้วยโบราณสถาน 4 หลัง คือ ปราสาทก่ออิฐ 3 หลัง
และก่อศิลาแลง 1 หลัง มีอายุการก่อสร้างอย่างน้อยสองสมัย
นับเป็นปราสาทแบบศิลปะเขมรที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย
คือราวพุทธศตวรรษที่ 13 ส่วนปราสาทอิฐหลังเล็กที่ตั้งตรงกลาง
และปราสาทที่มีฐานศิลาแลงทางด้านทิศใต้นั้นสร้างขึ้นในสมัยหลัง
ปราสาทภูมิโปนคงสร้างขึ้นเพื่อเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดูไศวนิกาย
เช่นเดียวกับศาสนสถานแห่งอื่นในรุ่นเดียวกัน
แม้ไม่พบรูปเคารพซึ่งควรจะเป็นศิวลึงค์อยู่ภายในปรางค์
แต่ที่ปรางค์องค์ใหญ่ยังมี ท่อโสมสูตร คือ
ท่อน้ำมนตร์ที่ต่อออกมาจากแท่นฐานรูปเคารพในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์
ปราสาทหินบ้านพลวง
ปราสาทหินบ้านพลวงเป็นปราสาทหินขนาดเล็ก
มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 แต่ฝีมือการสลักหินประณีตงดงามมาก
ลักษณะของปราสาทหินองค์นี้เป็นปรางค์องค์เดียว
ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
โบราณสถานแห่งนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมจำหลักลายงดงามมาก
แต่องค์ปรางค์เหลือเพียงครึ่งเดียว ส่วนยอดหักหายไป
มีคูน้ำเป็นรูปตัวยูล้อมรอบ ถัดจากคูน้ำเป็นบาราย (สระน้ำขนาดใหญ่)
ที่เห็นเป็นคันดิน เดิมคงเป็นที่ตั้งของแหล่งชุมชนมาก่อน สันนิษฐานว่า
แผนผังที่แท้จริงของปราสาทแห่งนี้น่าจะประกอบด้วยปรางค์สามองค์สร้างเรียงกัน
แต่อาจยังสร้างไม่เสร็จหรืออาจถูกรื้อออกไป
ปราสาทหินบ้านพลวงเปิดให้ชมทุกวัน ระหว่างเวลา 07.30 - 18.00 น.
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ
อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง
เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวสุรินทร์และท้องที่ใกล้เคียง
มีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่สนใจด้วย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โครงการชลประทาน จ.สุรินทร์ โทร. 0 4451
1966
วัดบูรพาราม
เป็นวัดเก่าแก่ของเมือง อยู่ใกล้ศาลากลางจังหวัด
เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อพระชีว์ พระพุทธรูปคู่เมืองสุรินทร์
ของฝาก
ที่เมืองสุรินทร์นี่เป็นเมืองแห่งหัตถกรรม คนที่ชอบผ้าไหมต้องตรงไปที่
บ้านท่าสว่าง อ.เมือง ผ้ามัดหมี่ จะมีแหล่งผลิตที่บ้านเขวาสินรินทร์
บ้านจันรม อ.เมือง บ้านจารพัด อ.ศรีขรภูมิ
นอกจากนี้เครื่องเงินก็เป็นสินค้าและของฝากที่น่าสนใจเช่นกัน
เครื่องเงินรูปแบบเฉพาะพบได้ที่บ้านนาโพธิ์ บ้านเขวาสินรินทร์ บ้านโชค
เครื่องจักสาน ซื้อหากันได้ที่บ้านบุทม
ที่นี่ผลิตเครื่องจักสานจากหวายคุณภาพดี
เรื่องของกินสุรินทร์ก็มีชื่อไม่แพ้ใคร หัวผักกาดหวานหรือหัวไชโป๊ว
กุนเชียง และกาละแมรสหอมหวานมีจำหน่ายที่ตลาดในตัวเมือง และอ.ศรีขรภูมิ
วิธีเลือกซื้อหัวผักกาดหวาน เลือกที่มีเนื้อแน่น กรอบ และสีสด
และกุนเชียงที่ดีต้องมีสีแดงธรรมชาติ แห้งและเนื้อแข็ง
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 1 โทร.
0 4421 3666
|
ร้านอาหารในจังหวัดสุรินทร์ |
|
|
เที่ยว 1 วัน ในสุรินทร์
08.00 น. ออกเดินทางจากจังหวัดสุรินทร์โดยใช้เส้นทางสุรินทร์-ปราสาท
08.30 น. ชมปราสาทหินบ้านพลวง
09.00 น. ออกเดินทางไปกิ่งอำเภอพนมดงรัก ชมกลุ่มปราสาทตาเมือน
จากนั้นไปอำเอคอกาบเชิง เลือก ซื้อสินค้าที่ตลาดการค้าช่องจอม
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. ออกเดินทางไปชมหมู่บ้านหัตถกรรมจักสานหวายบ้านบุทม
และชมปราสาทศีขรภูมิ อำเคอศีขรภูมิ
15.00 น. ออกเดินทางไปชมหมู่บ้านหัตถกรรมผ้าไหมและเครื่องเงินบ้านเขวาสินรินทร์
17.00 น. เดินทางกลับอำเภอเมืองสุรินทร์ รับประทานอาหารเย็นที่ห้วยเสนง
|