|

ฮานอยเมืองทางเหนือของประเทศเวียดนาม
เมืองที่ประวัติความเป็นมาเก่าแก่นับพักปี
เป็นเมืองหลวงทางเหนือของเวียดนามเหนือมาก่อน หากจะให้นึกภาพให้ออก
ฮานอยก็คือเชียงใหม่ของประเทศไทย ซาปาก็คือเมืองปายนั้นเองอารมณ์เดียวกันครับ
ฮานอยกากาศไม่ร้อนมากเกินไป เป็นเมืองตั้งต้นวางแผนที่เวียดนามเหนือ
หรือพักผ่อนหลังเที่ยวซาปา ฮาลองเบย์ มายเชา
การเดินทางมาที่ยวฮานอย ส่วนใหญ่ใช้สายการบินแอร์เอเชียราคาตั๋วประมาณ
3,500 บาท เป็นตั๋วเที่ยวเดียวนะครับ
หรืออานได้ราคาถูกกว่านี้หากได้ราคา promotion หรือจะใช้สานการบินของ
Jet star หรือเวียดนามแอร์ไลน์ก็ได้
ส่วนผมใช้เส้นทางโดยทางรถมาจากเชียงของ ข้ามมาห้วยทราย อุดมไชย
เมืองขวา เดียนเบียนฟู ซาปา ลาวไก แล้วนั่งรถไฟมายังฮานอย
อีกเส้นทางที่นิยมกันคือนั่งรถนอนราคา 900
บาทจากเวียงจันทร์มายังฮานอยเลย (ดูรถนอนเวียงจันทน์ฮานอย)
ที่พักที่ฮานอยมีหลายระดับราคาเสมือนเชียงใหม่
ย่านที่พักราคาถูกอยู่แถวๆหัวทะเลสาบฮานอย หรือทะเลสาบคืนดาบ
ราคาที่พักแบบดอม(DOM) หรือพักแบบรวมๆกันคนละ 5 USD ส่วนห้องแยกห้องละ
10 USD เริ่มต้น ส่วนโรงแรมก็ราคาตั้งแต่ 30 USD ขึ้นไป
เดินหาหรือของโรงแรมที่ฮานอยจากเว็บ hotsia.com
ก็ได้ครับ
ร้านอาหารในฮานอยมีหลายแบบให้เลือก
หากต้องการซึมซับแบบชาวฮานอยจะนั่งแทะขาหมูค่าริมถนน
หรือจะไปจิบกาแฟกับเม็ดแตงโมหน้าโบสถ์คุยกับเพื่อนเวียดนามที่พบกันใหม่ก็เหมาะครับ
ร้านอาหารไทยที่อยู่ริมทะเลสาบก็มีอาหารจานละ 100 กว่าบาท
หรือจะกินเป็นข้าวราดแกงที่มีอยู่ทั่วไปในฮานอยก็จานละ 50-80 บาท
เมืองหลวงของประเทศเวียดนาม มีประชากรประมาณ 4,100,000
คน (พ.ศ. 2547) ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของเวียดนามเหนือระหว่าง พ.ศ.
2497 ถึง พ.ศ. 2519
และก่อนหน้านั้นเคยเป็นเมืองหลวงของพื้นที่เวียดนามในปัจจุบันเป็นครั้งคราวตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่
11 จนถึง พ.ศ. 2345 ฮานอยตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำแดง
อุตสาหกรรมในเมืองคือเครื่องจักร, ไม้อัด สิ่งทอ, สารเคมี
และงานหัตถกรรม ฮานอยตั้งอยู่ที่ 21°2' หรือ 105°51' ตะวันออก
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2551 ได้มีการขยายเขตกรุงฮานอยไปอีก
โดยครอบคลุมบริเวณมากกว่าเดิมถึง 3 เท่า เพื่อรองรับการเติบโตของเมือง
และเมื่อถึงเดือนตุลาคม 2553 ก็จะครบวาระ 1000 ปีการสถาปนาเมือง
"ฮานอย"
หมายถึงตอนต้นของแม่น้ำ
ตั้งอยู่ตอนต้นอยู่บนลุ่มแม่น้ำแดง
ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ลี้สถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวงในปี พ.ศ. 1553
โดยใช้ชื่อว่า "ทังลอง" แปลว่า "มังกรเหิน" จนกระทั่ง พ.ศ. 2345
กษัตริย์ราชวงศ์เหงียนได้ย้ายเมือหลวงไปอยู่เมือง "เว้"
เมื่อตกเป็นส่วนหนึ่งของอินโดจีนของฝรั่งเศส
ฮานอยจึงกลับมาเป็นเมืองหลวงอย่างเป็นทางการอีกครั้งใน พ.ศ. 2430
ภายหลังได้รับเอกราชในปี พ.ศ. 2489 ดินแดนเวียดนามแยกออกเป็นสองประเทศ
โดยฮานอยเป็นเมืองหลวงของเวียดนามเหนือ เมื่อรวมประเทศใน พ.ศ. 2519
จึงเป็นเมืองหลวงหนึ่งเดียวของเวียดนามในปัจจุบัน
ฮานอย เคยเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของเวียดนามตั้งแต่ปี
พ.ศ. 1553 มีอายุกว่า 900 ปี ซึ่งเป็นปีที่จักรพรรดิลีไทโด
ทรงสถาปนาพระราชวังทังลองขึ้น ณ ดินแดนแห่งนี้
ตลอดช่วงเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงชื่อเมืองอีกหลายครั้ง
ฮานอย แปลว่า เมืองบนฝั่งโค้งของแม่น้ำ
นับเป็นเมืองหลวงที่มีขนาดเล็กที่มีความสวยงามมากตลอดสองฟากถนนเราสามารถเห็นตึกสไตล์โคโลเนียลอยู่เรียงรายสองข้างทาง
ฮานอย ในภาษาเวียดนาม
ฮา แปลว่า แม่น้ำ นอย แปลว่า ข้างใน
ฮานอยตั้งอยู่ใจกลางสันดอนลุ่มแม่น้ำแดงในภาคเหนือของประเทศ
มีทะเลสาบน้อยใหญ่ถึง 18 แห่ง มีทะเลสาบประจมเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุด
และมีทะเลสาบใจกลางกรุงที่ขึ้นชื่ออย่าง โฮฮว่านเกี๋ยม
นับเป็นเมืองหลวงขนาดเล็กที่มีเสน่ห์ไม่แพ้เมืองหลวงของประเทศอื่นๆ
ในแถบเอเชีย ดังนั้น
เมื่อคุณเดินทางมาถึงฮานอยจุดแรกที่ควรไม่ควรพลาดคือการไปริ่มต้นที่
ทะเลสาบโฮฮว่าเกี๋ยม ซึ่งเป็นย่านการค้าที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง
มีถนนสายเล็กๆ 36 สายตัดสลับกันไปมา ชาวเวียดนามเรียกถนนสายนี้ว่า
บาเมื่อยซัวโฟเฟือง แปลว่า 36 ถนน ชาวต่างชาติจะรู้จักกันในชื่อ
โอลด์ควอเตอร์ หรือถนน 36 สาย บรรยาศของตลาดนี้คล้ายกับเยาวราชในประเทศไทย
และมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งโรงแรม เกสต์เฮาส์ บริษัทนำเที่ยว
ร้านอินเตอร์เน็ต ร้านอาหาร
สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ใจกลางเมืองซึ่งเป็นย่านเก่าในเมืองฮานอย
และห่างจากกรุงฮานอยมาทางทิศเหนือระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร
ยังเป็นที่ตั้งของมรดกโลกทางธรรมชาติที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกอย่างอ่าวฮาลอง
ทะเลสาบที่มีเนื้อที่กว่า 4,000 ตารางกิโลเมตร
มีเกาะหินปูนน้อยใหญ่ที่ถูกกัดเซาะจากคลื่นลมในท้องทะเลเป็นเวลากว่าพันปี
จนเกิดหินปูนรูปทรงสวยงาม วางเรียงรายอยู่บนผืนน้ำมากกว่า 1,000 เกาะ
บรรยากาศเหมือนอ่าวพังงาในประเทศไทย
การเดินทางจากประเทศไทย
ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ
ใช้บริการรถโดยสารประจำทางไปยังจังหวัดหนองคาย
จากนั้นข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว เดินทางไปยังนครเวียงจันทน์
มีรถโดยสารเดินทางจากนครเวียงจันทน์ไปยังกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม
จอดอยู่ตรงข้ามดับโรงแรมเจริญชัย ติดกับสถานทูตอเมริกา วันละ 1 เที่ยว
คือ เวลา 18.00 น. ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 15 16 ชั่วโมง
ส่วนขากลับมีรถโดยสารประจำทางออกจากหน้าสถานทูตลาวในกรุงฮานอยกลับนครเวียงจันทน์อีกวันละหนึ่งเที่ยวเช่นกัน
ทางอากาศ ปัจจุบันมีสายการบินไทย
สายการบินไทยแอร์เอเชีย และสายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์ ให้บริการเยวบินสู่สนามบินฮานอย
การเดินทางท่องเที่ยวภายเมืองฮานอย
พาหนะในการเดินทางเที่ยวชมเมืองฮานอยนั้นมีหลากหลายประเภท ทั้ง
จักรยาน พาหนะยอดนิยมของนักท่อเที่ยวในการขี่เที่ยวชมรอบตัวเมือง
สามารถหาเช่าได้ตามโรงแรมในประราคาประมาณ 10,000 ดอง/วัน
หรือถ้าจะนั่งเที่ยวชมแบบสบายๆ ก็มีบริการของซิโคล่สามล้อถีบที่เราต้องนั่งอยู่ด้านหน้า
และคนให้บริการปั่นจักรยายอยู่ด้านหลัง
มีให้เลือกทั้งแบบนั่งชมรอบเมืองในราคาประมาณ 5,000 ดอง/คน
หรือจะเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ราคาตามแต่จะตกลง
ข้อแนะนำในการนั่งซิโคล่ในเมืองฮานอย คือ
คุณควรจะตกลงสถานที่ท่องเที่ยวและราคาให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง
ทางที่ดีควรพกแผนที่ตัวเมืองฮานอยติดตัวไปด้วย
เพื่อบอกให้คนขับรู้จุดหมายปลายทาง
จะได้ไม่ต้องมีปัญหาในเรื่องของภาษาที่ใช้ในการสื่อสานเพราะชาวฮานอยส่วนใหญ่จะพูดภาษาอังกฤษได้น้อยกว่าเมืองโฮจิมินต์
ที่พัก
การหาที่พักในกรุงฮานอยไม่ใช่เรื่องยากเพราะฮานอยเป็นเมืองหลวงของเวียดนามและเป็นศูนย์กลางในการท่องเที่ยวในเขตเวียดนามกลาง
จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายมีที่พักระดับมาตรฐาน
ส่วนใหญ่จะอยู่ในย่านโอลต์ควอเตอร์ มีโรงแรมระดับดีๆ อยู่เยอะ
มีห้องพักที่ได้มาตรฐาน แต่ราคาค่อนข้างสูงโดยเฉพาะช่วงเทศกาล
ส่วนโรงแรมขนาดเล็กหรือเกสต์เฮาส์ จะอยู่บริเวณย่านตัวเมืองเก่าและทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม
ซึ่งดัดแปลงมากจากตึกเก่าสมัยอาณานิคม
ร้านอาหาร
ศูนย์รวมของแหล่งอาหารในฮานอยจะอยู่ในย่านโอลด์ควอเตอร์
มีทั้งอาหารที่ขึ้นชื่ออย่างเฝอ (ก๋วยเตี๋ยวน้ำเส้นเล็กใส่ใบสะระแหน่
มะนาว และถั่วงอก) เสริฟมาพร้อมกับผักสดในเครื่องเคียงจากใหญ่
นับเป็นอาหารท้องถิ่นของฮานอย หรือจะเลือกร้านประเภทภัตตาคารก็ได้
ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ติดกับถนนเส้นหลักย่านใจกลางเมือง
มีทั้งร้านอาหารเวียดนาม อาหารตะวันตก จีน
หรือถ้าอยากลิ้มรสอาหารต้นตำรับชาวเวียต
แนะนำให้เลือกเข้าร้านอาหารเวียดนาม
สถานที่ท่องเที่ยวในฮานอย
ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม (Ho
Hoan Kiem หรือ ทะเลสาบคืนดาบ)
ที่ตั้ง :
ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองเก่าฮานอย
สำหรับนักเดินทางที่มาเยือนฮานอย
ซึ่งไม่ได้มากับบริษัททัวร์ส่วนใหญ่นิยมหาที่พักในบริเวณเมืองเก่า
ที่เปรียบได้กับถนนข้าวสารของเมืองไทย เพราะมีเกสต์เอาส์และโรงแรมราคาประหยัดมากมาย
มีเอเย่นต์ทัวร์สำหรับเลือกซื้อแพ็คเก็จทัวร์หรือตั๋วเดินทางภายในประเทศทั้งทางรถบัส
รถไฟ เครื่องบิน
และยังมีร้านจำหน่ายอาหารประเภทพื้นเมืองและตะวันตกมากมาย
และร้านขายของที่ระลึก
ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม มีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่าครั้งอดีตพระเจ้าเลไทโต
(Le Thai Yo) ได้นำดาบวิเศษซึ่งนำมาต่อสู้กับพวกหมิงจนสามารถปลดปล่อยประเทศให้อิสระแล้ว
พระองค์ทรงเรือไปกลางทะเลสาบเพื่อคืนดาบวิเศษให้กับเต่าศักดิ์สิทธิ์
และกล่าวกันว่าเต่าได้ขึ้นมาฉกดาบไปจักพระหัตถ์ของพระองค์
แล้วหายไปในทะเลสาบ อันเป็นเหตุให้ทะเลสาบแห่งนี้มีชื่อว่า
ทะเลสาบคืนดาบ
หากมองไปกลางทะเลสาบจะเห็นเจดีย์โบราณโผล่ขึ้นพ้นน้ำ
สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 18 มีชื่อเรียกว่า ทาพรัว (Thap Rua)
ซึ่งหมายถึง
หอคอยเต่าและในปัจจุบันยังมีหลายคนบอกว่าเห็นเต่าขนาดใหญ่อยู่ในทะเลสาบแห่งนี้
โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนฤดูกาล
วัดหง็อกเซิน (
Ngoc Son หรือ วัดเนินหยก)
ที่ตั้ง :
อยู่ริมทะเลสาบบนเกาะหยก ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ
สามารถข้ามจากฝั่งไปยังวัดโดยข้ามสะพานเทฮุก (The Huc)
หรือสะพานแสงอาทิตย์
มีสีแดงสดใสถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของกรุงฮานอย
นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกกันเสอมเมื่อถึงวัดหว็อกเซิน
ด้านในมีบรรยากาศร่มรื่นและมีศาลาสำหรับนั่งพักผ่อน
พิพิธภัณฑ์การปฏิวัติ (Museum
of Vietnamese Revolution)
ที่ตั้ง :
ตั้งอยู่บนถนนตงดาน (Tong Dan) ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์
พิพิธภัณฑ์การปฏิวัติหรือที่ชาวเวียดนามเรียกว่า Bao Tang Cach Mang
เป็นสถานที่ที่ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการต่อสู้เพื่อสันติภาพของคนในแผ่นดินนี้ต้องพบกับเรื่องราวอะไรมาบ้านตั้งแต่ครั้งโบราณจนถึงยุค
พ.ศ. 2518 อันเป็นช่วงปีที่ทหารอเมริกาถอนกำลังออกจากเวียดนาม
นอกจากนี้ยังมีหลาวไม้ขนาดยาวที่ปักไว้เพื่อสกัดกั้นกองกำลังมองโกล
รวมถึงกลองศึกสำริดใบยักษ์ที่มีการสร้างมาตั้งแต่ก่อน 24,000
ปีก่อนคริสตกาลก็มีให้ชมกัน
นับได้ว่าที่นี่น่าสนใจมากกับสิ่งของเรื่องราวที่จัดแสดงและประวัติอันขมขื่นที่ต้องเรียนรู้จากความเจ็บปวดของชนในชาติ
พิพิธภัณฑ์ศิลปกรรม (Fine
Arts Museum)
ที่ตั้ง :
ตั้งอยู่บนถนนเหวียนไทฮ็อก (Nguyen Thai Hoc) ค่าเข้าชม 10,000 ดอง
เปิด 09.15 17.00 น. หยุดวันจันทร์
พิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมหรือที่ชาวเวียดนามเรียกว่า บ่าวตางมีทวด (Bao Tang
My Thuat) เป็นแหล่งแสดงผลงานศิลปะที่ดีที่สุดของเวียดนามก็ว่าได้
เพราะที่นี่ได้จัดนิทรรศการครอบคลุมถึงงานศิลปะและประวัติของชนกลุ่มน้อยในเวียดนาม
และมีพระพุทธรูปไม้ที่งดงามหลายองค์ซึ่งมีอายุหลายร้อยปี
นอกจากนี้ยังมีกล่องสำริดดงเซิน (Dong Son)
และศิลปะเวียดนามอย่างอื่นอีกมากมายทั้งที่เป็นของสมัยโบราณและยุคใหม่
พิพิธภัณฑ์ทหาร (Army
Museum)
ที่ตั้ง :
ตั้งอยู่บนถนนเดียนเบียนฟู (Dien Bien Phu) ค่าเข้าชม 10,000 ดอง เปิด
08.00 11.30 น. และ 13.30 16.30 น. หยุดวันจันทร์
เพื่อเป็นการรำลึกถึงการประกาศอิสรภาพ
และการรวมชาติของเวียดนามและแสดงให้เห็นถึงการทำสงครามกับมหาอำนาจอย่างฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา
โดยภายในพื้นที่ได้นำซากเครื่องบินทิ้งระเบิด B52
มาจัดให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงความโหดร้ายของสงคราม
เมื่อเข้าไปด้านในก็มีภาพถ่ายของนักรบที่ร่วมกันชนะสงคราม
เครื่องแบบทหารอเมริกา และยังมีโรงภาพยนตร์ขนาดเล็กๆ
ซึ่งฉายภาพช่วงท้ายๆ ของสงครามเวียดนาม
สำหรับที่นี่ชาวเวียดนามออกเสียงว่า บ่าว ตาง กวาน โด่ย (Bao Tang Quan
Doi พิพิธภัณฑ์ทหาร)
สุสานของโฮจิมินห์ (Ho
Chi Minh s Mausoleum)
ที่ตั้ง :
ตั้งอยู่บนถนนเดียนเบียนฟู (Dien Bien Phu) บริเวณจัตุรัสบาสดิงห์ (Ba
Dinh) สุสานแห่งนี้ได้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2516 เสร็จในปี พ.ศ. 2518
เป็นอาคารหินอ่อนและหินแกรนิตรวมถึงไม้เนื้อดีจากทั่วประเทศ
เป็นอาคารที่โดดเด่นและสง่างามมาก โดยมีชื่อในภาษาเวียดนามว่า จู่ติกโอจิมินห์
(Lang Chu Tich Ho chi Minh ) ด้านในจะพบกับศพโฮจิมินห์
ซึ่งอาบน้ำยาอยู่ในโลงแก้วเพื่อให้ผู้คนที่เข้ามาชมได้รู้จักผู้นำที่มีความแข็งแกร่ง
ทั้งที่นี่เป็นการกระทำซึ่งขัดต่อความต้องการของโฮจิมินห์
เพราะท่านต้องการให้เผาร่างเมื่อตายลง
สำหรับห้องนี้ไม่อนุญาตให้นำกล้องถ่ายรูป วีดีโอ โทรศัพท์
หรือกระเป๋าทุกชนิดเข้าไปโดยเด็ดขาด
บริเวณจัตุรัสบาสดิงห์นี้เองที่โฮจิมินห์
อ่านคำประกาศอิสรภาพของเขาในวันที่ 2 กันยายน พ.ศ.2488 และอีก 34
ปีต่อมา ในวันที่ 2 กันยายน พ.ศ.2512 ยังเป็นวันเสียชีวิตของโฮจิมินห์อีกด้วย
หลังสุสานโฮจิมินห์
มีสวนสาธารณะที่เงียบสงบร่มรื่นและมีสระน้ำเล็กๆ
และบ้านที่สร้างบนเสาสูงซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่อยู่ของโฮจิมินห์
และบริเวณใกล้ๆนั้นมี เจดีย์เสาเดียว ที่สร้างในปี 1049 สมัยราชวงศ์หลี
เป็นเจดีย์ไม้ที่งดงาม ตั้งอยู่บนเสาต้นเดียวกลางสระบัว
พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ (Ho
Chi Minh Museum)
ที่ตั้ง :
ตั้งอยู่หลังสวนสาธารณะใกล้ๆ กับจัตุรัสบาดิงห์
เดินผ่านสวนสาธารณะที่มีเจดีย์เสาเดียวตั้งอยู่
ก็จะพบกับพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ เป็นรูปแบบของอาคารสมัยใหม่ขนาดใหญ่
มีการจัดแสดงนิทรรศการมากมาย มีการถ่ายภาพขาวดำ ในสมัยสงคราม
ซึ่งจะได้เห็นความเป็นอยู่ของเหล่าทหารกู้ชาติอีกด้วยและเรื่องราวการสู้รบในสมัยครามเวียดนาม
โรงละครฮานอย (Hanoi
Opera House)
ที่ตั้ง :
โรงละครแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนน Ly Thai To ตัดกับถนน Trang Tien
บริเวณวงเวียนห้าแยก
โรงละคร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2454 สไตล์แบบฝรั่งเศส
ตกแต่งอย่างงดงามดูแข็งแกร่ง ภายในมีที่นั่งกว่า 900 ที่นั่ง
ปัจจุบันยังเปิดแสดงอย่างสม่ำเสมอ การแสดงจะเน้นดนตรีคลาสสิค
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ (History
Museum)
ที่ตั้ง :
ตั้งอยู่หลังโรงละครฮานอย ค่าเข้าชม 15,000 ดอง
สำหรับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์หรือชาวเวียดนามเรียก Bao Tang Lich
แห่งนี้เป็นอดีตเป็นสถาบันวิจัยทางโบราณคดีของสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบุรทิศ
(Ecole Hrancaise dExtreme Orient) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2453
สร้างใหม่ปี 2469 ก่อนจะเปิดอีกครั้งในปี พ.ศ. 2475
ซึ่งสิ่งที่นำมาจัดแสดงไว้ที่นี่ครอบคลุมถึงประวัติศาสตร์เวียดนามทุกสมัย
เป็นโบราณวัตถุที่หาดูได้ยากยิ่ง มีกลองสำริดโบราณ
ซึ่งเป็นศิลปะอันงดงามของพวกจากที่แพร่เข้ามาในประเทศไทยด้วย
นอกจากนี้ยังมีเครื่องถ้วยชาม และเจ้าแม่กวนอิมปางประหลาด
รวมถึงห้องจัดแสดงของใช้สิ่งของต่างๆ ของกษัตริย์ 13
พระองค์แห่งราชวงศ์เหวียน
หากชอบเกี่ยวกับโบราณคดีคุณจะได้สัมผัสรากฐานแห่งอารยธรรมได้ดีทีเดียว
ตลาดดงซวน (Dong
Xuan)
ที่ตั้ง :
ตั้งอยู่สุดถนนฮังดาว ทางด้านเหนือของเขตเมืองเก่า
ตลาดดงซวนเป็นอีกสถานที่ที่ไม่ควรพลาด
ตามประวัติตลาดแห่งนี้โดนไฟไหม้ไปตั้งแต่ปี 1994
ทว่าได้มีการซ่อมแซมเพื่อช่วยให้เก็บรักษาบรรยากาศเก่าๆ
เอาไว้ให้ได้มากที่สุด โดยตลาดแห่งนี้มีสินค้ามากมายให้เลือก
ตั้งแต่บรรดาเครื่องจักรสาน พรมผืนเล็กๆ อาหาร เสื้อผ้า ของที่ระลึก
จนถึงซีดี และดีวีดี และยังมีเหล้าไวน์ราคาถูกด้วย
นอกจากนี้ยังมีร้านจำหน่ายดอกไม้ตามริมถนน
ร้านขายยาแผนโบราณที่มีกลิ่นสมุนไพรเป็นเอกลักษณ์
ร้านขายยาดองมีสัตว์ต่างๆ อยู่ในขวดก็มีอยู่ให้ชิมกัน ทั้งเหล้าดองงู
ดองตุ๊กแก ดองจิ้งจก
โบสถ์เซนต์โจเซฟ (St
Joseph Cathedral)
ที่ตั้ง :
ตั้งอยู่บนถนนยาจุง (Nha Chung) ทางด้านเหนือของทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม
เมื่อจักรวรรดิฝรั่งเศสเข้าปกครองเวียดนามและได้จัดการเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ
ให้ทันสมัยได้ทำให้ความเชื่อและสิ่งก่อสร้างอันเป็นเอกลักษณ์ได้ถูกทำลายทิ้งไปพอสมควร
รวมถึงที่นี่ด้วย
เพราะก่อนตะสร้างโบสถ์แห่งนี้ที่นี่เคยเป็นที่ตั้งของเจดีย์บ่าวเทียน (Bao
Thien) และถูกทำลายลงตอนสร้างโบสถ์เซนต์โจเซฟ
ทำให้ที่นี่เป็นโบสถ์เก่าที่สุดในฮานอย
เริ่มเปิดครั้งแรกในคืนคริสต์มาสปี พ.ศ. 2429
ปัจจุบันนักท่องเที่ยวนิยมมาเยือนที่นี่ด้วยความศรัทธาและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
ใกล้ๆ กันมีร้านจำหน่ายของที่ระลึกอยู่หลายร้าน
และมีร้านอาหารไว้คอยให้บริการอยู่
*** ขอขอบคุณข้อมูลส่วนหนึ่งจาก
www.oceansmile.com (ส่วนหนึ่งผมเขียนเอง)
จำเป็นต้องขอทางเจ้าของก่อนนำไปใช้นะครับ
***
|