|
ฮอยอัน(Hoi
an) คือเมืองท่องเที่ยงของเวียดนามกลางที่นิยมกันไปทั่วโลก
ตั้งอยู่ในจังหวัดกว่างนัม(Quang
Nam) ฮอยอันมีเสน่ห์ตรงบ้านเรือนโบราณเก่าๆ
เขตเมืองเก่าที่เรียงกับไปหลายร้อยเมตร บ้านเรือนที่เก่าแก่มีทั้งคนจีน
ญี่ปุ่น คนเวียดนาม อาศัยอยู่ตรงนี้มาก่อน ทำให้หลากหลายวัฒนธรรม
เมื่ออยู่ด้วยกันมานานมีคนไปพบเห็นความสวยงามจึงบอกต่อไปทั่วโลก ทำให้ฮอยอันเป็นที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาให้ได้ครับ
บริเวณที่เป็นฮอยอันแต่ก่อนเป็นเมืองท่าค้าขายสำคัญมีเรือสำเภาจีนมาจอด
ชาวเมืองทำการซื้อขายของแต่โบราณตึกเก่าริมน้ำเป็นตลาดเก่าที่มีคนอยู่
ต่อมาศูนย์กลางการค้าขายย้ายไปที่ดานัง
ตรงนี้จึงไม่ค่อยมีคนมากนักแต่ด้วยบ้านเรือนที่สวยงามของฮอยอัน
ทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่กลายมาเป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งของเวียดนาม
ผมไปเที่ยวทั้งฮอยอันและก็เชียงคานมาแล้วผมว่าสองเมืองนี้คล้ายกันอยู่บ้างตรงที่เป็นบ้านเรือนเก่าริมน้ำตลาดที่เคยค้าขายมาก่อนในอดีต
ตัวเมืองแบ่งเป็นถนนเรียบติดกับแม่น้ำสายหนึ่ง
เมื่อไม่ค่อยได้ใช้ทางน้ำเมืองก็ขยายไปทางถนน
บ้านเรือนริมน้ำก็เสมือนถูกลืมเมื่อเวลาผ่านไปคนแสวงหาความเก่าของเดิมๆ
ก็กลายมาเป็นที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในที่สุด
ที่เชียงคานตรงหน้าร้านเฮือนหลวงพระบางก็คล้ายๆกับฮอยอันเมืองเก่าครับ
ที่ฮอยอันมีเมืองเก่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลัง
มีสะพานญี่ปุ่น
บ้านเก่าหลายสิบหลังเช่น
บ้าน
Tan
Ky ที่ผมแนะนำ
รูปแบบการเที่ยวก็เหมือนกับเชียงคานคือเดินเล่นเมืองเก่าดูวิถีชีวิต
แต่มุมถ่ายรูปที่เชียงคานที่คนสร้างขึ้นจะมากกว่าฮอยอัน
ซึ่งเป็นบ้านที่คนอยู่ บ้านเก่าเหล่านี้ก็มีการขายของที่ระลึก
และมีการแสดงวัฒนธรรมของเขาแบบเอาจริงเอาจัง ทำให้เมืองฮอยอันยิ่งน่าเที่ยวขึ่นไปอีก
ในคืนขึ้น
15 ค่ำของทุกเดือนเมืองฮอยอันจะจัดงาน Full Moon
(ไม่ใช่ Full moon party
แบบเกาะพงัน) ตั้งแต่ 18.00
น. เวลาเวียดนามและเวลาไทยใช้เวลาเดียวกันครับ
ที่เมืองเก่าฮอยอันจะห้ามเปิดไฟบนถนนและบริเวณท่องเที่ยว
จะให้ใช้ได้เฉพาะโคมไฟเท่านั้น มีการแสดงหลายอย่างบนถนนแบบชาวบ้านแสดงเอง
คลาสสิคและประทับใจสุดๆ ลองอ่านเรื่อง
Fulll
Moon Hai an ครับ
ฮอยอันมีตลาดสดที่น่าเที่ยวมากครับ
เป็นตลาดปลาติดริมน้ำมีชาวเวียดนามไปซื้อปลากันมีปลาหลายชนิดมีสีสันมาก
ที่ตลาดยังมีผักและชาวเวียดนามมีซื้อขาย ผมไปนั่งจิบกาแฟสี่แยกตลาดฮอยอัน
ชมชาวเวียดนามผ่านไปมามีความสุขจริงๆ
ฮอยอันมีมรดกโลกอีกที่คือ
"หมี่เซิน"
เป็นแบบนครวัดแต่เก่ากว่า
ต้องซื้อทัวร์ไปชมเป็นอะไรที่ไม่ควรพลาดครับ
ได้ไปเที่ยวดูการทำหมวกเวียดนาม ไปหมี่เซิน ไปหมู่บ้านชาวเวียดนาม
ผมเองก็ซื้อทัวร์ไปเที่ยวเช่นกัน
ลองอ่านดูทริปมี่เซินที่นี่ครับ
ผมเองในสองสามวันแรกที่ฝนตก ผมได้ล่องเรือแบบชาวบ้านไปเที่ยวเกาะ
Cam kim
ไปแบบไปด้วยตัวเองเดินเล่นบนเกาะ เกาะนี้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว
มีชาวบ้านชาวเวียดนามอยู่ น่าไปเที่ยวครับ ผมมีคลิปและรูปมาฝาก
อ่านต่อ
ผู้คนของฮอยอันมีคนเวียดนามเป็นหลัก
มีคนจีน ญี่ปุ่น ผมเที่ยวเวียดนามอยู่หลายวัน ทั้งเดินเล่นกลางคืน
เดินเล่นกลางวัน เที่ยวไปตามหมู่บ้านชาวบ้าน และยังทำแผนที่
Mini street view
สำหรับคนอยากเห็นภาพฮอยอันแบบทั้งเมืองคลิกเข้าไปชมกันได้ครับ
เรื่องที่พักของฮอยอันผมว่ามีเพียงพอสำหรับนักท่องเที่ยวในทุกช่วงเวลา
ไม่ต้องจองล่วงหน้าครับ เดินเข้าไปถามราคาและดูห้องพักได้เลย
ราคากลางของต้นเดือนมกราคม 2554 อยู่ที่คืนละ
300-400 บาทครับ
อ่านเรื่องที่พักฮอยอัน
อาหารการกิน
มาเที่ยวเวียดนามนับว่า work สุดๆสำหรับผม
คนเวียดนามกินข้าว อาหารราคาถูก ผมกินได้หลายอย่างที่นี่
อาหารเวียดนามหลายอย่างก็ถูกปากคนไทยครับ
ผมได้รวบรวมอาหารอร่อยไปอีกเรื่องหนึ่งเลย
เพราะว่ามีหลายร้านที่อยากแนะนพครับ
ร้านอาหารอร่อยที่ฮอยอัน
อากาศที่ฮอยอันถือว่าสบายมากๆ
ในช่วงเดือนมกราคมที่ผมไปถือว่าหนาวกว่าที่ค่าเฉลี่ยในแต่ละปีครับ
แล้วมีฝนตกด้วย ที่ฮอยอันฝนจะตกในช่วงเดือนตุลาคม
จนถึงเดือนมกราคม
ฝนจะตกแบบไม่หนักพรมลงมาเรื่อยๆทั้งวัน อากาศจะหนาวช่วงฝนตก ผมว่าประมาณ
10
องศาเลยครับไปเจอมาแล้ว ส่วนเรื่องอุณหภูมิทั่วๆไปผมลงให้ด้านล่างครับ
การเดินทางมาเที่ยวฮอยอันสำหรับการเดินทางมาเที่ยวด้วยตัวเองออกจากไทยที่ด่านมุกดาหาร
ข้ามาสะหวันนะเขต แล้วต่อรถมาเว้ แล้วต่อรถจากเว้มาฮอยอันอีกที การมาเที่ยวฮอยกันสมัยนี้ง่ายใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็มาถึงแล้ว
ดูข้อมูลเพิ่มการเดินทางมาเที่ยวฮอยอัน mr.hotsia
มกราคม 2554

กราฟแสดงอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีของฮอยอัน
ดูเพิ่มเติมที่
http://www.zoover.co.uk/vietnam/vietnam/hoi-an/weather
ฮอยอัน :
จากนักเดินทางทั่วทุกมุมโลกที่มาเยือนเวียดนามล้วนเลือกเอาฮอยอันเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว
เพราะชื่อเสียงของเมืองมรดกโลกที่ยังคงมีลมหายใจ
เสน่ห์ของตึกเก่าสีเหลืองสวยสไตล์โคโลเนียลที่อนุรักษ์เอาไว้ให้คงเอกลักษณ์ดังเช่นอดีต
วิถีชีวิตที่เรียบง่ายและสวยงามของชาวเมืองฮอยอัน
ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีพร้อมสรรพสำหรับนักท่องเที่ยว
เมืองฮอยอัน อยู่ห่างจากเมืองท่าดานังทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ระยะทางประมาณ
30 กิโลเมตร ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำทูโบน
ห่างจากชายฝั่งทะเลเข้ามาตอนในระยะทางไม่กี่กิโลเมตร
เมืองเก่าโบราณที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งนี้
ครั้งหนึ่งในอดีตเคยเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก
ในบริเวณที่เคยเป็นไดเวียดกลางภายใต้การปกครองของขุนนางเหวียน
และปรากฏอยู่ในแวดวงของนักเดินทางตะวันตกในศตวรรษที่ 17 และ 18
แรกเริ่มเมืองฮอยอันเคยเป็นเมืองท่าชายทะเลในอาณาจักรจามปา
เรียกกันในชื่อว่า ได๋เจียน โดยมีเมืองหลวงอยู่ที่ตราเกียว และมีศานสถานอันศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่หมี่เซิน
ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากฮอยอันมากนัก
สมัยต้นกรุงศรีอยุธยา
ศตวรรษที่ 19 ชื่อของฮอยอันได้รับการบันทึกลงในการเดินเรือของชาติตะวันตกในชื่อ
ไฟโฟ หรือ ไฮโป และมีชาวต่างชาติเดินเรือเข้ามามากมาย จนฮอยอันกลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
และเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างตะวันออกและตะวันตก
จนเข้าสู่ราวครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19
เมืองแห่งนี้ก็โดนเผาราบคาบจากการสู้รบช่วงกบฏไตเซินเหวียนอัน
ภายหลังเมื่อเข้าสู่ยุคเริ่มต้นราชวงศ์เหวียน เมืองฮอยอันก็ได้รับการสร้างใหม่
ซึ่งเป็นต้นแบบของอาคารบ้านเรือนอายุสองร้อยกว่าปีอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
เมื่อเข้าสู่ปลายศตวรรษที่
19 แม่น้ำทูโบนเริ่มตื้นเขิน
เนื่องจากตะกอนโคลนเลนสะสมจนไม่อาจนำเรือใหญ่เข้ามาได้ เมืองดานังจึงถูกสร้างขึ้นมาเป็นเมืองท่าแห่งใหม่แทนที่ฮอยอัน
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเมืองฮอยอันก็เริ่มลางเลือนไปตามกาลเวลา
ทว่ายังคงเป็นเมืองค้าขายเล็กๆ จนถึงปี พ.ศ. 2459 เส้นทางรถไฟระหว่างฮอยอันและดานังได้รับความเสียหายจากพายุและไมได้รับการซ่อมแซมให้ดีดังเดิม
เมืองแห่งการค้าที่สำคัญซึ่งเคยต้อนรับชาวต่างชาติจึงยุบลง
ปี
พ.ศ. 2542 องค์กานยูเนสโกก็ได้ประกาศให้ฮอยอันเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม
เพราะความงดงามและเก่าแก่ของบ้านเมือง
รวมทั้งเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
ซึ่งนั่นทำให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามายังเมืองแห่งนี้ ประดุจน้ำในแม่น้ำทูโบนที่ไหลหล่อเลี้ยงผู้คนไม่เคยเปลี่ยนแปลง
การเดินทางจากประเทศไทย
ทางรถยนต์ :
จากตัวเมืองในจังหวัดมุกดาหาร ข้ามแม่น้ำโขงมายังแขวงสะหวันนะเขตในประเทศลาว
จากนั้นนั่งรถโดยสารประจำทางบริเวณสถานีขนส่งในแขวงสะหวันนะเขตมาตามทางหลวงหมายเลข
9 ไปยัง ด่านลาวบาว ชายแดนเวียดนาม ระยะทางประมาณ 250 กิโลเมตร
เข้าสู่ประเทศเวียดนาม จากนั้นนั่งรถอีกประมาณ 270 กิโลเมตร
โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านเมืองเว้ ก็จะมาถึงตัวเมืองดานัง
จากนั้นคุณสามารถเลือกใช้บริการรถโดยสารประจำทาง รถแท็กซี่
หรือมอเตอร์ไซด์รับจ้าง มายังเมืองฮอยอันที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองดานังมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว
30 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งหมดจากจังหวัดมุกดาหารของไทยไปยังเมืองฮอยอันประมาณ
550 กิโลเมตร
ทางอากาศ :
สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายและรวดเร็วในการเดินทาง
แนะนำให้ใช้บริการของสายการบิน พีบี.แอร์ เพื่อมาลงที่เมืองดานัง
จากนั้นนั่งรถยนต์ต่อมาอีกประมาณ 30 กิโลเมตร ก็มาถึงเมืองฮอยอันแล้ว
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายการบินพีบี.แอร์ โทรศัพท์
02-2610220-5
***
ขอขอบคุณข้อมูลส่วนหนึ่งจาก
www.oceansmile.com
(ส่วนหนึ่งผมเขียนเอง)
จำเป็นต้องขอทางเจ้าของก่อนนำไปใช้นะครับ
***
การเดินทางภายในตัวเมืองฮอยอัน
ทางบก :
ด้วยความที่ฮอยอันเป็นเมืองเล็กๆ ถนนเส้นหลักก็มีเพียงไม่กี่เส้น
สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งก็อยู่ไม่ไกลกัน
การเดินเท้าเที่ยวชมเมืองจึงเป็นวิธีหนึ่งที่สะดวก
เพราะคุณสามารถหยุดแวะชมสถานที่
หรือเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกได้อย่างสะดวกสบาย
ใช้เวลาเพียงวันเดียวก็เที่ยวครบทั่วเมืองเก่าแล้ว
หรือจะเลือกใช้บริการจักรยานที่มีให้เช่า ก็ทำได้เช่นกัน
แต่คุณอาจต้องใช้ความระมัดระวังสักหน่อย เพราะถนนแต่ละเส้นค่อนข้างเล็ก
ผู้คนทั้งนักท่องเที่ยวและชาวเมืองฮอยอันก็มีจำนวนมาก
ส่วนผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายและประหยัดเวลาในการเที่ยวชม
แนะนำให้ใช้บริการสามล้อถีบที่มีให้บริการอยู่ทั่วทั้งเมือง
ราคาก็ตามแต่ตกลงกันครับ
ทางน้ำ :
หลังจากที่เที่ยวตัวเมืองฮอยอันจนครบแล้ว
การเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งล่องเรือแม่น้ำทูโบน
ก็เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
มีให้เลือกทั้งแบบล่องเรือชมธรรมชาติสองฟากฝั่ง
โดยใช้เวลาล่องไปกลับประมาณ 1 ชั่วโมง ราคาประมาณ 2 ดอลล่าต่อคน
แต่สำหรับผู้ที่มาเป็นกลุ่มตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป แนะนำให้เช่าเหมาลำ
เพราะคุณสามารถต่อรองกับคนขับให้พาไปเยี่ยมชมหมู่บ้านหัตถกรรม
หมู่บ้านชาวประมง ตลอดจนวิถีริมฝั่งน้ำที่หาดูได้ยาก
โดยเรือจะมีให้บริการอยู่บริเวณท่าเรือข้ามฟากใกล้ๆกับตลาดเก่าในเมืองฮอยอัน
ที่พักเมืองฮอยอัน
แม้ว่าฮอยอันจะเป็นเมืองเล็กๆ
แต่ภายหลังที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลก
รัฐบาลก็พยายามสนับสนุนเรื่องการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่
นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกจำนวนไม่น้อยเดินทางมาเยือนเมืองแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย
ทำให้ทั้งร้านอาหาร บริษัทผู้ประกอบการท่องเที่ยว
และที่พักจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อคุณมาเยือนเมืองฮอยอัน
จึงวางใจได้ในเรื่องของความสะดวกสบาย
และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพียบพร้อม
โดยเฉพาะในเรื่องที่พักอันหลากหลายที่กระจายอยู่รอบตัวเมือง
มีหลากหลายราคาทั้งแบบเกสต์เฮาส์ราคาถูก โรงแรมระดับปานกลาง
ตลอดจนโรงแรมสุดหรูระดับ 5 ดาว
สำหรับในฤดูท่องเที่ยวที่พักส่วนใหญ่ในเมืองฮอยอันถูกจองเต็มจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่มาสัมผัสกับเมืองมรดกโลก
คุณควรติดต่อสอบถามข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนเดินทางหรือจะเลือกใช้บริการจากผู้ประกอบการนำเที่ยวของเมืองไทย
ซึ่งจะดูแลในเรื่องของการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในการท่องเที่ยว
ร้านอาหารเมืองฮอยอัน
ถ้าจะหาร้านอาหารอร่อยๆ
ในเมืองฮอยอันนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพราะฮอยอันขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองอาหารอร่อยที่สุดในเขตเวียดนามกลาง
เมนูขึ้นชื่อที่คุณไม่ควรพลาดลิ้มลองอย่าง เกาเหลา
เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ
เพราะหารับประทานง่าย แถมราคาก็ไม่แพง
จุดเด่นของร้านอาหารในเมืองฮอยอัน
คือ มีให้เลือกหลากรส หลายสัญชาติ
ตั้งแต่อาหารต้นตำหรับเวียดนามอยู่ตามภัตตาคารย่านใจกลางเมือง
ส่วนร้านอาหารสัญชาติฝรั่งก็มี ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ตามถนนเส้นต่างๆ
ในเมืองเก่าฮอยอัน โดยเฉพาะริมฝั่งแม่น้ำทูโบน
ที่มีร้านขึ้นชื่อหลายร้านให้คุณได้ลิ้มลองกัน หรือจะเลืออาหารซีฟู้ด
ก็มีให้เลือกกันเยอะมาก
สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองฮอยอัน
สำหรับการมาเที่ยวชมเมืองฮอยอัน สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ
การซื้อบัตรเข้าชมเมืองเก่าบริเวณหัวถนนตรันฝู
ภายในบัตรนั้นคุณสมารถเข้าชมได้ 5 สถานที่ภายใน 1 วัน
จะเลือกเดินเท้าเข้าชมเมือง เช่าจักรยาน
หรือใช้บริการของสามล้อถีบก็ได้เช่นกัน เนื่องจากฮอยอันเป็นเมืองเล็กๆ
มีถนนสายหลักเพียงไม่กี่เส้น ใช้เวลาเพียงวันเดียวก็เที่ยวครบแล้ว
สมาคมฟุกเกี๋ยน (Phouc
Kien Assembly Hall)
ถนนสายตรันฝู นอกจากจะเป็นศูนย์กลางของการเที่ยวชมเมืองโบราณฮอยอันแล้ว
ยังเป็นศูนย์รวมของชาวจีนที่อพยพเข้ามาในช่วงปี พ.ศ.2388-2428
จะเห็นได้จากบ้านเก่าแก่ประจำตระกูลกว่า 20 หลัง ตลอดจนจั่วฟุกเกี๋ยนที่สร้างขึ้นในปี
พ.ศ. 2335 ซึ่งถือเป็นสามคมชาวจีนที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของเมืองฮอยอัน
ใช้สำหรับเป็นที่พบปะของคนหลายรุ่นที่อพยพมาจากฟุกเกี๋ยนที่มีแซ่เดียวกัน
และยังใช้เป็นที่ระลึกถึงถิ่นกำเนิดและบูชาบรรพบุรุษของตน
และภายในยังเป็นที่ตั้งของวัดที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับลัทธิของพระนางเทียนเห่า
มีจุดเด่นอยู่ที่งานไม้แกะสลัก
ลวดลายสวยงามน่าชมและหากคุณไม่เร่งรีบไปไหน สองฟากฝั่งของถนนตรันฝูยังเต็มไปด้วยร้านขายสินค้าทำมือให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึก
ทั้งงานแกะสลักไม้ โคมไฟจากผ้าไหมหลากสี
ภาพวาดที่สะท้อนวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวฮอยอัน
ตลอดจนร้านอาหารหลากสัญชาติ หลายบรรยากาศ
สะพานญึ่ปุ่น (Japanese
Covered Bridge)
สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองฮอยอันที่คุณต้องมาชมคือ สะพานญี่ปุ่น
ได้รับการก่อสร้างโดยชุมชนชาวญี่ปุ่นเมื่อ 400 กว่าปีที่แล้ว
รูปทรงโค้งของสะพานและหลังคามุงกระเบื้องสีเขียวและเหลืองเป็นคลื่น
ตรงกลางสะพานมีเจดีย์ทรงจัตุรัสที่สร้างอุทิศให้แก่ดั๊กเดและตรันหวู
ก่อนเดินข้ามสะพานด้านซ้ายมือจะมีรูปปั้นสุนัขกำลังนั่ง
และเมื่อข้ามไปแล้วก็จะเจอกับลิงอีกตัว
นับเป็นสิ่งที่ช่างสมัยก่อนแสดงให้เห็นถึงระยะเวลาในการก่อสร้าง
สะพานแห่งนี้ เมื่อข้ามสะพานมายังอีกฟากหนึ่งของเมือง
คุณจะพบเห็นบ้านเรือนเก่าสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ตลอดจนร้านสไตล์อาร์แกลอรี่ริมถนนคนเดินสองฟากฝั่งถนนให้คุณได้เลือกซื้อเลือกชม
ส่วนถนนอีกเส้นคือ เหวียนทิมิงห์ไค
ที่มีบ้านเก่าอีกหลังที่น่าสนใจเช่นกัน คือ บ้านเลขที่ 7
เป็นบ้านชาวจีนทที่ย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากบนผืนแผ่นดินเวียดนามเมื่อครั้งขบวนเรือสำเภาเข้ามาค้าขายในเมืองท่าแห่งนี้
เอกลักษณ์ของบ้านไม้เก่าในฮอยอันก็คือ
ส่วนหน้าบ้านจะอยู่ติดกับถนนอีกสายหนึ่งและหลังบ้านจะอยู่ติดกับถนนอีกสายหนึ่ง
บริเวณหลังบ้านจะยาวมาก ภายในตกแต่งด้วยไม้แกะสลักงดงาม
และหน้าบ้านจะดัดแปลงมาเป็นร้านค้าขายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว
บ้านเลขที่
101 (Old
House No.101)
เสน่ห์อย่างหนึ่งของการมาเยือนเมืองฮอยอันก็คือ
การได้เข้าไปเยี่ยมชมบ้านประจำตระกูลเก่าแก่ที่ยังคงงดงาม
มีให้เลือกชมอยู่หลายหลัง
แต่คุณสามารถเลือกเข้าชมได้เพียงหนึ่งหลังจากบัตรเข้าชม
นอกเหนือจากนี้คุณจะต้องจ่ายค่าเข้าชมในบ้านแต่ละหลังเอง เริ่มตั้งแต่ถนนตรันฝู
ที่ตั้งของบ้านเลขที่ 77 ซึ่งเป็นบ้านของลูกหลานชาวจีนเก่าแก่อายุเกือบ
80 ปี ซึ่งอยู่อาศัยมาถึง 6 รุ่นแล้ว
ภายในใช้เครื่องไม้ประดับตกแต่งอย่างงดงาม ถัดมาที่ถนนเหวียนไทฮ็อก
ที่ถือว่าเป็นศูนย์รวมของสถาปัตยกรรมแบบฮอยอัน
บนถนนสายนี้มีบ้านประจำตระกูลเก่าแก่ให้เลือกเข้าชมทั้งหมด 3
หลังด้วยกัน เริ่มจากบ้านเลขที่ 22 บ้านเก่า 2 ชั้น
ของชาวจีนที่เข้ามาติดต่อเพื่อซื้อขายอบเชย สร้างมาเกือบ 90 ปีแล้ว
ภายในแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ บ้านไม้และบ้านปูนเก่าสร้างอย่างประณีต
เป็นครอบครัวใหญ่ที่เปิดให้เข้าเยี่ยมชมได้และที่คุณพลาดไม่ได้คือ
บ้านเลขที่101 เป็นบ้านของจีนในตระกูล Tan Ky
นับเป็นบ้านไม้ที่เก่าแก่และสวยงามที่สุดของเมืองฮอยอัน
สร้างขึ้นมาเมื่อ 75 ปีที่แล้ว และอยู่กันมา 5 ชั่วอายุคน
ภายในแบ่งเป็นสัดส่วนอย่างลงตัว ตั้งแต่ ห้องสมุดสมัยก่อน ห้องรับแขก
และห้องครัว
ศูนย์วัฒนธรรมและหัตถกรรม (Handicraft
workshop and traditional music shop)
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดภายในศูนย์วัฒนธรรมและหัตถกรรมแห่งนี้คือ
โรงละครหลังเล็ก ที่จัดการแสดงพื้นเมืองที่หาดูได้ยากของชาวเวียดนาม
ตั้งแต่การจับปลา การเกี่ยวข้าว ท่ามกลางศิลปินนักร้อง นักดนตรี
ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวเวียดนาม
สำหรับนัก่องเที่ยวี่ไม่อยาดพลาดการแสดงที่น่าประทับใจเช่นนี้
แนะนำให้มาในวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00 น. หรือ เวลา 15.00 น.
เพราะจะมีการแสดงเพียง 2 รอบต่อ 1 วันเท่านั้น
นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมงานฝีมือของเมืองฮอยอัน ตั้งแต่งานแกะสลักไม้
งานแกะสลักหินอ่อน ที่ยินดีให้คุณได้ชมในทุกขั้นตอนของการผลิต
และสมารถเลือกซื้อกลับไปเป็ฯชองที่ระลึกได้ในราคาย่อมเยา
พิพิธภัณฑ์เซรามิก (Museu
of Trading Ceramics)
ที่ตั้ง อยู่บนถนนสายตรันฝู ตรงบ้านเลขที่ 80 ภายในบ้าน 2 ชั้นหลังนี้
สร้างจากไม้เนื้อแข็งที่มีอายุเก่าแก่กว่า 80 ปี
โดยบรรพบุรุษดั้งเดิมเป็นชาวจีนฟุกเกี๋ยนที่เข้ามาติดต่อซื้อขายยาสมุนไพร
และไม่ได้กลับไปยังถิ่นฐานเดิม
ปัจจุบันจึงดัดแปลงบ้านไม้เก่าแก่หลังนี้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์เซรามิกที่จัดแสดงโบราณวัตถุเอาไว้อย่างเป็นหมวดหมู่ตั้งแต่
ถ้วย ขาม เครื่องใช้ไม้สอยสมัยโบราณ รวมทั้งชามสังคโลกของไทย
สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมาของเมืองมรดกโลกริมแม่น้ำทูโบนที่เต็มเปี่ยวด้วยเสน่ห์แห่งนี้
นอกจากจะได้ชมถ้วยชามเซรามิกเก่าแก่แล้ว จากบริเวณระเบียงบ้านชั้น 2
คุณยังสามารถมองลงมายังถนนหน้าบ้าน
เพื่อชมเมืองฮอยอันในมุมสูงได้อีกด้วย
หลังจากเที่ยวชม
5 สถานที่ของเมืองเก่าฮอยอันจนครบแล้ว สถานที่ต่อไปที่คุณไม่ควรพลาดชม
คือ แม่น้ำทูโบน
แม่น้ำสายสำคัญที่ไหลหล่อเลี้ยงชาวฮอยอันจากอดีตจนปัจจุบัน
เต็มไปด้วยร้านอาหารนานาชาติ บรรยากาศดี
ให้คุณได้เลือกนั่งพักชมวิวริมแม่น้ำ
และหากมีเวลาพอห่างจากตัวเมืองเก่ามาไม่ไกล
ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำทูโบนยังเป็นที่ตั้งของหาดจีน
ชายหาดที่ทอดยาวต่อเนื่องมาจากเมืองดานัง
ซึ่งขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในเมืองฮอยอัน
แม่น้ำทูโบน (Thu
Bon River)
หากมาเยือนเมืองฮอยอันแล้วไม่ได้มาเยี่ยมชมแม่น้ำทูโบนแล้วก็เหมือนมาไม่ถึง
เพราะแม่น้ำสายนี้มีความสำคัญตั้งแต่สมัยครั้งโบราณ
ก่อนที่ฮอยกันยังเป็นเมืองท่าสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มีชาวต่างชาติจำนวนมากล่องเรือเข้ามาททำการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่เมืองแห่งนี้
ทำให้ฮอยอันเป็นเสมือนศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างตะวันออกกับตะวันตก
แต่ภายหลังที่แม่น้ำเริ่มตื้นเขิน
เรือเดินสินค้าไม่สามารถมาจอดเทียบท่าได้
เมืองดานังจึงถูกสร้างขึ้นมาแทนที่ฮอยอัน แต่อย่างไรก็ดี
สายน้ำทูโบนแห่งนี้กลับมิได้สูญหายไปพร้อมกาลเวลา
แต่ยังคงทำหน้าที่หลักไหลหล่อเลี้ยงชาวฮอยอันอยู่เรื่อยมา
เห็นได้จากชาวบ้านที่ยังคงออกหาปลาในแม่น้ำ
และใช้แม่น้ำสายนี้เป็นเส้นทางสัญจรไปมาหาสู่กันระหว่างสองฟากฝั่งน้ำ
การได้มาเดินเที่ยวชมริมแม่น้ำทูโบน
จึงเต็มแด้วยเสน่ห์ของกาลเวลาที่เชื่อมต่อระหว่างอดีตและปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกัน
ตั้งแต่บ้านเรือนสไตล์โคโลเนียลมรดกตกทอดริมฝั่งแม่น้ำทูโบน
หมู่บ้านชาวประมงที่หาดูได้ยาก
ศิลปะที่ผสมผสานที่แสดงผลงานศิลปะไว้ภายในเรือ
ตลอดจนร้านอาหารสองบรรยากาศที่มีให้คุณเลือกสรรทั้งร้านขายน้ำผลไม้แบบเรียบง่ายริมฝั่งแม่น้ำ
หรือร้านอาหารสมัยใหม่หลายสัญชาติที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม
และถ้าคุณต้องการสัมผัสมนต์เสน่ห์ของสายน้ำทูโบนอบ่างใกล้ชิดแล้ว
ก็มีบริการล่องเรือชมวิวทิวทัศน์และวิถีริมฝั่งน้ำให้คุณเลือกใช้บริการเช่นกัน
หาดเกาได๋
หรือ หาดจีน (Cao
Dai Beach)
นอกจากบ้านเรือนสวยสไตล์โคโลเนียลที่มีให้เยี่ยมชมย่านเก่าใจกลางเมืองฮอยอันแล้ว
ถัดมาไม่ไกลจากตัวเมืองฝั่งตรงขามกับแม่น้ำทูโบน
คุณจะได้พบกับชายหาดสวยชื่อ เกาได๋ ที่ทอดยาวต่อเนื่องมาจากเมืองดานัง
หรือที่ชาวฮอยอันเรียกว่า หาดจีน เป็นชายหาดที่มีเนื้อทรายละเอียด
น้ำทะเลใสสะอาด บรรยากาศเงียบสงบ มีกิจกรรมทางน้ำมากมายให้เลือกสรร
เหมาะทั้งลงเล่นน้ำและชมวิวทิวทัศน์
บริเวณฝั่งตรงข้ามชายหาดเต็มไปด้วยโรงแรมระดับดีให้คุณได้เลือกพักชมวิวทะเล
ตลอดตนร้านอาหารให้เลือกลิ้มรส
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่หลังจากเที่ยวชมเมืองเก่าฮอยอันจนครบแล้ว
ก็มักเปลี่ยนบรรยากาศมาพักผ่อนหย่อนใจที่หาดทรายสวยแห่งนี้
หุบเขาหมี่เซิน..มรดกโลก
ที่ตั้ง :
อยู่ห่างจากเมืองดานังไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ระยะทางประมาณ 70
กิโลเมตร
และอยู่ห่างจากเมืองฮอยอันมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ระยะทางประมาณ 50
กิโลเมตร
การเดินทาง :
ท่านสามารถหาซื้อแพกเกจทัวร์ได้จากบริษัทเมืองดานังหรือฮอยอันจะสะดวกกว่าเดินทางไปด้วยตัวเอง
ราคาไป-กลับ ประมาณ 4 US$
แต่ถ้าเลือกนั่งเรือกลับก็ต้องเพิ่มเงินอีกนิดหน่อย
นักโบราณคดีเชื่อว่าวัฒนธรรมของจามมีพื้นฐานมาจากวัฒนธรรมซาหินห์ของคนยุคก่อนประวัติศาสตร์
ในแผ่นดินอันนัมและผสานเข้ากับวัฒนธรรมอินเดียที่ขึ้นฝั่งมาทำการค้าเมื่อครั้งอดีต
วัฒนธรรมจาม
มีความเจริญรุ่งเรืองยาวนานถึงพันกว่าปี
มีศูนย์กลางอยู่ที่หุบเขาหมี่เซิน โดยเริ่มต้นจากพระเจ้าภัทรวรมันที่ 1
ในคริสต์ศตวรรษที่ 4
อาณาจักรจามรุ่งเรืองครอบครองอาณาเขตตั้งแต่ทางตอนใต้ของฮานอยไปจนถึงเวียดนามใต้และภาคตะวันออกของกัมพูชา
ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดอาณาจักรจามปา มีกษัตริย์ปกครอง 78 พระองค์ ใน
14 ราชวงศ์ ก่อนเข้าสวามิภักดิ์กับอาณาจักรไดเวียดเมื่อคริสต์ศตวรรษที่
15 และถือเป็นอันสิ้นสุดลงของอาณาจักรแห่งความยิ่งใหญ่
ร่องรอยแห่งอารยธรรมของอาณาจักรจามปามีอยู่ทั่วไปในอุษาคเนย์
ซึ่งได้สร้างปราสาทเพื่อถวายพระศิวะมากมาย
เนื่องจากชนชาติดังกล่าวนับถือศาสนาฮินดูอย่างเคร่งครัด
โดยเฉพาะภายในบริเวณหมี่เซินมีศาสนสถานที่สร้างด้วยอิฐกว่า 70 แห่ง
แต่ที่โดดเด่นสุด คือ ปราสาททับจั่ว แต่ภายหลังที่เกิดสงครามเวียดนาม
โบราณสถานจำนวนมากถูกทำลายลงจากการทิ้งระเบิดของเครื่องบิน B52
ของอเมริกา แต่อย่างไรก็ดี
โบราณสถานที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบันก็ยังงดงามควรค่าแก่การเยี่ยมชม
เพราะนับเป็นโบราณสถานในศาสนาฮินดูที่เก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดในแหลมอินโดจีน
ที่สามารถสะท้อนความรุ่งเรืองแห่งอารยธรรมของจามได้ดีที่สุด
จนได้รับเลือกจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี พ.ศ. 2542 |