หลังจากผมเดินทางมาถึงหลวงพระบางเมื่อวาน ก็ไปเดินเล่นถนนคนเดินหลวงพระบาง และตื่นเช้ามาก็ไปกิน ข้าวจี่หลวงพระบาง ผมก็ยังไม่เห็นว่าหลวงพระบางน่าเที่ยวสมเป็นมรดกโลกตรงไหนเลย ก็เหมือนเมืองท่องเที่ยวทั่วๆไป นักท่องเที่ยวเยอะของแพง กลางวันร้อนตับแล้บ เอ้เมืองมรดกโลกหลวงพระบางต้องมีอะไรดีสินะ วันนี้ผมจะเดินให้ทั่วเลยเพราะจากข้อมูลเมืองหลวงพระบางเขาได้เป็นเมืองมรดกโลกเพราะว่ามีสิ่งปลูกสร้างน้ำมือคน ที่ยังคงความงดงามรักษาวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี ดังนั้นผมต้องเดินไปแถวๆ ที่ไม่ใช่ที่พักผมแน่นอนเพราะเป็นที่พักราคาไม่แพง ย่อนทำเลไม่ใช่ดีนัก วันนี้ผมจึงจะสำรวจให้ทั่วหลวงพระบาง
ดูจากแผนที่เดินเล่นด้านล่างผมเริ่มเดินจากที่พักออกไปทางริมแม่น้ำโขงแล้วก็เดินอ้อมเป็นวงรอบแม่น้ำโขง แม่น้ำคานกลับมาถนนคนเดิน เส้นทางนี้เดินได้ชิวๆ อากาศดีๆ ระยะทางเดินเล่นอยู่ที่ประณ 3 กิโลเมตรได้ครับ (อาจมากหรือน้อยกว่านี้นะ) ผมเดินไปตามซอยเล็กๆ ทุกซอยเป็นบ้านเก่าๆทั้งหมด สวยงามทุกหลังคา ไม่มีบ้านตึกโผล่มาให้เห็น ชาวบ้านถึงแม้อยู่ในเมืองหลวงพระบาง ก็ยังคงรักษาวัฒนธรรมอันดีงามได้อย่างดีครับ ผมเคยไปเที่ยวพงสาลี ชาวบ้านเรียกกินข้าวกินปลามาแล้ว ที่หลวงพระบางเป็นเมืองท่องเที่ยวคิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ก็เป็นไปแล้ว ผมเดินเล่นไปเจอชาวบ้านเขาทำอาหารเย็นเตรียมไปทำบุญ ก็เลยไปคุยกับเขา และนิสัยใจคอแบบไทยลาวก็เหมือนกัน แขกมาถึงเรือนชานให้ต้อนรับ ยกน้ำมาให้คุยอย่างมิตรภาพเลยครับ
ที่ผมสังเกตเห็นหลวงพระบางยังมีการก่อสร้างตลอดเวลา แต่ทำไมถึงยังรักษาบ้านเก่าๆไว้ได้อย่างดี ผมจึงไปคุยกับชาวบ้านและคนหลวงพระบางจึงรู้ว่าเมืองหลวงพระบาง เมื่อเป็นเมืองมรดกโลกแล้ว เขาจะมีคณะกรรมการของต่างประเทศที่ดูแลมรดกโลก ทำงานร่วมกับคนท้องที่ ควบคุมเรื่องการก่อสร้างปรับปรุงอาหารบ้านเรือนทั้งหมด โดยมีกฎที่เข้มอยู่ว่า สิ่งปลูกสร้างเดิมเป็นอย่างไรหากจะปรับปรุงซ่อมแซมต้องทำเหมือนเดิม สูงห้ามเกินของเดิม วัสดุที่ใช้ก็ต้องเช่นเดิม!!! มิน่าล่ะเขาถึงยังคงอะไรเก่าๆได้ถึงวันนี้ ผมยิงเดินไปลึกมากขึ้น ก็เห็นคุณค่าของเมืองมรดกโลกหลวงพระบางมากขึ้นว่าสมควรแล้วที่ได้มาซึ่งหลวงพระบางเมืองมรดกโลก
ผมได้ไปคุยกับเจ้าของเกสเฮ้าส์ข้างๆ ที่ผมพักเขาบอกผมว่ามีบ้านบางหลังมุงหลังคาด้วยดิน และหากจะซ่อมแซมต้องใช้หลังคามุงดินเช่นเดิน ซึ่งหลังคาดินนั้นหายากแล้ว หากหาได้ทำได้ก็ต้องราคาสูง ทำไปทำมา บ้านหลังนี้ก็ยังคงมีให้เห็นแบบเดิมๆ หลังคาดินไม่มีใครไปทำอะไรต่อ นี่คืออานิสงของมรดกโลกที่ทำให้เมืองหลวงพระบางดูขลังจนถึงวันนี้
ข้อมูลการเดินเล่นตามรอยผม Mr.Hotsia หากดูตามแผนที่ ช่วงเดินไปทางเกือบๆ ถึงปากน้ำอู แถวนั้นจะเป็นที่พักราคาแพงทั้งหมด บ้านเรือนเหลือน้อย แต่ขาก็สร้างได้ดีและสวยงามแยกไม่ออกว่าเป็นบ้านชาวหลวงพระบางหรือที่พักกันแน่
เมื่อเดินผ่านมาถึงแถวๆปากแม่น้ำคาน ผมสังเกตเห็นว่าคนหลวงพระบาง เขาจะนั่งเล่นตามริมทางหรือหน้าบ้าน และจะมีคนมาทำเล็บให้ถึงที่ เห็นหลายคนด้วย เอเขามีบริการทำเล็บนอกสถานที่ด้วยหรือนี่ เล็บผมตอนนี้ยาวเป็นไก่พอดีเลย และแล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่งขับจักยานผ่านมา ถือตะกล้าทำเล็บมาด้วย ผมเลยเรียกมาใช้บริการดู เดินมาเหนื่อยนักก็พักตัดเล็บ ปรากฏว่าสาวเจ้าพูดไทยไม่ได้เลย ลาวได้นิดหน่อย แต่พูดเวียดนามแจ่มเลย หลังจากพยายามสื่อสารก็รู้ว่าเป็นคนเวียดนามที่มาอาศัยอยู่ที่หลวงพระบาง ผมก็เลยฝึกพูดภาษาเวียดนามไปด้วยซะเลย เดี๋ยวจะไปเที่ยวเวียดนามจะได้พอพูดได้บ้าง มาเที่ยวหลวงพระบางเดินเล่นเหนื่อยนักก็พักทำเล็บ เพื่อนๆ อยากลองบ้างก็ตามสบายนะครับ ตัดเล็บเสร็จก็ได้ภาษาเวียดมานิดหน่อย ซินจ่าว=สวัสดี, ก๋ามเอิง=ขอบคุณ, ซินโหล๋ว=ขอโทษ,อันเกิม=กินข้าว อิอิ ได้แค่นี้ครับ
เดินมาเรื่อยๆ จนถึงทางแยกไปถนนคนเดินตรงนี้เป็นจุดชมวิวแม่น้ำคานอีกจุดนอกเหนือจากแถวๆภูสี ตรงนี้จะมีสะพานไม้ไผ่ให้เดินเล่นไปดูเด็กๆ กระโดดน้ำโชว์กัน สะพานแห่งนี้เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมายังมีการเก็บตังค่าชมสะพาน แต่ตอนนี้เดินเล่นฟรีแล้ว ลงไปถ่ายรูปชมวิวน้ำคานก็สวยดีครับ ที่จุดนี้ผมไปเจอน้องคนหนึ่งขายของที่ระลึก คุยเก่งจนผมต้องซื้อเลยครับ ถ่ายคลิปมาฝากกันด้วยนะ 🙂
จากจุดนี้ไปก็เกือบครบวงรอบของการเดินเที่ยวหลวงพระบางแล้ว ผมก็เดินไปทางเส้นทาง ถนนคนเดินช่วยเย็นๆ คนเริ่มมา ร้านเริ่มมาตั้ง ผมก็ไปกินน้ำปั่นให้ชื่นใจ จากร้านที่ขายแถวๆนั้น แล้วก็เดินกลับที่พักด้วยความเหนื่อยล้า กลับมาไปเจอเขาเรียกกินสุกี้ ก็ไม่ขัดครับ ไปนั่งกินด้วย จริงๆ อยากคุยหาข้อมูลหลวงพระบางมาเล่าสู่กันฟังมากกว่าครับ
วันนี้ช่วงเย็นๆ ของผมหมดไปกับการเดินชมเมืองหลวงพระบาง มานั่งทบทวนช่วงเอาคลิปลง youtube เมืองหลวงพระบางนี้สมควรแล้วที่เป็นมรดกโลก เขารักษาบ้านเมืองของเขาได้ดีจริงๆ หากเพื่อนๆมาหลวงพระบาง อยากให้เดินเล่นชมเมืองเขาด้วย โปรดหลีกเลี่ยงการทำสองอย่างแล้วกลับไทยสองอย่างคือตักบาตรและเดินถนนคนเดิน ….Mr.Hotsia พ.ค. 53








I’m Mr.Hotsia, sharing 30 years of travel experiences with readers worldwide. This review is based on my personal journey and what I’ve learned along the way.I share my experiences on www.hotsia.com |