พิพิธภัณฑ์สิรินธร
🎬 วิดีโอที่เกี่ยวข้องจาก Mr.Hotsia
ข้าวจี่กาฬสินธุ์ kalasin local food
📍 พื้นที่และลิงก์ภายใน
📌 ข้อมูลสถานที่
| ชื่อ | พิพิธภัณฑ์สิรินธร |
|---|---|
| หมวด | แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม |
| พื้นที่ | อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ |
| เวลา | เปิดให้บริการทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ หยุดทุกวันจันทร์ ยกเว้นวันจันทร์ที่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์เปิดให้บริการตามปกติ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. – ๑๗.๐๐ น. |
| โทรศัพท์ | ๐ ๔๓๘๗ ๑๖๑๓, ๐ ๔๓๘๗ ๑๖๑๕ |
| เว็บไซต์ | เปิดเว็บไซต์ |
🧭 ภาพรวมจากข้อมูล ททท.
พิพิธภัณฑ์สิรินธร เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓ พระครูวิจิตรสหัสคุณ เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ได้พบกระดูกชิ้นใหญ่ในบริเวณวัดสักกะวันและได้นำมาเก็บรักษาไว้ จนปี พ.ศ. ๒๕๒๑ นายวราวุธ สุธีธร นักธรณีวิทยาและคณะจากกรมทรัพยากรธรณีได้เดินทางมาสำรวจธรณีวิทยาบริเวณนี้ และพบว่ากระดูกดังกล่าวเป็นซากฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ คณะสำรวจธรณีวิทยาไทย-ฝรั่งเศสได้นำกระดูกเหล่านั้นจำนวน ๓ ท่อน ไปศึกษาพบว่าเป็นส่วนกระดูกขาหน้าของไดโนเสาร์ซอโรพอด (Sauropod) จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๓๗ จึงได้สำรวจขุดค้นและอนุรักษ์อย่างเป็นระบบ แล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ พบซากไดโนเสาร์จำนวนมากในชั้นหินเสาร์ขัวยุคครีเตเซียสตอนต้น อายุประมาณ ๑๓๐ ล้านปี แหล่งขุดค้นแห่งนี้พบกระดูกไดโนเสาร์ชนิดกินพืชจำนวนมากกว่า ๗๐๐ ชิ้น สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนของไดโนเสาร์กินพืชอย่างน้อย ๗ ตัว โดยซากไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์ที่สุดเป็นของ ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน่ (Phuwiangosaurus sirindhornae) โดยที่กระดูกยังคงเรียงรายต่อกันอยู่ในสภาพนอนคว่ำ กระดูกสันหลังตั้งขึ้น มีซี่โครงออกสองข้างลำตัว กระดูกสะโพกทุกชิ้นอยู่ในตำแหน่งเดิม กระดูกหางเรียงม้วนเป็นวงกลมพาดขึ้นไปกลางหลังและยาวต่อไปจนกระทั่งถึงปลายหาง แต่ขาท่อนหลัง ขาหน้าข้างขวา คอ และส่วนหัวหลุดกระจายออกไป จากการค้นพบครั้งสำคัญนี้ กรมทรัพยากรธรณีจึงได้ก่อสร้างอาคารครอบแหล่งขุดค้นไว้ เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้และแหล่งข้อมูลทางวิชาการด้านบรรพชีวินวิทยาของไทย และนำไปสู่การสร้างพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนาม “สิรินธร” เป็นชื่อพิพิธภัณฑ์เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๔๙ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าวจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” นับแต่นั้นเป็นต้นมา ทำการทดลองเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๐ และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์สิรินธร แบ่งการจัดแสดงออกเป็น ๘ โซน ได้แก่ โซนที่ ๑ กำเนิดโลกและจักรวาล โซนที่ ๒ กำเนิดสิ่งมีชีวิต โซนที่ ๓ มหายุคพาลีโอโซอิก (วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตโบราณ) โซนที่ ๔ มหายุคมีโซโซอิก (โลกแห่งสัตว์เลื้อยคลานและไดโนเสาร์) แบ่งโซนย่อยจัดแสดงเรื่องราวไดโนเสาร์ไทย โซนที่ ๕ วิถีชีวิตไดโนเสาร์ โซนที่ ๖ ปริศนาการสูญพันธุ์ และคืนชีวิตให้ไดโนเสาร์ โซนที่ ๗ มหายุคซีโนโซอิก (มหายุคแห่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม) และ โซนที่ ๘ เรื่องราวของมนุษย์ นอกจากนี้ยังสามารถชมหลุมขุดค้นซึ่งมีซากฟอสซิลจริงที่ขุดค้นพบเป็นครั้งแรกในบริเวณภูกุ้มข้าวได้อีกด้วย พิพิธภัณฑ์สิรินธร
🏨 หาโรงแรมใกล้ที่ท่องเที่ยวนี้
หลังเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ ลองเข้า Agoda เพื่อค้นหาโรงแรม ที่พัก ราคา และห้องว่างใกล้เส้นทางท่องเที่ยวนี้ โดยค้นหาชื่อสถานที่หรือจังหวัดในหน้า Agoda อีกครั้ง
🔎 เปิด Agoda เพื่อหาโรงแรมใกล้ที่ท่องเที่ยวนี้ลิงก์นี้ส่งไปหน้าแรก Agoda ภาษาไทย พร้อม Partner ID ของ Hotsia
⭐ รีวิวสรุปแบบนักเดินทาง
พิพิธภัณฑ์สิรินธรเป็นสถานที่ที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์และธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวของไดโนเสาร์ที่พบในจังหวัดกาฬสินธุ์ การจัดแสดงแบ่งเป็นหลายโซนทำให้เข้าใจวิวัฒนาการของโลกและสิ่งมีชีวิตได้ดี มีทั้งฟอสซิลจริงและข้อมูลเชิงลึกที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในยุคโบราณ
การมาเยือนพิพิธภัณฑ์สิรินธรทำให้ผมได้เห็นภาพรวมของไดโนเสาร์ในไทยอย่างชัดเจน มีการจัดแสดงที่ทันสมัยและมีการอนุรักษ์ฟอสซิลไว้อย่างดี หลุมขุดค้นจริงที่เปิดให้ชมช่วยเพิ่มความน่าสนใจและความตื่นเต้นได้มากขึ้น เหมาะสำหรับทั้งครอบครัวและนักเรียนที่ต้องการความรู้ทางวิชาการในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
✅ ทำไมที่นี่น่าเที่ยว
- เป็นแหล่งศึกษาซากฟอสซิลไดโนเสาร์ที่สำคัญของไทยและโลก
- มีการจัดแสดงแบ่งเป็น 8 โซนครอบคลุมวิวัฒนาการของโลกและสิ่งมีชีวิต
- สามารถชมหลุมขุดค้นฟอสซิลจริงที่ได้รับการอนุรักษ์อย่างดี
⚠️ สิ่งที่ควรรู้ก่อนไป
- พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในอำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ต้องวางแผนการเดินทางล่วงหน้า
- ควรตรวจสอบเวลาทำการและวันหยุดของพิพิธภัณฑ์ก่อนเดินทาง
- เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ ธรณีวิทยา และบรรพชีวินวิทยา