จังหวัดบันยูวาหงี่ ชวาใต้
mr.hotsia travel อินโดนีเซีย บันยูวาหงี่ HOT06399
บันยูวาหงี่ ชวาใต้: ประตูสู่แสงสีน้ำเงินแห่งภูเขาไฟ
ผม mr.hotsia เพิ่งมีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศจริง ๆ ของจังหวัดบันยูวาหงี่ (Banyuwangi) ซึ่งตั้งอยู่ที่ปลายสุดของเกาะชวาในอินโดนีเซีย บอกเลยว่าที่นี่ไม่ใช่แค่จุดผ่านทางไปบาหลีอย่างเดียว แต่เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ของตัวเอง และเต็มไปด้วยวิถีชีวิตท้องถิ่นที่น่าค้นหา
บันยูวาหงี่ถือเป็นประตูสู่เกาะบาหลีและเป็นท่าเรือเฟอร์รี่สำคัญที่เชื่อมระหว่างชวาและเกาะต่าง ๆ ในบริเวณนี้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมุ่งหน้าไปชม The Ijen Plateau หรือปล่องภูเขาไฟที่มีชื่อเสียงเรื่องแสงสีน้ำเงินที่เกิดจากการเผาไหม้ของแก๊สกำมะถันในช่วงเช้าตรู่ แต่สำหรับผมแล้ว เมืองนี้มีเรื่องราวมากกว่าที่คิด
บรรยากาศและชีวิตในบันยูวาหงี่
เมื่อเดินทางมาถึงบันยูวาหงี่ ความรู้สึกร้อนชื้นทะลุเข้ามาอย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นช่วงกลางคืนก็ตาม ผมนอนพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตัวเมือง และต้องบอกว่าคืนนั้นไฟดับซะด้วย ร้อนจนแทบจะออกไปเดินเล่นไม่ได้ แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่บอกเล่าถึงชีวิตจริงของเมืองนี้ได้อย่างชัดเจน
ตลาดเช้าในบันยูวาหงี่เปิดตั้งแต่ตีสองจนถึงเจ็ดโมงเช้า เป็นแหล่งรวมชีวิตชาวบ้านที่น่าสนใจมาก มีการค้าขายกัมมะถันในหาบสีเหลืองสะดุดตา ที่นี่เป็นจุดที่ชาวบ้านนำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มาขาย รวมถึงอาหารพื้นเมืองที่น่าลองอย่างยิ่ง ผมใช้เวลาเดินสำรวจตลาดซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องเทศ และเสียงเจรจาของพ่อค้าแม่ค้าในยามเช้า
การเดินทางและทัวร์ The Ijen Plateau
นักท่องเที่ยวที่มาบันยูวาหงี่ส่วนใหญ่มาเพื่อทัวร์ชม The Ijen Plateau ซึ่งทัวร์จะเริ่มออกเดินทางตั้งแต่ตีหนึ่ง โดยรถยนต์คันละประมาณ 800,000 รูเปียห์ (ประมาณ 2,400 บาท) รองรับผู้โดยสารได้ไม่เกิน 6 คน ผม mr.hotsia มีเพื่อนร่วมทางสามคน แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัด ผมจึงไม่ได้ร่วมทัวร์นี้ ส่วนเพื่อนผมคุณชาญชัยจากไฟฟ้าไทย.คอม และคุณจิ๊บมารพิณ ได้ไปด้วยกันและเล่าบรรยากาศมาให้ฟังว่าเป็นประสบการณ์ที่ตื่นตาตื่นใจมากจริง ๆ
ถ้าใครสนใจจะลองทัวร์นี้ ผมแนะนำให้จองล่วงหน้าที่โรงแรม Hotel BARU ซึ่งผมได้พักและพบว่าที่นี่มีนักท่องเที่ยวฝรั่งพอสมควร และสามารถติดต่อทัวร์ชมปล่องภูเขาไฟได้สะดวกมาก โรงแรมตั้งอยู่ใกล้ตลาดเช้าทำให้การเดินทางและการหาของกินง่ายขึ้นมาก
ที่พักและการเดินทางในบันยูวาหงี่
บันยูวาหงี่มีโรงแรมและที่พักให้เลือกอยู่สองโซนหลัก คือโซนติดตลาดเช้าและถนนใหญ่ กับโซนที่เป็นถนนเส้นใน ผมแนะนำให้พักแถวตลาดเช้า เพราะบรรยากาศคึกคัก มีร้านอาหารและร้านค้ารอบ ๆ ให้เดินเล่นได้ และยังได้เห็นชีวิตชาวบ้านใกล้ชิดมากขึ้น ราคาที่พักเริ่มต้นประมาณ 300 บาทขึ้นไป
ถ้าคุณเดินทางมาจากบาหลี และต้องการไปต่อยังเมืองสุราบายา (Surabaya) หลายคนมักซื้อตั๋วรวมเรือ รถ และรถไฟในใบเดียวกันโดยไม่ต้องพักที่บันยูวาหงี่ แต่ถ้ามีเวลาสักคืน การพักที่นี่จะช่วยให้คุณได้สัมผัสวิถีชีวิตจริง และเตรียมตัวสำหรับการขึ้นภูเขาไฟในตอนเช้าอย่างสบาย ๆ
เชื่อมต่อกับการเดินทางในชวาตะวันออก
หลังจากที่ผมเดินทางจากบันยูวาหงี่ ด้วยรถไฟไปยังเมืองสุราบายา ผมได้รำลึกถึงประสบการณ์ที่ผมเคยผ่านมาที่ มาดิอุน ชวาตะวันออก เมืองซึ่งอยู่ระหว่างทางและมีเสน่ห์แบบเรียบง่ายของชีวิตชาวอินโด ที่นั่นผมได้เรียนรู้ว่าชวาตะวันออกไม่ได้มีเพียงเมืองใหญ่หรือแหล่งท่องเที่ยวที่คนรู้จักเท่านั้น แต่ยังมีเมืองเล็ก ๆ อย่างบันยูวาหงี่ที่รอให้เราไปค้นพบความงดงามแบบท้องถิ่นอย่างแท้จริง
อาหารและวัฒนธรรมท้องถิ่น
ในบันยูวาหงี่ ผมได้ลองลิ้มรสอาหารท้องถิ่นที่ตลาดเช้า มีทั้งกล้วยแขกทอดกรอบ และเมนูพื้นบ้านที่ใช้เครื่องเทศสดใหม่ ผมยังจำได้ว่าบรรยากาศการกินข้าวในเมืองนี้มีความอบอุ่นและเรียบง่าย เหมือนที่ผมเคยเห็นจากวิดีโอของชาวนาอินโดนีเซียที่เกาะบาหลี คลิปนี้ ที่แสดงให้เห็นวิถีชีวิตที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง
สำหรับคนรักอาหารริมทาง ต้องไม่พลาดลองชิมเมนูต่าง ๆ ที่วางขายตามถนนในบันยูวาหงี่ บรรยากาศแบบนี้ทำให้ผมนึกถึงความสนุกของการเดินทางที่แท้จริง คือการได้สัมผัสกับชีวิตและรสชาติของท้องถิ่นอย่างเต็มที่
สรุปประสบการณ์กับบันยูวาหงี่
บันยูวาหงี่อาจไม่ใช่เมืองที่หรูหราหรือทันสมัยที่สุดในชวา แต่สำหรับผม mr.hotsia ที่ชอบเดินทางและสัมผัสวิถีชีวิตจริงของผู้คน ที่นี่คือจุดหมายที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดและอบอุ่นอย่างแท้จริง การได้เห็นตลาดเช้า การเดินเล่นในเมือง และได้เตรียมตัวสำหรับการขึ้นภูเขาไฟเพื่อชมแสงสีน้ำเงินของ The Ijen Plateau คือสิ่งที่ผมจะจดจำไปอีกนาน
ถ้าคุณมีเวลาหรือแผนจะเดินทางจากบาหลีไปสุราบายา ลองเผื่อเวลาหนึ่งคืนเพื่อพักที่บันยูวาหงี่ แล้วออกไปสัมผัสโลกที่แตกต่างของเกาะชวาใต้แห่งนี้ รับรองว่าคุณจะได้ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร และเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าจดจำในเส้นทางท่องเที่ยวของคุณแน่นอนครับ