หอพระไตรปิฎก สะหวันนะเขต
mr.hotsia travel ลาว แขวงสุวรรณเขต HOT05478
หอพระไตรปิฎก เมืองพอน สะหวันนะเขต: เสน่ห์ลึกซึ้งของแขวงสุวรรณเขต
ถ้าพูดถึงสะหวันนะเขต หลายคนอาจคุ้นกับความเป็นเมืองท่าด่านสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างลาว ไทย และเวียดนาม แต่สำหรับผม mr.hotsia แล้ว การได้ออกไปขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวเส้นทางเมืองพอนในแขวงสุวรรณเขต กลับเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำมากกว่าการเดินทางผ่านด่านหรือสถานีขนส่งเสียอีก
ผมเริ่มต้นทริปนี้จากตัวเมืองสะหวันนะเขต ซึ่งถ้าใครสนใจเรื่องการเดินทาง สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ สถานีขนส่งสะหวันนะเขต ที่ผมเคยบันทึกไว้ได้เลย สะหวันนะเขตมีมอเตอร์ไซค์ให้เช่าหลากหลายเจ้า ทำให้การออกไปท่องเที่ยวเส้นทางเมืองพอนสะดวกขึ้นมาก ผมเลือกเส้นทางขี่เป็นวงรอบประมาณ 70 กิโลเมตร ผ่านจุดที่น่าสนใจหลายแห่ง โดยจุดหมายหลักคือ หอพระไตรปิฎก ที่เมืองพอน
เส้นทางลัดเลาะ พิชิตหอพระไตรปิฎก
ถนนจากสะหวันนะเขตไปเมืองพอนเป็นถนนลาดยางดีมาก ขี่ง่ายไม่มีหลุมบ่อ ยิ่งช่วงเดือนมกราคมที่ผมไปเที่ยว น้ำในแม่น้ำเซกำลังแห้งพอดี ทำให้หลายจุดที่เคยดูท้าทาย กลายเป็นทางราบเรียบสบายๆ ระหว่างทางผมแวะที่ หนองปาผา หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หนองตะพาบน้ำ” จุดนี้มีตะพาบน้ำจำนวนมากถึงร้อยตัว ตัวที่โตสุดหนักถึง 50 กิโลกรัมเลยทีเดียว แต่ตอนผมไปถึงกลับไม่เห็นตะพาบขึ้นมาให้ชมสักตัว เค้าบอกว่าถ้าอยากเห็น ต้องให้เด็กแถวนี้ร้องเรียก “ควายตู้” ตะพาบถึงจะขึ้นมา ผมลองเรียกอยู่นานก็ยังไม่เจอ เลยตัดใจขี่มอเตอร์ไซค์ต่อไปยังหอพระไตรปิฎก
หอพระไตรปิฎกกลางน้ำกับเรื่องราวที่ลึกซึ้ง
หอพระไตรปิฎกตั้งอยู่กลางน้ำ เป็นหอไม้โบราณที่เก็บรักษาสมุดใบลานเก่าแก่จำนวนมาก ผมเดินดูแล้วสัมผัสได้ถึงความขลังและความตั้งใจของคนลาวที่พิถีพิถันในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมนี้ คนท้องถิ่นเล่าให้ฟังว่า พระเทพฯ ท่านได้มาสร้างหอไตรนี้เพื่อช่วยรักษาหนังสือใบลานโบราณเหล่านี้ไว้ให้คนรุ่นหลัง ผมเองรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่กลางประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต
ข้างๆ หอไตรมีศาลากลางน้ำอีกแห่งหนึ่ง เป็นที่นั่งพักผ่อนชมวิวที่สงบมาก เสียงน้ำไหลและลมพัดผ่านใบไม้ทำให้บรรยากาศที่นี่แตกต่างจากความวุ่นวายในตัวเมืองสะหวันนะเขตโดยสิ้นเชิง
ดงลิงและบึงสุย: ธรรมชาติที่ยังคงความบริสุทธิ์
หลังจากเที่ยวชมหอไตรปิฎก ผมขี่มอเตอร์ไซค์ข้ามแม่น้ำเซไปยัง ดงลิง ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน แม่น้ำเซที่นี่มีหลายสาย ทำให้ผมงงอยู่บ้างว่าจะข้ามสายไหนกันแน่ แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้อย่างสบาย ดงลิงแห่งนี้มีลิงหลายตัวแต่ไม่ได้เป็นร้อยๆ ตัวอย่างที่ผมคาดหวังไว้ มันทำให้รู้สึกว่าที่นี่เป็นธรรมชาติที่ยังไม่ถูกทำลายจนเกินไป ลิงออกมาเดินเล่นตามธรรมชาติแบบไม่ต้องมีนักท่องเที่ยวรุมล้อม
หากใครหิวเหมือนผม ที่หมู่บ้านใกล้ๆ มีร้านอาหารพื้นบ้านขายข้าวเหนียวและปลาทอดรสชาติจัดจ้านแบบลาวแท้ๆ ผมแวะเติมพลังด้วยอาหารจานนี้ ก่อนจะออกเดินทางต่อไปยัง บึงสุย บึงน้ำขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามและเงียบสงบกว่า บึงวะ ที่ผมเคยไปเยือนบ่อยๆ บึงสุยเป็นจุดพักผ่อนที่เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศธรรมชาติ ไม่พลุกพล่านและไม่ร้อนจัดแบบบึงวะ
ความรู้สึกหลังทริปและข้อแนะนำ
ผมกลับถึงตัวเมืองสะหวันนะเขตตอนบ่ายสี่โมงเย็น หลังจากขี่มอเตอร์ไซค์วนรอบเมืองพอนและแวะตามจุดต่างๆ เส้นทางนี้เหมาะกับคนที่ชอบเที่ยวแบบช้าๆ และอยากสัมผัสวิถีชีวิตชาวลาวแท้ๆ ระหว่างทางจะได้เจอบ้านเรือนพื้นเมือง วิถีการทำมาหากิน และธรรมชาติที่ยังคงความบริสุทธิ์
สำหรับใครที่สนใจทริปแบบนี้ ผม mr.hotsia ขอแนะนำให้เตรียมตัวเรื่องเสื้อผ้าและน้ำดื่ม เพราะระหว่างทางมีร้านค้าไม่มากนัก และถ้าจะให้ดีควรมีแผนที่หรือ GPS ที่อ้างอิงจากแผนที่แขวงสะหวันนะเขตที่ได้รับการสนับสนุนจาก JICA จะช่วยให้เดินทางง่ายขึ้น
นอกจากนี้ สำหรับคนที่อยากเที่ยวสะหวันนะเขตเพิ่มเติม ผมเคยเขียนไว้ในบทความ เที่ยวสะหวันนะเขต ที่มีข้อมูลครบครันทั้งเรื่องที่กิน ที่เที่ยว และการเดินทาง รวมถึงเรื่องราวสนุกๆ ของเมืองท่าด่านสำคัญแห่งนี้
สรุป
“หอพระไตรปิฎก เมืองพอน” ไม่ใช่แค่สถานที่เก็บรักษาหนังสือโบราณ แต่ยังเป็นจุดเชื่อมต่อวัฒนธรรม วิถีชีวิต และธรรมชาติที่งดงามของลาวตะวันออกเฉียงเหนือ การออกไปขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวรอบนี้ทำให้ผม mr.hotsia ได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ของสะหวันนะเขต ที่คนไทยหลายคนอาจยังไม่เคยสัมผัส ใครที่ชอบเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ อยากสัมผัสความเป็นธรรมชาติและวัฒนธรรมโบราณ ผมเชื่อว่าทริปนี้จะเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่คุณไม่ควรพลาด