เจอระเบิดที่ท่าแตง แขวงเซกอง
mr.hotsia travel ลาว แขวงเซกอง HOT05637
เจอระเบิดที่ท่าแตง แขวงเซกอง ประเทศลาว
ผม mr.hotsia เพิ่งมีประสบการณ์เดินทางที่ท่าแตง แขวงเซกอง ประเทศลาว ซึ่งครั้งนี้ไม่ได้มาแค่เที่ยวเล่นธรรมดา แต่กลับเจอเรื่องที่สะเทือนใจและเตือนสติสำหรับนักเดินทางทุกคนที่อยากมาเยือนดินแดนนี้ เรื่องราวของระเบิดที่ยังคงซ่อนอยู่ในดินแดนหลังสงคราม ไม่ใช่แค่ข่าวลือหรือเรื่องเล่า แต่เป็นสิ่งที่ผมเห็นกับตาและสัมผัสได้จริง ๆ
ก่อนหน้านี้ผมเคยเขียนเล่าประสบการณ์ที่เชียงขวางซึ่งเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยระเบิดลูกโต ๆ ริมถนนหนทาง ส่วนใหญ่ถูกเก็บกู้และทำลายไปบ้างแล้ว แต่เมื่อมาถึงท่าแตงซึ่งอยู่ในแขวงเซกอง ได้ยินข่าวว่าแผนการทำลายระเบิดในพื้นที่นี้ไม่เป็นไปตามเป้า ตั้งแต่ปี 2553 มีเป้าหมายตรวจสอบพื้นที่ 200 เอเคอร์ แต่ทำได้แค่เพียง 80 เอเคอร์เท่านั้น
ผมคิดในใจว่า “เที่ยวในเมือง บางทีคงไม่เจอปัญหา” เพราะพื้นที่ที่ยังไม่ได้ตรวจสอบส่วนใหญ่จะเป็นหลังบ้านหรือพื้นที่ป่าเขา แต่ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ผมเปลี่ยนความคิดทันที
เดินทางมาท่าแตงและเจอระเบิด
วันนั้นอากาศที่ท่าแตงไม่ร้อนจัดเหมือนที่เคยเจอที่อื่น ๆ ผมใช้เวลาว่างสระผมและหาข่าวสารในพื้นที่ ก่อนจะได้รับแจ้งข่าวที่ทำให้ใจเต้นแรงกว่าเดิม “มีระเบิดอยู่หลังข้อย จั๊กบ่ฮู้ สิเฮ็ดแนวไหนดี?” ประโยคนี้ที่ผมฟังแล้วแทบช็อก เพราะมันหมายถึงมีวัตถุระเบิดที่ไม่รู้ว่าจะแก้ไขอย่างไร ปกติผมไม่เคยกลัวเรื่องพวกนี้ แต่ครั้งนี้สัญชาติญาณคนไทยมุงในตัวผมมันทำงานทันที
ผมออกตามหาและบันทึกภาพคลิปวิดีโอระเบิดที่ว่านี้ ซึ่งไม่ทราบว่าระเบิดรุ่นไหนมาจากยุคสงครามใด แต่ความน่ากลัวคือมันยังคงอยู่ ใครที่เคยไปเที่ยวแถว ๆ ท่าแตง หรือแขวงเซกองจะพอเข้าใจว่าพื้นที่นี้ยังมีระเบิดเก่าๆ ฝังอยู่เยอะมาก เจ้าหน้าที่ที่ผมได้พูดคุยด้วยบอกว่า โซนหน้าบ้านในเมืองท่าแตงได้รับการตรวจสอบและทำลายระเบิดไปบ้างแล้ว แต่พื้นที่หลังบ้านหรือป่ารอบ ๆ ยังล้าหลัง ยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างทั่วถึง
ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวันของชาวบ้าน
จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่กู้ระเบิดและคนท้องถิ่น ผมรู้ว่าปี 2553 มีคนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากระเบิดเหล่านี้หลายราย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเวลาชาวบ้านไปขุดไร่นาหรือปลูกยางพารา แล้วไปโดนกับดักระเบิดที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ดิน
สัตว์เลี้ยงอย่างวัว ไก่ บางครั้งก็เผลอไปโดนระเบิดจนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกว่าความปลอดภัยในพื้นที่นี้ยังไม่สามารถวางใจได้เลย
คำเตือนสำหรับนักท่องเที่ยว
สำหรับใครที่วางแผนจะมาเที่ยวลาว โดยเฉพาะพื้นที่อย่างแขวงเซกอง หรือเมืองท่าแตง ผมอยากฝากเตือนว่า อย่าเที่ยวไปตามป่าหรือที่ที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบอย่างชัดเจน เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าตรงไหนมีระเบิดเก่าอยู่บ้าง
ผมเองก็แนะนำให้ไปตามเส้นทางที่นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นใช้กันเป็นประจำ และถ้าหากเจอสิ่งผิดปกติ เช่น วัตถุแปลกปลอมที่น่าสงสัย ควรแจ้งผู้ใหญ่บ้านหรือเจ้าหน้าที่ทันที อย่าเข้าไปยุ่งหรือพยายามเคลื่อนย้ายด้วยตัวเองเด็ดขาด
ท่าแตงและแขวงเซกอง — เมืองที่มากกว่าระเบิด
ท่าแตงเป็นเมืองเล็ก ๆ ในแขวงเซกองที่ตั้งอยู่ระหว่างปากซอง เซกอง และสาละวัน แม้จะเป็นเมืองเล็ก แต่มีเสน่ห์ด้วยอากาศเย็นสบายและความสงบ ผมเคยเขียนถึง ตลาดเช้าท่าแตงแขวงเซกอง ที่แม้จะไม่มีอะไรหวือหวาแต่เต็มไปด้วยวิถีชีวิตและความเรียบง่าย
ที่นี่มีชาวเวียดนามไปเปิดร้านหลายแห่ง มีที่พักไม่กี่แห่ง และไม่มีบริการรถมอเตอร์ไซค์ให้เช่า ราคาที่พักอยู่ราว 300 บาทต่อคืน ผมจึงใช้วิธีขี่รถมอเตอร์ไซค์ส่วนตัวเที่ยวรอบเมือง และแวะพูดคุยกับชาวบ้านเพื่อเก็บข้อมูล
จากท่าแตง ผมยังได้เดินทางต่อไปยังหมู่บ้านชาวเผ่าเตรียงในแขวงเซกอง ซึ่งผมเคยเล่าไว้ในบทความ ชาวเผ่าเตรียงที่เมืองด๊ากจึง ที่นั่นเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ต้องใช้ความอดทนในการเดินทาง แต่เต็มไปด้วยวิถีชีวิตชนเผ่าที่น่าสนใจและแตกต่าง
การเดินทางและความปลอดภัย
สำหรับนักเดินทางที่จะไปยังแขวงเซกอง ผมเคยแนะนำเส้นทางในบทความ เดินทางเซกองไปด๊ากจึง ซึ่งแม้จะสะดวกขึ้นมากจากอดีต แต่ยังมีความท้าทายและควรระวัง โดยเฉพาะในหน้าฝนที่ถนนลื่นและอันตราย
ที่นี่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยอยู่บ้าง แต่ผมแนะนำให้ขี่มอเตอร์ไซค์ควรใส่หมวกกันน็อค และไม่ควรเที่ยวไปในที่ลับตาคนหรือที่ไม่มีคนผ่าน เพราะนอกจากระเบิดแล้วยังมีความเสี่ยงด้านอื่น ๆ ด้วย
บทสรุปจาก mr.hotsia
ท่าแตงและแขวงเซกองเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความงดงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรมชนเผ่า แต่ก็มีอดีตที่ยังคงหลงเหลือในรูปแบบของระเบิดที่ยังไม่ได้ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ ผม mr.hotsia อยากให้ทุกคนที่มีใจรักการผจญภัยและอยากสัมผัสวิถีชีวิตในพื้นที่นี้ ต้องระมัดระวังและให้ความเคารพพื้นที่ด้วยความรู้และข้อมูลที่ถูกต้อง
หากมีโอกาสมาเที่ยวที่นี่ อย่าลืมแวะอ่านเรื่องราวของ ตลาดเช้าท่าแตง และ ชาวเผ่าเตรียงที่เมืองด๊ากจึง เพื่อเข้าใจบริบทของแขวงเซกองให้มากขึ้น และที่สำคัญที่สุด อย่าเดินลึกเข้าไปในป่าหรือพื้นที่ที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบ เพราะอันตรายจากระเบิดยังคงเป็นภัยเงียบที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา
เรื่องราวนี้ผมบันทึกไว้ในเดือนธันวาคม 2553 เพื่อเป็นบทเรียนและคำเตือนสำหรับนักเดินทางรุ่นต่อ ๆ ไปครับ