จุดผ่านแดนบึงกาฬ-ปากซัน
mr.hotsia travel ลาว แขวงบอลิคำไซ HOT05401
จุดผ่านแดนบึงกาฬ-ปากซัน: ประตูสู่ลาวที่ไม่เหมือนใครโดย mr.hotsia
เมื่อพูดถึงการเดินทางข้ามแดนระหว่างไทยกับลาว หลายคนอาจนึกถึงด่านที่มีความเป็นทางการและความวุ่นวาย แต่สำหรับผม mr.hotsia แล้ว จุดผ่านแดนบึงกาฬ-ปากซัน กลับเป็นประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ความเรียบง่าย และกลิ่นอายของวิถีชีวิตริมแม่น้ำโขงที่แท้จริง
เริ่มต้นที่บึงกาฬ ตำบลเล็กๆ ริมโขง
บึงกาฬ จังหวัดใหม่ที่แยกตัวมาจากหนองคาย มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ผมอยากให้ทุกคนได้สัมผัส ตั้งแต่ตัวเมืองที่ไม่ใหญ่มาก เดินเล่นได้สบายๆ ภายใน 30 นาที หรือจะขี่จักรยานรอบๆ ก็ได้บรรยากาศที่แตกต่าง ลองอ่านเรื่องราวการท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ ที่ผมเคยเขียนไว้ดูนะครับ ที่นี่มีถนนเลียบแม่น้ำโขงที่สวยงามและมีตลาดนัดไทย-ลาวที่จัดขึ้นทุกวันอังคารและวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันที่ชาวบ้านทั้งสองฝั่งแม่น้ำมารวมตัวกัน
การเดินทางมายังจุดผ่านแดน
จากตัวเมืองบึงกาฬ ผมขึ้นรถตุ๊กตุ๊กในราคา 50 บาท ใช้เวลาประมาณ 3-5 กิโลเมตรก็ถึงด่านตรวจ คนขับรถตุ๊กตุ๊กพูดคุยกันตามประสา เล่าเรื่องราวของคนท้องถิ่นและแนะนำวิธีการข้ามเรือให้ผมฟัง ที่ด่านนี้มีห้องน้ำบริการฟรี ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องขอบคุณมากเมื่อเดินทางไกล
ข้ามเรือสู่ฝั่งปากซัน
แม่น้ำโขงกว้างใหญ่ไพศาลระหว่างบึงกาฬกับปากซัน การข้ามเรือของชาวบ้านเป็นประสบการณ์ที่ผมชอบมาก เรือที่ใช้เป็นเรือไม้ขนาดเล็ก มีชาวบ้านเป็นคนควบคุมและขับเรือให้เรา บรรยากาศเรียบง่ายแบบนี้หายากในยุคนี้ ค่าบริการอยู่ที่คนละ 60 บาท หากมีคนข้ามไม่มาก เรือจะรอจนเต็ม หรือถ้าไม่อยากรอผมเคยลองเหมาลำในราคา 300 บาท โดยตกลงกันได้ตามความเหมาะสม
การข้ามเรือใช้เวลาประมาณ 10-20 นาที ผมมักเลือกช่วงเช้าหรือบ่ายเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงพักเที่ยงของฝั่งลาว (12.00 - 13.30 น.) เพราะในช่วงนั้นด่านจะปิดพัก ทำให้ต้องรอนาน
ด่านตรวจคนเข้าเมืองปากซัน
เมื่อขึ้นจากเรือฝั่งลาว จะมีการตรวจพาสปอร์ตสามรอบ รอบแรกตอนขึ้นเรือ รอบที่สองตอนประทับตราที่ด่าน และรอบสุดท้ายเมื่อออกจากด่าน ตลอดเวลาที่ผ่านกระบวนการนี้ ผมรู้สึกได้ถึงความเป็นกันเองของเจ้าหน้าที่ที่นี่ ไม่เหมือนกับด่านผ่านแดนที่ผมเคยเจอที่อื่นๆ ที่มักจะเครียดและเคร่งครัดเกินไป
หลังผ่านด่านแล้ว จะมีรถตุ๊กตุ๊กบริการรับส่งเข้าสู่ตัวเมืองปากซัน ราคาจะถูกลงถ้ารอรวมกับคนอื่น ผมชอบนั่งชมวิวสองข้างทางที่ยังคงความสงบและธรรมชาติรอบๆ ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจากด่านไปยังตัวเมือง
เมืองปากซัน: วิถีชีวิตและเสน่ห์ที่ไม่ควรพลาด
ปากซันในแขวงบอลิคำไซ เป็นเมืองที่ยังคงความเรียบง่าย บ้านไม้ริมน้ำ และตลาดสดที่เต็มไปด้วยของกินพื้นเมือง ผมเคยไปเดินเล่นตลาดเช้าและตลาดนัดที่นี่ เห็นทั้งอาหารและของใช้ที่หาไม่ได้ในเมืองใหญ่ เช่น ตำลาวสูตรต้นตำรับ ไก่ย่าง สมุนไพรพื้นบ้าน และข้าวเหนียวที่หอมนุ่มมาก
สำหรับใครที่สนใจการเดินทางและการขนส่งภายในปากซัน สามารถอ่านรายละเอียดได้ใน บทความขนส่งปากซัน ที่ผมเคยเขียนไว้ครับ
ตลาดนัดไทย-ลาว: สีสันริมโขงสองฝั่ง
ถ้าคุณเดินทางมาวันอังคารหรือวันศุกร์ ผมแนะนำให้ไปเดินเล่นตลาดนัดไทย-ลาวที่บึงกาฬ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อซื้อขายสินค้าระหว่างสองประเทศ บทความตลาดนัดไทย-ลาว บึงกาฬ ของผมจะเล่าให้ฟังถึงความหลากหลายของสินค้า ทั้งของป่า ของกิน และงานหัตถกรรมที่หาไม่ได้จากที่อื่น
ผมเคยเจอของแปลกอย่างจิ้งจกเก้าหางที่เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และเรื่องเล่าที่น่าสนใจมากมาย เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่ข้ามแดน แต่ได้ข้ามผ่านวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่ผูกพันกันของคนสองฝั่ง
เชื่อมต่อการเดินทางและท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียง
ถ้าคุณมีเวลามากกว่านี้ จังหวัดบึงกาฬยังมีที่เที่ยวอีกหลายแห่งที่น่าสนใจ เช่น ภูทอก ที่ผมเคยเขียนถึงไว้ อ่านเรื่องเสียวสะใจที่ภูทอก และยังมีวัดอาฮง สะดือแม่น้ำโขง ที่มีความงดงามและความลึกลับในตัวเอง วัดอาฮง สะดือแม่น้ำโขง เป็นตัวอย่าง
ส่วนถ้าคุณอยากลัดเลาะเที่ยวปากซันอย่างลึกซึ้ง ผมมี บทความเที่ยวปากซัน บริคำไชย ที่เล่าถึงกิจกรรมและสถานที่น่าสนใจในเมืองนี้อย่างละเอียด
สรุปประสบการณ์ข้ามแดนแบบ mr.hotsia
จุดผ่านแดนบึงกาฬ-ปากซันไม่ได้เป็นแค่จุดตรวจคนเข้าเมือง แต่เป็นประตูสู่การสัมผัสชีวิตธรรมดาแต่ลึกซึ้งของคนริมโขง การนั่งเรือข้ามฟากที่ช้าๆ ชมวิวแม่น้ำโขงที่กว้างใหญ่ บ้านไม้เก่าๆ และบรรยากาศของตลาดที่ทั้งสองฝั่งมาพบปะกัน ทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงของสองประเทศที่อยู่ใกล้กันมากกว่าที่คิด
ถ้าคุณอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศจากด่านผ่านแดนที่วุ่นวาย มาเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของวิถีชีวิตและธรรมชาติ จุดผ่านแดนบึงกาฬ-ปากซัน คือคำตอบที่ mr.hotsia อยากแนะนำให้คุณมาสัมผัสด้วยตัวเอง