อาหารการกินชาวเมืองพะโค
mr.hotsia travel พม่า ย่างกุ้ง (Yangon) HOT04472
อาหารการกินชาวเมืองพะโค : รสชาติและวิถีชีวิตที่ mr.hotsia ประทับใจ
สำหรับผม mr.hotsia การเดินทางไปยัง เมืองพะโค หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อเมืองหงสาวดี ยังคงเป็นประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชาวมอญที่ผสมผสานกับชาวพม่าท้องถิ่นอย่างลงตัว เมืองนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่างกุ้ง ประมาณ 80 กิโลเมตร ทำให้ผมเลือกใช้เวลาหนึ่งวันตระเวนเที่ยวและลิ้มลองอาหารท้องถิ่นอย่างจุใจ
อย่างที่ผมเคยเล่าไว้ในบทความ เที่ยวเมืองพะโคด้วยตนเอง ว่าเมืองนี้เป็นศูนย์รวมของชาวมอญที่มีประวัติยาวนาน และผมเองก็มีความคาดหวังสูงที่จะได้ชิมอาหารมอญแท้ๆ เพราะบ้านผมอยู่บางบ่อ สมุทรปราการ ซึ่งมีครอบครัวมอญพระประแดงอยู่ด้วย ผมจึงอยากรู้ว่าอาหารมอญที่นี่จะเป็นอย่างไร แตกต่างหรือเหมือนกับที่บ้านเราหรือไม่
แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจคือเมื่อผมถามคุณลุงคนขับรถท้องถิ่นถึงอาหารมอญแท้ๆ ที่เมืองพะโค ท่านบอกว่าชาวมอญที่นี่กินอาหารไม่ต่างจากชาวพม่าทั่วไปมากนัก และไม่มีร้านอาหารที่แยกเฉพาะเป็นอาหารมอญแท้ๆ แบบเด่นชัดเหมือนบ้านเรา นั่นทำให้ผมต้องปรับความคาดหวังและลองไปชิมอาหารจากร้านที่ถือว่าโด่งดังที่สุดในเมืองพะโคแทน
ชิมอาหารพม่า-มอญที่ร้านดังประจำเมืองพะโค
ร้านอาหารที่ผมเลือกไปเป็นร้านที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมแวะเวียนมา ร้านสะอาดและดูเป็นระเบียบมากกว่าร้านริมทางทั่วๆ ไป อาหารที่นี่จะเสิร์ฟเป็นจานๆ ไม่ใช่แบบตักราดลงบนข้าวเหมือนที่ผมเคยเจอในย่างกุ้ง (อ่านเพิ่มได้ที่ อาหารพม่า) ผมสั่งแกงเผ็ดปลาสด รสชาติเข้มข้นถึงเครื่องเทศ มีกลิ่นหอมของสมุนไพรพื้นเมืองที่แตกต่างจากแกงไทยอย่างชัดเจน ปลาทอดที่เสิร์ฟมาคู่กันก็กรอบนอกนุ่มใน กินกับแจ่วปลาร้าสูตรพม่าที่ผมชอบมาก แจ่วปลาร้านี้มีความหอมลึกและไม่เค็มจัดจนเกินไป กินกับผักสดๆ ซึ่งในพะโคจะมีผักพื้นบ้านหลายชนิดให้เลือกตักกินด้วยกันได้อย่างสดชื่น
บรรยากาศร้านและการบริการทำให้ผมนึกถึงความเรียบง่ายของชีวิตชาวพม่าที่นี่ ที่นั่งกินอาหารมีทั้งนักท่องเที่ยวและชาวบ้านมอญผสมผสานกันอย่างเป็นมิตร เห็นผู้สูงอายุพม่าเอาผักสดและอาหารติดมือมานั่งกินกับครอบครัวที่นี่ด้วย ผมเองก็ได้เรียนรู้ว่าการกินอาหารที่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่เป็นการสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่มีรากลึกในชุมชน
ความหวังกับการเดินทางสู่รัฐมอญและอาหารมอญแท้ๆ
แม้ในเมืองพะโคจะไม่มีร้านอาหารมอญแท้ๆ ที่แยกตัวชัดเจน แต่ผม mr.hotsia มีความตั้งใจว่าจะเดินทางต่อไปยัง รัฐมอญ ซึ่งเมืองมะละแหม่งเป็นเมืองหลวงของรัฐนี้ น่าจะเป็นจุดที่ผมจะได้ลิ้มรสอาหารมอญแท้ๆ อย่างเต็มที่และจริงจังมากขึ้น
โชคดีที่ปัจจุบันการเดินทางไปมะละแหม่งไม่ยากเหมือนแต่ก่อน เพราะสายการบินนกแอร์ได้เปิดเส้นทางบินใหม่จากแม่สอดตรงไปยังมะละแหม่ง ค่าโดยสารช่วงเปิดตัวอยู่ที่ประมาณ 1,590 บาท ซึ่งผมได้จองตั๋วล่วงหน้าไว้เรียบร้อยสำหรับเดือนตุลาคม 2556 นี้ หากโอกาสเอื้ออำนวยและงบประมาณพร้อม ผมจะไปเก็บรายละเอียดอาหารมอญแท้ๆ มาเล่าให้ทุกท่านได้ติดตามกันต่อไป
เชื่อมต่อกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นในเมืองพะโค
นอกจากเรื่องอาหารแล้ว การเที่ยวชมสถานที่สำคัญในเมืองพะโคก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผม mr.hotsia ชื่นชอบ โดยเฉพาะการไปชม พระนอนชเวตาลียง ที่มีความยาวถึง 55 เมตร สูง 16 เมตร ซึ่งเป็นพุทธศิลป์แบบมอญแท้ๆ บรรยากาศบริเวณวัดเต็มไปด้วยชาวมอญพม่าเอาของเทินหัวมาขาย ทั้งเป็ด ผลไม้ และข้าวต้มมัดพม่า ผมเห็นภาพผู้คนมานั่งกินข้าวกันอย่างเรียบง่าย กลุ่มหนุ่มสาวได้พบปะพูดคุยกัน เป็นภาพที่บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตที่ยั่งยืนและอบอุ่นมากกว่าการเที่ยวชมเพียงอย่างเดียว
ในย่างกุ้งเองก็มีอาหารริมทางที่น่าสนใจมากมาย เช่นหมูพะโล้เสียบไม้ ร้านขนมหวาน และโยเกิร์ตนมสด ซึ่งผมได้ลองชิมและบันทึกไว้ใน อาหารข้างถนนในย่างกุ้ง เป็นการเติมเต็มประสบการณ์การกินแบบลงตัวจากเมืองหลวงสู่เมืองพะโคที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
สรุปประสบการณ์การกินและเที่ยวเมืองพะโคจากมุมมอง mr.hotsia
สรุปแล้วการลิ้มรสอาหารในเมืองพะโคสำหรับผม mr.hotsia ไม่ได้เป็นแค่การกินอาหารเท่านั้น แต่เป็นการสัมผัสวิถีชีวิตชาวมอญ-พม่า ดินแดนที่ผสมผสานวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไว้ในทุกคำที่ได้ลิ้มลอง แม้ไม่มีร้านอาหารมอญแท้ๆ ที่ผมคาดหวังไว้ในเมือง แต่การได้กินอาหารที่นี่ก็ทำให้ผมเข้าใจมากขึ้นว่าความเป็นมอญในพะโคได้หลอมรวมกับวิถีชีวิตพม่าอย่างเป็นธรรมชาติ
และแน่นอนว่าการเดินทางครั้งต่อไปของผมจะพาไปยัง รัฐมอญ เพื่อเก็บเกี่ยวรสชาติและเรื่องราวของอาหารมอญแท้ๆ อย่างเต็มที่ พร้อมเล่าให้ทุกท่านฟังในโอกาสหน้า
ถ้าคุณมีโอกาสมาเที่ยวพม่า อย่าลืมแวะพะโค ดูสถานที่สำคัญและลองชิมอาหารพื้นเมืองที่นี่ รับรองว่าคุณจะได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ อย่างที่ผม mr.hotsia ได้สัมผัสแน่นอนครับ