เที่ยวลำพูน เที่ยวบ้านยองลำพูน
เที่ยวบ้านยองลำพูน http://www.hotsia.com > เที่ยวลำพูน > เที่ยวบ้านยองลำพูน เที่ยวเมืองยองลำพูน ยองก็คือไทลื้อนั่นเอง แต่ว่าเป็นไทยลื้อที่มาจากเมืองที่เรียกว่าเมืองยอง ซึ่งอยู่เหนือไปทางท่าขี้เหล็กเข้าไปทางจังหวัดเชียงตุงของพม่า จึงเรียกว่าคนยอง เหมือนกับผมมาจากบางบ่อก็เรียกว่าคนบางบ่อครับ จังหวัดลำพูนเป็นเมืองคนยองเกือบ 89% ( ข้อมูลปี 2389) ผ่านมาหลายปีคนมากขึ้นก็จริงๆแต่คนเกือบท้งหมดของลำพูนก็น่าจะเป็นคนยองครับ

แต่เมื่อผมเดินทางมาเที่ยวลำพูนวันนี้ไม่ค่อยเห็นความเป็นยองแล้วมีแต่ภาษาพูดและการทอผ้าที่ยังจินตนาการณ์ออก ผมว่าจะไปเที่ยวเมืองยองที่จังหวัดเชียงตุงให้ได้ในเร็วๆนี้ เพราะว่าทางพม่าเขาเปิดให้เที่ยวเชียงตุงได้แล้ว แต่ต้องจ้างไกด์ชาวพม่าวันละ 1000 บาท ผมอยากไปเชียงตุงและเมืองยองจริงๆ ที่จังหวัดลำพูนเมื่อไม่มีอะไรเกี่ยวกับคนยองให้ดูมากนัก
แต่เขาก็รวบรวมเป็นบ้านคนยองศูนย์วัฒนธรรมยอง อยู่เข้าไปทาง กาดขัวมุง เดินไปตามถนนจะอยู่ทางซ้ายมือ ที่นี่มีรูปภาพเก่าๆของคนยอง และมีการแสดงทอผ้าให้ชมกันด้วย ภาพที่เห็นในเว็บผมก็ถ่ายมาจากที่นี่ครับ ที่ ศูนย์วัฒนธรรมยอง ผมเองก็ลองไปฝึกทอผ้าแบบยองดู และก็ไปดูประวัติต่างๆ นั่งพักที่นั้นอยู่นาน ผมกลับจากลำพูนเมืองยองมาครั้งนี้ผมจะต้องไปเมืองยองของแท้ในพม่าจะเก็บทั้งรูปและคลิปมาฝากเพื่อน Hotsia.com ให้ได้ อดทนรอหน่อยครับ
ส่วนเรื่องประวัติคนยองข้างล่างนี้ผม ขอขอบคุณข้อมูลคนยองเพิ่มเติมทั้งภาพและข้อความจากเว็บไซต์ http://www.kasetsomboon.org http://lanna.mju.ac.th หากไปเมืองยองกลับมาแล้วจะมาลงข้อมูลให้ชมกันครับ ตอนนี้อ่านข้อมูลเมืองยองในอดีตและความเป็นมาของยองที่จังหวัดลำพูนกันก่อนครับ ยอง (อ่าน ญอง/ยอง ) ยองหรือไทยอง ชาวล้านนาจะออกเสียงเป็น ญอง แต่กลุ่มชาวไทยยองมักออกเสียงเป็น ยอง ซึ่งยอง หรือไทยองนี้
ใช้เรียกกลุ่มคนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองยอง และกระจายอยู่ทั่วไปในแถบเมืองต่างๆ ในรัฐฉานด้านตะวันออกของพม่า เขตสิบสองพันนา ในมณฑลยูนนานของจีน เมื่อ พ.ศ.2348 กลุ่มชาวเมืองยองได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองลำพูนเป็นส่วนใหญ่ ด้วยสาเหตุของสงครามการรวบรวมกำลังคน ต่อมาก็ได้กระจายไปอยู่ในหัวเมืองต่างๆ ในล้านนา จากการสำรวจครั้งล่าสุด (พ.ศ.2536) การเดินทางจากประเทศไทยไปเมืองยอง
ตามเส้นทางที่เริ่มจากท่าขี้เหล็ก ผ่านเมืองโก ตลาดท่าเดื่อ (เมืองเลน) ถึงเมืองพะยาก ระยะทาง 83 กิโลเมตร สภาพทางอยู่ในระหว่างการปรับปรุงให้กว้างขึ้น ก่อนถึงเมืองพะยากเป็นตลาดซึ่งมีทางแยก หากแยกขวาจะไปเมืองยอง แยกทางซ้ายไปเชียงตุง ถนนจากเมืองพะยากไปเมืองยองระยะทาง 74 กิโลเมตร ถนนแคบเต็มไปด้วยฝุ่น รถวิ่งได้เฉลี่ย 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (สรัสวดี อ๋องสกุล พ.ศ.2537) คำว่ายองหรือ ญอง อันเป็นชื่อเมืองนั้น
ตำนานเมืองยองอธิบายว่า เป็นชื่อหญ้าชนิดหนึ่งที่เคยขึ้นในบริเวณเมืองยอง ครั้งหนึ่งมีนายพรานมาจากอาฬวีนคร ได้จุดไฟเผาป่าทำให้หญ้ายองปลิวไปทั่ว เมืองยองมีชื่อเป็นภาษาบาลีว่า มหิยังคนคร (ตำนานเมืองยอง) ทั้งนี้ ในภาษาล้านนา คำว่า ยอง แปลว่าสดใส เปล่งปลั่ง เมืองยองตั้งอยู่ทางทิศ ตะวันออกของเชียงตุง ห่างกันประมาณ 80 กิโลเมตร ห่างจากอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ประมาณ 157 กิโลเมตร
บริเวณเมืองยองเป็นแอ่งที่ราบกลางหุบเขา มีภูเขาล้อมรอบ ภูมิประเทศด้านตะวันตกสูงกว่าด้านตะวันออก แม่น้ำสายสำคัญ คือน้ำลาบ น้ำวัง และน้ำยอง จึงไหลไปทางทิศตะวันออก เมืองยองมีประตูเวียง 7 ประตู คือประตูเสื้อเมือง ประตูน้อย ประตูดินแดง ประตูม่อนแสน ประตูปางหิ่ง ประตูหูหูดและประตูผาบ่อง บริเวณใจกลางเมืองมีต้นสรี หรือต้นโพธิ์มีไม้ค้ำโดยรอบ ซึ่งแสดงถึงความเชื่อเรื่องไม้ค้ำสรีเช่นเดียวกับคนเมืองในล้านนา
เป็นเมืองที่มีตำนานกล่าวถึงพัฒนาการของบ้านเมืองที่เริ่มขึ้นในราวพุทธ ศตวรรษที่ 18 โดยเริ่มจากการตั้งถิ่นฐานของกลุ่มคนพื้นเมือง ซึ่งได้แก่พวกลวะหรือทมิฬ ต่อมาในราวพุทธศตวรรษที่ 19 มีกลุ่มคนไทยจากเมืองเชียงรุ่งนำโดยเจ้าสุนันทะโอรสของเจ้าเมืองเชียงรุ่ง ได้พาบริวารเข้ามามีอำนาจปกครองเมืองยองเหนือคนพื้นเมือง โดยมีทั้งปัจจัยภายในเป็นสิ่งสนับสนุน ได้แก่
การผสมผสานระบบความเชื่อและพิธีกรรมที่มีอยู่แต่เดิมกับพุทธศาสนาที่เข้ามา ภายหลังกับได้สร้างความสัมพันธ์กับคนพื้นเมือง ส่วนปัจจัยภายนอก ได้แก่ ความสัมพันธ์ทางเครือญาติและระบบบรรณาการกับเมืองเชียงรุ่ง เชียงตุงและการสร้างพันธมิตรทางการเมืองกับกลุ่มเมืองในที่ราบเชียงราย บนฝั่งแม่น้ำโขงตอนกลาง เช่น เชียงแสน เชียงของ เป็นต้น เมืองยองในยุคต้นของตำนานจึงมีความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรมกับเมือง เชียงรุ่งอย่างใกล้ชิด
จากความสัมพันธ์ ดังกล่าว คนเมืองยองจึงสืบเชื้อสายมาจากผู้คนที่อพยพมาจากเมืองเชียงรุ่งและเมือง อื่นๆ ในสิบสองพันนา ซึ่งเป็นคนลื้อหรือไทลื้อ และเมื่ออพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานครั้งใหญ่ในเมืองลำพูนในปี พ.ศ.2348 คนทั่วไปจึงเรียกว่า คนเมืองยอง เพราะในสมัยนั้นรัฐประชาชาติหรือรัฐชาติ (Nation State) แบบตะวันตกยังไม่เกิดขึ้น ในสมัยนั้นผู้คนต่างบ้านหลายเมืองที่มาอยู่ร่วมกัน
จึงเรียกขานกันตามชื่อบ้าน เมืองเดิม เช่น คนเมืองเชียงใหม่ คนเมืองลำปาง คนเมืองแพร่ คนเมืองน่าน คนเมืองเชียงตุง เป็นต้น ในกรณีของคนเมืองยองต่อมาคำว่าเมืองได้หายไป คงเหลืออยู่คำว่าคนยอง ดังนั้น ยอง จึงมิใช่เป็นชาติพันธุ์ เมื่อวิเคราะห์จากพัฒนาการและภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของเมืองยองแล้ว คนยองก็คือคนเผ่าไทลื้อนั่นเอง ภาพเก่าที่เมืองยอง การตั้งถิ่นฐานของชาวยองในเมืองลำพูน ในระหว่างปี พ.ศ.2325-2347
ก่อนการรื้อฟื้นเมืองลำพูน พระเจ้ากาวิละยังไม่ได้แต่งตั้งให้ผู้ใดเป็นเจ้าเมืองลำพูน ด้านการปกครองยังคงมีสภาพเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ จนถึงปี พ.ศ.2348 พระเจ้ากาวิละเห็นความจำเป็นที่จะต้องจัดตั้งและฟื้นฟูเมืองลำพูนอันเป็น นโยบายการเตรียมกำลังคนเพื่อสนับสนุนเชียงใหม่เมื่อมีการสงคราม นอกจากนี้กำลังคนในเมืองลำพูนก็ลดลงไป ในครั้งที่พระเจ้ากาวิละพาไปตั้งที่เมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ.2339
ครั้งหนึ่งแล้ว ยังสูญเสียไปกับความไม่สงบและสงครามหลายครั้ง เมืองลำพูนจึงอยู่ในสภาพที่จะรองรับผู้คนที่มาจากเมืองยองและเมืองต่างๆ นอกจากนี้เมืองลำพูนยังอยู่ติดกับเชียงใหม่ ทำให้สามารถควบคุมดูแลได้ง่าย กับทั้งยังเป็นการปูนบำเหน็จความชอบแก่ญาติพี่น้องที่ได้ช่วยกันทำศึกสงคราม มาเป็นเวลานานและเป็นการขยายตำแหน่งทางการเมือง เพื่อป้องกันการขัดแย้งในการขึ้นดำรงตำแหน่งต่างๆ ในหมู่พี่น้องตระกูลเจ้าเจ็ดตนในอนาคตอีกด้วย








