จังหวัดเลย ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน
ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน http://www.hotsia.com > จังหวัดเลย > ผีตาโขน ด่านซ้าย แห่ผีตาโขน ขบวนแห่ผีตาโขน ภาพโดย แจ๊กฮ๊อตเชีย ดูรูปผีตาโขนแบบเต็มอิ่มได้ที่ http://www.facebook.com/7ackieHOTSIA แต่ก่อนเคยอ่านข้อมูลทางเน็ตเจอว่าผีตาโขนคือ คนแปดศอกโบราณ พอได้อ่านข้อมูลเพิ่มเติมถึงตำนานต่างๆ รวมทั้งข้อมูลด้านล่างของ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เรื่องการละเล่นผีตาโขน กับที่มาของการละเล่น

ของชาวหลวงพระบาง " ปู่เย้อย่าเย้อ " และเมื่อตามไปอ่านตำนานของปู่เยอย่าเยอ หลวงพระบางที่ปู่เย่อย่าเยอเป็นคนสมัยเมืองแถน ตามไปอ่านประวัติเมืองแถนมาทำให้รู้ว่าเป็นเมืองที่อยู่บนดินแดนไทยลาวนี้แต่เป็นสมัยประมาณ 2000 ปีก่อนหน้านี้ เลยนึกย้อนไปว่าคนที่ว่าน่าจะตัวใหญ่โตสูงใหญ่ถึงแปดศอก (2 วา ) เห็นท่าจะเป็นไปได้ยาก เพราะช่วงเวลา 2000 ปี คนคงไม่ตัวเล็กเตี้ยลงเร็วเพียงนี้ 2553 ผมเองได้ไปตามคำบอกเล่าของพี่น้องชาวลาว
ว่ามีคนแปดศอกเป็นหินแกะสลักที่วัดธงหวาย ( ดูคนแปดศอก ) เห็นส่วนสูงที่เขาสลักออกมาแล้วก็น่าจะสูงถึงสองวาจริงๆ แต่เห็นเฉพาะหินสลัก คนจริงๆคงไม่สูงเท่านี้ ผีตาโขนเป็นการละเล่นของชาวลาวและไทยแถบลุ่มแม่น้ำโขง หากยึดตามตำนานแล้วก็เมื่อสักสองพันปีที่ผ่านมาแล้ว สำหรับในลาวคือปู่เย่อย่าเย่อ ส่วนในไทยคือผีตาโขน ในประเทศไทยไม่ได้เล่นจริงจังต่อเนื่อง จนเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมาได้รื้อประเพณีนี้มาเล่นอีกครั้ง
จนได้รับการสนับสนุนจากการรัฐบาล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จนทำให้เป็นประเพณีที่เชิดหน้าชูตาของอำเภอด่านซ้ายจนถึงทุกวันนี้ ใครอยากไปเที่ยวงานขบวนแห่ผีตาโขน ไปตามหาความเป็นมาของคนแปดศอกโบราณ งานเทศกาลแห่ผีตาโขนในมีขึ้นในงาน "งานบุญหลวง" หรือ เดือนเจ็ด ที่อำเภอด่านซ้าย จ.เลย ในแต่ละปีวันที่จัดจะไม่ตรงกัน ต้องดูปฏิทินท่องเที่ยวไปก่อนครับ ในงานจะมีคนที่สวมหน้ากากผีทำจากหวดนึ่งข้าวเหนียว สีสันสวยงาม Mr.Hotsia ก.ค. 2554
ประวัติความเป็นมาของผีตาโขนโดย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ อ.ด่านซ้าย ได้รับการกล่าวขานถึงทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นทั้งการแต่งกาย และลีลาท่าทางในยามเยื้องกราย จนกลายเป็นจุดเด่นที่โดนใจผู้คน ผีตาโขนจึงเป็นดุจดังสัญลักษณ์แห่งตำนานงานบุญประเพณีที่อยู่คู่กับท้องถิ่นเมืองด่านซ้าย จังหวัดเลย มายาวนาน ไม่เพียงแต่คอยสร้างสีสัน สร้างความสนุกสนานและความเพลิดเพลินใจแก่ผู้คนเท่านั้น
ผีตาโขนยังเป็นสะพานที่ทอดยาวไปสู่อดีตกาลที่บรรพชนไทยได้รังสรรค์ภูมิปัญญาอันเอกอุ ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านกาลเวลามาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน เป็นประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่นอันทรงคุณค่า ให้ลูกไทยหลานไทยได้ศึกษาเรียนรู้ถึงรากเหง้าและแก่นแท้แห่งอัตลักษณ์อันเกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ครูภูมิปัญญาและนักการศึกษาหลายท่านที่ศึกษาวิจัยเรื่องราวของผีตาโขนในแง่มุมต่างๆ
ล้วนมีข้อสรุปตรงกันว่าผีตาโขนเป็นการละเล่นส่วนหนึ่งในงานบุญหลวงของอำเภอด่านซ้ายหรือเมืองด่านซ้ายในอดีต เป็นการละเล่นที่นำพาให้เกิดความสนุกสนานและความบันเทิงเป็นหลัก เช่นกันกับการเล่นทอดแห ขายยา และทั่งบั้ง อันเป็นสีสันแห่งการเฉลิมฉลองในงานบุญหลวงและโดยเฉพาะในพิธีอันเชิญพระเวสสันดร และนางมัทรีเข้าเมือง ตามฮีตเดือนสี่ (บุญเผวส) ของชาวอีสาน ซึ่งชาวด่านซ้ายได้รวมเอางานบุญฮีตเดือนสี่(บุญเผวส) ฮีตเดือนห้า
(บุญสงกรานต์) ฮีตเดือนหก (บุญบั้งไฟ) และฮีตเดือนเจ็ด (บุญซำฮะ) มาจัดขึ้นพร้อมกันในช่วงเดือนเจ็ดของทุกปี ซึ่งมักจะอยู่ระหว่างปลายเดือนมิถุนายนถึงช่วงต้นเดือนกรกฏาคม ทั้งนี้เจ้าพ่อกวน (ผู้นำทางจิตวิญญานของท้องถิ่น)จะเป็นผู้กำหนดวันโดยผ่านพิธีการเข้าทรงล่วงหน้า คำว่า ผีตาโขน ตามความเห็นของเจ้ากวน (ถาวร เชื้อบุญมี) น่าจะมาจากการที่บรรดาผีเหล่านั้น สวมหน้ากากคล้ายลักษณะของโขนละคร แต่เดิมบางคนเรียกว่า ผีตาขน
แต่ก็หาความหมายไม่ได้ชัดแจ้ง และจากคำบอกเล่าของเจ้าพ่อกวนในขณะเข้าทรงว่า ผีตามคนมาในงานบุญพระเวส จึงเรียก ผีตามคน ต่อมาจึงเพี้ยนเป็นผีตาโขน จากการศึกษาวิจัยเรื่องพัฒนาการประเพณีผีตาโขน ของ สนอง อุปลา พบว่า ประเพณีผีตาโขน เป็นการละเล่นที่เกิดจากความเชื่อเกี่ยวกับวิญญาณผีบรรพชน สืบสานมาจากการละเล่นปู่เยย่าเยอ ของชาวหลวงพระบาง แต่เนื่องจากการละเล่นผีตาโขน อำเภอด่านซ้าย
ต้องผ่านพ้นกับกาลเวลาอันยาวนาน และฟันฝ่ากับระบบการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งการปะทะสังสรรค์ทางวัฒนธรรมกับคนหลากหลาย กลุ่มชน ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องและสัมพันธ์กับวิถีชีวิตในชุมชน จึงมีการปรับเปลี่ยนผสมผสานให้เป็นการละเล่นที่มีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น และมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย กล่าวคือ ยุคดั้งเดิม (ก่อนปี พ.ศ.2500) สืบเนื่องมาจากการละเล่น ปู่เยอย่าเยอ
ความเชื่อที่ผสมผสานระหว่างพุทธ พราหมณ์ ผี ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจาก อาณาจักรล้านช้างโบราณ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพวิถีชุมชน ในด้านเศรษฐกิจ การเมือง การปกครองของชาวด่านซ้ายเอง จากนั้นได้พัฒนาเข้าสู่ยุคแสวงหา (ระหว่างปี พ.ศ.2500-2530) ซึ่งพัฒนาการประเพณีผีตาโขนในยุคนี้เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การเข้ามามีส่วนบริหารงานประเพณีของทางราชการ ตลอดจนแนวคิดของคนรุ่นใหม่ และกระแสตอบรับการท่องเที่ยว
ได้ทำให้เกิดการช่วงชิงและ ขัดแย้งทางความคิด ในการที่จะกำหนดทิศทางพัฒนาการละเล่นผีตาโขน โดยมีแนวความคิด แยกออกเป็น 3 ทิศทางคือ ฝ่ายที่ต้องการให้เป็นไปแบบดั้งเดิม ฝ่ายต้องการรูปแบบใหม่เพื่อผลทางเศรษฐกิจ และฝ่ายที่ต้องการผสมผสาน แต่ในที่สุดแนวคิดทั้งหมดก็สามารถตกผลึกเกิดเป็นประเพณีผีตาโขนยุคนี้ และจากแรงหนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผ่านสื่อมวลชนทุกแขนง
จากการนำการละเล่นผีตาโขนออกไปแสดงเผยแพร่ยังทุกหนทุกแห่งเพื่อการประชาสัมพันธ์ ทำให้ประเพณีผีตาโขนอำเภอด่านซ้าย มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ และเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั่วไป เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยว ขบวนแห่การแสดงผีตาโขนจึงเกิดขึ้นเพิ่มเติมจากประเพณีดั้งเดิม มีการจัดประกวดขบวนแห่ การประกวดหน้ากากผีตาโขน การประกวดท่าเต้นที่สวยงาม ทั้งหมดนี้ส่งผลให้
ความคิดความเชื่อข้อห้ามข้อปฏิบัติในการละเล่นผีตาโขนเปลี่ยนแปลงไป ผู้เล่นผีตาโขนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี การจัดทำหน้ากากผีตาโขนจากรูปแบบดั้งเดิมถูกปรับประยุกต์เป็นผีตาโขนแนวใหม่ ตามหลักวิชาการศิลปะกับเทคโนโลยี สมัยใหม่ และกลไกของตลาด ชาวอำเภอด่านซ้ายทั่วไปปรับตัวในลักษณะยอมรับการท่องเที่ยวเหล่านี้เป็นต้นเค้าแห่งการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต่อมาผีตาโขนก็กลายเป็นประเพณีเพื่อการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม








