เที่ยวซากทะเลสาบดอยเต่า
mr.hotsia travel ไทย เชียงใหม่ HOT09700
เที่ยวซากทะเลสาบดอยเต่า: เรื่องเล่าจาก mr.hotsia ณ เชียงใหม่
“เมื่อครั้งที่ผม mr.hotsia เดินทางมาถึงดอยเต่าในเดือนตุลาคมปี 2553 ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติที่ไม่เคยหยุดนิ่ง” นี่คือคำบอกเล่าจากประสบการณ์จริงของผมกับการไปเที่ยว “ซากทะเลสาบดอยเต่า” ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเคยเป็นทะเลสาบยาวที่เกิดจากการสร้างเขื่อนภูมิพลในปี พ.ศ. 2507 แต่วันนี้กลับเห็นภาพของความแห้งแล้งและเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นตะลึง
ทะเลสาบดอยเต่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของเขื่อนภูมิพล หรือที่รู้จักกันในชื่อเขื่อนยันฮี ซึ่งเดิมทีน้ำท่วมพื้นที่แถบเมืองฮอดเก่าและดอยเต่าอย่างต่อเนื่อง แต่วันนี้เมื่อผมเดินทางมาถึง “เมืองฮอดเก่า” กลับพบว่าแทบไม่มีน้ำเหลือ มีเพียงเจดีย์เก่าแก่ที่เคยจมน้ำถูกเผยให้เห็นและกลายเป็นไร่ข้าวโพดและถั่วของชาวบ้านแทน ส่วนที่ดอยเต่าเอง น้ำในทะเลสาบก็ลดลงเรื่อย ๆ ทุกปีจนแทบจะกลายเป็นที่ดินแห้งแล้ง
เมื่อผมไปถึงดอยเต่ากลางเดือนตุลาคม น้ำในทะเลสาบแทบไม่มีเหลือให้เห็น ได้แต่เห็นร่องรอยของลำน้ำปิงที่ไหลช้า ๆ ผ่านกลางทะเลสาบ บรรยากาศรอบ ๆ กลายเป็นไร่ข้าวโพดเขียวขจี แพล่องน้ำจอดอยู่บนบก เรือหลายลำเกยตื้นอย่างโดดเดี่ยว มองดูแล้วอดรู้สึกหดหู่ไม่ได้ ว่าธรรมชาติที่เคยเป็นแหล่งน้ำใหญ่กลับแห้งไปเสียแล้ว ทั้งที่หลายจังหวัดในภาคอื่นกำลังเจอน้ำท่วมหนัก
ล่องเรือดอยเต่าในอดีตและความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน
ผมได้สอบถามจากชาวบ้านและผู้ให้บริการแพล่องน้ำที่ดอยเต่า ได้ความว่าในปี 2552 น้ำในทะเลสาบดอยเต่ามีให้ล่องเรือได้แค่ 3 เดือนเท่านั้น คือช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม และน้ำก็ลดลงอย่างต่อเนื่องในทุกปี รายละเอียดนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศน์และปริมาณน้ำจากเขื่อนภูมิพลที่ส่งผลโดยตรงต่อชุมชนดอยเต่า
“หากน้ำจากเขื่อนภูมิพลมาถึงเร็ว น้ำจะเต็มทะเลสาบและนักท่องเที่ยวจะได้ล่องเรือชมวิวสวย ๆ แต่ถ้าน้ำมาไม่ทัน ก็ต้องรอกันไปก่อน” นี่คือคำพูดของพ่อค้าแพล่องดอยเต่าที่ผมได้พูดคุยด้วย และในช่วงที่ผมไปถึงนั้น น้ำยังไม่เต็มทะเลสาบ ทำให้ต้องเปลี่ยนจากการล่องเรือเป็นเที่ยวแบบ “เที่ยวซากทะเลสาบ” ซึ่งมีเสน่ห์และความน่าสนใจที่แตกต่างกันออกไป
ชมวิวมุมสูงที่พระธาตุดอยเกิ้ง: วิวที่ผม mr.hotsia ประทับใจ
เพื่อให้เห็นภาพของทะเลสาบดอยเต่าในมุมกว้าง ผมจึงเดินทางขึ้นไปยังพระธาตุดอยเกิ้ง ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับจุดขึ้นเรือดอยเต่า ในอดีตนักท่องเที่ยวจะล่องเรือข้ามไปแล้วเดินขึ้นเขาไปนมัสการพระธาตุดอยเกิ้งได้ แต่เมื่อไม่มีน้ำแล้ว ต้องขับรถอ้อมไปทางอำเภอฮอดแล้วขึ้นเขาทางถนนแทน
พระธาตุดอยเกิ้งตั้งอยู่บนยอดเขาที่มองเห็นวิวทะเลสาบดอยเต่าและลำน้ำปิงได้อย่างชัดเจน ความแห้งแล้งของทะเลสาบปรากฏเด่นชัดจากมุมสูง น้ำในลำน้ำปิงที่ไหลผ่านยังคงมีอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น จุดนี้ทำให้ผมนึกถึงเรื่องราวของ วัดพระบรมธาตุดอยเกิ้ง ที่ผมเคยเขียนไว้ถึงความสวยงามและความลำบากในการเดินทางขึ้นไปสักการะพระธาตุแห่งนี้
เมืองฮอดโบราณกับความทรงจำที่หลงเหลือ
เรื่องราวของทะเลสาบดอยเต่าและเมืองฮอดมีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง เนื่องจากเมืองฮอดโบราณเคยอยู่ในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมจากการสร้างเขื่อนภูมิพล ในอดีตน้ำท่วมสูงจนต้องย้ายที่อยู่ของชาวบ้านไปยังที่ใหม่ สถานที่เดิมกลายเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ แต่ในวันนี้ซากเจดีย์และโบราณสถานที่เคยจมอยู่ใต้น้ำกลับโผล่ขึ้นมาอีกครั้ง กลายเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติที่ผมเคยเล่าไว้ในบทความ เมืองฮอดโบราณที่ถูกน้ำท่วมกลับมาแล้ว
ผมอยากให้ทุกคนได้รับรู้ว่าธรรมชาติไม่ได้หยุดนิ่ง และเราในฐานะคนเดินทางควรตระหนักถึงการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืนต่อไป
คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากล่องแพดอยเต่า
สำหรับผู้ที่วางแผนจะไปล่องแพดอยเต่า ควรสอบถามข้อมูลเรื่องน้ำและฤดูกาลล่วงหน้าให้ดี เพราะน้ำในทะเลสาบขึ้นลงตามฤดูกาลและปริมาณน้ำจากเขื่อนภูมิพล โดยปกติจะล่องได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมีนาคม แต่ในบางปีอาจมีน้ำล่าช้าหรือแห้งมากกว่าปกติ
ผม mr.hotsia ขอแนะนำเบอร์โทรศัพท์ผู้ให้บริการแพล่องดอยเต่าที่ผมได้รวบรวมไว้เพื่อความสะดวกของเพื่อนนักเดินทาง:
- แพนกน้อย: 081-9611854, 087-1739200
- แพลูกแม่ปิง: 081-9934162, 081-7245470
- แพอานันท์: 089-8387045
นอกจากนี้ หากใครมีข้อมูลแพล่องน้ำดอยเต่าเพิ่มเติม สามารถแบ่งปันกันได้ที่หน้า Facebook ของผม เพื่อช่วยกันส่งต่อข้อมูลที่เป็นประโยชน์ครับ
สิ่งที่ผม mr.hotsia ได้เรียนรู้จากดอยเต่า
การเดินทางครั้งนี้ทำให้ผมตระหนักว่าสิ่งที่เราเห็นในภาพสวยงามของแหล่งท่องเที่ยว ไม่ได้คงที่เสมอไป ธรรมชาติมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และหลายสิ่งหลายอย่างที่เรารักก็อาจจะสูญหายไปได้ถ้าเราไม่ช่วยกันดูแล ผมเชื่อว่าคนดอยเต่าและฮอดเองก็พยายามดูแลกันอย่างเต็มที่ แต่การช่วยกันจากทุกภาคส่วนเป็นสิ่งที่จำเป็น
ถ้าใครอยากแวะเที่ยวเชียงใหม่ ผมแนะนำให้ลองแวะไปสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านแถวดอยเต่า และหากมีเวลาอย่าลืมไปสักการะ วัดแสนทองอมก๋อย หรือไปลองชิม ไข่เค็มน้ำแร่เมืองออน ที่เป็นของดีประจำเชียงใหม่ด้วยนะครับ
สุดท้ายนี้ การเดินทางของผม mr.hotsia ที่ดอยเต่าไม่ใช่แค่การเที่ยวธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนของชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติที่ต้องเรียนรู้และรักษาไว้ให้อยู่กับเราไปอีกนาน