ศาลาแก้วกู่ หนองคาย(sala kaeo ku nong khai)
mr.hotsia travel ไทย หนองคาย HOT09174
ศาลาแก้วกู่ หนองคาย: สวนพระศิลป์แห่งชีวิตและธรรมะ
ถ้าพูดถึงจังหวัดหนองคาย สถานที่ท่องเที่ยวที่ผม mr.hotsia มองว่าเป็นจุดหมายอันดับต้นๆ ที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ ศาลาแก้วกู่ หรือที่รู้จักกันในชื่อว่าวัดแขก สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สวนประติมากรรมที่มีรูปลักษณ์แปลกตาเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนชีวิตที่ผสมผสานศิลปะและหลักธรรมคำสอนไว้อย่างลึกซึ้ง ที่ผมเองได้มีโอกาสเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเองและอยากเล่าประสบการณ์จริงจากสนามให้ทุกคนได้รู้ครับ
ศาลาแก้วกู่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองหนองคาย เส้นทางเดียวกับการเที่ยววัดโพธิ์ชัย ที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใสอันโด่งดัง และต่อเนื่องไปยังเจดีย์กลางน้ำและท่าเสด็จ ทำให้การวางแผนเที่ยวในเส้นทางนี้เป็นเรื่องง่ายและสนุกสนานมากขึ้น สำหรับใครที่ไม่มีรถส่วนตัว การเหมารถตุ๊กตุ๊กออกทริปเที่ยวแบบวงรอบก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดี ราคาไม่แพงมาก ประมาณ 300-500 บาทต่อคัน เที่ยวได้ครบทั้งสามจุดหลักในเมืองหนองคายเลยครับ
ศาลาแก้วกู่ก่อตั้งโดยปู่บุญเหลือ ชาวลาวที่ข้ามมาจากฝั่งลาว ก่อนหน้านี้ท่านได้สร้างศาลาแก้วกู่ต้นแบบไว้ที่เวียงจันทน์ หรือที่ลาวเรียกว่า "สวนพระ" ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับศาลาแก้วกู่ของไทยนั่นเอง ความน่าสนใจอยู่ที่ผลงานของท่านซึ่งเต็มไปด้วยรูปปั้นและประติมากรรมที่สวยงามและแฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้งทางธรรมะ ที่ผมเดินดูแล้วรู้สึกเหมือนได้เดินผ่านเรื่องราวของชีวิต ตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ ตาย ที่ถูกถ่ายทอดผ่านศิลปะอย่างเป็นเอกลักษณ์
สิ่งที่ผมประทับใจมากคือ “วงเวียนชีวิต” หรือรูปวงกลมใหญ่ที่แสดงสัจธรรมของชีวิตมนุษย์ เมื่อเดินชมไปเรื่อยๆ จะได้เห็นรูปปั้นแปลกตาหลากหลายรูปแบบ บางชิ้นก็ชวนให้ขบคิด บางชิ้นก็มีความงดงามทางศิลปะ เหมือนกับว่าปู่บุญเหลือต้องการให้คนที่มาเยี่ยมชมได้หยุดคิดและทำความเข้าใจชีวิตอย่างลึกซึ้ง นี่จึงไม่ใช่แค่สวนศิลป์ธรรมดา แต่เป็นบทเรียนชีวิตที่เดินเล่นได้จริงๆ
สำหรับการเดินทางมายังศาลาแก้วกู่ ถ้ามีรถส่วนตัวก็ง่ายมาก ใช้ GPS ก็เจอได้ไม่ยาก แต่ถ้าไม่มีรถ แนะนำให้เหมารถตุ๊กตุ๊กเที่ยวแบบวงรอบจากในเมืองหนองคาย จะได้เที่ยวครบทั้งวัดโพธิ์ชัย ศาลาแก้วกู่ และเจดีย์กลางน้ำ ซึ่งถ้าสนใจอยากรู้จักวิธีเที่ยวแถวนี้ให้ลึกขึ้น ลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่บทความ เที่ยวหนองคาย ของผมครับ
วิถีชีวิตและบรรยากาศในย่านศาลาแก้วกู่
เมื่อมาถึงศาลาแก้วกู่ ไม่ใช่แค่ตัวงานศิลปะที่ดึงดูดใจ แต่บรรยากาศรอบๆ ก็ช่วยเสริมประสบการณ์การเดินทางด้วยเช่นกัน ผมเดินเล่นถ่ายรูปเรื่อยๆ เห็นนักท่องเที่ยวหลากหลายชาติ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาดูงานศิลป์ที่นี่ เพราะศาลาแก้วกู่ถูกบรรจุไว้ในไกด์บุ๊คชื่อดังของต่างประเทศด้วย ทำให้ที่นี่มีสีสันของผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม สร้างความรู้สึกอบอุ่นและคึกคักแม้จะเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความเงียบสงบ
นอกจากงานประติมากรรมแล้ว บริเวณรอบๆ ยังมีร้านค้าเล็กๆ ขายของที่ระลึกและอาหารพื้นเมือง ผมไม่พลาดที่จะลองชิมอาหารท้องถิ่นที่นี่ โดยเฉพาะแหนมเนืองที่ขึ้นชื่อของหนองคาย ซึ่งถ้าอยากลิ้มลองแหนมเนืองแบบเด็ดจริงๆ แนะนำให้ไปลองที่ร้าน แดงแหนมเนือง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง เป็นร้านอาหารที่ผมการันตีความสดสะอาดและรสชาติอร่อยแบบต้นตำรับเลยครับ
ทำไมศาลาแก้วกู่ถึงเป็นไฮไลท์ของหนองคาย
ในฐานะนักเดินทางที่เคยไปเที่ยวหนองคายหลายครั้ง ผม mr.hotsia ขอยืนยันเลยว่า ศาลาแก้วกู่คือหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนี้ได้ดีที่สุด นอกจากจะได้ชมงานศิลป์ไม่เหมือนใครแล้ว ยังได้เรียนรู้ความคิดและปรัชญาชีวิตในแบบที่เข้าใจง่ายและลึกซึ้งด้วย
สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจไม่แพ้กันคือความเชื่อมโยงของศาลาแก้วกู่กับภูมิภาคนี้ ที่หนองคายเองก็เป็นจังหวัดชายแดนที่มีบรรยากาศพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์กับฝั่งลาวที่ข้ามสะพานแม่น้ำโขงไปไม่กี่กิโลเมตรก็คือนครเวียงจันทน์ หรือจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอใกล้เคียงอย่างอำเภอสังคม ที่มีเนินทรายและวิวแม่น้ำโขงสวยงามจนผมเคยเขียนแนะนำไว้ใน เที่ยวอำเภอสังคม ซึ่งถือเป็นอีกจุดหมายที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและสายถ่ายภาพไม่ควรพลาด
ทริคเที่ยวศาลาแก้วกู่และหนองคายให้สนุก
ถ้าใครจะมาเที่ยวศาลาแก้วกู่ แบบที่ผม mr.hotsia เคยทำก็คือ แนะนำให้เริ่มต้นที่วัดโพธิ์ชัยเพื่อสักการะหลวงพ่อพระใส จากนั้นแวะชมศาลาแก้วกู่ และปิดท้ายด้วยเจดีย์กลางน้ำกับตลาดท่าเสด็จ ที่ทั้งบรรยากาศและของกินน่าสนใจมากมาย เป็นเส้นทางที่เดินทางง่ายและใช้เวลาครึ่งวันหรือเต็มวันก็ได้สบายๆ
อย่าลืมเตรียมรองเท้าที่ใส่สบายและน้ำดื่ม เพราะเดินชมประติมากรรมแต่ละจุดใช้เวลาพอสมควร และถ้าได้ไปในช่วงหน้าหนาว อากาศจะเย็นสบายเหมาะกับการเดินเล่นมากที่สุด
สำหรับคนที่อยากดื่มด่ำกับวิถีชีวิตหนองคายอย่างแท้จริง นอกจากเที่ยวศาลาแก้วกู่ ผมยังแนะนำให้ลองชิมอาหารเวียดนามแท้ๆ แหนมเนือง และอาหารท้องถิ่นอื่นๆ รวมถึงแวะเดินตลาดริมฝั่งโขงที่ท่าเสด็จ ซึ่งมีความคึกคักและเต็มไปด้วยเสน่ห์ของชุมชนริมแม่น้ำ
สุดท้ายนี้ ศาลาแก้วกู่ไม่ใช่แค่จุดชมวิวหรือแลนด์มาร์ค แต่เป็นสถานที่ที่คุณจะได้สัมผัสทั้งศิลปะ วิถีชีวิต และธรรมะในหนึ่งเดียว ถ้าคุณมาเยือนหนองคาย อย่าลืมแวะมาที่นี่ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมผม mr.hotsia ถึงชอบสถานที่นี้มากขนาดนี้ครับ
ดูวิดีโอรีวิวศาลาแก้วกู่จากผมได้ที่นี่ ศาลาแก้วกู่ หนองคาย (sala kaeo ku nong khai) เพื่อเตรียมตัวและตื่นเต้นกับการเดินทางมากขึ้นครับ