เดินเล่นที่เมืองด๊ากจึง(dakjung main road)
mr.hotsia travel ประเทศไม่ระบุ จังหวัดไม่ระบุ HOT03341
เดินเล่นที่เมืองด๊ากจึง (Dakjung Main Road) กับ mr.hotsia
ถ้าพูดถึงเมืองชายแดนที่กำลังเติบโตและมีเสน่ห์แบบเงียบ ๆ ในภูมิภาคนี้ หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ผม mr.hotsia ต้องการแนะนำอย่างไม่ลังเลคือ “เมืองด๊ากจึง” หรือที่หลายคนอาจสับสนกับชื่ออื่น ๆ เช่น ดักจึง ดั๊กจึง เพราะข้อมูลในอินเทอร์เน็ตยังน้อยมาก แต่สำหรับผมแล้ว การได้เดินเล่นบนถนนสายหลักของเมืองนี้—Dakjung Main Road—เป็นประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและเต็มไปด้วยรสชาติของวิถีชีวิตจริง ๆ
เมืองด๊ากจึงตั้งอยู่ในแขวงเซกอง ซึ่งที่นี่เป็นบ้านของชาวเตรียงที่พูดภาษาด๊ากกัง ซึ่งผมได้ลองสัมผัสและพูดคุยกับคนท้องถิ่นแล้ว รู้เลยว่าคำว่า “ด๊าก” ในภาษาเตรียงหมายถึงน้ำ หรือแม่น้ำ ซึ่งสอดคล้องกับชื่อเมืองที่มักจะพบในแม่น้ำสายต่าง ๆ ในเวียดนามเช่นกัน
เดินทางมายังเมืองด๊ากจึง
ก่อนหน้านี้ การเดินทางมายังเมืองนี้ใช้เวลานานเป็นอาทิตย์ แต่ในปัจจุบัน ถนนเส้นหลักใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ ทำให้ใช้เวลาเพียง 4-5 ชั่วโมงจากเมืองตะมานของแขวงเซกอง แม้ช่วงหน้าฝนทางยังลื่นและอันตราย แต่ผม mr.hotsia แนะนำให้มาในช่วงแห้ง เพราะคุณจะได้เห็นทิวทัศน์ภูเขาและแม่น้ำที่สวยงามระหว่างทางอย่างเต็มตา
เมืองด๊ากจึงถูกวางแผนให้เป็นเมืองเอกของแขวงเซกองในอนาคต และยังเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมต่อไปยังเวียดนามโดยตรงผ่านด่านตะออที่เปิดเป็นด่านสากลแล้ว ทำให้การเดินทางไปยังเมืองดานังของเวียดนามสะดวกและรวดเร็วขึ้นอย่างมาก ด้วยระยะทางเพียง 300 กิโลเมตรจากชายแดนช่องแมกอุบลราชธานี
บรรยากาศบนถนนหลักของเมืองด๊ากจึง
ผม mr.hotsia เริ่มต้นเดินเล่นตั้งแต่เช้ามืดที่ Dakjung Main Road ถนนเส้นนี้ไม่กว้างมากแต่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ร้านค้าริมถนนเปิดขายของท้องถิ่นหลากหลาย ทั้งผักสด ผลไม้ และอาหารพื้นบ้านที่หากินยากในเมืองใหญ่ บรรยากาศแบบนี้ทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในชนบทที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน
ผมชอบที่จะนั่งจิบกาแฟท้องถิ่นที่ร้านเล็ก ๆ ข้างทาง พร้อมฟังเสียงคนพูดคุยและเสียงรถมอเตอร์ไซค์ผ่านไปมา ชาวบ้านที่นี่เป็นมิตรและยินดีพูดคุยกับนักท่องเที่ยวอย่างผมอย่างเปิดใจ แม้ภาษาอังกฤษจะไม่ค่อยแพร่หลาย แต่การสื่อสารด้วยรอยยิ้มและภาษากายช่วยให้ผมได้เก็บรายละเอียดชีวิตจริงที่นี่อย่างเต็มที่
อาหารและตลาดท้องถิ่น
ถนนด๊ากจึงเป็นที่ตั้งของตลาดเช้าขนาดเล็กที่พ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นนำของสดมาแลกเปลี่ยนและจำหน่าย ผม mr.hotsia ได้ลองชิมอาหารพื้นเมือง เช่น ข้าวเหนียวร้อน ๆ ทานคู่กับปลาแดดเดียวและผักสด หอมกลิ่นสมุนไพรที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ในเมืองใหญ่ นอกจากนี้ยังมีร้านขายของท้องถิ่นที่ทำมือ เช่น ผ้าทอและเครื่องประดับที่สะท้อนวัฒนธรรมชาวเตรียง
ถ้าคุณเป็นคนชอบเรียนรู้วัฒนธรรมผ่านอาหารและตลาดที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวผมแนะนำให้คุณลองเดินตลาดที่นี่อย่างจริงจัง และถ้าอยากได้คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับทริปลาวหรือแขวงอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ลองอ่านบทความ ทัวร์เที่ยวหมีเทอ จังหวัดเตี่ยนยาง ที่ผมเคยเขียนไว้ จะได้เห็นภาพรวมของการท่องเที่ยวในลาวและบริเวณใกล้เคียง
ที่พักและการเดินทางในเมืองด๊ากจึง
แม้เมืองด๊ากจึงจะยังไม่ค่อยมีที่พักหรูหราหรือรีสอร์ตใหญ่โตเหมือนเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ แต่ก็มีที่พักแบบเกสท์เฮาส์เล็ก ๆ ที่ดูแลดีและราคาย่อมเยา เหมาะสำหรับนักเดินทางสายแบ็คแพ็คหรือคนที่ชอบสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างแท้จริง
การเดินทางภายในเมืองส่วนใหญ่จะใช้มอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือเดินเท้า เพราะเมืองไม่ได้กว้างมากนัก และการเดินเท้าบนถนนหลักจะทำให้คุณได้เห็นมุมมองที่หลากหลายและสัมผัสกับบรรยากาศอย่างใกล้ชิด
สรุปประสบการณ์จาก mr.hotsia
สำหรับผมแล้ว การได้เดินเล่นบน Dakjung Main Road ไม่ใช่แค่การเที่ยวชมเมืองธรรมดา แต่เป็นการเข้าไปสัมผัสวิถีชีวิตที่กำลังเปลี่ยนผ่านระหว่างอดีตและอนาคตของแขวงเซกอง การได้เห็นความพยายามของคนท้องถิ่นในการรักษาวัฒนธรรม พร้อมกับการพัฒนาเมืองให้ทันสมัยขึ้นอย่างสมดุล เป็นสิ่งที่ผมประทับใจมาก
ถ้าใครอยากลองประสบการณ์เดินทางที่แตกต่างจากเส้นทางหลักที่นักท่องเที่ยวทั่วไปเลือก ผม mr.hotsia ขอแนะนำให้ลองมาเดินเล่นที่เมืองด๊ากจึงแห่งนี้ แล้วคุณจะรู้สึกได้ถึงเสน่ห์ของเมืองชายแดนที่มีชีวิตชีวาและเรื่องราวมากมายรอให้คุณค้นพบ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทริปเดินทางและที่พักสไตล์ประหยัด คุณอาจสนใจอ่าน แนะนำโรงแรมในเมืองแม็กเวย์(มาแกว,มะกรวย) หรือถ้าอยากได้บรรยากาศเมืองทันสมัยแต่ราคาย่อมเยา ลองดู บ้านเสลา เกรสเฮ้าส์กลางนิมมานเหมินทร์ ที่ผมเคยแนะนำไว้ด้วยครับ
สุดท้ายนี้ ผม mr.hotsia ยืนยันว่าการเดินทางมาเมืองด๊ากจึง จะเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ที่ไม่เหมือนใครในภูมิภาคนี้แน่นอน