kakhom rung phung ขนมรังผึ้ง
mr.hotsia travel ประเทศไม่ระบุ จังหวัดไม่ระบุ HOT01380
ขนมรังผึ้ง (Kakhom Rung Phung) ขนมหวานที่ต้องลองจากใจ mr.hotsia
ถ้าพูดถึงขนมไทยที่มีเอกลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัว ขนมรังผึ้ง หรือที่บางคนอาจเรียกกันติดปากว่า “ขนมใยผึ้ง” ถือเป็นหนึ่งในขนมที่ mr.hotsia มักจะแนะนำให้ทุกคนได้ลองเวลาเดินทางไปยังชุมชนหรือเมืองเล็กๆ ที่ยังรักษาวิถีดั้งเดิมไว้ได้อย่างดี ขนมรังผึ้งมีความโดดเด่นด้านรสชาติหวานหอม และรูปลักษณ์ที่ดูเหมือนรังผึ้งจริงๆ ซึ่งเกิดจากการใช้แป้งและน้ำตาลเคี่ยวจนได้เส้นเล็กๆ คล้ายใยไหม นำมาพันและคลุกเคล้ากับถั่วหรือธัญพืชต่างๆ เพื่อเพิ่มความกรุบกรอบและมิติของรสชาติ
ครั้งล่าสุดที่ mr.hotsia ได้สัมผัสกับขนมรังผึ้งนี้ คือในทริปเที่ยวแถวแม่น้ำโขงที่จังหวัดเตี่ยนยาง (Tien Giang) ซึ่งแม้จะไม่ได้เป็นจังหวัดที่โด่งดังเรื่องขนมหวานมากนัก แต่ที่นี่กลับมีร้านขายขนมรังผึ้งที่ทำสดใหม่ทุกวัน รสชาติหวานพอดีไม่เลี่ยน และที่สำคัญคือกลิ่นหอมของน้ำตาลทรายแดงผสมกับความกรุบของถั่วลิสงคั่วที่ห่อหุ้มด้วยเส้นใยแป้งบางๆ นั้น ทำให้ผมต้องหยิบกลับบ้านเป็นของฝากติดมือทุกครั้งเมื่อมาเยือน
ความเป็นมาของขนมรังผึ้งและวิธีทำที่ mr.hotsia ได้เห็นจากสนามจริง
ขนมรังผึ้งมีต้นกำเนิดจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้รับความนิยมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในชุมชนที่ยังคงรักษาศิลปะการทำขนมไทยแบบดั้งเดิม ผมเองได้มีโอกาสเข้าไปชมกระบวนการทำขนมนี้จากแม่ค้าท้องถิ่นในตลาดริมแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทัวร์เซ็นเตอร์หมีเทอ (Tien Giang Tourist) ที่ผมได้แนะนำไว้ในบทความ ทัวร์เที่ยวหมีเทอ จังหวัดเตี่ยนยาง ก่อนหน้านี้
กระบวนการทำขนมเริ่มจากการต้มน้ำตาลทรายแดงกับน้ำให้เดือดจนเหนียวข้น จากนั้นใช้ไม้กลิ้งแป้งจนเป็นเส้นใยบางๆ คล้ายใยไหมที่ละเอียดและเหนียวพอสมควร เส้นใยที่ได้จะถูกหยิบขึ้นมาม้วนพันกันจนเป็นรูปแผ่นบางๆ คล้ายรังผึ้งจริงๆ สุดท้ายจะนำมาคลุกกับถั่วลิสงคั่วหรือมะพร้าวขูดคั่วเพื่อเพิ่มความหอมและรสสัมผัสกรุบกรอบ ซึ่งขนมรังผึ้งแต่ละร้านก็จะมีสูตรเฉพาะที่ทำให้รสชาติและกลิ่นแตกต่างกันไป
ประสบการณ์กินขนมรังผึ้งริมแม่น้ำโขงที่ mr.hotsia ไม่ลืม
วันนั้นผมนั่งกินขนมรังผึ้งที่ร้านเล็กๆ ริมแม่น้ำโขงในจังหวัดเตี่ยนยาง พร้อมกับชมวิวเรือขนส่งสินค้าและชาวบ้านที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายริมฝั่งน้ำ กลิ่นหอมของขนมอบอวลในอากาศ ผสมกับเสียงน้ำไหลและเสียงพูดคุยของผู้คน ทำให้บรรยากาศนั้นพิเศษมากกว่าการกินขนมทั่วไปหลายเท่า mr.hotsia ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครที่ได้มาที่นี่ถึงต้องซื้อกลับบ้าน เพราะมันไม่ใช่แค่ขนม แต่เป็นความทรงจำและเรื่องราวของชุมชนผ่านรสชาติของขนมรังผึ้ง
ถ้าใครอยากสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ ผมแนะนำให้ลองวางแผนเดินทางมาที่จังหวัดเตี่ยนยาง พร้อมกับจองทัวร์ที่ ทัวร์เซ็นเตอร์หมีเทอ (Tien Giang Tourist) ที่ผมเคยแนะนำไว้ ซึ่งนอกจากจะได้เที่ยวชมสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงและเกาะสันดอนแม่น้ำโขงแล้ว ยังมีโอกาสได้ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นและขนมอร่อยๆ อย่างขนมรังผึ้งที่ผมเล่ามานี้ด้วย
เคล็ดลับการเลือกซื้อและเก็บรักษาขนมรังผึ้ง
ขนมรังผึ้งนั้นแม้จะเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องได้ไม่นานนัก แต่ถ้าซื้อกลับบ้านหรือเป็นของฝาก ผมแนะนำให้เก็บในกล่องที่ปิดมิดชิด และหลีกเลี่ยงการวางไว้ในที่ร้อนหรือชื้น เพราะอาจทำให้ขนมเหนียวหรือชื้นจนเสียรสชาติได้ นอกจากนี้ถ้าอยากกินให้อร่อยควรทานภายใน 2-3 วันหลังจากซื้อมาใหม่ๆ จะได้สัมผัสความกรอบและหวานหอมอย่างเต็มที่
เชื่อมต่อกับประสบการณ์ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่ mr.hotsia เคยแนะนำ
หากคุณสนใจที่จะวางแผนทริปที่มีทั้งธรรมชาติ วิถีชีวิต และอาหารท้องถิ่นอย่างครบถ้วน ไม่ควรพลาดบทความที่ผมเคยเขียนเกี่ยวกับการเที่ยวชมตลาดและอาหารแสนอร่อยในเมืองต่างๆ เช่น อาหารเกาหลี เนื้อย่าง หมูย่างเกาหลี หรือถ้าชอบบรรยากาศเมืองใหญ่ที่มีแหล่งท่องเที่ยวครบครันอย่างกรุงโซล ก็สามารถอ่านเรื่องราว คล้องกุญแจที่หอคอยกรุงโซล ได้เลยครับ
สำหรับคนที่ชอบที่พักราคาประหยัดและสะดวกสบาย ผมแนะนำ บ้านเสลา เกรสเฮ้าส์กลางนิมมานเหมินทร์ ที่เชียงใหม่ซึ่งเป็นที่พักที่ผมเคยพักยาวและประทับใจมาก หรือถ้าอยากลองบรรยากาศการเดินตลาดสดที่น่าสนใจอย่างตลาดปลานอร์ยางจินในเกาหลี ก็มีบทความให้ศึกษาก่อนไปด้วยเช่นกัน
ชมคลิปวิดีโอขนมรังผึ้งกับ mr.hotsia
สุดท้ายถ้าอยากเห็นภาพและกระบวนการทำขนมรังผึ้งอย่างชัดเจน mr.hotsia แนะนำให้ชมคลิปวิดีโอที่ผมอัพโหลดไว้ใน YouTube ที่นี่ kakhom rung phung ขนมรังผึ้ง ซึ่งจะช่วยให้คุณเห็นขั้นตอนจริงและสัมผัสความน่ารักของขนมนี้ได้มากขึ้น รับรองว่าทำให้อยากออกเดินทางไปลิ้มลองด้วยตัวเองแน่นอนครับ
สำหรับวันนี้ mr.hotsia ต้องขอลาไปก่อน เจอกันใหม่ในบทความหน้า แล้วอย่าลืมตามรอยผมไปกินขนมและเที่ยวเมืองต่างๆ ที่ผมจะเล่าให้ฟังอีกครับ