ประวัติพระธาตุพนม
mr.hotsia travel ประเทศไม่ระบุ จังหวัดไม่ระบุ HOT02558
ประวัติพระธาตุพนมกับ mr.hotsia: บันทึกการเดินทางที่ไม่เหมือนใคร
ครั้งแรกที่ผม mr.hotsia ได้มีโอกาสไปเยือนพระธาตุพนม ผมรู้สึกตื่นเต้นและอยากเก็บรายละเอียดทุกซอกทุกมุมของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ไว้ในใจ เพราะพระธาตุพนมไม่ใช่เพียงแค่สิ่งก่อสร้างธรรมดา แต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธในภาคอีสาน และยังเป็นพยานทางประวัติศาสตร์ที่เล่าขานเรื่องราวอันยาวนานมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล
พระธาตุพนมตั้งอยู่ในอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ห่างจากตัวเมืองนครพนมประมาณ 50 กิโลเมตร ผมเดินทางไปด้วยรถยนต์ผ่านถนนที่เรียบง่าย ท่ามกลางวิถีชีวิตชาวบ้านที่ยังคงอบอุ่นและเรียบง่ายเหมือนกับภาพเก่าในหนังสือประวัติศาสตร์ ทัศนียภาพสองข้างทางเป็นทุ่งนากว้างและแม่น้ำโขงที่ไหลเอื่อย ช่วยเพิ่มความรู้สึกสงบและทรงพลังเมื่อใกล้ถึงพระธาตุ
ความเป็นมาของพระธาตุพนมที่ mr.hotsia ได้ฟังจากชาวบ้าน
ข้อมูลที่ผมได้จากชาวบ้านแถวนั้นเล่าว่า พระธาตุพนมถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 500 โดยอรหันต์ 5 องค์ สร้างขึ้นในยุคเดียวกับพระธาตุหลวงที่เวียงจันทน์ จึงมีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง พระธาตุเดิมมีความสูงสง่าและเป็นจุดศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสักการะ
แต่เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2518 พระธาตุพนมเกิดทรุดตัวลงอย่างกะทันหัน ไม่ใช่การล้มเหมือนอาคารทั่วไป แต่เป็นการทรุดตัวตรง ๆ ซึ่งโชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตรายหรือบ้านเรือนใกล้เคียงเสียหาย ชาวบ้านเล่าว่าในคืนนั้นฝนตกหนักและมีเสียงดังคล้ายปืน ทำให้บรรยากาศนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความหวาดกลัว
หลังจากพระธาตุทรุดตัว เจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้ร่วมกันขุดค้นหาพระธาตุเก่าตามตำนานที่บอกไว้ ซึ่งในตอนแรกก็ไม่มั่นใจว่าจะเจอหรือไม่ แต่สุดท้ายก็พบพระธาตุและอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้าตามที่เล่าขานกันไว้จริง ๆ นอกจากนี้ยังพบของมีค่าและพระพุทธรูปโบราณซ่อนอยู่ในผนังพระธาตุเก่า นับเป็นการพิสูจน์ตำนานที่ชาวบ้านเล่าขานกันมาอย่างแท้จริง
บรรยากาศและการเยี่ยมชมพระธาตุพนมในมุมมองของ mr.hotsia
เมื่อผมไปถึง พระธาตุพนมที่เห็นในปัจจุบันเป็นพระธาตุที่สร้างขึ้นใหม่แทนของเก่าที่ทรุดตัวลงไปแล้ว สถาปัตยกรรมงดงามและสง่างามท่ามกลางฟ้าสีครามของวันนั้น ผมเดินชมรอบ ๆ พระธาตุ เห็นผู้คนหลากหลายวัยมาไหว้สักการะ บางคนมานั่งสมาธิ หรือสวดมนต์ในความเงียบสงบ ซึ่งบรรยากาศแบบนี้หาดูได้ยากในเมืองใหญ่
แม้ว่าพระธาตุจะตั้งอยู่นอกเมืองนครพนม แต่การเดินทางไม่ลำบากนัก และถ้าใครมีเวลามากพอ ผมแนะนำให้ลองวางแผนเดินทางไปเที่ยวจังหวัดอื่นในภาคอีสานด้วยครับ อย่างเช่น ทัวร์เซ็นเตอร์หมีเทอ จังหวัดเตี่ยนยาง ที่ผมเคยไปพักหนึ่งคืน ก็เป็นอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจโดยเฉพาะสำหรับคนที่ชอบวิถีชีวิตริมแม่น้ำและการล่องเรือชมธรรมชาติ
ความรู้สึกหลังจากการเดินทางและข้อคิดจาก mr.hotsia
หลังจากที่ผมนั่งอยู่เงียบ ๆ ใกล้พระธาตุพนม ผมคิดได้ว่าการเดินทางไปยังสถานที่แบบนี้ไม่ได้หมายความแค่การเก็บภาพถ่ายหรือเช็คอินลงโซเชียลมีเดีย แต่เป็นการสัมผัสกับประวัติศาสตร์ที่แท้จริง การฟังเรื่องเล่าจากปากชาวบ้าน และการได้เห็นวิถีชีวิตที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการเดินทางและอยากสัมผัสประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ผม mr.hotsia ขอแนะนำให้เก็บพระธาตุพนมไว้ในลิสต์สถานที่ที่ต้องไปเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิต และถ้าชอบอ่านเรื่องราวท่องเที่ยวแบบเจาะลึก อย่าลืมแวะดูบทความอื่น ๆ ที่ผมเขียนด้วยนะครับ เช่น บ้านเสลา เกรสเฮ้าส์กลางนิมมานเหมินทร์ หรือ แนะนำโรงแรมในเมืองแม็กเวย์(มาแกว,มะกรวย) ที่ผมเคยไปสัมผัสมาแล้ว ซึ่งจะช่วยเติมเต็มความรู้สึกของการเดินทางให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
สุดท้ายนี้ การเดินทางไปยังพระธาตุพนมสำหรับผมไม่ได้เป็นแค่การยืนดูสิ่งก่อสร้างที่สูงตระหง่าน แต่เป็นการสัมผัสความศรัทธาและประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต ช่วยให้ผมเข้าใจและรักบ้านเกิดเมืองไทยของเรามากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนครับ