การข้ามแดนที่ด่านลาวบาว
mr.hotsia travel เวียดนาม เว้(Huế) HOT07941
ประสบการณ์ข้ามแดนที่ด่านลาวบาว สู่เวียดนามกลางเมืองเว้
ผม mr.hotsia มีโอกาสเดินทางจากประเทศไทยไปยังเวียดนามกลาง โดยใช้เส้นทางข้ามแดนที่ด่านลาวบาว ซึ่งจริง ๆ แล้วชื่อด่านฝั่งลาวจะเรียกว่า “ด่านสะหวัน” ส่วนฝั่งเวียดนามนั้นจะใช้ชื่อ “ด่านลาวบาว” หรือบางครั้งก็เรียกว่า “ด่านลาวบ่าว” ครับ เส้นทางนี้สะดวกและเป็นที่นิยมสำหรับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศเวียดนามกลางอย่างเมืองเว้ ดานัง และฮอยอัน โดยไม่ต้องบินหรือใช้เส้นทางที่ยุ่งยาก
เริ่มต้นจากจังหวัดมุกดาหารของไทย ผมข้ามแดนเข้ามายังแขวงสะหวันนะเขตของลาว ซึ่งที่นี่มีสองทางเลือกหลักในการเดินทางต่อไปยังเวียดนามกลางครับ ทางแรกคือขึ้นรถจากขนส่งสะหวันนะเขตที่มีรถออกเวลา 10.00 น. และ 22.00 น. วิ่งตรงไปยังเมืองเว้หรือฮานอย ส่วนอีกทางเลือกซึ่งผมเลือกใช้คือซื้อตั๋วที่โรงแรมสะหวันบ้าเฮ ที่สะหวันนะเขต รถจะออกทุกวันเว้นวันตอนแปดโมงเช้าและถึงเว้ช่วงเย็นประมาณ 18.00 น. วิธีนี้สะดวกกว่า เพราะไม่ต้องมานั่งรอรถหรือด่านเปิดตอนดึก ๆ ที่เหนื่อยและวุ่นวายกว่าเยอะ
ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมเล็กน้อย และสำหรับการผ่านแดนในช่วงต้นปี 2554 นั้น ยังไม่ต้องกรอกใบผ่านแดนแค่ใช้หนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตที่มีอายุเหลือเกิน 6 เดือนก็ผ่านได้เลย ผมคิดว่าในอนาคตแนวโน้มอาจจะง่ายขึ้นอีก เพราะหลายประเทศในภูมิภาคนี้เริ่มผ่อนปรนเรื่องเอกสารกันมากขึ้น ส่วนของไทยต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
บรรยากาศถึงเว้และการหาที่พัก
รถที่ผมนั่งมาถึงเว้ตอนเย็น ๆ ซึ่งเป็นเวลาที่เมืองนี้เริ่มเข้าสู่ช่วงค่ำ บรรยากาศริมแม่น้ำหอมเริ่มมีชีวิตชีวา ผมจอดรถที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองก่อน เพราะเหนื่อยจากการเดินทางและต้องการพักผ่อนก่อนจะออกไปสำรวจเมืองในวันรุ่งขึ้น
สำหรับใครที่อยากทราบข้อมูลการหาที่พักในเว้ ผมเคยเขียนแนะนำไว้ในบทความ โรงแรม ที่พัก เกสเฮ้าส์ในเว้ ซึ่งที่พักในเว้ราคาไม่แพงมาก ห้องแอร์ดี ๆ อยู่ที่ราว 300 บาทต่อคืน มีอินเตอร์เน็ตไวไฟให้ใช้สะดวกสบาย อยู่ไม่ไกลจากริมแม่น้ำหอม เดินเพลิน ๆ ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวได้หลายแห่ง
เดินเล่นชมเมืองเว้ในยามค่ำคืน
พอได้พักผ่อนเต็มที่ในตอนเช้า ผมก็ออกเดินเที่ยวในเมืองเว้ทันที เว้เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ตรงความสงบและบรรยากาศริมน้ำหอมที่สวยงาม โดยเฉพาะช่วงเย็นประมาณ 18.00 - 20.00 น. ที่สะพานข้ามแม่น้ำหอมจะเปิดไฟประดับสวยงามหลากสี มีหนุ่มสาวชาวเวียดนามมานั่งเล่นริมน้ำ ให้ความรู้สึกชิลล์และอบอุ่นมาก ๆ เดินเที่ยวกลางคืนที่เมืองเว้ ผมแนะนำให้ลองเดินเล่นริมแม่น้ำนี้ดู จะได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนอย่างแท้จริง
อาหารเว้ ที่ต้องลองชิม
แน่นอนว่ามาถึงเว้ก็ต้องไม่พลาดชิมอาหารท้องถิ่น ที่นี่มีอาหารที่แตกต่างจากฮานอยหรือฮอยอันอย่างชัดเจน เช่น ก๋วยเตี๋ยวหมี่ร้อน ๆ ที่ไม่ใช่เฝอแบบฮานอยหรือต้มเกาเหลาแบบฮอยอัน แต่เป็นก๋วยเตี๋ยวที่เรียกว่า Mi เสิร์ฟร้อน ๆ ในช่วงหน้าหนาวของเว้ที่อากาศเย็นสบาย ช่วยคลายหนาวได้ดีทีเดียว หรือจะลองข้าวราดแกงจานละไม่เกิน 20 บาทที่ร้านอาหารท้องถิ่นหลายแห่งก็อร่อยและคุ้มค่า อาหารการกินในเมืองเว้ เป็นหนึ่งในเสน่ห์ที่ทำให้ผมอยากกลับมาเยือนเว้ซ้ำอีกหลายครั้ง
ถ้าอยากเห็นเมนูอาหารเวียดนามแบบเห็นภาพและได้ยินเสียงเชิญชวน ลองดู หมึกปุ่มย่างเวียดนาม หรือ ข้าวหมกไก่เวียดนาม จากช่อง YouTube ที่ผมตามดูบ่อย ๆ และยังมี แหนมฟางเวียดนาม ที่ดูแล้วน้ำลายสอเลยทีเดียว
การเดินทางต่อไปยังเมืองอื่นในเวียดนามกลาง
หลังจากอยู่เว้ได้สักพัก หลายคนอาจอยากเดินทางไปยังเมืองใกล้เคียง เช่น ดานังหรือฮอยอัน ผมแนะนำให้ลองนั่งรถไฟจากเว้ไปดานังเพื่อชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองรังโค (Lang Co) ระหว่างทาง ซึ่งเป็นเส้นทางที่นักเดินทางสายชิลล์อย่างผมชอบมาก เมืองรังโค Lang Co ระหว่างเว้ไปดานัง เวียดนาม เป็นจุดแวะพักชมวิวที่ไม่ควรพลาด
ส่วนใครที่สนใจการเดินทางด้วยรถไฟ ผมเคยเขียนเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์นั่งรถไฟจากฮานอยผ่านวินห์มาถึงเว้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากสัมผัสเสน่ห์ของเวียดนามจริง ๆ รถไฟจากฮานอย วินห์ มาเมืองเว้ มีตู้นอน ห้องแอร์ และตู้เสบียงอาหารให้บริการครบครัน
สรุปประสบการณ์ข้ามแดนกับเมืองเว้ที่ผม mr.hotsia
สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทางไปเวียดนามกลาง ผม mr.hotsia ขอแนะนำเส้นทางข้ามแดนที่ด่านลาวบาวนี้เลยครับ เพราะสะดวกและง่ายต่อการเดินทาง อีกทั้งยังได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนลาวและเวียดนามไปพร้อมกัน เมืองเว้เองก็เป็นเมืองที่ผมประทับใจในความสงบ อาหารอร่อย ราคาย่อมเยา และการเดินทางในเมืองสะดวกสบาย ใครชอบเดินเที่ยวเองผมแนะนำให้พักในโซนใกล้แม่น้ำหอม เดินเล่นชมเมืองและแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง พระราชวังเมืองเว้ หรือวัดเทียนมู่ ที่อยู่ไม่ไกลกัน
สุดท้ายนี้ การเดินทางยังเปิดโอกาสให้คุณได้เลือกเส้นทางและสไตล์ที่เหมาะกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นรถบัส รถไฟ หรือรถยนต์ส่วนตัว และถ้าอยากได้บรรยากาศท้องถิ่นแท้ ๆ ผม mr.hotsia ขอเชิญชวนให้ลองสัมผัสด้วยตัวเอง แล้วคุณจะรู้ว่าการท่องเที่ยวเวียดนามกลางไม่ใช่แค่เรื่องของสถานที่ แต่คือเรื่องราวของการเดินทางและความทรงจำที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกจริง ๆ