เสียงเพลงจากวณิพกอินเดีย ดาร์จีลิง (Darjeeling) อินเดีย
mr.hotsia travel อินเดีย ดาร์จีลิง(Darjeeling) HOT06188
เสียงเพลงจากวณิพกอินเดีย ดาร์จีลิง (Darjeeling) อินเดีย
ถ้าพูดถึงดาร์จีลิง เมืองเล็ก ๆ บนเทือกเขาหิมาลัยในรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดีย คงไม่มีใครไม่รู้จักในฐานะเมืองที่เต็มไปด้วยกลิ่นชาอันหอมกรุ่นและวิวภูเขาที่งดงามระดับโลก แต่สำหรับผม mr.hotsia แล้ว ดาร์จีลิงเป็นมากกว่านั้น เพราะที่นี่คือจุดเชื่อมต่อวัฒนธรรมและเสียงเพลงของวณิพกอินเดียที่เดินทางมาพร้อมกับสายลมหนาวและจังหวะชีวิตที่ไม่เร่งรีบ
ผมเดินทางมาถึงดาร์จีลิงในช่วงสายของวันหนึ่ง อากาศเย็นชื้นปะปนกับกลิ่นใบชาที่ลอยมาให้รู้สึกสดชื่นทันทีที่ก้าวลงจากรถ jeep ที่เช่ามาจากลานจอดรถใกล้สนามบิน (ถ้าใครสนใจเรื่องการเดินทางแบบละเอียด อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เที่ยวดาร์จีลิ่งด้วยตัวเอง)
ในตลาดสดริมถนนสายหลักของเมือง ผมได้ยินเสียงดนตรีพื้นเมืองจากกลุ่มวณิพกที่นั่งเล่นดนตรีกันอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางบรรยากาศของร้านค้าเล็ก ๆ ที่ขายของสด และของแห้ง ผมจำได้ว่าเคยเขียนถึงตลาดนี้ไว้ใน ตลาดสด ตลาดขายของดาร์จีลิ่ง อินเดีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวสายลึกนิยมแวะเวียนมา
เสียงเพลงที่ได้ยินไม่ใช่แค่เสียงดนตรีธรรมดา แต่เป็นบทเพลงที่เล่าเรื่องราวของชีวิตผู้คนที่เดินทางมาจากที่ต่าง ๆ ของอินเดียและเนปาล กลุ่มวณิพกเหล่านี้ถือเครื่องดนตรีพื้นเมืองอย่างซารังกี (Sarangi) และฟลุทไม้ไผ่ รวมถึงกลองท้องถิ่นที่จังหวะมันช่างชวนให้หัวใจเต้นตาม ผมไม่รอช้าที่จะเข้าไปนั่งฟังและพูดคุยกับพวกเขา ชายหนุ่มคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าเสียงเพลงนี้คือวิถีชีวิต เป็นการบอกเล่าความหวัง ความรัก และความยากลำบากของผู้คนในภูมิภาคนี้
การได้ฟังเสียงเพลงจากวณิพกอินเดียที่ดาร์จีลิง ทำให้ผมนึกถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเมืองนี้ที่ผสมผสานทั้งอินเดีย ดินแดนเนปาล และทิเบตเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดจากวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น รวมถึงอาหารการกินที่มีความหลากหลายอย่างที่ผมเคยเล่าไว้ใน อาหารการกินชาวดาร์จีลิ่ง อินเดีย
หลังจากดื่มด่ำกับเสียงเพลงจนใจพองโต ผมเดินเล่นไปตามถนนซอยเล็ก ๆ ในเมือง พบกับร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่มีกลิ่นกาแฟสดอบอวล และขนมปังอบที่เพิ่งออกจากเตา ผมเลือกนั่งในร้านที่มีวิวเห็นโบสถ์และลานกลางแจ้งซึ่งเป็นจุดนัดพบของชาวดาร์จีลิง (เคยพักที่นี่ด้วยที่ Dekeling Hotel ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ บริเวณนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่ แนะนำโรงแรมในดาร์จีลิ่ง อินเดีย)
ในช่วงบ่าย ผมตัดสินใจขึ้นรถไฟของเล่น (Toy Train) ซึ่งเป็นมรดกโลกและเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของดาร์จีลิง รถไฟไอน้ำรุ่นเก่าที่วิ่งผ่านทิวเขาและหมู่บ้านเล็ก ๆ ทำให้ผมได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ ของเมืองและธรรมชาติไกลออกไป เสียงหวูดรถไฟผสมผสานกับเสียงเพลงพื้นเมืองที่ยังคงก้องอยู่ในใจ เป็นประสบการณ์ที่ผมเชื่อว่าจะตราตรึงใจนักเดินทางอย่างผมไปอีกนาน
ในค่ำคืนหนึ่งที่ผมออกไปเดินเล่นในตลาดกลางคืน ได้พบกับวณิพกอีกกลุ่มที่เล่นเพลงท้องถิ่นพร้อมกับร้องเพลงบอกเล่าความรักและความหวังของคนในพื้นที่ เสียงเพลงที่เปล่งออกมาไม่ใช่แค่ท่วงทำนอง แต่เป็นเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของคนดาร์จีลิงอย่างลึกซึ้ง
ใครที่สนใจอยากสัมผัสเสน่ห์ดาร์จีลิงแบบเจาะลึก ไม่ใช่แค่ชมวิวหรือดื่มชา ผมแนะนำให้ลองมาเดินเล่นในตลาดสด ลองชิม momo อาหารท้องถิ่นที่ร้านริมทาง และอย่าพลาดโอกาสฟังเสียงเพลงของวณิพกอินเดียที่จะทำให้หัวใจของคุณอบอุ่นขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
สำหรับการเดินทางต่อไปของผม จากดาร์จีลิง ผมวางแผนจะไปสำรวจเมืองสิริกุรีที่อยู่ไม่ไกลกันมาก ซึ่งเป็นประตูสู่เมืองสิกขิมและจุดเชื่อมโยงการเดินทางของภูมิภาคนี้ (ใครอยากอ่านเรื่องราวการแบกเป้เดินทางเพิ่มเติม คลิกที่ แบกเป้เที่ยวเมืองสิริกุรี เบงกอลตะวันตก อินเดีย Siliguri (Siliguri))
ถ้าคุณอยากเห็นความเป็นอินเดียในมุมที่แตกต่าง ดาร์จีลิงและเสียงเพลงของวณิพกคือคำตอบที่ผม mr.hotsia ขอแนะนำให้คุณมาสัมผัสด้วยตนเอง
คลิกดูบรรยากาศเสียงเพลงจากวณิพกอินเดียที่ผมบันทึกไว้ได้ที่นี่ เสียงเพลงจากวณิพกอินเดีย ดาร์จีลิง (Darjeeling) อินเดีย