แบกเป้อินเดีย 72/129: ฟังเพลงเนปาลีเพราะๆ แล้วเดินทางจากน้ำชีไปเพลลิ่ง travel from namchi to pelling
mr.hotsia travel อินเดีย จังหวัดไม่ระบุ HOT06100
แบกเป้อินเดีย 72/129: ฟังเพลงเนปาลีเพราะๆ แล้วเดินทางจากน้ำชีไปเพลลิ่ง
ทริปนี้ของผม mr.hotsia เริ่มต้นที่เมืองน้ำชี (Namchi) เมืองเล็กๆ ที่แฝงด้วยความสงบและวัฒนธรรมแบบพุทธลึกซึ้งในรัฐสิกขิม ทางตอนเหนือของอินเดียที่ไม่ค่อยมีคนไทยรู้จักมากนัก น้ำชีเป็นจุดหมายที่แสนดีสำหรับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่และชาร์จพลังกับธรรมชาติและศรัทธาอย่างแท้จริง
น้ำชีขึ้นชื่อเรื่อง Samdruptse Statue หรือที่รู้จักกันในชื่อ บุดด้าปาร์ค ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าบนเนินเขา Tendong Hill สูงถึง 36 เมตร โดยรูปปั้นนี้เป็นรูปของ Guru Padamasambhava ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในศาสนาพุทธนิกายมหายาน ผมขึ้นรถจากตัวเมืองน้ำชีไปยังจุดนี้ในเช้าวันที่ฟ้าเปิดใส เมฆลอยผ่านไปมาให้บรรยากาศเหมือนภาพวาด การเดินขึ้นไปชมวิวเปิดกว้างทำให้ผมได้เห็นภูเขารอบๆ และเมืองน้ำชีในมุมที่ต่างออกไป ด้านบนยังมีร้านอาหารเล็กๆ ขาย Momo ซึ่งเป็นเกี๊ยวสไตล์เนปาลีที่รสชาติอร่อยแบบบ้านๆ ร้อนๆ ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายของภูเขา
หลังจากเติมพลังด้วย Momo ผมเดินทางต่อไปยัง Ngadok Monastery ที่อยู่ไม่ไกลจากบุดด้าปาร์ค ที่นี่เป็นวัดที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยศิลปะวัฒนธรรมเก่าแก่ มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่และภาพวาดเก่าๆ ที่บันทึกเรื่องราวของชาวสิกขิมและน้ำชีในอดีต ช่วงที่ผมไปถึงได้ยินเสียงสวดมนต์ของพระสงฆ์ที่ดังกังวาน เป็นประสบการณ์ที่ผมเชื่อว่าทุกคนควรได้สัมผัสอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต
หลังจากนั้น mr.hotsia ก็เตรียมตัวสำหรับการเดินทางที่น่าตื่นเต้นอีกช่วงหนึ่ง นั่นคือการเดินทางจากน้ำชีไปยังเพลลิ่ง (Pelling) เมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องวิวภูเขาหิมาลัยและบรรยากาศที่เงียบสงบไม่แพ้น้ำชี การเดินทางนี้ไม่ใช่แค่การย้ายที่พักแต่เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศทางวัฒนธรรมและทัศนียภาพที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ขณะนั่งรถจากน้ำชีไปเพลลิ่ง ผมเปิดเพลงเนปาลีเพราะๆ ฟังไปพลาง เพลงที่ได้ยินนั้นเป็นเหมือนเสียงสะท้อนของวิถีชีวิตในแถบเทือกเขาหิมาลัย เสียงร้องและทำนองเพลงช่วยเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายและเชื่อมโยงกับธรรมชาติรอบข้าง รถไต่ขึ้นเขาโค้งไปมา ผ่านหมู่บ้านเล็กๆ ที่คนยังคงใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและอบอุ่น ผมได้เห็นเด็กๆ เล่นกันอย่างสนุกสนาน และชาวบ้านยิ้มทักทายอย่างเป็นมิตร
เพลลิ่งเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องวิวภูเขาหิมาลัยที่สามารถมองเห็นยอดเขาคาแรง (Kanchenjunga) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสามของโลก ผมไปถึงช่วงบ่าย ฟ้าเปิดใสทำให้ผมได้เห็นภาพของภูเขาหิมาลัยที่สวยงามมาก ยิ่งเดินสำรวจตลาดท้องถิ่นในเพลลิ่งยิ่งรู้สึกถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ผู้คนขายของที่ระลึก งานหัตถกรรม และอาหารท้องถิ่นที่มีกลิ่นอายของเนปาลและทิเบตผสมผสานกันอย่างลงตัว
ระหว่างเดินตลาด ผมได้ลองชิมอาหารท้องถิ่นอย่างจาปาตี (แป้งนุ่มๆ คล้ายแป้งโรตี) ทานคู่กับแกงถั่วที่มีรสชาติกลมกล่อมและเข้มข้น จากนั้นก็จิบชาขิงร้อนๆ ที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นในอากาศที่เริ่มเย็นลง นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้ลิ้มรส "ตุมบ้า เหล้าข้าวฟ้างชาวเนปาลี" ที่เป็นเหล้าพื้นเมืองของชาวเนปาล ซึ่งผมเคยเขียนเล่าไว้ในบทความ ตุมบ้า เหล้าอุ เหล้าข้าวฟ้างชาวเนปาลี ด้วย เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำและทำให้ผมรู้สึกใกล้ชิดกับชาวท้องถิ่นมากขึ้น
การเดินทางจากน้ำชีไปเพลลิ่งของผมครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสถานที่ แต่เป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยเรื่องราว เสียงเพลง และรสชาติที่ถ่ายทอดความเป็นชีวิตของชาวสิกขิมและเนปาลในอินเดียเหนือได้อย่างครบถ้วน ผม mr.hotsia อยากให้ทุกคนได้ลองสัมผัสเส้นทางนี้ดูสักครั้ง เพราะมันคือการเดินทางที่เติมเต็มทั้งหัวใจและสายตาได้อย่างแท้จริง
ใครที่สนใจเรื่องราวเต็มๆ ของการเดินทางนี้ สามารถชมคลิปวิดีโอ แบกเป้อินเดีย 72/129: ฟังเพลงเนปาลีเพราะๆ แล้วเดินทางจากน้ำชีไปเพลลิ่ง ของผมได้เลยครับ
ถ้าชอบบรรยากาศแบบนี้และอยากรู้จักมุมอื่นๆ ของอินเดียเหนือ ผมขอแนะนำบทความที่ผมเคยเขียนไว้เกี่ยวกับ การเดินทางสู่ดาร์จีลิ่ง ที่อยู่ไม่ไกลจากเพลลิ่งมากนัก หรือถ้าอยากลองเสพบรรยากาศเมืองใหญ่ของอินเดีย ก็ลองดูที่ แบกเป้บังคาลอร์ (Bengaluru) หรือ แบกเป้มุมไบ (Mumbai) ที่ผมเคยเล่าไว้ได้เช่นกันครับ
สำหรับผมแล้ว การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงแค่ท่องเที่ยว แต่เป็นการเรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิตที่แท้จริงของผู้คนบนเส้นทางที่หลายคนมองข้าม ผม mr.hotsia ขอฝากไว้ว่า ไม่ว่าเราจะไปที่ไหน การเปิดใจรับฟังเสียงเพลงท้องถิ่น การพูดคุยกับคนท้องถิ่น และลองชิมอาหารพื้นบ้าน จะทำให้เราได้ประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและยากจะลืม