เผ่าคนไทยในอินเดีย อัสสัม(Assam)
mr.hotsia travel อินเดีย จังหวัดไม่ระบุ HOT06030
เผ่าคนไทยในอินเดีย: การค้นพบวิถีชีวิตและรากเหง้าในอัสสัม
ผม mr.hotsia เพิ่งมีโอกาสเดินทางไปยังรัฐอัสสัม (Assam) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ซึ่งเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ที่น่าสนใจ หนึ่งในความพิเศษของอัสสัมที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อน คือการได้สัมผัสกับชุมชนที่มีรากเหง้าคล้ายคลึงกับคนไทยเราอย่างน่าทึ่ง นั่นคือ “เผ่าคนไทยในอินเดีย” หรือที่เรียกกันในท้องถิ่นว่า ไทพ่าเก (Tai Phake) และ ไทผาเก (Tai Phake) ซึ่งเป็นชาวไทกลุ่มหนึ่งที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในอัสสัมตั้งแต่สมัยโบราณ
การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้แค่พา mr.hotsia ไปสัมผัสภูมิประเทศอันเขียวขจีของอัสสัม แต่ยังได้เข้าไปในตลาดท้องถิ่นที่เต็มไปด้วยสีสันและกลิ่นหอมของเครื่องเทศอินเดียผสมผสานกับวัฒนธรรมไทอย่างประหลาดใจ ตลาดที่นี่คึกคักไม่แพ้ตลาดในเมืองใหญ่ เช่น บังคาลอร์ หรือมุมไบ ซึ่งผมเคยเขียนเล่าประสบการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ (ถ้าใครสนใจลองอ่าน แบกเป้บังคาลอร์ หรือ แบกเป้มุมไบ)
วิถีชีวิตของเผ่าคนไทยในอัสสัม
ไทพ่าเกในอัสสัมยังรักษาวัฒนธรรมประเพณีและภาษาของตนได้อย่างชัดเจน แม้จะอยู่ไกลจากบ้านเกิดเมืองนอนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ตาม ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับชาวบ้านที่นี่ซึ่งเล่าว่า พวกเขายังคงใช้ภาษาที่มีความคล้ายคลึงกับภาษาไทยโบราณ และยังคงประกอบอาชีพเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม มีการปลูกข้าวและผักพื้นบ้าน รวมถึงการทำปลาร้าและของหมักอื่นๆ ที่คล้ายกับวัฒนธรรมไทยบ้านเราอย่างน่าประหลาดใจ
ในหมู่บ้านของไทพ่าเก ผมได้เห็นบ้านไม้แบบโบราณที่ยกพื้นสูง มีหลังคามุงจาก และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความอบอุ่น มีการจัดงานประเพณีที่คล้ายกับสงกรานต์บ้านเรา มีการละเล่นพื้นบ้านและการร้องรำทำเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวไทในอินเดีย ผมได้ลองชิมอาหารพื้นเมืองที่ทำจากวัตถุดิบในท้องถิ่น เช่น ข้าวเหนียวกับน้ำพริกปลาร้า และผักดองที่รสชาติเหมือนบ้านเราอย่างไม่น่าเชื่อ
อาหารและตลาด: กลิ่นอายไทยในอัสสัม
หนึ่งในสิ่งที่ผมชื่นชอบที่สุดจากการเดินทางครั้งนี้ คือการได้ลิ้มลองอาหารที่มีรสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมของเครื่องเทศอินเดียผสมผสานกับวิธีการปรุงแบบไท ทั้งข้าวหมกที่ปรุงด้วยสมุนไพรท้องถิ่น และอาหารจานเด็ดของชาวไทพ่าเกที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่น ผมยังได้ไปเดินเล่นในตลาดพื้นเมืองที่มีของสดและของแห้งวางขายอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร ขมิ้นสด เครื่องเทศ และผักพื้นบ้าน
ตลาดที่นี่คึกคักและให้บรรยากาศที่แตกต่างอย่างชัดเจนจากตลาดในเมืองใหญ่ เช่น บังคาลอร์ หรือเจนไน (ซึ่งผมเคยเล่าไว้ใน แบกเป้เจนไน) นอกจากนี้ ผมยังได้พบกับร้านขายของกินเล่นแบบไท ๆ ที่นำเสนอเมนูอย่าง “ข้าวเหนียวมะม่วง” และ “น้ำพริกปลาร้า” ที่ทำให้ผมนึกถึงบ้านเราอย่างมาก
การเดินทางและการเข้าถึงเผ่าคนไทยในอัสสัม
สำหรับการเดินทางมายังอัสสัม แม้ว่าจะไม่มีสนามบินหรือเมืองสำคัญที่เป็นศูนย์กลางแบบบังคาลอร์หรือมุมไบ แต่สามารถเดินทางได้โดยสะดวกจากเมืองใหญ่ใกล้เคียง เช่น กัลกัตตา หรือจากสนามบินที่เมืองดิบรูการ์ (Dibrugarh) ซึ่งผมเคยมีประสบการณ์เข้าพักที่โรงแรมในดิบรูการ์และเล่าถึงอาหารเช้าอินเดียที่นั่นไว้ใน แบกเป้อินเดียเหนือ 6/45
จากสนามบินหรือสถานีรถไฟหลักของอัสสัม จะต้องใช้รถยนต์หรือรถจี๊บที่คนท้องถิ่นแนะนำเพื่อเดินทางเข้าไปยังหมู่บ้านของชาวไทพ่าเก การมีไกด์ท้องถิ่นจะช่วยให้การเดินทางปลอดภัยและเข้าใจวัฒนธรรมได้ดียิ่งขึ้น ผมเองก็เลือกใช้วิธีนี้ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ ให้กับผมอย่างแท้จริง
เชื่อมโลกเก่าและใหม่ในอัสสัม
การได้มาเยือนเผ่าคนไทยในอัสสัม ทำให้ mr.hotsia เห็นภาพความสัมพันธ์ของวัฒนธรรมไทยกับกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ห่างไกลออกไป การได้สัมผัสวิถีชีวิตและธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ เป็นการเดินทางที่ไม่เหมือนใครและสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของมนุษย์ในพื้นที่ต่าง ๆ ของโลกอย่างลึกซึ้ง
ถ้าใครชื่นชอบการเดินทางที่ไม่ใช่แค่การเที่ยวเมืองใหญ่ แต่ต้องการเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่แท้จริงของผู้คน ผมแนะนำให้ลองมาสัมผัสที่นี่ อัสสัมจะทำให้คุณได้เห็นอีกมุมของอินเดียที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์และความเป็นไทยที่ซ่อนอยู่ หากอยากดูบรรยากาศจริง ๆ กับ mr.hotsia สามารถชมวิดีโอเดินทางที่ผมบันทึกไว้ได้ที่ เผ่าคนไทยในอินเดีย อัสสัม(Assam) ครับ
สุดท้ายนี้ การเดินทางของผมในอัสสัมไม่ได้แค่ได้เห็นธรรมชาติและวิถีชีวิต แต่ยังได้เข้าใจถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความเชื่อมโยงของผู้คนที่อยู่ห่างไกล แต่กลับมีรากเหง้าใกล้เคียงกันอย่างไม่น่าเชื่อ สถานที่แห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ mr.hotsia อยากชวนทุกคนให้ลองมาเยือนและสัมผัสด้วยตัวเองครับ