เพลงของคนไทยในอินเดีย อัสสัม(Assam)
mr.hotsia travel อินเดีย จังหวัดไม่ระบุ HOT06032
เพลงของคนไทยในอินเดีย อัสสัม(Assam) : บทเพลงแห่งชีวิตและวัฒนธรรมข้ามแดน
สวัสดีครับ ผม mr.hotsia วันนี้จะพาเพื่อนๆ ไปล้วงลึกความงดงามของวัฒนธรรมและบทเพลงของคนไทยกลุ่มไทพ่าเก หรือไทผาเก ที่อาศัยอยู่ในรัฐอัสสัม ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ดินแดนที่หลายคนอาจไม่คุ้นเคย แต่เต็มไปด้วยเรื่องราววิถีชีวิตที่น่าสนใจและความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมไทยกับอินเดียที่ประสานกันอย่างน่าทึ่ง
อัสสัม รัฐที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคตระวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย เป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรม มีชุมชนชาวไทกลุ่มเล็กๆ ที่เรียกตัวเองว่า “ไทพ่าเก” หรือ “ไทผาเก” ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากชาวไทในภาคเหนือของประเทศไทยและลาว ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่นี่เมื่อหลายร้อยปีก่อน ความน่าสนใจคือชาวไทกลุ่มนี้ยังรักษาภาษา ประเพณี และบทเพลงที่แสดงถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมไทยไว้อย่างเหนียวแน่น แม้จะอยู่ในแดนไกลอย่างอัสสัม
ผม mr.hotsia มีโอกาสได้ไปเยือนอัสสัมในทริปครั้งล่าสุด และได้สัมผัสกับบรรยากาศการร้องเพลงพื้นบ้านของชาวไทพ่าเก ซึ่งเป็นมากกว่าการร้องเพลงธรรมดา แต่เป็นการเล่าเรื่องราวชีวิต วิถีชาวนา ข้าวปลาอาหาร และความเชื่อในชุมชนผ่านบทเพลงที่เปี่ยมด้วยอารมณ์และความหมาย เพลงเหล่านี้ไม่ได้ถูกแต่งขึ้นในห้องอัดเสียงหรือเวทีใหญ่ แต่ร้องขึ้นในงานประเพณี งานบุญ และช่วงเวลาสำคัญของคนในชุมชน
เสียงเพลงที่สะท้อนวิถีชีวิตและความผูกพัน
หนึ่งในความประทับใจที่ผมได้รับ คือการได้ฟังบทเพลงที่ใช้ภาษาท้องถิ่นไทพ่าเก ผสมกลิ่นอายของดนตรีอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือที่มีเสียงเครื่องดนตรีพื้นเมืองอย่างซารู็ง (Saruong) และพิณ (Phin) เป็นเครื่องเชื่อมโยง ความลึกซึ้งของเนื้อเพลงที่พูดถึงธรรมชาติ ภูเขา แม่น้ำ และข้าวที่เป็นอาหารหลัก สะท้อนให้เห็นว่าชุมชนนี้ยังคงยึดมั่นกับวิถีเกษตรกรรมและความเรียบง่ายของชีวิต
ผมได้มีโอกาสสัมผัสกับกลุ่มนักร้องพื้นบ้านในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในอัสสัม พวกเขาเล่าให้ฟังว่า เพลงเหล่านี้ถูกส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และเป็นวิธีที่ชาวไทพ่าเกใช้เพื่อรักษาความเป็นตัวตนท่ามกลางความหลากหลายของชาติพันธุ์ในอินเดีย ภายใต้เสียงดนตรีที่ไพเราะและจังหวะที่เป็นเอกลักษณ์ ผมสัมผัสได้ถึงความรักและความภาคภูมิใจในรากเหง้าของเขาอย่างแท้จริง
เดินทางสู่โลกของชาวไทในอัสสัมกับ mr.hotsia
การเดินทางสู่ชุมชนไทพ่าเกในอัสสัมไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตชนบทและต้องใช้การติดต่อกับคนท้องถิ่นเพื่อเข้าถึง ผม mr.hotsia เดินทางจากเมืองใหญ่ใกล้เคียง เช่น ดิบรูการ์ (Dibrugarh) ซึ่งเป็นเมืองสำคัญในอัสสัม และมีสนามบินที่เชื่อมต่อกับเมืองอื่นๆ ของอินเดีย จุดนี้ทำให้ผมสะดวกในการเดินทางเข้าไปยังหมู่บ้านที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยไว้อย่างเหนียวแน่น
ในช่วงเวลาที่ผมอยู่ที่นี่ ผมได้สัมผัสกับตลาดท้องถิ่นที่เต็มไปด้วยสีสันของผลผลิตการเกษตร และอาหารพื้นถิ่นที่อุดมไปด้วยเครื่องเทศและรสชาติที่จัดจ้านไม่แพ้อาหารอินเดียทั่วไป เช่นเดียวกับที่ผมเคยสัมผัสใน อาหารเช้าอินเดียในดิบรูการ์ ที่ผสมผสานระหว่างรสชาติแบบท้องถิ่นและความเป็นอินเดียเหนือได้อย่างลงตัว
วัฒนธรรมและบทเพลงที่เชื่อมโยงไทย-อินเดีย
นอกจากบทเพลงของชาวไทพ่าเกแล้ว ผมยังได้พูดคุยกับคนท้องถิ่นเกี่ยวกับการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่นี้ ความน่าสนใจคือแม้จะอยู่ในประเทศอินเดีย แต่ชุมชนไทยเหล่านี้ยังคงรักษาภาษาและประเพณีของตนไว้ได้อย่างเหนียวแน่น เช่นเดียวกับที่ผมเคยพบเจอใน เที่ยวน้ำชี หรือการเดินทางสู่ดาร์จีลิ่งที่มีวัฒนธรรมหลากหลายผสมผสานกันอย่างกลมกลืน
เพลงที่ผมได้ยินในอัสสัมจึงเป็นเหมือนสะพานเชื่อมโยงอดีตและปัจจุบัน สะท้อนถึงความอดทนและความรักในรากเหง้าของชาวไทพ่าเก ที่ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน บทเพลงเหล่านี้ก็ยังคงถูกส่งต่อและร้องขับขานในใจของผู้คน
ชมคลิปและติดตามประสบการณ์จาก mr.hotsia
สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากเห็นบรรยากาศและฟังเสียงเพลงของคนไทยในอินเดีย อัสสัม อย่างใกล้ชิด ผมแนะนำให้ชมคลิปวิดีโอที่ผมได้บันทึกไว้ในทริปนี้ เพลงของคนไทยในอินเดีย อัสสัม(Assam) ซึ่งจะเห็นภาพวิถีชีวิตจริง เสียงเพลง และรสชาติของอาหารท้องถิ่นที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมไทยได้อย่างน่าสนใจ
สุดท้ายนี้ ผม mr.hotsia อยากให้เพื่อนๆ ลองเปิดใจและเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเอง เพราะการไปเยือนชุมชนเล็กๆ เหล่านี้ คือการเปิดประตูสู่โลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและวัฒนธรรมที่หาดูได้ยากจากที่อื่นๆ ในอินเดีย และแน่นอนว่าจะได้เรียนรู้ความเป็นไทยในมุมที่แตกต่างออกไป ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น
ถ้าสนใจทริปอินเดียในมุมอื่นๆ ของผม ลองแวะชม แบกเป้บังคาลอร์ เมืองเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้า หรือถ้าอยากรู้จักเมืองที่ผสมผสานประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างมุมไบ ก็มีบทความ แบกเป้มุมไบ รอคอยให้คุณตามรอยอีกด้วยครับ
ขอบคุณที่ติดตามผลงานของ mr.hotsia แล้วเจอกันใหม่ในบทความท่องเที่ยวเรื่องต่อไปครับ!