จากปากเซมาดอนโขง
mr.hotsia travel ลาว แขวงจำปาศักดิ์ HOT05344
จากปากเซสู่ดอนโขง: เกาะกลางน้ำโขงที่ใหญ่ที่สุดในสี่พันดอน
สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน ผม mr.hotsia มีโอกาสได้ออกเดินทางท่องเที่ยวลาวใต้และครั้งนี้ผมจะพาไปสัมผัสบรรยากาศจริงของ "ดอนโขง" เกาะกลางแม่น้ำโขงที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาสี่พันดอน หรือที่ลาวเรียก "สีพันดอน" ซึ่งผมเองก็เพิ่งได้มาเห็นด้วยตาตัวเองเป็นครั้งแรก หลังจากพักที่ปากเซ 3 คืนเต็ม วันนี้ผมเลือกเดินทางต่อไปยังดอนโขงที่อยู่ทางใต้สุดของเมืองปากเซในแขวงจำปาศักดิ์ครับ
ดอนโขงเป็นดอนหรือเกาะยาวประมาณ 16 กิโลเมตร กว้างถึง 8 กิโลเมตร ใหญ่กว่าที่ผมคาดไว้มาก และที่น่าสนใจคือ ดอนแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับชายแดนประเทศกัมพูชา ทำให้บรรยากาศและวิถีชีวิตที่นี่มีความผสมผสานระหว่างลาวกับกัมพูชาอย่างลงตัว แม่น้ำโขงที่ไหลผ่านทางซ้ายและขวาของเกาะนี้สร้างทิวทัศน์ที่งดงามและอุดมสมบูรณ์มาก เหมาะสำหรับคนที่ชอบธรรมชาติและวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายริมแม่น้ำ
เส้นทางเดินทางจากปากเซสู่ดอนโขง
สำหรับการเดินทางจากตัวเมืองปากเซมายังดอนโขง ผมใช้บริการรถสามล้อหรือที่ลาวเรียกว่า "ตุ๊กๆ" เพื่อไปยังสถานีขนส่งสายใต้ของปากเซ เพราะตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นของรถสองแถวที่จะไปดอนโขง ค่าโดยสารตุ๊กๆประมาณ 80 บาท หรือ 20,000 กีบ ซึ่งอยากแนะนำว่าควรบอกคนขับให้ไปส่งที่ "สถานีขนส่งสายใต้" จริงๆ อย่าเผลอให้เขาลงตรงที่อื่นเพราะจะผิดที่ได้ง่าย ๆ ผมเองเคยเจอมาแล้วครับ คนขับจะบอกว่าที่อื่นก็ไปดอนโขงได้เหมือนกัน แต่ผมไม่ยอมลงเพราะอยากให้ถูกต้องและสะดวกที่สุด
จากสถานีขนส่งสายใต้ปากเซ ผมขึ้นรถสองแถวขนาดใหญ่ไปดอนโขง ราคาค่ารถอยู่ที่ 35,000 กีบ หรือประมาณ 140 บาท รถมีวิ่งวันละประมาณ 4 เที่ยว ช่วงเช้า สาย บ่าย และเย็น เวลารถออกไม่แน่นอนขึ้นกับจำนวนผู้โดยสาร และรถจะออกเร็วหากเต็มแล้ว ผมเลือกขึ้นรถเที่ยว 11 โมงเช้า ซึ่งตอนนั้นผมนั่งฝั่งซ้ายของรถซึ่งไม่ร้อนเพราะแดดส่องมาทางขวา ส่วนใครจะนั่งฝั่งไหนก็ลองดูเวลาตอนนั้นครับ
เส้นทางนี้ใช้เวลานั่งรถเกือบ 3 ชั่วโมง ด้วยระยะทางราว 176 กิโลเมตร ซึ่งก็ทำให้ผมได้ชมวิถีชีวิตสองข้างทางของลาวใต้ไปพร้อมกัน โดยรถจะต้องข้ามแม่น้ำโขงด้วยแพขนานยนต์ รถบางคันจะไม่ต้องลงจากรถก็ผ่านได้เลย ส่วนผมและผู้โดยสารส่วนใหญ่จะลงไปเดินเล่น หาของกินและใช้บริการห้องน้ำรอเรือข้ามฝากด้วยครับ
วิถีชีวิตและบรรยากาศที่ดอนโขง
เมื่อข้ามแม่น้ำโขงไปถึงดอนโขงบริเวณที่เจริญที่สุดจะอยู่ห่างจากจุดขึ้นเรือเพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น บรรยากาศที่นี่เงียบสงบและสดชื่นมาก ผมเดินทางด้วยการเช่ามอเตอร์ไซค์จากตัวหมู่บ้าน ซึ่งมีร้านเช่ารถหลายร้าน ราคากลางๆ อยู่ที่ 60,000 กีบสำหรับรถเกียร์ธรรมดา และ 80,000 กีบสำหรับรถออโต้ (240-320 บาท) ถือว่าถูกและสะดวกมากครับ โดยไม่ต้องใช้เอกสารอะไรให้ยุ่งยาก แค่จ่ายเงินแล้วขี่โลด
คนที่นี่มีลักษณะคล้ายคลึงกับชาวกัมพูชาทั้งในเรื่องสีผิวและบางส่วนของวัฒนธรรม แต่ภาษาพูดยังคงเป็นภาษาลาวที่ฟังไม่ต่างจากที่ปากเซมากนัก ดอนโขงจึงเป็นจุดเชื่อมวัฒนธรรมที่น่าสนใจอย่างหนึ่งของลาวใต้
ที่ดอนโขงยังเป็นทางผ่านหลักไปยังน้ำตกที่มีชื่อเสียงอย่างน้ำตกคอนพะเพ็งและน้ำตกหลี่ผี ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามและทรงพลังมาก ผมเองเคยเขียนเล่าเรื่องน้ำตกเหล่านี้ในบทความ เที่ยวดอนแบงทางไปหลี่ผี ซึ่งแนะนำให้มาเที่ยวทั้งสองที่นี้โดยเริ่มต้นจากดอนโขง โดยสามารถนั่งเรือหรือรถต่อไปได้ตามสะดวก
ดอนโขงกับการผสมผสานธรรมชาติและวิถีชีวิต
หนึ่งในความประทับใจของผมที่ดอนโขงคือการได้เห็นวิถีชีวิตชาวบ้านที่ยังคงเรียบง่ายและพึ่งพาธรรมชาติอย่างแท้จริง ทั้งการทำการเกษตร การประมงในแม่น้ำโขง และตลาดท้องถิ่นที่มีของกินและของใช้ที่หลากหลาย เห็นแล้วนึกถึงความสงบที่หายากในยุคนี้
ถ้าใครชอบเที่ยวแบบเดินทางด้วยตัวเอง ผมแนะนำให้ลองมาเที่ยวดอนโขงและเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่เที่ยวรอบเกาะ สัมผัสชีวิตชาวบ้าน แวะชมวิวแม่น้ำโขงที่สวยงาม และอย่าลืมแวะไปชิมอาหารพื้นเมืองที่ร้านอาหารท้องถิ่น ลองสั่ง "ตำลาว" และข้าวเหนียวร้อนๆ มาทานคู่กับไก่ย่างแบบลาวแท้ๆ รับรองติดใจ
เชื่อมต่อการเดินทางและแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง
สำหรับนักเดินทางที่สนใจสำรวจลาวใต้ให้ลึกยิ่งขึ้น ผมขอแนะนำให้แวะเที่ยว ปราสาทวัดภู ที่อยู่ในแขวงจำปาศักดิ์ไม่ไกลจากปากเซ ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่น่าทึ่ง หรือหากชอบบรรยากาศเมืองกาแฟและน้ำตกเย็นๆ แนะนำให้ไปต่อที่ ปากซอง เมืองหลวงด้านกาแฟของลาว ที่มีน้ำตกและธรรมชาติสวยงามเหมาะสำหรับคนรักธรรมชาติและการผจญภัย
ดอนโขงจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการเดินทางเที่ยวลาวใต้แบบครบสูตร ทั้งธรรมชาติ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายที่รอให้คุณได้ไปสัมผัสด้วยตัวเองครับ
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้ทุกคนเห็นภาพการเดินทางจริง ๆ ของผม mr.hotsia จากปากเซสู่ดอนโขง และอย่าลืมนะครับ การเดินทางที่ดีที่สุด คือการได้สัมผัสและเข้าใจชีวิตจริงของผู้คนที่เราไปเยือน