ข้าวจี่ วังเวียง
mr.hotsia travel ลาว แขวงเวียงจันทน์ HOT05685
ข้าวจี่ วังเวียง: รสชาติริมทางที่ต้องลิ้มลองในเมืองเล็กกลางขุนเขา
ถ้าพูดถึงการเดินทางในลาว วังเวียงถือเป็นจุดหมายที่นักเดินทางไทยและชาวต่างชาติต่างหลงใหลในเสน่ห์ของธรรมชาติและวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของเมืองนี้ แต่สำหรับ mr.hotsia แล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้วังเวียงน่าจดจำไม่แพ้ธรรมชาติ ก็คือ “ข้าวจี่” อาหารพื้นบ้านที่ผมได้ลิ้มลองแล้วต้องบอกต่อด้วยความรู้สึกจริงใจจากสนามจริงครับ
การเดินทางมาวังเวียงนั้น แม้จะใช้เวลาพอสมควรไม่ว่าจะนั่งรถตู้จากเวียงจันทน์ประมาณ 4 ชั่วโมง หรือจากหลวงพระบางที่ผมเลือกเดินทางมาเอง ใช้เวลาราว 6 ชั่วโมง แต่เมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ความเหนื่อยล้าก็ถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศที่สงบและความสดชื่นของแม่น้ำซองที่ไหลผ่านเมือง พร้อมกับทิวทัศน์ของเขาหินปูนที่โดดเด่นอย่างไม่เหมือนใคร วังเวียง จึงกลายเป็นเมืองที่ผมอยากแวะพักนานกว่าหนึ่งคืนเพื่อซึมซับวิถีชีวิตและอาหารท้องถิ่นที่นี่
ข้าวจี่ วังเวียง: ไม่ใช่แค่ขนมปังปิ้ง แต่คือความทรงจำ
ข้าวจี่ที่วังเวียง เป็นอาหารว่างที่หลายคนอาจจะเคยผ่านหูผ่านตาในรูปแบบของข้าวเหนียวปิ้งหรือขนมปังปิ้งในภาคอีสานบ้านเราครับ แต่ที่นี่จะใช้ข้าวเหนียวที่คลุกเคล้ากับเครื่องปรุงรส เช่น น้ำปลา น้ำตาล และเกลือ ก่อนจะนำไปปิ้งบนเตาถ่านจนหอมกรุ่น ผิวข้าวจี่จะกรอบนิดๆ ข้างในนุ่มหนึบ รสชาติกลมกล่อมแบบที่ผมไม่เคยลิ้มลองที่ไหนมาก่อน
สำหรับ mr.hotsia การได้เดินไปตามถนนเล็กๆ ในตลาดเช้า หรือริมแม่น้ำซอง แล้วเจอแม่ค้าหาบข้าวจี่มาขาย ถือเป็นหนึ่งในความสุขเล็กๆ ที่เติมเต็มทริปนี้ได้ดีทีเดียว ข้าวจี่ไม่ใช่แค่อาหาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่นี่ การเห็นคนท้องถิ่นหยิบข้าวจี่ขึ้นมากัดและยิ้มให้กันอย่างเรียบง่าย ทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและความเป็นกันเองที่วังเวียงมีให้
สัมผัสวิถีชีวิตและบรรยากาศริมแม่น้ำซอง
หลังจากจิบกาแฟเย็นๆ ที่ร้านกาแฟเล็กๆ ในเมือง และลองข้าวจี่ร้อนๆ จากแม่ค้าแผงลอยแล้ว ผมแนะนำให้เดินเล่นริมแม่น้ำซองที่ไหลผ่านกลางเมือง วังเวียงมีความโดดเด่นตรงที่แม่น้ำนี้ไม่ลึกเกินไป น้ำใสไหลเย็น เหมาะกับการเล่นน้ำหรือเพียงแค่ปล่อยใจให้นิ่งไปกับเสียงน้ำไหลและวิวทิวเขาหินปูนที่รายล้อม
ถ้าใครได้โชคดีเดินทางในช่วงหน้าหนาว จะได้เห็นหมอกบางๆ ลอยคลอเคลียตามยอดเขา เป็นภาพที่สวยจนแทบลืมหายใจ ส่วนในหน้าร้อนนั้น แม่น้ำซองกลายเป็นที่เล่นน้ำคลายร้อนของเด็กๆ และนักท่องเที่ยวที่มาเยือนที่นี่
mr.hotsia เคยเขียนเล่าไว้ใน บทความเกี่ยวกับวังเวียง ว่าที่นี่เหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง ไม่ต้องเร่งรีบเหมือนเมืองใหญ่ และยังสามารถเดินทางไปชมจุดชมวิวต่างๆ รอบเมืองได้สะดวก
อาหารท้องถิ่นที่ไม่ควรพลาด นอกจากข้าวจี่
นอกจากข้าวจี่แล้ว วังเวียงยังมีอาหารพื้นเมืองอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ ข้าวเปียก หรือข้าวต้มแบบลาวที่ mr.hotsia เคยชิมมาแล้วในเวียงจันทน์ และถ้าคุณสนใจอยากลองกาแฟลาวแท้ๆ แนะนำให้ไปนั่งพักที่ร้านกาแฟท้องถิ่นดูสักครั้ง กาแฟที่นี่จะมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ต่างจากกาแฟไทย และบรรยากาศในร้านก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของเมืองเล็กแห่งนี้
ถ้าอยากอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารและวิถีชีวิตในเวียงจันทน์ที่อยู่ไม่ไกลนักจากวังเวียง mr.hotsia มีบทความ ข้าวเปียก เวียงจันทน์ และ ทรูคอฟฟี่เวียงจันทน์ ที่เล่าเรื่องได้อย่างละเอียดและน่าสนใจมากครับ
การเดินทางและที่พักในวังเวียง
การเดินทางมาเที่ยววังเวียงนั้นง่ายและสะดวก โดยเฉพาะถ้าเดินทางจากเวียงจันทน์ ซึ่งมีรถตู้และรถประจำทางให้บริการเป็นประจำ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง หรือจะนั่งรถตู้จากหลวงพระบางก็ไม่เกิน 6 ชั่วโมง ซึ่งผมเองเลือกเดินทางจากหลวงพระบางมาด้วยรถตู้บ่ายโมงครึ่ง ผ่านจุดชมวิวภูเพียงฟ้าก่อนจะมาถึงวังเวียงในช่วงเย็น
ส่วนที่พักในวังเวียงมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่เกสต์เฮาส์ราคาประหยัดไปจนถึงรีสอร์ตริมแม่น้ำที่มีวิวสวยๆ สำหรับ mr.hotsia แนะนำให้เลือกที่พักที่สะดวกต่อการเดินทางและมีบรรยากาศเงียบสงบ เพื่อให้ได้พักผ่อนเต็มที่หลังจากวันเต็มๆ ของการเดินทางและสำรวจเมือง
สรุปความประทับใจ
ถ้าถามว่าอะไรคือเหตุผลที่ผมอยากแนะนำข้าวจี่วังเวียงให้เป็นหนึ่งใน must-try ของนักเดินทาง คำตอบคือความเรียบง่ายและความจริงใจที่ซ่อนอยู่ในรสชาติของข้าวจี่แต่ละคำ ที่นี่ไม่ใช่แค่จุดหมายท่องเที่ยวธรรมดา แต่เป็นเมืองที่ให้คุณได้สัมผัสวิถีชีวิตที่แท้จริงของชาวลาวในชนบท พร้อมกับธรรมชาติที่งดงามและอาหารพื้นเมืองที่อร่อยอย่างไม่คาดคิด
สำหรับใครที่วางแผนจะเที่ยวลาว และอยากลองประสบการณ์ใหม่ๆ ขอแนะนำให้มาวังเวียงสักครั้ง แล้วอย่าลืมชิมข้าวจี่ริมทางที่ mr.hotsia แนะนำ รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังแน่นอนครับ
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวังเวียง และ เที่ยวเวียงจันทน์ เพื่อเตรียมตัวก่อนการเดินทางครั้งนี้