ขี่ม้าเมืองวีกัน (Vigan City) ฟิลิปปินส์
mr.hotsia travel ฟิลิปปินส์ จังหวัดไม่ระบุ HOT04864
ขี่ม้าเมืองวีกัน (Vigan City) ฟิลิปปินส์ กับประสบการณ์จริงของ mr.hotsia
ถ้าคุณคิดว่าเมืองท่องเที่ยวในฟิลิปปินส์มีเพียงแค่ทะเลและชายหาดสวย ๆ อย่างเกาะบอร์กกะส หรือพาลาวัน ขอให้ผม mr.hotsia พาคุณมารู้จักกับอีกมุมหนึ่งที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ “เมืองวีกัน” (Vigan City) เมืองมรดกโลกที่ซ่อนตัวอยู่ในภูมิภาคลูซอนตอนเหนือ ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ตึกเก่าสไตล์โคโลเนียลสเปน แต่ยังมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมฟิลิปปินส์อย่างลงตัว และหนึ่งในกิจกรรมที่ผมประทับใจที่สุดคือการ “ขี่ม้า” เที่ยวชมเมือง
เมืองวีกันตั้งอยู่ในภูมิภาคอิลโลคอส เซอร์เรียส (Ilocos Sur) เป็นเมืองที่ยังรักษาเสน่ห์ของยุคสเปนไว้ได้อย่างครบถ้วน ถนนหินก้อนใหญ่และอาคารบ้านเรือนสีเหลืองอ่อนดูคลาสสิกสุด ๆ การเดินทางมาที่นี่สะดวกและไม่ไกลจากเมืองหลวงมะนิลา คุณสามารถเริ่มทริปนี้ได้จาก แบกเป้ฟิลิปปินส์ ที่ผมเคยเขียนไว้ก่อนหน้า เพื่อเข้าใจบริบทของประเทศนี้ให้มากขึ้น
ประสบการณ์ขี่ม้าในวีกัน
ผม mr.hotsia เลือกที่จะออกสำรวจเมืองวีกันโดยวิธีที่เรียบง่ายแต่ได้อรรถรสสุด ๆ นั่นคือการขี่ม้า หรือที่เรียกกันว่า “คารูซอล” (kalesa) ซึ่งเป็นรถม้ารูปแบบดั้งเดิมของฟิลิปปินส์ ที่นี่คุณจะเห็นรถม้าคันเล็ก ๆ สีสันสดใสลากโดยม้าสวมเครื่องประดับสวยงามคอยพาเราเดินทางไปยังจุดต่าง ๆ ของเมือง การขี่ม้าทำให้ผมได้สัมผัสบรรยากาศเมืองวีกันอย่างใกล้ชิด ทั้งเสียงกรอบแกรบของล้อรถม้าบนถนนหิน และกลิ่นอายความเก่าแก่ของเมืองที่ไม่สามารถหาได้จากการเดินหรือขับรถยนต์
เส้นทางที่ผมเลือกมีทั้งถนนสายหลักและซอยเล็กซอยน้อยที่ซ่อนร้านค้า ร้านอาหาร และบ้านเรือนเก่าแก่เอาไว้มากมาย บรรยากาศแบบนี้ทำให้ผมนึกถึงเรื่องราวในอดีตสมัยที่ฟิลิปปินส์ยังเป็นอาณานิคมของสเปน ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาเดินเล่นในเมืองยุโรปตอนใต้เลยทีเดียว
วิถีชีวิตและอาหารพื้นเมืองที่ต้องลอง
ระหว่างทางที่ขี่ม้า ผมหยุดแวะชิมอาหารท้องถิ่นตามร้านข้างทางที่เรียงรายอยู่มากมาย อาหารฟิลิปปินส์มีความหลากหลายและรสชาติไม่เหมือนใคร เมนูที่ผมชอบมากคือ “ซิเนกัง” (Sinigang) หรือแกงเปรี้ยวที่ปรุงด้วยมะขามเปียก รสชาติเปรี้ยวอมหวานกลมกล่อม ซึ่งให้ความรู้สึกสดชื่นและเหมาะกับอากาศร้อนของฟิลิปปินส์
นอกจากนั้นยังมีของกินเล่นริมทางที่ผมพบเจอใน ตลาดเช้าวีกัน ที่เป็นอีกหนึ่งจุดน่าสนใจของเมืองนี้ ตลาดนี้มีทั้งผักสด ผลไม้ ขนมพื้นเมือง และอาหารสตรีทฟู้ดที่หลากหลาย คุณจะพบกับบรรยากาศการซื้อขายที่คึกคักและเป็นธรรมชาติแบบสุด ๆ
ถ้าอยากลองของหวาน ผมแนะนำให้ชิมไอติมที่ทำจากวัตถุดิบท้องถิ่น มีรสชาติแปลกใหม่และสดชื่นมาก ผมเขียนเล่าถึงประสบการณ์กินไอติมใน แบกเป้เที่ยวฟิลิปปินส์ 7: กินไอติมในเมืองมรดกโลกวีกัน ซึ่งคุณจะได้เห็นภาพและเรื่องราวเต็ม ๆ จากการเดินทางของผมด้วย
การเดินทางและความสะดวกสบายในเมืองวีกัน
การเดินทางมาเมืองวีกันค่อนข้างสะดวก ผมเลือกใช้บริการรถบัสจากมะนิลาไปวีกันโดยตรง ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนชอบเดินทางแบบประหยัดและได้ชมวิวสองข้างทางอย่างเต็มที่ เมื่อมาถึงเมืองวีกัน สิ่งที่ผมประทับใจคือการเดินเล่นในเมืองด้วยรถม้าขี่ม้าแบบดั้งเดิมที่ช่วยให้ผมได้สัมผัสกับทุกซอกทุกมุมของเมืองอย่างแท้จริง
สำหรับใครที่อยากรู้เรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่นี่อย่างละเอียด ผมขอแนะนำ แบกเป้เที่ยวฟิลิปปินส์ 6: เดินทางสู่เมืองวีกัน ที่ผมเล่าไว้ครบทุกมุมมอง ตั้งแต่ที่พัก อาหาร ไปจนถึงวิถีชีวิตประจำวันของชาวบ้าน
สรุปประสบการณ์จาก mr.hotsia
การขี่ม้าในเมืองวีกันเป็นประสบการณ์ที่ผม mr.hotsia ประทับใจมาก ๆ ไม่ใช่แค่เพราะความสวยงามของเมืองหรือความคลาสสิกของสถาปัตยกรรม แต่เป็นเพราะมันทำให้ผมได้สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่แท้จริงของฟิลิปปินส์เหนือแบบใกล้ชิด ถ้าคุณชอบการเดินทางที่ได้มากกว่าการถ่ายรูปและอยากเห็นอะไรที่แตกต่างจากที่อื่น วีกันคือคำตอบที่ผมอยากให้คุณลอง
สำหรับใครที่สนใจเรื่องอาหารและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับฟิลิปปินส์ ผมมีบทความแนะนำ แบกเป้เที่ยวฟิลิปปินส์ 1: อาหารมื้อแรกในมะนิลา และ แบกเป้เที่ยวฟิลิปปินส์ 11: เอ็มพาราด้า อาหารยอดนิยม ที่จะช่วยให้ทริปของคุณสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
สุดท้ายนี้ ถ้าคุณตั้งใจจะมาเยือนฟิลิปปินส์แบบไม่เน้นทะเลอย่างผม อย่าลืมแวะมาที่เมืองวีกันและลองขี่ม้าสัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าแบบที่ mr.hotsia เคยสัมผัส รับรองว่าคุณจะได้ประสบการณ์ท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ที่แตกต่างและน่าจดจำแน่นอน