เชียงใหม่ ดอยอ่างขาง สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
http://www.hotsia.com > เชียงใหม่ > ดอยอ่างขาง สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง การเที่ยวดอยอ่างขางนั้นส่วนใหญ่จะขับรถขึ้นไปเอง ( ดูการเดินทางและแผนที่ดอยอ่างขาง ) ทางขึ้นดอยอ่างขางนั้นจะชันและคดเคี้ยวยาว 10 ใครจะขับรถขึ้นดอยอ่างขางเองต้องดูสภาพรถให้ดี และต้องขับขึ้นเขาเป็น ใช้เกียร์ต่ำค่อยๆขึ้นและลงเพื่อความปลอดภัยครับ ดอยอ่างขางในมุมของนักท่องเที่ยวนั้นมีทั้งกลางวันและกลางคืน
กลางวันก็เที่ยวภายในสถานีเกษตรโครงการหลวง รวมถึงไปบ้านนอแลดูชีวิตของชาวหล่อง ส่วนกลางคืนใครพักแถวๆหน้าโครงการก็เดินเล่นตากลมหนาวชิมชาและทานอาหารค่ำ ส่วนใครกางเต็นท์ที่จุดกางเต้นก็ก่อกองไฟสนุกสนานกับเพื่อนฝูง เป็นรูปแบบของการท่องดอยอ่างขางในวันนี้ครับ ดอยอ่างขางยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งในไม่กี่ที่ ที่เป็นลักษณะชุมชนในหุบเขา เมืองที่ว่าเช่น เมืองปาย ดอยแม่สะลอง หรือเมืองในหุบเขาซาปาประเทศเวียดนาม
เมื่อมีชุมชนบวกกับหาจัดการที่ดีทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมช่วงหน้าหนาวที่นักท่องเที่ยวต้องการไปเที่ยว เพราะการท่องเที่ยวไม่ได้หมายถึงมาชมความงานตามธรรมชาติเท่านั้น ยังหมายถึงมาเรียนรู้วิถีชีวิตของคนในถิ่นต่างๆด้วย สำหรับที่พักที่ดอยอ่างขางมีค่อนข้างมาก ราคาตั้งแต่ห้องละ 500 บาทขึ้นไป ส่วนเรื่องน้ำผมว่าบางครั้งน้ำไม่แรง ทำให้เครื่องทำน้ำอุ่นไม่ทำงาน อาบน้ำอาจหนาวเหน็บได้
ดังนี้ไปพักที่ไหนควรดูเรื่องน้ำก่อนว่าแรงไหม ส่วนอินเตอร์เน็ตบางที่มีครับต้องถามกันดูเอง การมาเที่ยวดอยอ่างขางของผมในวันนี้นอกจากชมดอกไม้ หาความรู้ทำความรู้จักกับพืชเมืองหนาวแล้วผมยังได้ไปเที่ยวหมู่บ้านชายแดนพม่าคือหมู่บ้านนอแลด้วย ยามคำคืนก็เที่ยวในหุบเขาดอยอ่างขางที่คึกคัก เดินเล่นไม่เหงาครับ เรื่องเที่ยวดอยอ่างขางมีหลายเรื่องผมจะทยอยเขียนไปตามอันดับ
ตอนนี้มาทำความรู้จักดอยอ่างขางกันก่อน ซึ่งเป็นข้อมูลจาก วิกิพีเดียดอยอ่างขาง ครับ ดอกไม้สวยๆจากดอยอ่างขาง สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นโครงการพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม ทดแทนการปลูกฝิ่น สถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง อยู่บนเทือกเขาตะนาวศรี ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร
และมียอดดอยสูงถึง 1,928 เมตร พื้นที่รับผิดชอบประมาณ 26.52 ตารางกิโลเมตร หรือ 16,577 ไร่ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า ให้เขาช่วยตัวเอง เปลี่ยนพื้นที่จากไร่ฝิ่นมาเป็นแปลงเกษตรเมืองหนาวที่สร้างรายได้ดีกว่าเก่าก่อน สืบเนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร
ที่หมู่บ้านผักไผ่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และได้เสด็จผ่านบรเวณดอยอ่างขาง ทรงทอดพระเนตร เห็นว่าชาวเขาเผ่ามูเซอซึ่งในสมัยนั้นยังไว้แกละถักเปียยาว แต่งกายสีดำ สะพายดาบ ทำการปลูกฝิ่นแต่ยังยากจน ทั้งยังทำลายทรัพยากรป่าไม้ ต้นน้ำลำธารที่เป้นแหล่ง สำคัญต่อระบบนิเวศน์ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนอื่น ๆ ของประเทศได้จึงทรงมีพระราชดำริว่าพื้นที่นี้มีภูมิอากาศที่หนาวเย็น
มีการปลูกฝิ่นมาก ไม่มีป่าไม้อยู่เลยและสภาพพื้นที่ไม่ลาดชันนัก ประกอบกับ พระองค์ทรงทราบว่าชาวเขาได้เงินจากฝิ่นเท่ากับที่ได้จากการปลูกท้อพื้นเมือง และทรงทราบว่าที่สถานีทดลองไม้ผลเมืองหนาว ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทดลองวิธีติดตา ต่อกิ่งกับท้อฝรั่ง จึงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 1500 บาท เพื่อซื้อ ที่ดินและไร่ในบริเวณดอยอ่างขางส่วนหนึ่ง จากนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการส่วนพระองค์ เมื่อ พ.
ศ. 2512 โดยทรงแต่งตั้งให้ หม่อมเจ้า ภีศเดช รัชนี เป็นผู้สนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งมูลนิธิโครงการหลวง ใช้เป็นสถานีวิจัย และทดลองปลูกพืชเมืองหนาวชนิด ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ผล ผัก ไม้ดอกเมืองหนาว เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรชาวเขา ในการนำพืช เหล่านี้มาเพาะปลูกเป็นอาชีพ ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานนามว่า "สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง" คำว่า อ่างขาง ในภาษาเหนือหมายถึง
อ่างรูปสี่เหลี่ยมตามลักษณะของดอยอ่างขาง ซึ่งเป็นดอยที่มีรูปร่างของหุบเขา ยาวล้อม รอบประมาณ 5 กิโลเมตร กว้าง 3 กิโลเมตร ตรงกลางของอ่างขางเดิมเป็นภูเขาสูง เช่นเดียวกับบริเวณโดยรอบ แต่เนื่องจากเป็นภูเขาหินปูน เมื่อถูกน้ำฝนชะก็จะค่อยๆ ละลายเป็นโพรงแล้วยุบตัวลงกลายเป็นแอ่ง มีพื้นที่ราบ ความกว้างไม่เกิน 200 เมตร ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเยี่ยมราษฎรชาวเขาบนดอย
และทรงทอดพระเนตรเห็นการปลูกฝิ่น ทำไร่เลื่อนลอย จึงมีพระราชดำริให้ชาวเขาที่อยู่อาศัยตามดอยต่างๆ ในภาคเหนือเลิกการปลูกฝิ่นจึงทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 1,500 บาท เพื่อซื้อที่ดินและไร่ในบริเวณดอยอ่างขางส่วนหนึ่ง จากนั้นจึงโปรดเกล้าตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการส่วนพระองค์ในปี พ.ศ. โดยทรงแต่งตั้งหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นองค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวง
สถานีเกษตรหลวงอ่างขางจึงถือเป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของมูลนิธิโครงการหลวงที่ใช้เป็นสถานที่วิจัยทดลองปลูกพืชเมืองหนาวชนิดต่างๆ อาทิเช่น ไม้ผล ผัก ไม้ดอกเมืองหนาว เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรชาวเขาในการนำพืชเหล่านี้มาเพาะปลูกเป็นอาชีพ สถานีเกษตรหลวงอ่างขางตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้านคุ้ม หมู่ที่ 5 ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400 เมตร มีพื้นที่ใช้ในการทำวิจัยประมาณ 1,200 ไร่ อ่างขาง ในภาษาเหนือหมายถึง
อ่างรูปสี่เหลี่ยมตามลักษณะของดอยอ่างขางซึ่งเป็นดอยที่มีรูปร่างของหุบเขายาวล้อมรอบประมาณ 5 กิโลเมตร กว้าง 3 กิโลเมตร ตรงกลางของอ่างขางเดิมเป็นภูเขาสูงเช่นเดียวกับบริเวณโดยรอบ แต่เนื่องจากเป็นภูเขาหินปูน เมื่อถูกน้ำฝนชะก็จะค่อยๆละลายเป็นโพรงแล้วยุบตัวลงกลายเป็นแอ่ง มีพื้นที่ราบ ความกว้างไม่เกิน 200 เมตร ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เกาะดอกท้อในมังกรหยก หมู่บ้านที่สถานีฯให้การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพรวม
5 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านหลวง บ้านคุ้ม บ้านปางม้า บ้านขอบด้ง และ บ้านนอแล ชนเผ่าในพื้นที่สถานีฯอ่างขางประกอบไปด้วย ชาวไทยใหญ่ มูเซอดำ ปะหล่อง และจีนยูนนาน รวมทั้งหมด 4 เผ่า อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี ของดอยอ่างขาง ประมาณ 17 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 องศาเซสเซียส ในเดือนเมษายน และ อุณหภูมิต่ำสุด -3 องศาเซสเซียส ในเดือนมกราคม ทำให้เรามาเที่ยวดอยอ่างขางได้ตลาดปีเลยครับ หนาวตลอด