ขนมไทยดำที่เดียนเบียนฟู
mr.hotsia travel ไทย จังหวัดไม่ระบุ HOT08205
ขนมไทยดำที่เดียนเบียนฟู : รสชาติที่ผสานวัฒนธรรมไทย-ลาวในแดนเวียดนาม
สวัสดีครับ ผม mr.hotsia วันนี้จะพาทุกคนไปสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ที่เดียนเบียนฟู (Dien Bien Phu) เมืองเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของเวียดนาม ที่ซึ่งผมได้เจอกับขนมไทยดำ ขนมหวานที่ไม่ธรรมดา แฝงกลิ่นอายวัฒนธรรมไทย-ลาวผสมผสานกันอย่างลงตัว ทั้งรสชาติและบรรยากาศในตลาดที่นี่ทำให้ผมประทับใจไม่รู้ลืม
ก่อนจะเล่าเรื่องขนมไทยดำ ต้องบอกก่อนว่าเดียนเบียนฟูเป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับชายแดนลาวและไทย ทำให้มีชุมชนชาวไทยดำและลาวอาศัยอยู่มากมาย บรรยากาศตลาดเมืองนี้เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม เห็นได้ชัดจากเสียงพูดคุยที่ผสมผสานระหว่างภาษาเวียดนาม ลาว และภาษาไทย ผมเองที่ชอบเดินทางแบบแบ๊กแพ็คตามสไตล์ เที่ยวแบบอิสระ ได้ลองนั่งกินขนมไทยดำในตลาดไทยดำที่นี่ ซึ่งเป็นตลาดที่ชาวไทยดำในเวียดนามมาขายขนมและอาหารพื้นบ้านกันอย่างคึกคัก
ขนมไทยดำที่ผมได้ลองนั้นเป็นขนมหวานที่ใช้วัตถุดิบหลักจากธรรมชาติ เช่น ข้าวเหนียวดำ งา และกะทิสดที่หอมมัน รสชาติหวานกำลังดี ไม่เลี่ยน และมีความกรุบกรอบจากงาดำที่โรยหน้า ผมจำได้ว่าครั้งแรกที่กัดลงไป รู้สึกถึงความหวานหอมที่ไม่เหมือนขนมหวานเวียดนามทั่วไป ที่นี่เขาทำขนมไทยดำกันอย่างพิถีพิถัน ชาวบ้านบอกว่าขนมนี้เป็นของโปรดของชุมชนไทยดำที่นี่มาตั้งแต่บรรพบุรุษ
ตลาดไทยดำในเดียนเบียนฟูนี้เป็นแหล่งรวมของกินและวัฒนธรรมที่น่าสนใจมากครับ ผมได้เดินสำรวจรอบตลาด สังเกตเห็นว่าร้านค้าแต่ละร้านจัดวางขนมและอาหารพื้นบ้านไว้เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ มีทั้งขนมหวาน ขนมคาว ไปจนถึงเครื่องดื่มพื้นเมือง เช่น น้ำใบชาสดที่คนลาวมักนิยมดื่ม ที่นี่เขากินใบชาสดๆ แบบต้ม ไม่ใช่ชาแห้งแบบที่คุ้นเคยในไทย ซึ่งให้รสชาติสดชื่นดีมาก นี่ทำให้นึกถึงตอนที่ผมไปเที่ยว จังหวัดห่าติ่ญ ที่มีวัฒนธรรมการกินใบชาสดคล้ายกัน
ระหว่างที่นั่งกินขนม ผมได้พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดหลายคน พวกเขาเล่าว่าชุมชนไทยดำที่นี่มีประวัติยาวนานและยังรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ขนมไทยดำจึงเป็นเหมือนหนึ่งในสัญลักษณ์ของความเป็นชุมชนนี้ นอกจากนี้ยังมีร้านขนมที่ขายขนมแบบโบราณอื่นๆ ที่แตกต่างจากที่ผมเคยเห็นในตลาดของเวียดนามตอนกลางหรือใต้ ผมรู้สึกว่าการได้มาเดินตลาดไทยดำในเดียนเบียนฟูเหมือนได้ย้อนกลับไปสัมผัสวัฒนธรรมและรสชาติไทยในอีกมุมหนึ่งที่ห่างไกลแผ่นดินไทย
สำหรับการเดินทางมายังเดียนเบียนฟู ผมเลือกบินจากฮานอยมาโดยตรง ใช้เวลาไม่นาน และจากสนามบินผมก็เช่ารถจักรยานยนต์วิ่งเข้าเมืองเพื่อสัมผัสวิถีชีวิตและบรรยากาศท้องถิ่นอย่างแท้จริง การเดินทางแบบนี้ช่วยให้ผมได้เห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของเมือง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือนผู้คนหรือร้านอาหารริมทางที่ไม่ได้อยู่ในแผนทัวร์ทั่วไป
ถ้าจะมาเที่ยวเดียนเบียนฟู ผมแนะนำให้เตรียมตัวแบบที่ผมเคยเขียนไว้ในบทความ การเตรียมตัวเที่ยวแบบอิสระ เพราะการมาเที่ยวที่นี่แบบแบ๊กแพ็คจะทำให้เราได้สัมผัสวิถีชีวิตจริงของคนที่นี่ และยังได้ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นอย่างเต็มที่ เช่น ขนมไทยดำที่ผมเล่าให้ฟังนี้
นอกจากขนมไทยดำแล้ว เดียนเบียนฟูยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เช่น พิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานสงครามเดียนเบียนฟู ที่บอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างเวียดนามกับฝรั่งเศสในอดีต ซึ่งถ้าคุณเป็นคนชอบเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ควรหาเวลามาเยือนด้วยครับ
สรุปแล้ว ขนมไทยดำที่เดียนเบียนฟูไม่ใช่แค่ของหวานธรรมดา แต่เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมไทยดำในเวียดนามที่ผม mr.hotsia อยากให้ทุกคนได้ลองชิมและสัมผัสด้วยตัวเอง การเดินทางมาที่นี่จะเหมือนกับการเปิดประตูสู่โลกใบเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว คนใจดี และรสชาติที่แตกต่างอย่างมีเสน่ห์