MR.HOTSIA TRAVEL

จังหวัดลายเจิว (Lai Chau)

mr.hotsia travel เวียดนาม ลายเจิว(Lai Châu) HOT07698

ประเทศ
เวียดนาม
เมือง/จังหวัด
ลายเจิว(Lai Châu)
รหัสเรื่อง
HOT07698
ผู้เขียน
mr.hotsia
หมึกปุ่มย่างเวียดนาม
ข้าวหมกไก่เวียดนาม
แหนมฟางเวียดนาม

ลายเจิว จังหวัดชายแดนแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ

ถ้าคุณกำลังมองหาที่เที่ยวที่แตกต่างจากเส้นทางท่องเที่ยวหลักในเวียดนามตอนเหนือ ที่ซึ่งยังคงความดั้งเดิมของวัฒนธรรมชนเผ่าและธรรมชาติที่สวยงามแบบไม่ปรุงแต่ง จังหวัดลายเจิว (Lai Châu) คือคำตอบของผม mr.hotsia หลังจากได้เดินทางมาสัมผัสเอง ผมบอกได้เลยว่าที่นี่ไม่ใช่แค่จังหวัดชายแดนที่ติดกับสาธารณรัฐประชาชนจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งรวมของความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรมที่น่าทึ่งอย่างแท้จริง

ทำความรู้จักกับลายเจิว

จังหวัดลายเจิวตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม ห่างจากกรุงฮานอยประมาณ 450 กิโลเมตร การเดินทางมาที่นี่อาจจะใช้เวลานานหน่อย แต่เส้นทางที่ผ่านภูเขาสูงและแม่น้ำสายต่างๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยบ้านเรือนของชาวไต (Tay) ที่ยกพื้นสูง หลังคาทำจากดินและไม้โบราณ เป็นภาพที่ mr.hotsia ชอบมาก เพราะมันบอกเล่าเรื่องราวของวิถีชีวิตชนเผ่าที่ยังคงอยู่จริงในยุคนี้

ลายเจิวเป็นจังหวัดที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีที่ราบน้อยมาก แต่ความงดงามของที่นี่อยู่ที่อากาศบริสุทธิ์และวิวทิวทัศน์ที่โอบล้อมด้วยเมฆหมอกตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในพื้นที่สูงที่มีอากาศเย็นสบายตลอดฤดูกาลอย่างที่ราบสูงบาปโฮ (Bap Ho) หรือยอดเขา Fansipan ที่สูงถึง 3,143 เมตร ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในภูมิภาคนี้

วัฒนธรรมและวิถีชีวิตหลากหลายชาติพันธุ์

ที่ลายเจิวมีถึง 20 กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ช่วงที่ผมเดินทางไป มีโอกาสได้เข้าร่วมงานเทศกาล Xen Muong ของชาวเผ่าม้ง และเทศกาล Bamboo Sprout Festival ที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวิถีชีวิตของชาว Mang, Xa, Khang, Xinh Mun, La Hu (ลาหู่) และ Kho Mu (ขมุ) เป็นงานที่เต็มไปด้วยสีสันของเครื่องแต่งกายและการละเล่นพื้นเมืองที่หาชมยากมาก

หมู่บ้าน Sin Ho ที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดหมายยอดนิยมแห่งหนึ่ง เพราะความสวยงามของหมอกที่ลอยปกคลุมในยามเช้า ตลาดนัดวันอาทิตย์ที่นี่เป็นตลาดสดที่มีทั้งอาหารท้องถิ่นและงานฝีมือของชาวเขา เหมาะกับการเดินชมและเลือกซื้อของฝากที่มีเอกลักษณ์

พักผ่อนในเมืองลายเจิว

เมืองหลวงของจังหวัดที่เรียกกันว่าไลเจา (Lai Châu City) เป็นจุดพักผ่อนที่ mr.hotsia เลือกพัก 2 คืน ผมพักที่โรงแรม Phuong Thang kinh chao quy khach โรงแรมที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง สามารถเดินไปตลาดเช้าและทะเลสาบได้สะดวกมาก โรงแรมที่นี่แม้จะเป็นสไตล์กลางเก่ากลางใหม่ แต่ก็มีความสะดวกสบายและราคาไม่แพง ที่สำคัญไม่มีร้านนวดหรือคาราโอเกะในตัวโรงแรม ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ชอบความสงบและไม่ชอบกลิ่นบุหรี่

ผมแนะนำให้เลือกพักในโซนตัวเมืองหรือติดทะเลสาบ เพราะตรงนี้เป็นจุดนั่งเล่นและพักผ่อนที่ชิลมากในตอนกลางคืน นั่งจิบกาแฟเช้าชมวิวทะเลสาบที่สวยงาม ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ผมประทับใจมาก จากโรงแรมสามารถเดินหาของกินได้ง่าย หรือถ้าอยากไปตลาดสดใหญ่ก็พอไกลนิดหน่อย แต่ใกล้กับสถานีขนส่งมากกว่า ดูรีวิวโรงแรมในลายเจิว ได้ที่นี่

อาหารท้องถิ่นที่ลายเจิว

อาหารการกินในลายเจิวเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ mr.hotsia ไม่อยากพลาด เช้าวันแรกผมเดินเล่นตลาดเช้าไปเจอร้านขายข้าวเหนียวหน้าหมูหยอง (Xôi) ข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ โรยด้วยหมูหยองกรอบๆ หอมอร่อยมาก และยังได้ลอง Bánh cuốn chả nóng หรือข้าวเกรียบปากหม้อเวียดนามกินกับหมูย่างที่รสชาติเข้มข้น มื้อเช้าผมจัดไปสองอย่างแบบอิ่มพอดี

มื้อเที่ยงผมเดินไปกินข้าวผัดใส่เนยที่ร้านเล็กๆ หน้าโรงแรม รสชาติกลมกล่อมและหอมเนยมาก ส่วนมื้อเย็นที่ริมถนน ผมเลือกสั่งผัดเต้าหู้และไก่ต้มน้ำซุปที่ทำสดใหม่ คนที่นี่นิยมกินอาหารทำใหม่ร้อนๆ ซึ่งต่างจากอาหารทัวร์ทั่วไปที่มักเตรียมไว้ล่วงหน้า

ถ้าสนใจเรื่องอาหารเวียดนามเหนือที่ลายเจิว mr.hotsia เคยเขียนรีวิวไว้ละเอียดมาก อาหารการกินชาวลายเจิว และ รีวิวอาหารในลายเจิว เป็นแหล่งข้อมูลที่ช่วยให้คุณได้เตรียมใจและลิ้มลองรสชาติตามชาวพื้นถิ่นจริงๆ

เดินทางและการผจญภัยบนเส้นทางชายแดน

การเดินทางจากเดียนเบียนฟูไปยังลายเจิวใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง เส้นทางนี้แนะนำให้นั่งฝั่งซ้ายของรถเพราะวิวสองข้างทางสวยงาม โดยเฉพาะบ้านเรือนชาวไตที่มีเอกลักษณ์ ผมเลือกขึ้นรถประจำทางที่ออกทุกชั่วโมง บรรยากาศบนรถเต็มไปด้วยนักเดินทางและคนท้องถิ่น

สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตคือความสัมพันธ์ระหว่างคนเวียดนามเหนือกับคนจีน อาจจะมีความรู้สึกที่ต่างกันไปบ้าง ดังนั้นถ้าใครจะมาเที่ยวแนะนำให้ใส่เสื้อหรือสัญลักษณ์ที่บอกว่าคุณเป็นคนไทย จะช่วยให้การเดินทางสนุกขึ้นและได้ความเป็นมิตรจากคนท้องถิ่นมากขึ้น

ความประทับใจและข้อคิดจากการเดินทาง

สำหรับผม mr.hotsia ความประทับใจที่ลายเจิวไม่ได้อยู่แค่ธรรมชาติหรือวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ความสงบและความจริงใจของผู้คนที่นี่ แม้จะมีฝนตกบ้างในช่วงที่ผมไป แต่นั่นกลับทำให้บรรยากาศหลังฝนยิ่งสวยงามโดยเฉพาะฟ้าหลังฝนที่ทอดยาวเหนือทะเลสาบในเมือง

ที่นี่ยังไม่มีร้านสปาหรือบริการนวดเหมือนเมืองใหญ่ๆ ซึ่งผมมองว่าเป็นโอกาสดีสำหรับนักเดินทางที่ชอบเที่ยวผจญภัยและชิลล์แบบไม่มีสิ่งรบกวน

ถ้าใครมีเวลา อยากให้ลองแวะพักที่ลายเจิวสัก 2 คืน ก่อนจะเดินทางต่อไปยังซาปา หรือจุดหมายอื่นในเวียดนามตอนเหนือ รับรองว่าคุณจะได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างและเต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ เหมือนที่ผม mr.hotsia ได้เจอมา

อ่านต่อเรื่องใกล้เคียง